ฤทธิ์กระบี่เทพมารราคะสยบปฐพี..!!

    บทที่ 72 โหดเหี้ยม..ไร้ปรานี

            เว่ยเซี่ยเดินออกมาจากห้องพักของมัน ก่อนจะพุ่งตรงไปหาฟางเหนียง ซึ่งยามนี้ไม่รู้ว่านางอยู่แห่งหนไหน มันจึงได้เอ่ยถามทุกคนที่มันพบเจอ


            "เฮ้ย..! พวกเจ้าทั้งสองเห็นท่านแม่ของข้าหรือไม่"


            เว่ยเซี่ยเอ่ยถามชาวยุทธ์ชายสองคนที่เดินผ่านมา ด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว และใบหน้าที่ดุดันน่ากลัว ผิดกับเว่ยเซี่ยคนก่อนลิบลับ และนั้นก็ที่ทำให้ชาวยุทธ์ทั้งสองเกิดความรู้สึกตื่นกลัวอย่างประหลาด


            "มะ…มารดาเจ้ารึ..? พวกข้าไม่รู้ ไม่เห็นหรอก" คนหนึ่งตอบด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ก่อนที่สหายอีกคนของมันจะรีบฉุดแขนให้รีบเดินหนีออกไป เว่ยเซี่ยรู้ผิดหวังเป็นอย่างยิ่ง แถมมีความไม่สบอารมณ์เพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ ก่อนที่มันจะเดินกระทืบเท้าอย่างงุ่นง่านเพื่อไปสอบถามคนอื่นต่อ


            "มารดาเจ้าหรือ..!! มะ...ไม่ ไม่ ข้าไม่ทราบสิ่งใดทั้งนั้น อย่ามายุ่งกับข้า"


            "ว้าย…!! คุณชายเหตุใดท่านถึงกล่าววาจา ป่าเถื่อนน่ากลัวเช่นนี้ ข้าไม่ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่าจอมยุทธ์หญิงฟางเหนียงอยู่ที่ใด"


            คนแล้วคนเล่าที่ส่ายหน้ากล่าวตอบเว่ยเซี่ย บางคนดูหวาดกลัว และดูเหมือนจะไม่รู้จริง ๆ ทว่า….ผิดกลับหลายคนที่ดูมีพิรุธ คล้ายจงใจปิดบังความจริง ก่อนที่พวกมันจะพากันวิ่งหนีหายไป


            "ว้อยยยย…!! พวกมันเป็นบ้าอันใดกันวะ แค่บอกว่าแม่ข้าอยู่ที่ใด มันจะตายกันหรือ ทำไมต้องทำเป็นมีลับลมคมในกันด้วย" เว่ยเซี่ยส่งเสียงคำรามดังลั่นด้วยความเดือดดาล ก่อนที่ในยามนั้น สายตาของมันจะเหลือบไปเห็นคนอีกกลุ่มกำลังเดินตรงมา พวกมันดูเหมือนจะอารมณ์ดีหัวร่อกันอย่างสบายใจ ซึ่งคนเหล่านี้ก็มิใช่ใครที่ไหน หากแต่เป็นกลุ่มของเจ้า มู่ฮวยฮงนั้นเอง


            "ฮ่าๆๆๆ เจ้ากล่าวได้ถูกใจข้ายิ่งนัก งั้นคืนนี้เดี๋ยวข้าจะพาพวกเจ้าไปหอ…หือ? "


            ในขณะที่เจ้าฮวยฮงกำลังจะเอ่ยปากพูดบางอย่างกับลูกคนสนิท สายตาของมันก็มองมาเห็นเขากับร่างของ เว่ยเซี่ยเข้าพอดิบพอดี รอยยิ้มน่าเกลียดเจ้าเล่ห์พลันเผยขึ้นที่มุมปากของเจ้าฮวยฮง ก่อนที่มันจะก้าวเท้าเดินตรงเข้าไปหาเว่ยเซี่ย


            "โอ้ โอ้ โอ้ ดูสิพวกเรา ว่าข้าพบใครมายืนอยู่ตรง นี่มันเว่ยเซี่ยบุตรชายของพี่สะใภ้ข้ามิใช่รึ น่าแปลกยิ่งนักมันหายแล้วหรือเนี่ย…"


            คำกล่าวของเจ้ามู่อวยฮงทำเอาเว่ยเซี่ยถึงกับขมวดมุ่นคิ้วด้วยความงุนงง


            "พี่สะใภ้..? เจ้าหมายถึงผู้ใด.." เว่ยเซี่ยเอ่ยถามด้วยเสียงราบเรียบ หากเป็นผู้ฟังมีวรยุทธ์ต่ำต้อย มันจะไม่รู้สึกอันใด ทว่า…หากเป็นผู้ฝึกวรยุทธ์ขั้นกลางขึ้นไปนั้น มันจะรู้สึกเสียวสันหลังวาบ เพราะในเสียงที่เปล่งนั้นมีพลังปราณบางอย่างอันน่าสะพรึงกลัวแฝงเร้นอยู่


            "คะ….คุณชายขอรับ ข้าว่าพวกเรารีบไปจากที่นี่กันเถิด อย่ามัวไปสนทนากับเจ้านี่เลย" ผู้เอ่ยปากขึ้นไม่ใช่ใครที่ไหนเจ้า ลั่วอิง ที่เคยโดนเว่ยเซี่ยเล่นงานไปก่อนหน้านี้นี่เอง ซึ่งเจ้าหยิ่งเฉินก็ยืนอยู่ใกล้กัน มันเองก็สัมผัสได้ถึงพลังปราณอันน่าขนลุกที่แผ่ออกมาจากร่างของเว่ยเซี่ย มันคิดในใจว่าประหลาดนักเพราะเมื่อ สามวันก่อนที่ประมือกัน เจ้าเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไม่ได้มีพลังประหลาดเช่นนี้ แถมมันยังดูแข็งแรงกว่าเดิมไม่เหมือนคนที่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย


            "พวกเจ้าเป็นอันใดกันไปหมด..!!" เจ้ามู่ฮวยฮงส่งเสียงตวาดพวกมันดังลั่น


            "แค่โดนเล่นงานไปทีเดียว พวกเจ้าถึงกับกลัวมันจนหัวหดเลยรึ น่าสมเพชยิ่งนัก…!!"


            เจ้ามู่ฮวยฮงหันไปดุด่าสองผู้คุ้มกันร่างใหญ่ ทั้งสองราวกับเป็นหมูเป็นหมา ก่อนที่เว่ยเซี่ยจะเอ่ยเสียงเนิบขึ้นอีกครั้ง


            "เลิกดุด่าพวกมันได้แล้ว ตอบข้ามา ผู้ใดคือพี่สะใภ้เจ้า..? และมารดาของข้าอยู่ที่ไหน…"


            "โอ๊ะ.! ข้าลืมเจ้าไปเลย ในเมื่อเจ้าถาม ข้าก็ยินดีที่จะตอบ ผู้ใดกระนั้นรึคือพี่สะใภ้ของข้า…นางผู้นั้นก็คือ มารดาของเจ้ายังไงล่ะเจ้าโง่ ฮ่าๆๆๆๆๆ เจ้ามัวแต่นอนเจ็บอยู่คงไม่รู้เรื่องรู้ราวเลยสินะ ว่าหลังจากพวกเราโค่นพรรคมารสำเร็จ พี่ใหญ่ของข้าก็จะแต่งงานกับมารดาเจ้าเพื่อรวบรวมพรรคธรรมะให้เป็นปึกแผ่น และยามนี้ทั้งสองก็กำลังเก็บตัวฝึกวิชาในคัมภีร์เก้าเอ็นกับเก้าเตียงกันสองต่อสองด้วย เอ๋….แต่ข้าก็ไม่รู้หรอกนะว่า ทั้งสองฝึกวิชากันอย่างเดียว หรือ…..ทำอย่างอื่นกันด้วย ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆ "


            วาจาที่เจ้ามู่ฮวยฮงเอ่ยออกมาทั้งหมดนั้น มิได้ต่างจากการเอาน้ำมันไปราดกองเพลิงที่ลุกโหมอยู่ก่อนแล้วแม้แต่น้อย ปราณราคะ ปราณโทสะในกายของเว่ยเซี่ยเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ มันมากล้นจนแทบจะทำให้เว่ยเซี่ยมิอาจคุมสติของตนได้อีกต่อไปแล้ว


            "ช่างโง่เขลาแท้ เจ้าเด็กน้อยเอ่ย ทีแรกข้าคาดว่าเจ้าเว่ยเซี่ยจะค่อย ๆ ซึมซับจิตปราณราคะแท้ ๆ แต่เจ้ากลับทำให้มันกลายเป็นมาร เร็วขึ้น เช่นนั้นก็เตรียมรับผลที่จะตามมาเถิด..."


            เจ้ากระบี่เทพมารราคะเอ่ยขึ้นเบา ๆ กับตัวมันเองภายในจิตอันดำมืดของเว่ยเซี่ย


            "นะ….นายน้อยรีบไปกันเถิด ท่าจะไม่ดีแล้ว ไอ้เด็กนี้มันยิ่งมีท่าทางแปลก ๆ หนักขึ้นกว่าเดิม" เสียงของเจ้าหยิ่งเฉินกล่าวเตือนอีกครั้ง ทว่า….เหมือนเสียงนั้นจะไร้ความหมายสำหรับเจ้าฮวยฮงไปเรียบร้อย


            เจ้าคุณชายสามแห่งสำนักกระบี่เก้าเทวฤทธิ์ยังคงเดินเข้าไปหาเว่ยเซี่ยพร้อมสีหน้า ดูถูกเหยียดหยัน และคำพูดพล่ามถึงฟางเหนียง กับพี่ชายของมันสารพัด และนั้นเองก็เป็นการทำผิดพลาดครั้งร้ายแรงที่สุดในชีวิตของมัน….


            "นายน้อยระวัง….!!!"


            เจ้าลั่วอิงตะโกนสุดเสียง ก่อนที่มันจะพลันพุ่งเข้าไปเร็วสุดเท่าที่มันจะทำได้


            เพียงชั่วพริบตาเดียวโลหิตสีแดงฉานก็สาดกระเซ็นเต็มหน้าของเจ้ามู่ฮวยฮง ทว่า..นี้มิใช่โลหิตของมันหากแต่เป็นของเจ้าลั่วอิงต่างหาก โลหิตที่พุ่งออกมาจากแขนซึ่งโดนเว่ยเซี่ยใช้กระบี่เทพมารราคะตัดจนขาดกระเด็น ในไม่กี่นาทีต่อมามันก็กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัส ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็พากันนิ่งอึ้งกันไปชั่วขณะ ก่อนที่เจ้าหยิ่งเฉินจะตั้งสติได้ และ พลันพุ่งเข้าไปหาเว่ยเซี่ยด้วยความโกรธจนขนาดสติ


            "แกตาย…!!! ไอ้เด็กเวร…!!"


            ทว่า….ยังไม่ทัน ที่ผู้ใดจะได้กะพริบตา ศีรษะของเจ้าหยิ่งเฉินก็พลันขาดสะบั้นออกจากร่าง ลอยไปตกด้านหลังของเว่ยเซี่ย


            "เหวอออออออ..อออออ….!!! มาร มันกลายเป็นมารไปแล้ว…ใครก็ได้ช่วยด้วย"


            เจ้ามู่ฮวยฮงถึงกับล้มก้นจ้ำเบ้าลงกับพื้นก่อนจะแหกปากร้องออกมาเสียงดัง แถมฉี่ยังราดรดกางเกงอีกด้วย สีหน้าของมันซีดเผือด ตัวสั่นระริก ส่วนลูกน้องคนอื่น ๆ ต่างก็พากันวิ่งหนีกระเจิดกระเจิง แม้กระทั่งเจ้าพ่อบ้านจอมสอพลอ ฮานลู่ มัน เองก็ยังวิ่งไปแอบด้านหลังเสาที่อยู่ห่างออกไปด้วยความหวาดกลัว


            เว่ยเซี่ยค่อย ๆ เดินเข้ามาหาเจ้ามู่ฮวยฮง ก่อนจะยกกระบี่เทพมารราคะสีดำทะมึนมาจ่อที่คอ และเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งอย่างเย็นชา


            "ข้าจะถามเจ้าอีกครั้งเดียว…มารดาของข้าอยู่ที่ใดตอบมา แล้วข้าจะเมตตาส่งเจ้าไปปรโลกโดยไว"


            ยามนี้สายตาของเว่ยเซี่ยแดงก่ำ สาดประกายของความเป็นมารอย่างน่าสะพรึงกลัว และไม่ต้องสงสัยในคำที่เปล่งออกมาเลยแม้แต่น้อย เว่ยเซี่ยยามนี้สามารถสังหารเจ้ามู่ฮวยฮงโดยไม่ต้องกะพริบตาด้วยซ้ำ ทว่า…..ในตอนนั้นเองก็ได้มีเสียงของสตรีผู้หนึ่งตวาดดังขึ้น


            "หยุดเดี๋ยวนี้นะ เว่ยเซี่ย…!!"


            นางจะเป็นผู้ใดกัน?


            โปรดติดตามบทต่อไป…

    คล้ายกับเรื่องฤทธิ์กระบี่เทพมารราคะสยบปฐพี..!! ที่คุณอ่าน