บทที่ 48 ผู้มาเยือน
ในขณะที่เขตแดนของคงหมิงและสองพี่น้องตระกูลอู๋กำลังปะทะกันอยู่นั้น คงหมิงที่พลังสายเลือดตื่นขึ้นและเข้าสู่สภาวะพร้อมรบอย่างเต็มที่
ได้เอ่ยกับชายหนุ่มด้วยน้ำเสียงที่จริงจังปราศจากการหยอกล้อเหมือนอย่างเคย
“นี่หลินตง ข้าสัมผัสได้ว่าแม้ดูเหมือนว่าพวกมันสองคนจะเป็นลองเรา แต่แท้จริงแล้วเจ้าพวกนั้นกำลังซ่อนพลังไว้อยู่ ยิ่งพวกมันได้ใช้วิชาร่วมกันความน่ากลัวที่ข้าสัมผัสได้นั้นมันมากขึ้นกว่าเดิมเสียอีก”
“อีกครู่ข้าจะใช้วิชาเขตแดนแยกข้าและเจ้าอู๋จ้านออกจากการต่อสู้ตรงนี้ ส่วนเจ้าอู๋เจาข้าฝากเจ้าด้วย”
ไม่รอให้ชายหนุ่มได้เอ่ยอันใด คงหมิงได้ขยายเขตแดนของตนเองอย่างรวดเร็ว แต่ทว่าทิศทางที่คงหมิงขยายไปนั้น กลับเป็นการตัดแบ่งเขตแดนของสองพี่น้องตระกูลอู๋
ในตอนนี้เองอู๋เจาที่เหมือนจะนึกอะไรบางอย่างออกจึงพุ่งเข้าใส่อู๋จ้านพร้อมกับตะโกนออกมา
“อู๋จ้าน ออกมาจากวงล้อมเขตแดนนั่นซะ เจ้าสุนัขนั่นกำลังจะแยกเราและเขตแดนออกจากกัน” ทว่าเมื่อเอ่ยจบทุกอย่างก็สายไปแล้ว บัดนี้ร่างของคงหมิงและอู๋จ้านได้หายไปจากสนามรบแห่งนี้แล้ว
“บัดซบ” อู๋เจาได้สยบออกมาพร้อมกับจ้องมองไปยังชายเบื้องหน้าตน
“ดูเหมือนว่า สองกระบี่มารเช่นพวกเจ้าหากไม่ได้สู้ด้วยกันแม้พลังด้านอื่นจะไม่ลดแต่ความแข็งแกร่งของเขตแดนเจ้าจะอ่อนแอลงไปเยอะเลยนะ” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาพร้อมกับ ประเมินเขตแดนของอู๋เจา
“หากความแข็งแกร่งระดับนี้ แม้ข้าจะไม่สามารถใช้เขตแดนได้แต่ข้าก็สามารถต่อสู้ได้โดยไม่ลำบากมากนัก”
“หากจะต่อกรกับเจ้าอู๋เจาที่อยู่ในสภาพนี้ แค่วิชามรรคมังกรเพลิงผลาญสวรรค์คงไม่พอเป็นแน่ พลังโลหิตของข้าตอนนี้ก็อ่อนแรงจนไม่สามารถใช้วิชามรรคห้าจักรพรรดิสี่ทิศได้”
“เห็นทีข้าคงจะต้องใช้วิชามรรคหยินหยางของข้าเสียแล้ว ถึงแม้ว่ามันจะใช้พลังปราณของข้าอย่างมหาศาลก็ตามที ดังนั้นข้าจะต้องรีบจบการต่อสู้นี้อย่างรวดเร็ว”
คิดถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็ได้แต่บ่นกับตัวเอง
“น่าเสียดายที่มันยังไม่สมบูรณ์ ใครใช้ให้ข้าสร้างวิชามรรคที่มีถึงสองวิชาในวิชามรรคเดียวกันละ”
“วิชามรรคหยินหยาง ประกอบไปด้วย วิชาดาบหยินหยางและกายาหยินหยาง ตอนนี้ข้าทำสำเร็จเพียงแค่วิชาดาบหยินหยางเท่านั้น หากจบศึกนี้ได้โดยปลอดภัย เห็นทีข้าคงต้องเร่งทำให้วิชานี้สมบูรณ์เสียแล้ว”
ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ชายหนุ่มเอ่ยอยู่ในใจนั้นเอง พลังปราณรอบตัวชายหนุ่มได้ปลดปล่อยแรงกดดันออกมา อย่างกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน
แรงกดดันของชายหนุ่มตอนนี้ไม่ได้ต่างจากตอนที่ใช้วิชามรรคห้าจักรพรรดิสี่ทิศเลย
“หากวิชานี้สมบูรณ์ ข้าก็มีไพ่ตายเพิ่มมาอีกหนึ่ง” เอ่ยกับตัวเองถึงตรงนี้ ชายหนุ่มได้ฟาดฟันดาบโดยไม่ใช้วิชามรรคใดๆเข้าใส่ อู๋เจาอย่างฉับพลัน
ถึงแม้จะเป็นเพียงการฟาดฟันดาบธรรมดา แต่กลับปลดปล่อยปราณดาบที่เต็มไปด้วยพลังทำลายออกมาได้
อู๋เจาที่เห็นการโจมตีของชายหนุ่ม สีหน้าตึงเครียดได้ฉายชัดออกมาในทันที
“เหตุใดแค่การฟาดฟันธรรมดา ถึงได้ปลดปล่อยปราณดาบที่น่ากลัวเช่นนี้ได้กัน”
ในระหว่างที่ อู๋เจา กำลังพึมพำอยู่นั้น การโจมตีของชายหนุ่มก็เกือบจะถึงตัวของเขาแล้ว เมื่อเห็นเช่นนั้น อู๋เจาจึงไม่คิดจะลังเลอันใดอีก พร้อมกับปลดปล่อยพลังทั้งหมดในกระบี่และส่งการโจมตีสวนกลับไป
เมื่อการโจมตีของทั้งสองเข้าปะทะกันบริเวณการปะทะ มิติได้เกิดรอยร้าวขึ้นมาครู่หนึ่งและหายไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อการโจมตีของทั้งสองหายไป ไม่ว่าจะเป็น หลินตงหรืออู๋เจาก็ต่างแสดงสีหน้าตื่นตะลึงออกมาด้วยกันทั้งคู่
“เหตุใดกันในครั้งแรกที่ผลออกมา ข้าคิดว่านั่นเป็นเพราะข้าได้ปลดปล่อยพลังของกระบี่เพียงบางส่วนผลจึงออกมาเสมอ ทว่าแม้ข้าจะปลดปล่อยพลังทั้งหมดของกระบี่ก็ทำได้เพียงเสมองั้นรึ”
“ถึงแม้จะไม่ใช้วิชามรรค แต่การที่อาวุธที่มีเศษเสี้ยวของอาวุธศักดิ์สิทธิ์ ปลดปล่อยพลังทั้งหมดออกมาแล้วผลยังออกมาเสมอนั้น ดาบเล่มนั้นต้องไม่ใช่อาวุธระดับสวรรค์ทั่วไปเป็นแน่”
อู๋เจาครุ่นคิดกับตัวเองและเริ่มสัมผัสถึง ลางสังหรณ์ไม่ดีขึ้นมา พร้อมจ้องมองไปยังชายหนุ่ม
“นะ…นี่ดาบประจำตระกูลของข้าแข็งแกร่งขนาดนี้เชียวรึ การโจมตีธรรมดาเมื่อครู่พลังทำลายของมันนั้นเทียบเท่ากับตอนที่ข้า ใช้วิชาดาบหยินหยางก่อนหน้านี้เลยนะ”
“หากตอนนั้นดาบของข้ามีพลังเช่นนี้ ไอเจ้าสามคนนั้นจะไม่มีทางกลับไปได้ครบ สามสิบสองเป็นแน่”
ชายหนุ่มได้แต่บ่นอยู่ภายในใจพร้อมกับมองไปที่อู๋เจา ที่กำลังมองมาทางตน
“สำนักเทพกระบี่มารมีดีแค่นี้รึ หากมีความแข็งแกร่งแค่นี้ เจ้าก็ทำข้าผิดหวังเสียแล้ว”
ชายหนุ่มเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย พร้อมกับส่งสายตาท้าทายไปยังอู๋เจา
“โมโหข้าเสียสิ โมโหข้าซะ แล้วใช้วิชาที่แข็งแกร่งที่สุดของเจ้ามา ข้าจะได้ให้เจ้าเป็นหนูทดลองวิชาดาบหยินหยางของข้าว่ามันจะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมเพียงใด”
ชายหนุ่มได้แต่ภาวนาให้ อู๋เจาใช้วิชาอันทรงพลังโจมตีใส่ตนอย่างใจจดใจจ่อ
“อวดดียิ่งนักแค่ปะทะเสมอกันเพียงครั้งเดียวเจ้าก็ได้ใจเช่นนี้เชียวรึ ข้าคงประเมินเจ้าสูงไป ข้าจะกำราบเจ้าในกระบี่เดียว”
สิ้นเสียง เขตแดนโดยรอบของอู๋เจาได้ลดขนาดลงอย่างฉับพลัน แต่เมื่อสังเกตดูดีๆแล้ว เขตแดนทั้งหมดนั้นได้ถูกกระบี่ในมือของอู๋เจาดูดกลืนเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ผ่านไปเพียงลมหายใจเดียวเท่านั้น เขตแดนทั้งหมดของอู๋เจาก็ถูกกระบี่เล่มนั้นดูดกลืนไปจนหมด
เวลานี้กระบี่ในมืออู๋เจาถูกอัดแน่นไปด้วยพลังทำลายมหาศาล แรงกดดันที่ปลดปล่อยออกมานั้นทำให้ชายหนุ่มสัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิตได้อย่างฉับพลัน
ชายหนุ่มที่สัมผัสได้เช่นนั้น จึงโคจรวิชามรรคหยินหยางอย่างรวดเร็ว สัญญาลักษณ์หยินหยางได้ปรากฏขึ้นด้านหลังชายหนุ่มและหายไปอย่างฉับพลัน ลมหายใจต่อมาสัญญาลักษณ์หยินหยางได้มาปรากฏในดวงตาของชายหนุ่มพร้อมหมุนวนอย่างช้าๆ
ในระหว่างที่ชายหนุ่มโคจรพลังอยู่นั่นเอง การโจมตีของอู๋เจาก็ถูกปลดปล่อยออกมาในทันที
“วิชามรรคเทพกระบี่มาร”
“กระบี่มารสังหารเทพ”
สิ้นเสียงร่างของอู๋เจาได้พุ่งเข้าหาชายหนุ่มอย่างรวดเร็วพร้อมฟาดฟันกระบี่ที่อัดแน่นไปด้วยพลังทำลายเข้าใส่ชายหนุ่ม รัศมีที่กระบี่พุ่งผ่านทำให้ม่านมิติโดยรอบปรากฏรอยแตกร้าวเหมือนใยแมงมุมขึ้นมาในทันที
ในด้านของชายหนุ่มที่เห็นความน่าสะพรึงของการโจมตีครั้งนี้ จึงไม่คิดจะรีรออะไรอีกพร้อมใช้วิชามรรคของตนสวนกลับไป
“วิชาดาบหยินหยาง”
“กระบวนท่าที่หนึ่ง”
“หยางสะบั้นภพ”
ในตอนนี้เองดาบและกระบี่ที่เต็มไปด้วยพลังทำลายทั้งสอง ได้เข้าปะทะกันพร้อมกับส่งคลื่นพลังทำลายกระจายไปโดยรอบทำให้พื้นที่โดยรอบกลายเป็นพื้นที่โล่งกว้างในทันที
หากไม่มีสนามเขตแดนของจอมยุทธ์คนอื่นที่กำลังปะทะกันอยู่ การปะทะกันครั้งนี้อาจทำลายอาณาเขตของสำนักสยบมังกรไปจนเกือบหมดเลยก็เป็นได้
บริเวณใจกลางการปะทะกันท่ามกลางฝุ่นควันที่ลอยฟุ้ง เสียงโลหะกระทบพื้นได้ดังขึ้นทำให้เหล่าศิษย์ที่เฝ้าดูการต่อสู้อยู่ห่างๆ ต่างให้ความสนใจและจับจ้องไปยังใจกลางการปะทะในทันที
“นี่…พวกเจ้าสองคน หลินตงจะต้องชนะใช่หรือไม่” หวงหลิงเอ๋อเอ่ยถาม สองพี่น้องตระกูลหนี่ด้วยสีหน้าวิตกกังวล ที่แสดงออกมาอย่างปิดไม่มิด
แต่ก่อนที่สองพี่น้องตระกูลหนี่จะได้ตอบอันใด เสียงของศิษย์ผู้หนึ่งได้ดังแทรกขึ้นมา
“นั่น…ข้าเห็นทั้งสองคนแล้ว”
เมื่อเสียงนั้นจบลง ผู้คนในที่นั้นต่างพากันจับจ้องไปที่ร่างทั้งสองใจกลางการต่อสู้ เมื่อผู้คนเห็นสถานการณ์ได้อย่างชัดเจนก็ต่างนิ่งค้างไปตามๆ กัน
ในสายตาของทุกผู้คน ปรากฏร่างของชายหนุ่มที่ใช้ดาบพยุงกายไม่ให้ล้มลง เมื่อทอดสายตามองไปยังเบื้องหน้าของชายหนุ่มปรากฏร่างของอู๋เจา ที่ส่วนบนกับส่วนล่างแยกออกจากกันและเสียงเหล็กกระทบพื้นที่ทุกคนได้ยินก็คือกระบี่ในมือของอู๋เจาที่ถูกตัดครึ่งไปด้วยเช่นกัน
เสียงโห่ร้องดีใจได้ดังออกมาอย่างต่อเนื่อง ท่านหลินตงผู้นั้นชนะแล้ว สมแล้วที่เป็นถึงผู้ที่เรียกทัณฑ์สวรรค์ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนั้นออกมา
แต่ดูเหมือนท่านหลินตงก็จะเสียพลังปราณไปเยอะเช่นกัน พวกเรารีบไปพาท่านหลินตงมารักษากันเถอะ หวังว่าจะไม่มีตัวตนระดับนั้นโผล่มาอีกนะ
เมื่อได้ยินประโยคสุดท้ายของศิษย์ผู้นั้น คิ้วของสองพี่น้องตระกูลหนี่และหวงหลิงเอ๋อได้กระตุกพร้อมกันในทันที
ไม่รอให้ทั้งสามได้ตำหนิศิษย์ผู้นั้น เสียงอันทรงพลังได้ดังขึ้นทั่วอาณาเขตของสำนักสยบมังกร
“ฮ่าๆ ดูเหมือนที่นี่จะสนุกกันเสียจริงพวกข้าทั้งสองขอร่วมวงด้วยสิ”
“คงจะได้สินะ”
“เจ้าพวกหนอนแมลง”
จากผู้เขียน: สวัสดีทุกท่านที่ติดตามอ่านกันมานะครับ อย่างแรกไรต์ต้องขอขอบคุณทุกท่านที่คอยติดตามและสนับสนุนกันด้วยครับ หากตอนนี้มีคำแนะนำตรงไหนสามารถแนะนำไรต์มาได้นะครับ
ติดตามฉบับนิยายเสียงได้ที่ Novel time studio