ราชันเพลิงผลาญพิภพ

    ฟางเฉินลงมือ

    บนสนามประลองอัจฉริยะจากสำนักอู่และสำนักเว่ยเริ่มลงมือต่อสู้กันอย่างดุเดือด ทั้งสองต่างก็มีจิตวิญญาณระดับสูงทั้งคู่ พวกเขาต่างก็ต้องการแสดงพลังของตัวเองเพื่อดึงดูดความสนใจขององค์หญิงทั้ง 4 และหญิงสาวที่งดงามอย่างเย่เซียน“ท่านเจ้าสำนัก ข้าได้ข่าวมาว่ามีศิษย์หลักคนหนึ่งของเราที่กลายเป็นคนพิการคนหนึ่งเพราะชายที่ชื่อฟางเฉินนั่นไม่ใช่เหรอ” ศิษย์หลักที่แข็งแกร่งที่สุดของสำนักเว่ยกล่าว“ม่อเอ้อ เจ้าหมายความว่าเรื่องนั้นเป็นฝีมือของเจ้าเด็กนั่นงั้นเหรอ” เจ้าสำนักเว่ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา“ใช่แล้วท่านเจ้าสำนักข้าเองก็ได้ข่าวมาว่าเป็นมันนั่นแหละ เจ้านั่นมันฝึกฝนทักษะที่แปลกประหลาดบางอย่างและสามารถผนึกการเคลื่อนใหวของศิษย์หลักเราทั้ง ๆมันอยู่แค่ระดับจิตวิญญาณเท่านั้น” ศิษย์หลักอีกคนกล่าว“ทักษะด้าย ใช้แล้วเห็นว่าคนที่พิการบอกว่าเจ้านั่นสามารถควบคุมทักษะด้าย และด้วยสถานการณ์ในตอนนั้นมีต้นไม้และเป็นกลางคืนทำให้พวกเขาไม่สามารถมองเห็นการโจมตีของอีกฝ่าย” ศิษย์หลักอีกคนกล่าว“ถ้าเป็นเรื่องจริงข้าก็คงไม่สามารถปล่อยเจ้านั่นได้แล้ว พวกเจ้าไปสั่งสอนมันซะ ด้วยสนามประลองที่โล่งแบบนี้มันไม่มีทางใช้ทักษะด้ายแน่” เจ้าสำนักเว่ยยิ้มออกมาอย่างชั่วร้าย“รับทราบ” ศิษย์หลักคนหนึ่งลุกขึ้นยืนและเดินไปยังสนามประลองอีกที่ ซึ่งในบริเวณนี่มีสนามประลองถึง 4 แห่ง และสนามประลองนี้ยังตั้งอยู่ใจกลางงานเลี้ยงน้ำชา“ฟางเฉินข้าฝู่เค่อขอท้าประลองกับเจ้า” ศิษย์หลักอันดับ 5 ของสำนักเว่ยกล่าวด้วยสีหน้าดูถูกเมื่อมองไปยังฟางเฉิน“หืม สำนักเว่ยเริ่มท้าประองสำนักจู่หลงแล้วเหรอ” องค์ชายอาณาจักรฉินกล่าว“มันเป็นเรื่องปกติสำนักจู่หลงอ่อนแอลงมากและในปีนี้ยังพาศิษย์มาค่าสองคนอีกด้วย” องค์ชายอาณาจักรว่านกล่าว“หืม ผู้หญิงคนนั้นงดงามยิ่งหรือว่านางคือบุตรสาวของเจ้าสำนักเย่เทียน เย่เซียนคนนั้น” องค์ชายจากอาณาจักร“พวกเจ้าอย่าไปแตะต้องนางจะดีกว่าไม่งั้นพวกเจ้าได้มีปัญหากับสำนักจู่หลงแน่” องค์ชายอาณาจักรฮั่นกล่าว“โอ้ เรื่องนี้ข้ากพอรู้มาบ้างได้ข่าวว่ามีศิษย์หลักของสำนักเว่ยเคยตายด้วยน้ำมือของเย่เทียนมาแล้วส่วนสาเหตุเพราะต้องการลวนลามลูกสาวของเขา” องค์ชายลู่กล่าว“อะไรฟางเฉินเจ้าไม่กล้างั้นเหรอ หรือว่าศิษย์สำนักจู่หลงเป็นพวกขี้จลาดกันหมด” เมื่อเห็นว่าฟางเฉินไม่สนใจฝู่เค่อก็กล่าวเย้ยหยันอีกครั้ง“ฟางเฉินไปจัดการมันเลยไม่ต้องกลัวผลที่ตามมา” เย่เทียนกลายเป็นโกรธทันที“เฮ้อ ดูเหมือนว่าพวกเจ้านี่ไม่รู้จักเข็ดหลาบจริง ๆเลยนะ ทั้ง ๆที่เมื่อ 1 ปีก่อนข้าทำให้พวกเจ้าพิการไปแล้วคนหนึ่งแล้ว” ฟางเฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่ายแล้วลุกขึ้น“มันเป็นเจ้าจริง ๆ หนีแค้นในครั้งนั้นข้าจะเป็นคนแก้แค้นเอง” ฝู่เค่อระเบิดพลังปราณของจุดสูงสุดระดับนักรบออกมา“ฝู่เค่อมันคิดจะฆ่าอีกฝ่ายหรือยังไง อีกฝ่ายเป็นแค่นักรบขั้นกลางเองนะ” ศิษย์สำนักอู่กล่าว“ก็คงงั้น แต่มันก็แปลกอยู่แล้วที่เจ้านั่นถูกพาตัวมางานเลี้ยงน้ำชาได้” ศิษย์อีกคนของสำนักอู่กล่าวฟางเฉินเดินขึ้นไปบนสนามประลองและยืนด้วยท่าทางสบายๆ ฝู่เค่อยิ้มอย่างชั่วร้ายและพุ่งเข้าหาฟางเฉินทันที ฝู่เค่อไม่คิดจะใช้จิตวิญญาณกับฟางเฉินเพราะฟางเฉินนั้นอ่อนแอเกินไปในสายตาของฝู่เค่อ“โง่เขลา” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับยิ้มเย็นชั่วพริบตาฟางเฉินระเบิดเปลวเพลิงออกมาและบีบอัดเอาไว้ที่หมัด ฝู่เค่อตื่นตระหนกและต้องการจะหยุดแต่ทุดอย่างก็สายเกินไปหมัดของฝู่เค่อและฟางเฉินเข้าปะทะกันอย่างรุนแรง“ตูม!!!!!!!!!!!”หมัดของฟางเฉินระเบิดพลังเพลิงที่ร้อนแรงออกมาทำให้แขนข้างหนึ่งของฝู่เค่อถูกเผลาจนกลายเป็นเถ้าด่าน“อ๊ากกกกกกก” ฝู่เค่อกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด“เกิดอะไรขึ้น” เจ้าสำนักเว่ยกล่าวออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนกและรีบเข้าไปช่วยเหลือฝู่เข่อทันที“แข็งแกร่ง” องค์ชายฉินกล่าวออกมาด้วยสีหน้าจริงจัง“ฮ่า ฮ่า แบบนั้นแหละฟางเฉินเจ้าทำได้ดีมาก” เย่เทียนคำรามออกมาด้วยสีหน้ามีความสุข“เย่เทียนเจ้าหมายความว่ายังไง นี่เป็นแค่การประลองทำไมถึงได้ลงมือโหดเหี้ยมแบบนี้” เจ้าสำนักเว่ยคำรามออกมาด้วยความโกรธ“อะไรกันศิษย์ของเจ้าเป็นฝ่ายมาท้าประลองกับศิษย์ของข้าเองแล้วเจ้าจะมาโทษพวกข้าอีกงั้นเหรอ ถ้าพวกเจ้าคิดแบบนั้นก็อย่ามาท้าพวกเราสิ” เย่เทียนกล่าวพร้อมกับยิ้มออกมาฟางเฉินไม่สนใจการเถียงของทั้งสองและกลับไปนั่งจิบชาต่อเพราะโอกาสที่จะได้จิบชาดีแบบนี้หาไม่ได้ง่ายๆอีกแล้ว“เจ้าฟางเฉินมันแข็งแกร่งขนาดนั้นได้อย่างๆไร” หวู่หยานกล่าวด้วยความหวาดกลัวแม้แต่ประมุขตระกูลหวู่ยังแสดงสีหน้าเคร่งเครียดออกมา“เจ้า!!!!!!!” เจ้าสำนักเว่ยกัดฟันด้วยความโกรธ“ต่อไปข้าจะประลองเอง” ศิษย์หลักที่แข็งแกร่งที่สุดก้าวออกมา“แล้วเจ้าจะประลองกับใครละ” เย่เทียนกล่าว“ข้าเว่ยกวนขอท้าประลองกับแม่นางเย่เซียน” เว่ยกวนกล่าวด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย“ฟางเฉินออกไปจัดการมันซะ” เย่เทียนกล่าว“แต่เจ้านั่นมันต้องการท้าประลองกับศิษย์พี่ไม่ใช่เหรอ” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าแปลกใจ“ตราบใดที่ไม่มีใครโค่นเจ้าได้ก็จะไม่มีใครสามารถท้าประลองกับลูกสาวของข้าได้” เย่เทียนกล่าว“งั้นเหรอ ถ้างั้นเรามาทำข้อตกลงกันดีกว่า” ฟางเฉินกล่าว เว่ยกวนกลายเป็นโกรธอย่างมากเพราะพวกฟางเฉินเมินตนเองอย่างสมบูรณ์และกันหน้าทำข้อตกลงกันอย่างสบายใจ“ตกลง ถ้าเจ้าสามารถเอาชนะคนที่มาท้าทายได้หมดข้าจะมอบเม็ดยาระดับสูงให้เจ้า 50 เม็ด” เย่เทียนกล่าว“ถือว่าตกลงกันแล้วนะ” ฟางเฉินกล่าว“นี่พวกท่าน!!!!” เย่เซียนแสดงสีหน้าละอายออกมาเมื่อตกลงกันได้ฟางเฉินก็ลุกขึ้นยืนและเดินขึ้นไปบนสนามประลองทันที เว่ยกวนที่กำหมัดแน่นจิตสังหารที่รุนแรงปะทุออกมาเห็นได้ชัดว่าเว่ยกวนต้องการจะสังหารฟางเฉินจริง ๆแล้วตอนนี้“น่าสนใจ ชายที่ชื่อฟางเฉินคนนั้นเป็นแค่ระดับนักรบขั้นกลางแต่พลังที่ระเบิดออกมากลับไม่ธรรมดาเลย” องค์หญิงฉินกล่าว“แต่มันจบแล้ว เว่ยกวนเป็นถึงอัจฉริยะอันดับ 1 ของสำนักเว่ยเขาไม่มีทางแพ้แน่” องค์หญิงลู่กล่าว“แล้วถ้าเกิดแพ้ขึ้นมาละ ข้าละอยากรู้จริง ๆว่าจิตวิญญาณของฟางเฉินคนนั้นอยู่ระดับใหน” องค์หญิงว่านกล่าวบนสนามประลองฟางเฉินนับดาบสีดำแดงออกมา ดาบเล่มนี้มีขนาดใหญ่กว่าดาบทั่งไปและมันยังมีน้ำหนักอย่างน่าเหลือเชื่ออีกด้วยฟางเฉินไม่คิดจะประมาทเว่ยกวนอย่างแน่นอนเพราะอีกฝ่ายนั้นแข็งแกร่งอย่างมากจริง ๆ

    คล้ายกับเรื่องราชันเพลิงผลาญพิภพ ที่คุณอ่าน