[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT)

    Episode 6 เวลาแห่งการพิพากษา (4.2) (รีไรต์)

    ผมแค่ล้อเล่นเฉย ๆ แต่จองฮีวอนดันออกไปกราบไหว้มาจริง ๆ

            จองฮีวอนติดพิษที่ถูกปล่อยมาจากหมอกพิษมรณะตอนนี้เลยกำลังนั่งฉีกหนูกระชอนกินอยู่ข้าง ๆ ผมอย่างแข็งขัน

            “ว่าแต่มีใครไม่รู้ไปทำลายรูปปั้นสัมฤทธิ์คงไม่ใช่ฝีมือคุณดกจาหรอกใช่มั้ยคะ”

            “...”

            “...คุณดกจา?”

            “เรื่องนั้นช่างเถอะเริ่มเตรียมตัวกันดีกว่าครับ ใกล้จะถึงชุงมูโรแล้ว”

            ผมพูดพลางมองอุโมงค์มืด

            พวกเราเดินเท้ากันทีละก้าวมาได้อย่างปลอดภัยจากการใช้งาน[สายใยการสื่อสารอันหลากหลาย] ของอีกิลยอง และนี่ก็ผ่านมาได้ยี่สิบนาทีแล้ว

            พิจารณาจากระยะทางระหว่างสถานีมหาวิทยาลัยทงกุกจนถึงชุงมูโรซึ่งห่างกันไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรนี่ก็น่าจะถึงเวลาแล้วที่ ‘สิ่งนั้น’ จะปรากฏขึ้น

            [ซีนาริโอย่อยใหม่มาถึงแล้ว!]

            นึกแล้วเชียวมันดังขึ้นมาก่อนผมจะทันได้คิดจบเสียอีก

            “ทุกคน ถอยไปข้างหลังครับ”

             

    <ซีนาริโอย่อย - คุกลวงหลอน>

    ประเภท : ย่อย

    ระดับความยาก : D~F

    เงื่อนไขการเคลียร์ : หลบหนีออกจากคุกลวงหลอนให้ได้ภายในระยะเวลาที่กำหนด

    กำหนดระยะเวลา : 1 ชั่วโมง

    รางวัล : 300 เหรียญ

    กรณีล้มเหลว : ???

     

            [ซีนาริโอย่อย – ‘คุกลวงหลอน’ ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว!]

            บางทีแม้แต่ยูจุงฮยอกเองก็คงจะลำบากกับซีนาริโอนี้มากพอควรเพราะซีนาริโอนี้เป็นหนึ่งในกับดักที่อันตรายที่สุดสำหรับผู้ย้อนกลับยูซังอาถามขึ้น

            “คุกลวงหลอน? มันคืออะไรคะ”

            ต่อให้ไม่ถามขึ้นมาก็จะได้รู้คำตอบเองในไม่ช้า

            “มันมาแล้วทุกคนตั้งสติเอาไว้ให้ดีครับ”

            ก่อนที่ผมจะพูดจบหมอกควันสีขาวก็พวยพุ่งเข้ามาเต็มไปหมด มันเข้าปกคลุมไปทั่วอุโมงค์ทัศนวิสัยถูกบดบังจนมองรอบกายไม่เห็นแม้กระทั่งสมาชิกกลุ่มที่อยู่ใกล้กันแค่นี้เองหันไปมองรอบ ๆ ก็เห็นแค่ภาพบิดเบี้ยวราวกับกำลังเมายา

            “อึก...อยากอาเจียน”

            จองฮีวอนกรีดร้องบางทีเธออาจจะเห็นสิ่งอื่นที่แตกต่างจากสิ่งที่ผมกำลังมองเห็นในตอนนี้

            「 ดกจายา... 」

            เสียงที่ไม่อยากได้ยินเสียงของคนที่ผมหลงลืมมาโดยตลอด ผมได้ยินเสียงนั้นคล้ายคนเมายาถ้าผมยังเป็นถึงขนาดนี้ คนอื่น ๆ ในกลุ่มคงจะหนักหนาสาหัสยิ่งกว่า

            “...รู้สึกแปลกจังเลยครับ คุณดกจา!อยู่ตรงนั้นหรือเปล่าครับ”

            “คุณดกจา! คุณดกจา...!”

            ท่ามกลางภาพที่บิดเบี้ยว เสียงของสมาชิกกลุ่มค่อยๆ ลอยห่างออกไปไกล

            [คุกลวงหลอน]

            สถานที่ที่จะดึงเอาความทรงจำฝังใจอันแสนเจ็บปวดของผู้คนออกมาจนทำให้พวกเขาคลั่ง

            「 ดกจายา ลูกไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เข้าใจมั้ย... 」

            ทิวทัศน์รอบด้านเริ่มเลือนหายไป ใบหน้าของใครคนหนึ่งลอยเด่นขึ้นมาผมมองจ้องอากาศอยู่นิ่งๆ แล้วยกยิ้มด้วยความขมขื่น ปฏิเสธว่าสิ่งตรงหน้านี้เป็นความจริง

            [สกิลเฉพาะตัว ‘กำแพงที่สี่’ถูกเปิดใช้งาน!]

            [ด้วยผลของสกิลคุณมีความต้านทานต่อ ‘คุกลวงหลอน’]

            ความรู้สึกอึดอัดเลือนหายไปพร้อมกับใจที่เริ่มผ่อนคลายลง

            [กลุ่มดาว ‘จอมวางแผนลับ’ ชื่นชมในจิตใจที่แข็งแกร่งของคุณ]

            [คุณได้รับเงินสนับสนุน 100เหรียญ]

            [กลุ่มดาวขี้สงสัยเสียดายที่ไม่อาจลอบมองความทรงจำของคุณได้]

            เมื่อพลังของคุกลวงหลอนอ่อนแรงลงผมก็กลับมาสัมผัสได้ถึงรอบกาย

            “ทุกคนตั้งสติไว้ครับ ค่อย ๆสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ”

            คนที่หลงเข้าไปในคุกลวงหลอนจะสูญเสียสติและปลดปล่อยความบ้าคลั่งออกมาดังนั้นสิ่งที่อันตรายที่สุดในคุกลวงหลอนแห่งนี้จึงเป็นเพื่อนที่อยู่รอบตัวเรานั่นเองที่ยูจุงฮยอกตัดสินใจเคลื่อนไหวตามลำพังส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขากังวลเกี่ยวกับคุกแห่งนี้

            “พลทหารอีฮยอนซองได้ยินผิดเองครับ!”

            “ผมผิดไปแล้ว ผมผิดไปแล้วครับแม่!”

            “ไอ้สารเลวพวกนี้!”

            ...สายไปแล้วสินะเสียงกรีดร้องของสมาชิกกลุ่มที่ตกอยู่ในความบ้าคลั่งดังขึ้นแต่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นแบบนั้น

            “...คุณดกจา?”

            ทันใดนั้นยูซังอาก็ปรากฏตัวขึ้นท่ามกลางคุกลวงหลอนลูกประคำของพระอาจารย์ซามยองที่สวมอยู่ตรงข้อมือส่องแสงสว่างเจิดจ้า โล่งอกไปทีมันได้ผลสินะ

            ผมเดินเข้าไปหายูซังอาก่อนจะพูดขึ้น

            “ช่วยคุ้มกันรอบ ๆ ให้ทีครับตั้งแต่นี้ไปผมจะทำลายที่นี่”

            ยูซังอาพยักหน้าด้วยสีหน้าตึงเครียด

            [สกิลเฉพาะตัว ‘กวาดล้างภูตผี Lv.1’ถูกเปิดใช้งาน]

            กวาดล้างภูตผีเป็นสกิลที่อยู่เหนือกว่าขับไล่ภูตผีซึ่งเป็นสกิลที่สามารถหาซื้อได้ด้วยการจ่ายเหรียญอยู่หนึ่งระดับเหตุผลที่ผมทำลายรูปปั้นพระอาจารย์ซามยองก็เป็นเพราะต้องการสกิลนี้นี่แหละ

            [สกิลเฉพาะตัว ‘กวาดล้างภูตผี Lv.1’ ได้ปลดปล่อย ‘คุกลวงหลอน’]

            คงเป็นเพราะมันเป็นสกิลที่พระอาจารย์ซามยองเคยใช้จึงได้ผลทันทีถ้าผมซื้อขับไล่ภูตผีละก็ กว่าจะปลดปล่อยได้ต้องใช้เวลากว่าหนึ่งนาที

            หมอกถอยห่างออกไป คุกลวงหลอนหายไปแล้วและเริ่มเผยให้เห็นสภาพของสมาชิกกลุ่มทีละคนสองคน

            “คะ...คติพจน์ของพวกเรา!พวกเราเป็นทหารแห่งสาธารณรัฐเกาหลีผู้จงรักภักดีต่อประเทศชาติและประชาชน!”

            “ฮึก...ฮึก...แม่”

            เป็นฉากที่มองแค่ปราดเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาประสบกับบาดแผลในใจแบบไหนอีฮยอนซองคุกเข่าฟุบศีรษะลงกับพื้น ส่วนอีกิลยองนั่งตัวสั่นคุดคู้ด้วยความหวาดกลัว

            ยูซังอาเป็นฝ่ายเดินเข้าไปก่อน

            “คุณฮยอนซอง! กิลยองอา!ทุกคนตั้งสติหน่อยค่ะ!”

            ในชั่วเสี้ยววินาที คมดาบก็พุ่งเข้ามาจากมุมอับสายตาด้านหลังโล่งอกที่ดาบนั่นไม่ได้เร็วเท่าไหร่ ผมจึงหลบพ้นอย่างไม่ยากเย็น

            “...ฉันจะฆ่าพวกแกให้หมด”

            จองฮีวอนมองจ้องอากาศราวกับคนบ้า เธอยกดาบขึ้นสูงใจของผมร่วงตกไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อมองเห็นนัยน์ตาของจองฮีวอนแดงก่ำ

            อันตราย นั่นมันสัญญาณของ [ปราบปีศาจ]

            พลั่ก!

            ผมใช้มือฟันลงบนหลังคอของจองฮีวอนอย่างแรงเพื่อให้เธอสลบโล่งอกที่จองฮีวอนสลบไปทันที

            เพราะกลัวว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นผมถึงได้มอบเสื่อฟางของพระอาจารย์ซามยองให้แต่สภาพจิตใจของจองฮีวอนคงจะอ่อนแอกว่าที่ผมคิดไว้

            “คุณยูซังอา ผมฝากคุณจองฮีวอนด้วยนะครับ”

            “...ค่ะ ได้ค่ะ!”

            “มันยังไม่จบครับ”

            [บรรลุเงื่อนไขการเคลียร์ซีนาริโอย่อย!]

            [คุณได้รับเงินรางวัล 300 เหรียญ!]

            ทันทีที่ข้อความเคลียร์ซีนาริโอเด้งขึ้นมาสัตว์ประหลาดก็ปรากฏกายขึ้นตรงหน้า มันเป็นสัตว์ประหลาดที่มีรูปร่างหยุ่น ๆชวนให้นึกถึงเอ็กโทพลาซึม[1]

            เผ่าพันธุ์วิญญาณระดับ 8 สเปกเตอร์

            ตัวการที่สร้างคุกลวงหลอนขึ้นมาก็คือสเปกเตอร์พวกนี้ผมใช้พลังดวงดาราบริสุทธิ์แล้วเปิดใช้งาน ‘คมดาบแห่งศรัทธา’

            กร๊าซซซซ!

            โล่งอกที่การต่อสู้ไม่ได้ยากเย็นอะไรตั้งแต่แรกแล้วสเปกเตอร์ก็ไม่ใช่สัตว์ประหลาดที่จัดการได้ยาก ขอแค่สามารถทำลาย ‘คุกลวงหลอน’ ได้ก็พอ

            เสียงกรีดร้องโหยหวนน่าขนลุกดังขึ้นฝูงสัตว์ประหลาดประเภทเผ่าพันธุ์วิญญาณสลายไป

            [ศิลาสเปกเตอร์]

            นี่เป็นไอเท็มที่จะมีประโยชน์ในวันข้างหน้าผมเก็บศิลาที่ตกอยู่บนพื้นใส่กระเป๋า

            สมาชิกกลุ่มต่างก็กำลังฟื้นคืนสติด้วยการช่วยเหลือจากยูซังอา

            “ทุกคนเป็นอะไรหรือเปล่าครับ”

            คนแรกที่ฟื้นตัวเร็วที่สุดคืออีฮยอนซองผู้ใสซื่อตามคาดหลังจากได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดอีฮยอนซองก็ก้มหน้านิ่ง ถอนหายใจเฮือกใหญ่

            “...ขอบคุณครับเกือบจะสร้างปัญหาใหญ่แล้วจริง ๆ ผมติดหนี้คุณดกจาอีกแล้วนะครับ”

            “ไม่หรอกครับ”

            “ปวดหัวจังเลยครับ...”

            อีกิลยองยังคงเอาแต่นวดขมับตัวเองผมวางมือลงบนศีรษะทุยของเขาเด็กคนนี้แสร้งทำเหมือนไม่เป็นอะไรแต่ที่จริงแล้วคนที่มีบาดแผลในใจสาหัสที่สุดในที่แห่งนี้ก็คือเขา

            แสงสว่างราง ๆ สาดส่องเข้ามาจากไกล ๆ ยูซังอาพูดขึ้น

            “คุณดกจา เหมือนว่าจะถึงแล้วนะคะ”

            ผมครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จองฮีวอนสลบไปแล้วคนอื่น ๆ เองก็อยู่ในสภาพที่ไม่เอื้อต่อการสู้รบเข้าไปทั้งแบบนี้จะไม่เป็นอะไรแน่หรือ

            แต่แล้วความกังวลของผมก็คลี่คลายไปด้วยการปรากฏตัวของบุคคลหนึ่ง

            ดาบที่ปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดนั่นเป็นเพียงการเคลื่อนไหวที่ต้องการข่มขู่กันแบบโต้งๆ โดยไร้ซึ่งเจตนาในการทำร้าย

            “พวกคุณเป็นใครกันไม่รู้หรือไงว่าที่นี่เป็นเขตพื้นที่ล่าของพวกเรา”

            บริเวณทางเข้าที่มีแสงสลัวสาดส่องเข้ามามีผู้หญิงถือดาบซามูไรคนหนึ่งยืนอยู่ ใบหน้าอ่อนเยาว์ดูแล้วอายุประมาณสิบเจ็ดปีสวมชุดนักเรียนหญิงโรงเรียนมัธยมปลายที่ดูคุ้นตา

            ถึงแม้จะสวมเสื้อฮู้ดทับคล้ายกับต้องการปกปิดป้ายชื่อแต่ก็ไม่อาจเก็บซ่อนรูปร่างหน้าตาอันโดดเด่นของเธอได้เลย

            “อ๊ะ เด็กคนนั้น...!”

            ยูซังอาผู้มีสายตาว่องไวเป็นคนแรกที่นึกออกว่าเด็กสาวคนนั้นเป็นใครส่วนผมแน่นอนว่ารู้จักเธอดีอยู่แล้ว

            ทำไมน่ะหรือก็เพราะเธอคนนี้เป็นหนึ่งในตัวละครสมทบที่สำคัญในนิยายน่ะสิผู้รอดชีวิตเพียงหนึ่งเดียวจากโรงเรียนมัธยมปลายหญิงล้วนแทพุง อีจีฮเย

            เด็กสาวคนนี้เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้ยูจุงฮยอกรีบร้อนเดินทางมาให้ถึงชุงมูโรในระยะเวลาที่สั้นที่สุด

            “...พวกคุณเอาชนะสเปกเตอร์ได้?”

            อีจีฮเยสะดุ้งตกใจเมื่อเห็นหินศิลาในมือของผม

            “ได้ยังไงกัน...นอกจากอาจารย์แล้วก็ไม่มีใครจัดการมันได้เลยนะ”

            ผมเปิดใช้งานสกิลทันที

            [สกิลเฉพาะตัว ‘ลิสต์ตัวละคร’ถูกเปิดใช้งาน!]

             

    <ข้อมูลตัวละคร>

    ชื่อ : อีจีฮเย

    อายุ : 17 ปี

    กลุ่มดาวผู้สนับสนุน : เทพสงครามแห่งท้องทะเล

    คุณลักษณะ : ดาบปีศาจผู้ได้รับบาดแผล(หายาก)

    สกิลเฉพาะตัว : [ทักษะการใช้ดาบLv.3], [ปราบปีศาจLv.1], [สัมผัสที่แท้จริงLv.2], [ย่างก้าววิญญาณ Lv.1]

    อักขระ : [การต่อสู้เหนือท้องทะเลLv.1], [บัญชาการกองทัพใหญ่ Lv.1]

    ค่าสถานะ : [ความแข็งแกร่งLv.13], [พละกำลัง Lv.12],[ความเร็ว Lv.13],[พลังเวท Lv.9]

    ผลการประเมินโดยรวม : สังหารเพื่อนที่สนิทที่สุดของตัวเองและวิวัฒนาการกลายเป็น ‘ดาบปีศาจผู้ได้รับบาดแผล’ กลุ่มดาวผู้สนับสนุนตัวละครนี้กำลังให้ความสนใจในตัวคุณและสหายของคุณ

    * ปัจจุบันกำลังใช้งาน ‘แพ็คเกจเริ่มต้น’

     

            ว่าแล้วเชียว ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

            เทพสงครามแห่งท้องทะเล...อีจีฮเยได้กลุ่มดาวผู้สนับสนุนนี้ไปอย่างที่คาดไว้เด็กสาวคนนี้เป็นบุคคลที่จำเป็นต่อสงครามแห่งท้องทะเลที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้า

            [กลุ่มดาว‘แม่ทัพหัวโล้นผู้ผดุงความยุติธรรม’ ดีใจที่ได้พบกับสหายเก่าแก่]

            [กลุ่มดาวผู้สนับสนุนของอีจีฮเยทักทาย ‘แม่ทัพหัวโล้นผู้ผดุงความยุติธรรม’ด้วยความยินดี]

            สัมผัสได้ถึงสายลมเบา ๆจากสถานีรถไฟใต้ดินที่ไม่มีรถไฟวิ่งผมมองเรือนผมของอีจีฮเยที่พลิ้วสะบัดไปตามแรงลมที่พัดผ่านเข้ามาขณะเดียวกันก็ตระหนักขึ้นมาได้

            [ซีนาริโอหลัก #2 — พบปะ สิ้นสุดลงแล้ว]

            [ทำการคิดคำนวณรางวัล]

            ใช่แล้ว ในที่สุดก็มาถึงกันเสียที

            ที่ชุงมูโรแห่งนี้


    [1] เอ็กโทพลาซึม (ectoplasm) เป็นสารกึ่งของเหลวหุ้มอยู่รอบเซลล์เมื่อเอ็กโทพลาซึมไหลไปมาจะทำให้เซลล์เกิดการเคลื่อนที่

    คล้ายกับเรื่อง[จบ] มุมมองนักอ่านพระเจ้า (OMNISCIENT READERS VIEWPOINT) ที่คุณอ่าน