อสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods )

    เล่มที่ 2 บทที่ 50 เมล็ดวิญญาณเทพอสูร–ธาตุอัคคี (3)

            “ฮู่มมมมม…!!!” ทันใดนั้นเองเสียงคำรามสนั่นหวั่นไหว คล้ายสามารถพลิกฟ้าคว่ำดินพลันดังออกมาจากส่วนลึกภายในถ้ำ แม้ว่าหยุนเช่อจะอยู่ห่างไกล ทว่าชายหนุ่มกลับหูดับไปชั่วขณะหลังจากได้ยินเสียงคำรามดุจฟ้าผ่า

            พร้อมกันกับเสียงคำรามพลันปรากฏประกายแสงจากภายในถ้ำจากนั้นจึงตามมาด้วยลำเพลิงขนาดใหญ่โตกว้างหนากว่าสิบเมตรพวยพุ่งเข้าหาร่างทั้งห้าบนท้องฟ้าพื้นที่โดยรอบรัศมีหลายลี้ล้วนถูกเติมเต็มไปด้วยคลื่นความร้อนแรงใบหน้าของหยุนเช่อพลันถูกครอบคลุมด้วยความรู้สึกแสบร้อนเผาไหม้ชายหนุ่มล้วนรู้สึกตระหนกอย่างลึกล้ำภายในจิตใจ…ดูท่าว่ามังกรไฟในตำนานล้วนเป็นความจริง!!แม้จะไม่ใช่มังกร ทว่าล้วนต้องเป็นสัตว์อสูรลมปราณธาตุไฟชั้นสูงอย่างแน่นอน!

            มีเพียงสัตว์อสูรลมปราณระดับต่ำอาศัยอยู่ในเทือกเขามังกรแดงแห่งนี้ทว่า อย่างไม่น่าเชื่อ ที่นี่กลับอาศัยไว้ด้วยสัตว์ประหลาดน่ากลัวถึงระดับนี้จริงๆ

            “หลบเร็ว!!”

            เสาเพลิงที่ปรากฏอย่างกะทันหันสร้างความตระหนกแก่ผู้คนทั้งห้าเช่นกันพวกมันล้วนสลายกลุ่มแยกกันไปคนละทิศละทางขณะอยู่บนท้องฟ้าเสาเพลิงสลายตัวอย่างช้าๆเมื่อมันพุ่งสูงขึ้นไปกว่าหลายร้อยเมตร ชั่วเวลานั้นเบื้องหน้าถ้ำขนาดยักษ์ ปรากฏเงาร่างขนาดมโหฬารขึ้นมาให้เห็น

            ด้วยส่วนสูงกว่าร้อยเมตรประกอบกับร่างกายสีแดงฉานดุจดังเหล็กฉาบไฟอันร้อนแรงปีกและหางขนาดใหญ่โตของมันสว่างไสวด้วยประกายของเปลวเพลิงเมื่อมังกรยกส่วนหัวของมันขึ้น สองตาแดงชาดของมันล้วนเต็มไปด้วยประกายความภาคภูมิมันกล่าวออกมาด้วยภาษามนุษย์ว่า “เจ้ามนุษย์อวดดีถึงกับอหังการกล้าโจมตีและบุกรุกเข้ามาในเขตแดนของราชาเช่นเรา!”

            สุ้มเสียงของมันหนักแน่นกร้าวกระด้างทั้งยังเปี่ยมไปด้วยความหยิ่งในศักดิ์ศรีซึ่งสะท้านจิตใจผู้ฟังผู้อาวุโสจากตระกูลเพลิงผลาญฟ้าก้าวมาเบื้องหน้า พร้อมกล่าววาจาอย่างอวดโอ่ว่า“ข้าคาดคิดไม่ถึงว่าในสถานที่ห่างไกลไร้ชื่อเสียงแห่งนี้จะมีมังกรอยู่อาศัย…ยิ่งกว่านั้น ยังเป็นมังกรไฟอีกด้วย! อย่างไรก็ตามด้วยร่างกายอันสูงค่าและพลังอันเปี่ยมล้นของท่านการอาศัยอยู่ในที่แห่งนี้นับว่าช่างด้อยค่ายิ่งนักหลังจากเราได้ดวงธาตุของเจ้ามาแล้วเราย่อมต้องแสดงพลังของเจ้าให้ขึ้นสู่จุดสูงสุดของอาณาจักรวายุครามนี้เจ้าเห็นเป็นอย่างไร?”

            ผู้อาวุโสเฟินม่อหลีแห่งตระกูลเพลิงผลาญฟ้ามีบุคลิกลักษณะอวดโอ่ถือดีมันไม่ทันกล่าวถึงครึ่งประโยคก็เอ่ยวัตถุประสงค์แท้จริงออกมาการกระทำของมันแสดงออกถึงความมุ่งมั่นเอาชนะประดุจดังดวงธาตุสัตว์อสูรลมปราณล้วนเป็นสิ่งของในกระเป๋าของมันกระนั้นจากระดับพลังลมปราณที่มังกรไฟได้ปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่นี้ มันสมควรเป็นสัตว์อสูรลมปราณระดับเก้าในชั้นลมปราณฟ้าไม่น่าแปลกใจอันใดต่อระดับสติปัญญาที่สั่งสมมาของมัน ทว่า ตัวเฟินม่อหลีเองมันได้เข้าสู่ขั้นที่สิบของระดับชั้นปราณฟ้ามากว่าเจ็ดปีในฐานะบุคคลซึ่งกำลังจะก้าวเข้าสู่ชั้นปราณจักรพรรดิล้วนเป็นไปได้อย่างสูงที่มันสามารถล้มมังกรเพลิงตัวนี้ได้ด้วยลำพังตัวคนเดียวที่ยิ่งกว่านั้น ยังคงมียอดยุทธ์ลมปราณฟ้าจากตระกูลของมันมาเสริมกำลังอีกถึงสี่คน

            ขณะเดียวกัน วรยุทธ์ของตระกูลมันเคล็ดวิชาเพลิงผลาญฟ้ายิ่งส่งเสริมให้พวกมันสามารถต่อกรกับสัตว์อสูรธาตุไฟได้เป็นอย่างดี

            คำพูดของเฟินม่อหลีจุดประกายไฟแห่งความคั่งแค้นต่อมังกรไฟในทันทีเปลวเพลิงที่ปลายหางและปีกทั้งสองของมันพลันลุกโชนในชั่วพริบตาอุณหภูมิรอบข้างพลันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วพร้อมกับความโกรธแค้นของมัน“เจ้ามนุษย์โลภโมโทสันเจ้าจะต้องจ่ายค่าตอบแทนอย่างสาสมต่อความอวดผยองและความกระหายอยากได้ของเจ้าราชาเช่นเราจะเผาพวกเจ้าให้เป็นเถ้าถ่าน!”

            มังกรเพลิงพิโรธกระพือปีกอย่างดุร้ายร่างกายใหญ่โตมโหฬารของมันลอยขึ้นเหนือพื้นดินตรงเข้าจู่โจมมนุษย์ทั้งห้ากลางท้องฟ้า

            “โจมตี!!”

            ด้วยเสียงคำรามต่ำจากผู้อาวุโสของตระกูลผู้คนทั้งห้ากระจายกำลังออกในทันทีเรียงตัวอยู่รายล้อมมังกรไฟตามลำดับอย่างพร้อมเพรียงกันเมื่อมังกรไฟคำรามอย่างดุร้าย เปลวเพลิงสีแดงฉานห้าสายพลันแผ่พุ่งออกจากตัวของมันปะทุกระจายออกเป็นเปลวไฟมังกรห้าสายแยกเขี้ยวขย้ำใส่ยอดยุทธ์ทั้งห้าโดยพร้อมเพรียงคลื่นอากาศอบอ้าวส่งผลให้หยุนเช่อหลั่งเหงื่ออย่างอึดอัดคับข้องแม้จะอยู่ห่างออกไปเป็นระยะทางกว่าหนึ่งลี้

            นอกเหนือจากเฟินม่อหลีเหล่าบุคคลทั้งสี่ล้วนถูกกระแทกปลิวถอยไปเมื่อเปลวไฟมังกรนั้นปะทะเข้ากับเกราะพลังลมปราณของพวกมันเฟินม่อหลีใช้พลังลมปราณของมันบีบบังคับมังกรเปลวเพลิงสลายตัวไปจากนั้นชายชราเปล่งเสียงขู่คำราม ร่างกายของมันกลับกลายเป็นเพียงเงาภาพติดตาเมื่อมันพลันปรากฏกายเข้าถึงร่างกายอันใหญ่โตของมังกรเพลิงได้ในพริบตาต่อมาดาบยาวในฝ่ามือของมันตวัดผ่าลงครอบคลุมทั่วแผ่นฟ้าจากนั้นปรากฏเสียงโลหะกระทบกันอันแสนเสียดแทงแก้วหูผู้คนพร้อมๆกับคมดาบนับร้อยพันตวัดฟันเชือดเฉือนลงบนร่างมังกรเพลิงดุจห่าฝน

            มังกรเพลิงผู้เคียดแค้นตวัดพลิกร่างของมันอย่างฉับพลันปลายหางขนาดยักษ์ของมันบดขยี้ลงบนร่างของเฟินม่อหลีด้วยพลังทำลายมหาศาลเฟินม่อหลีพลันเอนร่างไปด้านหลังพร้อมเกร็งพลังป้องกันยังเบื้องหน้าของตนอย่างรวดเร็วด้วยเสียงตูมดังสนั่นปลายหางมังกรอันมโหฬารปะทะเข้ากับเกราะลมปราณป้องกันของเฟินม่อหลีส่งผลให้เกราะลมปราณแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยดุจดังแผ่นกระจกโปร่งใสแตกทำลายเฟินม่อหลีถอยกายไปเบื้องหลังอย่างรวดเร็วด้วยใบหน้าตื่นตระหนกดุจถูกผีหลอก พร้อมทั้งตะโกนเสียงดังอย่างเร่งร้อน“ร่างกายของมันแข็งแกร่งเกินไป อย่าได้เข้าใกล้!!”

            เมื่อเหล่ากำลังสนับสนุนชั้นลมปราณฟ้าทั้งสี่คนได้ยินดังนั้นพวกมันล้วนหยุดยั้งลงในทันที บนฝ่ามือของทุกผู้คนพลันปรากฏดาบยาวเปลวเพลิงโลมเลียอยู่บนด้ามดาบของพวกมันทั้งสี่

            “ดาบเพลิงผลาญฟ้า —– เพลิงมังกรสมุทร!!”

            “ดาบเพลิงผลาญฟ้า—– พันอาทิตย์แผดเผา!!”

            “ดาบเพลิงผลาญฟ้า —– เปลวอัคคีผ่าปฐพี!!”

            “ดาบเพลิงผลาญฟ้า —–หลอมอาทิตย์ผลาญเมฆา!!”

            ทั้งสี่ล้วนมาจากตระกูลเดียวกันทั้งยังเป็นพี่น้องร่วมสายเลือด พวกมันล้วนเติบโตมาด้วยกัน ฝึกฝนวรยุทธ์ร่วมกันดังนั้นพวกมันล้วนคุ้นเคยอย่างยิ่งต่อการลงมือของอีกฝ่ายจิตใจของพวกมันล้วนสื่อถึงพี่น้องทั้งหมดใบดาบทั้งสี่ถูกยกขึ้นมาและฟาดฟันใส่มังกรเพลิงที่ระยะสิบเมตรทางเบื้องหน้าแทบจะในจังหวะเดียวกันรังสีดาบอันน่ากลัวก่อเกิดคลื่นอากาศเป็นระลอกอย่างชัดแจ้งเมื่อถูกสะบัดตรงเข้าใส่ร่างของมังกรเพลิงหนึ่งดาบเชือดเฉือนจากด้านซ้าย หนึ่งดาบฟาดฟันจากด้านขวาหนึ่งดาบกรีดวาดจากเบื้องบน อีกหนึ่งดาบโจมตีจากเบื้องล่างทุกดาบปิดผนึกการเคลื่อนไหวทั้งถดถอยและเดินหน้าของมังกรเพลิงไว้ทุกเส้นทาง

            ตูม! ตูม! ตูม! ตูม!

            ร่างกายของมังกรเพลิงใหญ่โตมโหฬารส่งผลให้การเคลื่นไหวของมันขาดความแคล่วคล่องรังสีดาบทั้งสี่เส้นล้วนโจมตีเข้าสู่ผิวหนังของมันพร้อมทั้งทิ้งร่องรอยขูดขีดบางเบาลงบนเกล็ดทั้งยังส่งผลให้มังกรเพลิงเสียการทรงตัวเฟินม่อหลีที่ไม่ทราบปรากฏขึ้นเหนือศีรษะของมังกรเพลิงแต่เมื่อใดพลันเปิดการโจมตีอย่างรุนแรงเข้าที่ศีรษะของมังกรดาบของมันตวัดฟาดลงด้วยพลังการโจมตีมากมายมหาศาลกระทบลงบนศีรษะของมังกรเพลิงโดยแรง

            “ฟู่วววววว!!!”

            มังกรเพลิงเปล่งเสียงคำรามอย่างโกรธแค้นเนื่องมาจากความเจ็บปวดที่ได้รับผิวกายของมันพลันระเบิดกลุ่มก้อนพลังเปลวเพลิงอันร้อนแรงแผดเผาออกมารอบข้างอย่างกะทันหันคลื่นความร้อนเข้มข้นผลักดันผู้คนทั้งห้าให้ปลิวถอยออกไปไกลในทันทีทันใดแม้ว่าเคล็ดวิชาเพลิงผลาญฟ้าของตระกูลพวกมันสามารถทำให้พวกมันทนทานต่อความร้อนได้ในระดับหนึ่งทว่าพวกมันยังคงไม่สามารถต่อต้านเปลวไฟได้ทั้งหมด ทั้งห้าคนรุกเข้ามาอีกครั้งหลังจากถูกกระแทกถอยไปโดยไม่ต้องการให้มังกรเพลิงได้มีเวลาพักหายใจแม้เพียงนิดรังสีดาบที่ดูคล้ายสามารถฟาดฟันฉีกกระชากได้แม้แต่อากาศธาตุล้วนพร่างพรมลงใส่ร่างกายของมังกรเพลิงครั้งแล้วครั้งเล่า

            เคร้ง! ตูม ! บึ้ม! ซู่มม~~~~

            สุ้มเสียงของรัศมีดาบตัดผ่านอากาศเสียงของเปลวเพลิงระเบิดปะทุเสียงแสบแก้วหูของการปะทะพลัง…ล้วนดังสะท้อนไกลไปทั่วทั้งอาณาบริเวณเทือกเขามังกรแดงเหล่าสัตว์อสูรลมปราณระดับต่ำในบริเวณโดยรอบล้วนอาละวาดหลบหนีด้วยความหวาดกลัวเนินดินเล็กๆล้วนถูกบดขยี้ลงเนินแล้วเนินเล่าแม้แต่พื้นดินล้วนถูกแต่งแต้มไปด้วยริ้วรอยแตกระแหงหยุนเช่อซ่อนกายอยู่ห่างไกลพร้อมทั้งกลั้นใจเฝ้าดูการต่อสู้ของระดับชั้นลมปราณฟ้ารูปแบบการจู่โจมและการต่อสู้ล้วนหาดูได้อย่างยากเย็นแม้แต่ในประวัติศาสตร์ของจักรวรรดิวายุครามทว่า ณ ขณะนี้ กลับถูกชายหนุ่มผู้หนึ่งเฝ้าสังเกตการณ์ชายหนุ่มธรรมดาที่เพียงสำเร็จวรยุทธ์ขั้นที่สี่ในระดับชั้นลมปราณแรกเริ่มเท่านั้น

            หยุนเช่อไม่กล้าเข้าใกล้เนื่องเพราะไม่ว่าจะสัมผัสถูกเปลวไฟของมังกรหรือคลื่นพลังดาบของตระกูลเพลิงผลาญฟ้าหรือแม้แต่เพียงคลื่นพลังที่หลงเหลือมา แน่นอนว่าชายหนุ่มล้วนต้องตกตายอย่างไม่ต้องสงสัย

            การต่อสู้ยิ่งมายิ่งดุร้ายรุนแรงอุณหภูมิโดยรอบยิ่งมายิ่งพุ่งสูงขึ้นพลังของมังกรเพลิงแน่นอนว่าแข็งแกร่งอย่างไร้ข้อกังขา ทว่าเมื่อเผชิญพบคู่ต่อสู้ในระดับพลังขั้นเดียวกันถึงสี่คนมันนับว่าเสียเปรียบแต่แรกเริ่ม อย่างไรก็ตามมันยังคงมีร่างกายที่แข็งแกร่งที่มนุษย์ไม่สามารถมีได้ ดังนั้นแม้ว่าผู้คนทั้งห้าจากตระกูลเพลิงผลาญฟ้าจะนับว่าอยู่ในตำแหน่งได้เปรียบทว่ายังคงไม่สามารถทำอันตรายแก่มังกรเพลิงได้ภายในเวลาอันสั้นอย่างแน่นอน

            “ดูท่าว่าอีกเพียงไม่นานมังกรเพลิงตัวนี้ต้องถูกพวกมันพิชิตได้อย่างแน่นอน” หยุนเช่อพึมพำอย่างแผ่วเบา

            “เช่นนั้นเจ้ากำลังดูถูกมังกรอย่างยิ่ง”จัสมินกล่าวด้วยเสียงเย็นชาประดุจน้ำแข็ง “แม้ว่ามันจะเป็นเพียงมังกรระดับต่ำทว่ามันยังคงเป็นมังกรโดยแท้จริง! มิใช่มังกรกลายพันธุ์เช่นมังกรน้ำหรือมังกรดินโดยทั่วไป มังกรสายพันธุ์แท้กอปรด้วยสติปัญญาอันสูงส่งมันยังสามารถปิดกั้นพลังที่แท้จริงเพื่อป้องกันตนเองได้มนุษย์เหล่านี้ล้วนคาดคิดว่ามันเพียงเป็นสัตว์อสูรมังกรระดับชั้นลมปราณฟ้าเพียงเท่านั้นด้วยเหตุนี้ พวกมันเพียงนำพาผู้คนที่มีพลังฝีมือระดับครึ่งก้าวลมปราณจักรพรรดิมาเพียงหนึ่งคน ทว่าโชคร้ายอย่างยิ่ง สัตว์อสูรมังกรตัวนี้อย่างน้อยต้องเป็นสัตว์อสูรลมปราณระดับจักรพรรดิอย่างแท้จริง แน่เสียยิ่งกว่าแน่!”

            สีหน้าของหยุนเช่อเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

            “ตอนนี้มันเพียงกำลังเล่นสนุกกับเหล่าศัตรูโดยแกล้งทำเป็นอ่อนแอเพียงเท่านั้น จากนั้นมันจะวางกับดักให้เหล่าศัตรูต้องตกตายโดยถ้วนหน้าชั่วเวลาที่มันเผยคมเขี้ยวอันแท้จริงออกมา มนุษย์ทั้งห้าคนนี้รวมทั้งผู้ซึ่งอยู่ในขั้นครึ่งก้าวสู่ปราณจักรพรรดิผู้นั้น…สมควรไม่มีความหวังรอดชีวิตออกไปจากที่นี่”

            เมื่อหยุนเช่อได้ฟังคำพูดนี้หัวใจกลับกลายเป็นเย็นเฉียบมังกรตนนี้กลับเจ้าเล่ห์ร้ายกาจอย่างเหลือเชื่อถึงเพียงนี้!

            เมื่อการสัประยุทธ์ทวีความเข้มข้นรุนแรงขึ้นสนามต่อสู้ค่อยๆ เบี่ยงเบนไปทางทิศใต้ชักนำพวกมันออกห่างจากปากถ้ำยิ่งขึ้นเรื่อยๆ เห็นได้ชัดเจนว่ามังกรเพลิงจงใจสร้างสถานการณ์เพื่อป้องกันผลกระทบจากการต่อสู้ในการสร้างความเสียหายต่อถ้ำที่มันอาศัยอยู่…

            เอ๋? ถ้ำ?

            สายตาของหยุนเช่อพลันเปลี่ยนทิศทางจับจ้องไปยังปากถ้ำอย่างแน่วนิ่ง

            มันเป็นถ้ำที่มังกรที่แท้จริง…หรือยิ่งกว่านั้นถ้ำที่มังกรระดับปราณจักรพรรดิอาศัยอยู่!

            คำกล่าวเรียกของเทือกเขามังกรแดงไม่ทราบนับเริ่มจากที่ใดทว่าล้วนมิใช่เพิ่งกล่าวเริ่มมาในระยะไม่กี่ร้อยปีนี้อย่างแน่นอนนี่ย่อมหมายความว่ามังกรเพลิงได้มาอาศัยอยู่ยังถ้ำแห่งนี้มาหลายร้อยปีแน่นอนว่าอายุขัยของมังกรยาวนานยิ่งกว่านั้น พวกมันอาจสามารถอยู่ได้นานกว่าพันปีการที่พวกมันอาจอยู่ได้นับพันปีมิใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้มังกรนับเป็นสัตว์อสูรลมปราณอันสูงส่งดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะยอมอาศัยอยู่ภายในพื้นที่ปกติธรรมดาโดยทั่วไปอาจบางที คงมีสมบัติวิเศษหรือของล้ำค่าหายากอันใดซุกซ่อนอยู่ภายในถ้ำทำให้มันไม่อาจตัดใจจากไป!!

            และต่อให้ไม่มีมันอาศัยอยู่ที่นี่มานาน ย่อมต้องลอกคราบผลัดเปลี่ยนเกล็ดมังกรหนังมังกรอยู่บ้าง? และสิ่งของบนร่างมังกรนั้นต่อให้เป็นคราบที่ลอกออกมา ก็ยังนับเป็นของล้ำค่า!

            หยุนเช่อในปัจจุบันมีพลังฝีมืออยู่ในระดับขั้นสี่ชั้นลมปราณแรกเริ่มนี่ล้วนเป็นผลสำเร็จจากระยะเวลาสี่เดือนที่ผ่านมาแม้ว่าความก้าวหน้าระดับนี้นับว่าเพียงพอต่อการสร้างความตื่นตะลึง ทว่ายังคงไม่มีสิ่งใดแตกต่างจากก่อนหน้านี้ความแข็งแกร่งของชายหนุ่มยังคงอยู่ในระดับต่ำสุดของที่สุดภายในอาณาจักรวายุครามแห่งนี้หากภายในถ้ำนี้กลับมีสมบัติวิเศษหายากอันใดขึ้นมาจริงเช่นนั้นอาจเป็นไปได้ว่ามันสามารถสร้างความก้าวหน้าในการฝึกฝนให้แก่ชายหนุ่มอย่างใหญ่หลวงได้

            หลังจากชายหนุ่มกวาดสายตาสำรวจการล่องหนของตนเองอย่างรวดเร็วรอบหนึ่งหยุนเช่อพลันขบฟันแนบแน่น ช่างแม่ม! ผลประโยชน์มหาศาลยอมมาพร้อมความเสี่ยงหากท่านหวาดหวั่นแม้เพียงนิดย่อมต้องปล่อยให้โอกาสดีเบื้องหน้าหลุดลอยไปอย่างแน่นอน คนขลาดย่อมไม่อาจกะเทาะเปลือกของตนเพื่อขึ้นสู่จุดสูงสุดได้ตลอดชีวิต!

            นอกจากนี้ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงความรู้สีกพิเศษเป็นความรู้สึกอันคลุมเครือจนยากบ่งบอกบรรยาย…สิ่งนั้นที่เรียกหาชายหนุ่มก่อนหน้านี้อยู่ภายในถ้ำเบื้องหน้านี้เอง!!

            “เจ้าจะทำอะไร?” จัสมินทวงถามเมื่อนางเห็นหยุนเช่อพลันดีดตัวขึ้นกะทันหันด้วยประกายตาแวววับ จ้องมองไปยังปากถ้ำเบื้องหน้า

            “ข้ากำลังจะแฝงตัวเข้าไปในถ้ำนั่นเพื่อสำรวจดู!ในเมื่อนั่นคือรังของมังกร มันอาจมีสมบัติล้ำค่าอยู่ก็ได้” หยุนเช่อให้เหตุผล

            “เฮอะ อย่างที่คาดมนุษย์ล้วนเต็มไปด้วยความละโมบ!เศษพลังของพวกมันล้วนปลิวว่อนไปทั่วทุกทิศทางหากเจ้าเพียงสัมผัสโดนแม้เพียงน้อย เจ้าล้วนต้องตกตายในพริบตา!เจ้าไม่สนใจชีวิตของเจ้าจริงๆ? ”

            “วางใจเถอะด้วยความสามารถล่องหนสมบูรณ์แบบของหญ้าซ่อนดาราแม้แต่ยอดฝีมือระดับลมปราณจักรพรรดิยังไม่อาจค้นพบ! สถานที่ประมือของพวกมันตอนนี้ห่างไกลจากถ้ำมากนัก อันตรายใดที่ข้าอ้อมให้ไกลจากพวกมันไว้ข้ามั่นใจว่าข้าไม่มีทางถูกลูกหลงแน่นอน”

            “เพียงชั่วครู่ก่อนหน้านี้เราเจ้าหญิงเพิ่งกล่าวกับเจ้าว่ามังกรมีสติปัญญาสูงส่งถึงแม้ว่าในถ้ำของมันจะมีสมบัติอยู่จริงย่อมมิใช่สิ่งของที่เจ้าสามารถครอบครองได้โดยง่ายแน่นอน”

            ทว่าหยุนเช่อเมินเฉยต่ออาการต่อต้านของจัสมินโดยสิ้นเชิงเมื่อชายหนุ่มซ่อนเร้นกลิ่นอายและตัวตนอย่างระมัดระวังเขาเคลื่อนกายไปทางด้านซ้ายของภูเขาโดยอ้อมทางไปไกลและวกกลับมายังทิศทางของปากถ้ำมังกร

    คล้ายกับเรื่องอสูรพลิกฟ้า ( Against the Gods ) ที่คุณอ่าน