ระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】

    เล่มที่ 3 บทที่ 74 สังหารฉินเหว่ยฉาย

            ฉับ!

            มีเสียงกรีดเฉือนดังขึ้นเบาๆก่อนจะมีเลือดสดๆ พุ่งกระฉูดและดาบโบราณสมัยราชวงศ์ถังก็ลอยละลิ่วขึ้นไปกลางอากาศพร้อมกับแขนข้างหนึ่ง

            ฉินเหว่ยฉายยังไม่ทันได้ร้องออกมาก็ถูกเตะเข้าที่หว่างขาอย่างจัง!

            ผัวะ!เสียงกระทบกันอย่างรุนแรงและเสียงไข่แตกดังขึ้นเกือบจะพร้อมกันร่างของฉินเหว่ยฉายลอยละลิ่วออกไปด้านนอกราวกับกระสุนปืนใหญ่ก่อนจะร่วงกระแทกพื้นและสลบไปทันที!

            ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมากจนทุกคนตั้งตัวไม่ทัน

            ลูกน้องหกคนของฉินเหว่ยฉายต่างก็มึนงงพวกเขายังไม่ทันได้เห็นเงาของอีกฝ่ายด้วยซ้ำ ในตอนนี้เองจู่ๆก็มีเงาสายหนึ่งพุ่งผ่านไปราวกับสายลมพริบตาถัดมาก็มีเลือดพุ่งกระฉูดออกมาจากลำคอของคนทั้งหก ก่อนจะล้มลงไปกองกับพื้น!

            ทันใดนั้นร่างของโอวหยางมี่มี่ก็ปรากฏขึ้น!

            “แม่พ่อ อาหย่าหลี่!” โอวหยางมี่มี่มองไปยังคนทั้งสามทั้งน้ำตา

            “มี่...มี่มี่!”ซ่งปิงเซี่ยเบิกตากว้างมองลูกสาวที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเหลือเชื่อ

            “แม่!”โอวหยางมี่มี่โผเข้ากอดซ่งปิงเซี่ย พร้อมกับน้ำตาที่พรั่งพรูไหลลงมาราวกับน้ำพุ

            “มี่มี่!”ซ่งปิงเซี่ยกอดลูกสาวแน่นพร้อมกับน้ำตาไหลริน

            เชียนมู่เซวี่ยจางเสี่ยวเหา และจางเฉินที่อยู่ด้านนอกตาแดงก่ำ โชคดีที่พวกเขามาทันเวลาหากมาช้ากว่านี้สักสิบวินาทีละก็ จะต้องแย่แน่

            “ฆาตกร!หัวหน้าฉินถูกฆ่าตายแล้ว!”

            ก่อนหน้านี้ห้องสนอายุยืนนี้เป็นห้องอาหารขนาดใหญ่พอสมควรเดิมทีข้างในไม่ได้มีแค่โอวหยางเผิงเฉิงสามคนเท่านั้นแต่ยังมีผู้รอดชีวิตจากเขตอาศัยสวนท้ออีกสิบกว่าคน ส่วนห้องข้างๆก็มีผู้รอดชีวิตจากเขตอาศัยสวนท้ออยู่เช่นกัน

            โอวหยางมี่มี่ลงมืออย่างรวดเร็วเพียงแค่เสี้ยววินาทีก็สังหารลูกน้องหกคนของฉินเหว่ยฉายไปหมดเลือดที่พุ่งกระฉูดออกมาน่าสะพรึงกลัวจนสร้างความหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

            ผู้ที่อาศัยอยู่ในห้องสนอายุยืนส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงเมื่อเห็นภาพดังกล่าวแล้วก็หวาดกลัวจนหน้าซีดต่างก็กรีดร้องเสียงแหลมออกมาด้วยความหวาดผวา บางคนถึงกับเป็นลมล้มพับไป และมีคนคิดว่าฉินเหว่ยฉายที่สลบได้ตายไปแล้ว

            เชียนมู่เซวี่ยหยิบปืนพกออกมาก่อนจะยิงขึ้นฟ้าหนึ่งนัดแล้วเอ่ยเสียงเย็นชา

            “หุบปากกันให้หมด!”

            เสียงกรีดร้องพลันเงียบลงทันที

            สำหรับผู้หญิงที่ไม่ได้เป็นผู้วิวัฒนาการแล้วปืนถือว่าเป็นอาวุธที่ใช้ข่มขู่ได้ดีกว่าอาวุธชนิดอื่น

            พอมีเสียงปืนดังขึ้นจึงทำให้กองกำลังหลายฝ่ายถูกดึงดูดเข้ามา

            เกอหย่งที่เป็นหัวหน้าสมาพันธ์พยัคฆ์คลั่งได้นำลูกน้องฝีมือดีสิบกว่าคนมุ่งหน้ามาพอได้ยินเสียงปืนดังแล้วเขาก็เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้น

            ในเวลาเดียวกันจั่วชิวเหว่ยเย่ที่เป็นหัวหน้าสมาคมซูจิ้นก็โบกมือเรียกลูกน้องให้รีบไปยังจุดเกิดเหตุทั้งสองได้รับรายงานจากลูกน้องว่าสยงมู่ที่เป็นหัวหน้าพรรคราชาหมีได้รถฮัมเมอร์เสริมเหล็กมาจึงรีบเร่งตามมาดูสถานการณ์ด้วยตัวเอง บัดนี้พอได้ยินเสียงปืนดังก็ยิ่งร้อนใจเข้าไปใหญ่

            หากสยงมู่ได้อาวุธปืนจำนวนมากมาครองแบบนั้นอย่าว่าแต่พวกเขาจะผนวกรวมกำลังพลของอีกฝ่ายเลย แม้แต่จะรักษากองกำลังของตัวเองเอาไว้ยังยากเพราะอาจจะถูกสยงมู่ฮุบกลืนไป

            ทางด้านสยงมู่และถังฮ่าวได้ยินเสียงปืนก็รีบตรงไปยังจุดเกิดเหตุด้วยเช่นกัน

            ที่พักของสยงมู่อยู่ห่างจากห้องสนอายุยืนไปเพียงร้อยกว่าเมตรเท่านั้น

            ไม่นานทั้งสองก็มาถึงพอเห็นลูกน้องหกคนนอนจมกองเลือด ส่วนฉินเหว่ยฉายได้ถูกตัดแขนข้างหนึ่งไปและไม่รู้ว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรแล้วสยงมู่ก็ใจหายวาบเพราะฉินเหว่ยฉายเป็นมือขวาของเขา และยังมีฝีมือแข็งแกร่งที่สุดในพรรคโดยเป็นรองเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้น

            แต่ตอนนี้กลับถูกคนตัดแขนขวาไปแถมยังถูกซ้อมจนสลบอีก ส่วนลูกน้องอีกหกคนก็ถูกปาดคอตาย ดูจากร่องรอยบาดแผลแล้วน่าจะเป็นฝีมือของคนเดียวกัน

            พวกมันแข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอ?

            บัดนี้ต่อให้เป็นสยงมู่ที่ขึ้นชื่อเรื่องความโหดเหี้ยมก็ยังอดที่จะรู้สึกใจหายวาบไม่ได้

            เขาหันไปมองถังฮ่าวก่อนจะเอ่ยถามออกมา

            “แค่กๆคุณถัง เรื่องนี้มันอะไรกันแน่?”

            “ผมว่าพี่สยงน่าจะถามคนของตัวเองจะดีกว่านะ”ถังฮ่าวยิ้มน้อยๆ

            สยงมู่ตากระตุกเขาหันไปมองผู้คนรอบๆ ที่กำลังมุงดูเหตุการณ์ก่อนจะตะโกนถามออกมา

            “ไอ้ฉินมันทำอะไรลงไปใครบอกฉันได้บ้าง!”

            “ลูก...ลูกสาวของคุณนายซ่งเป็นคนฆ่าพวกหัวหน้าฉิน!” หญิงร่างท้วมคนหนึ่งชี้ไปที่โอวหยางมี่มี่พร้อมกับเอ่ยตอบเสียงแหลม

            “โกวยู่เหมยทำไมเธอไม่พูดถึงเรื่องที่ฉินเหว่ยฉายทำก่อนหน้านี้ล่ะ หากลูกสาวฉันมาไม่ทัน ไม่ใช่แค่สามีของฉันที่จะต้องตายด้วยน้ำมือของฉินเหว่ยฉายแต่ฉันกับน้องสะใภ้ก็คงต้องถูกไอ้สารเลวนี่ข่มขืนด้วย!” ซ่งปิงเซี่ยเอ่ยด้วยความโกรธเธอไม่คิดเลยว่าคนที่ออกมาชี้หน้ากล่าวโทษลูกสาวของเธอจะเป็นโกวยู่เหมยที่เป็นเพื่อนบ้านและยังทำงานที่เดียวกันกับเธอ

            “ใช่แล้วคุณนายซ่งพูดถูก ฉินเหว่ยฉายสมควรตาย! เขาไม่เพียงแต่ต้องการจะข่มขืนผู้หญิงคนนี้เท่านั้นแต่ยังคิดจะล่วงเกินคุณนายซ่งด้วย พอคุณโอวหยางต่อต้าน ก็ถูกฉินเหว่ยฉายทำร้าย แถมพวกเขายังจับตัวคุณนายซ่งกับน้องสะใภ้เอาไว้และกำลังจะพาตัวไปโชคดีที่ลูกสาวของคุณนายซ่งมาทันเวลา และได้ลงมือฆ่าพวกเขาเพื่อช่วยพ่อแม่ของเธอ!”หญิงสาววัยสามสิบกว่าปีที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงคนหนึ่งก้าวเท้าออกมาพร้อมกับเอ่ยขึ้น

            ถังฮ่าวยิ้มน้อยๆก่อนจะยกมือขึ้นตบบ่าของสยงมู่เบาๆ พร้อมกับเอ่ยตามด้วยน้ำเสียงจริงจัง

            “พี่สยงลูกน้องของพี่นี่ชั่วช้าจริงๆ สมควรตายแล้วละ! พี่คิดว่าพวกมันสมควรตายไหมเล่า!”

            สยงมู่ได้ยินก็หัวเราะแห้งๆ

            ถังฮ่าวก้าวเดินไปหยุดอยู่ข้างๆฉินเหว่ยฉายที่นอนสลบอยู่ ก่อนจะยกเท้าขึ้นเหยียบลงบนแขนที่ขาดสะบั้นของอีกฝ่ายจนมีเสียงกระดูกแตกดัง!

            “อ๊าก!”

            ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้ฉินเหว่ยฉายได้สติจากอาการสลบไสลทันทีที่ลืมตาขึ้น ความเจ็บปวดที่แขนขวาและหว่างขาก็ทำให้เขาร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด

            “โอ๊ะนี่ยังไม่ตายอีกเหรอ!” แววตาของถังฮ่าวเต็มไปด้วยความเย็นชา

            “เจ็บแค่นี้ก็ร้องซะเสียงดังช่างแสบแก้วหูเสียจริง!” เขาหันไปมองเชียนมู่เซวี่ย และดูเหมือนเชียนมู่เซวี่ยจะรู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่จึงวาดมือซ้ายออกไป

            ฟ้าว!

            ทันใดนั้นก็มีลูกธนูน้ำแข็งพุ่งเข้าใส่หัวของฉินเหว่ยฉายอย่างแม่นยำเพียงแค่พริบตาก็มีชั้นน้ำแข็งบางๆ เข้าปกคลุมหัวของฉินเหว่ยฉายเอาไว้และมันก็ทำให้เสียงร้องโหยหวนเงียบหายไป!

            ฉินเหว่ยฉายยกมือซ้ายที่ยังใช้งานได้ขึ้นก่อนจะเงื้อขึ้นเพื่อทุบน้ำแข็งที่ปกคลุมใบหน้าเขาให้แตก

            ทว่ามือของเขายังไม่ทันได้ยกขึ้นก็รู้สึกว่าถูกถังฮ่าวคว้าข้อมือไว้แน่นก่อนที่ใบหน้าของถังฮ่าวจะโน้มลงมาใกล้ และมีเสียงเย็นชาเอ่ยขึ้น

            “ในฐานะผู้วิวัฒนาการเมื่อวันสิ้นโลกมาถึงแทนที่จะใช้พลังไปกับการสังหารซอมบี้และปกป้องเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน แต่นายกลับคิดแต่จะฆ่าคนและข่มขืนผู้หญิงเพื่อสนองความต้องการของตัวเองคนชั่วช้าอย่างนายจึงไม่ควรจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกนายควรดีใจที่พวกเรามาถึงทันเวลาหาไม่แล้วฉันจะทำให้นายได้ลิ้มรสความทุกข์ทรมานที่สุดในโลกก่อนตาย!”

            พูดจบถังฮ่าวก็ตบหน้าอีกฝ่ายอย่างแรงแม้จะทำให้น้ำแข็งที่ปกคลุมปากและจมูกของฉินเหว่ยฉายปริแตก แต่แก้มครึ่งซีกของฉินเหว่ยฉายก็บวมเป่งขึ้นมาทันทีแถมฟันหน้ายังหลุดออกมาสองซี่ด้วย!

            หลังจากที่สูดหายใจเข้าปอดอย่างยากลำบากแล้วฉินเหว่ยฉายก็รีบเอ่ยออกมา

            “ไว้ชีวิตฉันด้วย!ได้โปรดไว้ชีวิตฉันเถอะ! นายจะฆ่าฉันไม่ได้นะ พี่ชายของฉันคือฉิน...”

            เพียะ!ยังไม่ทันที่ฉินเหว่ยฉายจะเอ่ยจบ สิ่งที่ตอบเขากลับมาก็คือฝ่ามืออีกข้าง!

            “ฉันไม่สนใจหรอกว่าครอบครัวนายจะเป็นใครไม่ว่าใครก็ตาม หากกล้าแตะต้องคนของฉัน ก็มีแต่ต้องตายสถานเดียว!”ถังฮ่าวเอ่ยเสียงเย็นสิ้นเสียงถังฮ่าวก็ขยับมือจนมีเสียงดังกร๊อบที่ลำคอของฉินเหว่ยฉาย พร้อมกับดวงตาของเขาที่เบิกกว้างด้วยความตระหนก

            “แป๊ะๆ!”มีเสียงปรบมือดังขึ้น!

            “ช่างเป็นวีรบุรุษวัยเยาว์จริงๆสยงมู่เอ๋ย พวกนายนี่ตั้งชื่อพรรคได้เหมาะสมจริงๆ หมีอย่างนั้นเหรอก็แค่หมีขี้ขลาดเท่านั้นแหละ อนิจจา ที่ฉินเหว่ยฉายเลือกติดตามคนผิดแล้ว ทั้งที่ถูกคนหักคอต่อหน้าต่อตาแต่หัวหน้าพรรคราชาหมีกลับไม่กล้าแม้แต่จะหืออือ!” ทันทีที่เสียงนี้ดังขึ้น ฝูงชนก็พากันหลีกทางให้ก่อนจะมีคนกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา

            “เกอหย่งนี่เป็นเรื่องภายในของพรรคราชาหมี พวกเราจัดการกันเองได้ ไม่จำเป็นต้องให้สมาพันธ์พยัคฆ์คลั่งของนายมายุ่ง!”สยงมู่เหลือบมองถังฮ่าว ก่อนจะหันไปมองผู้มาใหม่และเอ่ยตามเสียงเย็น

             

    คล้ายกับเรื่องระบบจักรพรรดิแห่งวันสิ้นโลก-วิวัฒนาการไร้ขีดจำกัด 【จบ】 ที่คุณอ่าน