โคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน

    ตอนที่ 150 เจดีย์เฟิงไหล

    หลังจากที่ชายชราพูดจบ ทุกคนก็ตั้งใจว่า ตอนเช้าจะพากันไปดึง ดาบออกจากศิลา ที่หน้าเจดีย์เฟิงไหล

    ชายชรานักเล่านิทานกับหลานก็เก็บข้าวของกำลังจะเดินจากไป แต่ขจรก็เดินเข้ามทักทาย พร้อมมอบทองคำให้เพิ่มอีก 1 ก้อน

    “  ช่วยบอกทีทางไปเจดีย์เฟิงไหล อยู่ทางไหน”

    “ คุณชายท่านนี้คิดจะไปดึงดาบบนศิลากับเขาด้วยรึ?”

    “ ข้าแค่ต้องการเคารพอัฐิของ ท่านแม่ทัพบูรพาฟงอี้เท่านั้น”

    “ ตอนเช้าหากเจ้ามองไปทางทิศเหนือ ก็จะเห็นเจดีย์ที่สูงถึง 9 ชั้น เจ้าก็แค่เดินไปตามทางอีกไม่ไกล  เจดีย์เฟิงไหลอยู่ในวัดไก่ฟ้า"

    “ ขอบคุณ”

    “ เดี๋ยวก่อน”

    “ มีอะไรรึ?”

    “ เห็นแก่ทองคำสองแท่งที่ท่านให้ขามา ขอบอกว่าเรื่องที่ข้าพูดนั้นแม้จะออกจะเว่อวัง ออกทะเลไปมาก แต่ว่า ที่เจดีย์เฟิงไหล มีอัฐิของท่านแม่ทัพบูรพาฟงอี้อยู่จริงๆ ด้วยความที่ท่านไร้ทายาท จึงได้ออกบวชตลอดชีวิต ส่วนเรื่องวิชาดาบพิฆาตวายุทมิฬนั้น ก็ต้องแล้วแต่โชควาสนาของแต่ละคน ”

    “ ขอบคุณท่านลุง ที่บอกความจริง”

    “ ไม่เป็นไร ขอให้โชคดี”

    ขจรมองเวลาแล้วก็ใกล้สว่างเต็มทีแล้ว ก็ค่อยๆ เดินตามถนนไปทางทิศเหนือ เห็นเจดีย์สูงตระหง่านฟ้า อยู่ด้านหน้าอีกไปไม่ไกล จึงเดินเข้าไปใน จนกระทั่งเข้าเขตวัดไก่ฟ้า ด้านในมีคนมากมาย มายืนมุงดูกันที่ดาบที่ปักอยู่บนหินศิลา

    มีพระของวัดไก่ฟ้า คอยมาจัดคิวให้ผู้คนมาดึงดาบเพื่อไม่ให้แย่งกัน พอขจรเดินมาถึงก็มีพระเข้ามาบอกว่า ให้ไปต่อคิวที่มีมากถึงสามแถว เกือบสามร้อยคน

    “ พวกเขาแห่กันมาดึงดาบแต่มืดอย่างนี้ทุกวันเลยเหรอ?” ขจรเอ่ยถามพระที่มาให้คำแนะนำด้วยความสงสัย

    “ ถ้าเป็นวันหยุด ก็จะเยอะแบบนี้ และอีกอย่าง ตอนเช้าทางวัดจะมีการปิดสถานที่เพราะว่า จะมีแขกผู้ใหญ่จากเมืองหลวง มาเยือน”

    “ จากเมืองหลวง?”

    “ ใช่แล้ว เห็นท่านเจ้าอาวาสบอกว่า  พวกเขาเป็นทายาทของ จักรพรรดินีหยางเชี่ยน มาเพื่อดึงดาบบนศิลากัน คงจะหวังเข้าไปในเจดีย์เฟิงไหล”

    “ พวกเขาอีกแล้วรึ?” ขจรนึกหน้า ขันทีเฒ่าว่านหลี่ กับ เหล่าเทพบุตรเทพธิดาทั้ง ยี่สิบคน สงสัยคงตระเวนทดสอบเก็บคะแนนกันไปเรื่อยๆ เพื่อจะได้เป็นทายาทอันดับที่ 1

    “ ประสกท่านนี้คิดจะดึงดาบพิฆาตวายุทมิฬก็เข้าคิวต่อไปได้เลย พอสายหากคนจากเมืองหลวงมาท่านจะหมดโอกาสในวันนี้”

    ขจรมองดูคนที่เข้าคิวเป็นร้อยก็ส่ายหัว เอาไว้รอคนพวกนี้กลับกันไปก่อน แล้วค่อยกลับมาดึงดาบก็ยังไม่สาย เพราะหินเจ้าปัญญาบอกว่า ดาบที่ปักบนศิลานั้นซ่อนค่ายกลเอาไว้ คนที่จะแก้ค่ายกลได้มีแต่ท่านแม่ทัพฟงอี้และอาจารย์ที่สอนเขาเท่านั้น

    ขจรเลยเดินออกมาแล้วเปลี่ยนหน้าใหม่ไม่อยากให้ขันทีว่านหลี่จำหน้าเขาได้ ขณะที่จะเดินออกมาจากวัด ก็มีขบวนทหารม้ามากันเกือบห้าสิบ มีชายสูงศักดิ์สี่คนและ มีลามะชุดแดงวัยกลางคนนำมาด้วย

    “ ไล่คนเหล่านี้ออกไปให้หมด นี่คือ ทายาทอันดับที่1-4 ของ จักรพรรดินี จะเข้าไปรับทราบเคล็ดวิชาดาบพิฆาตวายุทมิฬ” ลามะชุดแดงออกคำสั่งพระที่คอยจัดการ

    “ แต่ว่าประสกบอกว่าจะมา ราวเก้าโมงแต่นี่พวกท่านมาก่อนเวลา อาตมาไม่รู้ว่าจะเอ่ยกับชาวยุทธ์เหล่านี้อย่างไร”  พระที่ควบคุมก็ไม่กล้าเอ่ยไล่ ชาวยุทธ์ตั้งสามร้อยคน เกรงว่าจะเกิดความไม่พอใจขึ้น

    “ ในเมื่อท่านไม่กล้า ทหาร  ขับไล่พวกมันออกไป”  ลามะชุดแดง ออกคำสั่งทหารม้าที่ตามมา ห้าสิบคน ทั้งหมด ก็ลงไปขับไล่ ซึ่งชาวยุทธ์แต่ละคนล้วนแสดงสีหน้าไม่พอใจ บางคนถึงกับ ลงมือต่อสู้กับทหาร แต่ว่า ก็ไม่รอด ถูกทุบตี แล้วโยนออกไปอย่างสะบักสะบอม

    “ เชิญท่านเทพบุตรทั้งสี่ ลงมากันได้แล้ว”

    ลามะเชื้อเชิญ เทพบุตรอันดังที่1-4 ลงจากหลังม้า เพื่อเข้าไปดึงดาบกันก่อน

    “ จากที่ข้าสัมผัส  หินกับดาบเล่มนี้ อาจมีค่ายกลวางเอาไว้ พวกท่านทั้งหลายลองคิดพิจารณาดูด้วยตัวเองอีกทีการใช้แต่กำลังไม่อาจดึงดาบออกมาได้" ลามะชุดแดงแนะนำ

    “ เทพบุตรเซียวอี้ ท่านถือว่าเป็นอันดับที่ 4 ในตอนนี้ ท่านสมควรลองดึงดาบเป็นคนแรก”    ลามะชุดแดงแนะนำ  เทพบุตรเซียวอี้กระโดดจากหลังม้า ตอนนี้เขาฝึกปรือเข้าขั้นมหาเซียนขั้นที่ 1 ระดับต้นได้แล้ว จึงมั่นใจเต็มที่ เกร็งพลังทั้งหมดมาไว้ที่ฝ่ามือ แล้วดึงดาบพิฆาตวายุทมิฬออกมา อย่างเต็มแรง

    “ อึ๊บ”

    ทุกคนต่างเฝ้ามองแต่ไม่เห็นดาบพิฆาตวายุทมิฬจะขยับเลยแม้แต่น้อย ได้ยินเสียงร้อง รวบรวมกำลังของ เทพบุตรเซียวอี้อย่างหน้าแดงคร่ำเคร่ง จนหน้าใกล้จะดำคล้ำ ก็ไม่สามารถถอนดาบออกมาได้ จนสุดท้านเหนื่อยหอบ ยอมแพ้ ชาวยุทธ์ที่ถูกไล่ออกไปไกล  เห็นแล้วก็หัวเราะออกมาอย่างขบขัน ทำให้เทพบุตรเซียวอี้ถึงกับอับอาย และ โมโหยิ่งนัก

    “ เทพบุตรซาเทียน ถึงเวลาของท่านแล้ว”  ลามะชุดแดงเอ่ย

    เทพบุตร อันดับสาม ซาเทียน ก็มีฝีมือไม่ด้อยกว่ากันแต่คราวนี้เขาใช้ฝ่ามือกระแทกศิลารอบๆ ไปหลายฝ่ามือ คล้ายตั้งใจทำลายก้อนศิลาทิ้ง แต่ว่าก้อนศิลานี้มีค่ายกลระดับสวรรค์คุ้มกัน ต่อให้มีพลังขั้นมหาเซียนสูงกว่านี้ยังไม่อาจทำลายได้เลย สุดท้ายจับดาบมั่น แล้วกระชากสุดแรงเกิด

    อุ๊บ !!  ใบหน้าของเทพบุตรซาเทียน ถึงกับแดงกล่ำ เส้นเลือดในตาแตก  แขนถึงกระตุก แต่ไม่ทำให้ดาบพิฆาตขยับเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายยอมแพ้ไป

    “ เทพบุตรหลินจือ ถึงคราวท่านแล้ว”

    เทพบุตรหลินจือ  เกร็งพลังเอาไว้ที่ฝ่ามือ แล้วก็ปล่อยลงไปที่ตัวดาบ ฉับพลันตัวดาบก็มีไฟลุกไหม้ขึ้น อย่างน่าหวาดกลัว เทพบุตรหลินจือ ใช้มือของตนจับที่ดาบที่ติดไฟร้อนๆ แล้วก็พยายามดึงขึ้น แต่แล้วคล้ายมีพลังงานบางอย่าง ผลักดันพลังเปลวไฟออกมา ทำให้เปลวไฟดับสนิท แล้ว ร่างของเทพบุตรหลินจือก็ถูกผลักดันปลิวออกมา ไม่อาจดึงดาบออกมาได้อีก

    คนสุดท้าย เทพบุตรหยางจิ่น ว่ากันว่าเป็น หลานชายแท้ๆ ของ จักรพรรดินีหยางเชี่ยน ได้รับการฝึกฝนวิชามาจากสังฆราชาหมิงเต้า

    เทพบุตรหยางจิ่น เดินเข้ามาแล้วใช้กระบี่วาดลงไปที่หินศิลา คล้ายกับเขียนอักขระยันต์บางอย่างลงไป ขจรมองดูห่างๆ ก็อดจะหวั่นใจไม่ได้

    “ นี่มันรู้วิธีทำลายค่ายกลด้วยรึ?”

    หินเจ้าปัญญาเอ่ยตอบว่า

    “ มันรู้ว่าหินนี้คือค่ายกล แต่มันไม่มีทางทำสำเร็จหรอก "

    “ แต่เท่าที่ดู มันก็เหมือนอักขระยันต์ที่ท่านบอกข้าเลยนี่”

    “ ฮ่า ฮ่า ฮ่า มันต้องมีของอีกสิ่งหนึ่งที่ต้องนำมาใช้ร่วมกันกับอักขระยันต์ นั่นคือโลหิตของผู้ที่สร้างค่ายกล หรือไม่ก็คือ เจ้าของค่ายกลนี้”

    ขจรมองไปที่เทพบุตรหยางจิ่นตอนนี้ใช้ผ้ายันต์สีเหลืองรัดตัวดาบ แล้วพยายามออกแรงดึง ตัวดาบพิฆาตวายุทมิฬ เริ่มสั่นไหว แต่สุดท้ายไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่อาจดึงออกมาได้ สร้างความไม่พอใจให้กับ เทพบุตรหยางจิ่นยิ่งนัก

    “ เฮอะ ดาบบ้านี่มันคงไม่มีใครเอาออกได้แล้ว ข้าไม่เชื่อว่า ข้าจะบุกเข้าไปใน เจดีย์ไม่ได้ ท่านลามะทงจื่อ ช่วยข้าทำลายประตูทางเข้าเจดีย์ ข้าจะเข้าไปข้างใน”

    “ น้อมรับคำสั่ง”

    ลามะทงจื่อ เดินนำหน้า ผู้คนทั้งหลาย แล้วมาที่ประตูไม้ขนาดใหญ่ แล้วให้พระที่เฝ้าประตูเปิดออก

    “ ไม่ได้ ไม่ว่าใครก็ตามหากไม่สามารถดึงดาบได้ ห้ามเข้าไปในเจดีย์เด็ดขาด นี่คือคำสั่งของท่านเจ้าอาวาส”

    “ ไสหัวไปซะ” ลามะทงจื่อ สะบัดผ้าจีวรสีแดง พระที่ยืนคุมถูกพัดกระเด็นปลิวออกไป ทหารเข้ามาปิดกั้น ห้ามผู้ใดเข้ามาใกล้ พอประตูเปิดออก ก็มีลมเย็นๆ พุ่งพัดผ่านออกมา ลามะก้าวนำเข้าไปคนแรก ก็ถูกลมพายุหมุนพัดเข้ามากระแทกร่าง

    ลามะนั้นมีพลังมหาเซียนขั้นที่สอง จึงเกร็งพลังคอยต้านลมพายุเอาไว้ แล้วตะโกนว่า

    “ ข้าได้ต้านพลังพายุลูกนี้แล้ว เชิญท่านเทพบุตรทุกท่านเข้าไปข้างในได้เลย”

    เทพบุตรทั้งสี่ก็พุ่งกายเข้าไปในทันที

    “ เฮ้ย มันเข้าไปได้ด้วย เอาไงละที่นี้” ขจรเอ่ยถามหินเจ้าปัญญา

    “ เฮอะ พวกมันจะเข้าไปได้สักกี่ชั้น เดี๋ยวก็โดนยันออกมา ใช้เวลานี้ถอนดาบพิฆาตวายุทมิฬออกมา แล้วรีบเข้าไปในเจดีย์เร็ว”

    ขจรไม่รอช้า พุ่งตัวเข้าไปที่หินศิลา แล้วกัดนิ้วมีหยดเลือด แล้วลงอักขระยันต์เขียนตัวอักษรว่า เปิด ฉับพลันก็เกิดแสงวิ่งพล่านไปทั่ว พื้นศิลา ขจรจับดาบพิฆาตวายุทมิฬเอาไว้ แล้วชักดาบขึ้นมา ท้องฟ้าก็เกิดสายฟ้าคำราม มีพายุพัดโหมกระหน่ำมาคล้ายกับรับรู้ว่า เจ้านายคนใหม่ของมันกำเนิดใหม่แล้ว  ขจรไม่รอช้าพุ่งตัวเข้าไปใน เจดีย์เฟิงไหล

    แล้วก็เดินผ่านลามะทงจื่อ ที่ตอนนี้ใบหน้าถูกลมปะทะแรงขึ้น จนใบหน้าแบนราบตามแรงลม จีวรแดงที่ใส่เริ่มขาดวิ่น มองขจรด้วยสายตาแปลกๆ ยิ่งเห็นขจรถือดาบพิฆาตวายุทมิฬในมือ ก็เสียสมาธิ อ้าปากจะพูดบางอย่าง แต่ถูกลมทมิฬพุ่งเข้าปาก ปลิวลอยลิ่วออกนอกเจดียไปไกล

    ส่วนลมพายุด้านใน กลับไม่ทำอะไรขจรกลายมีแต่สายลมเย็นๆ พัดผ่านแล้วนำทางพาขจรขึ้นไปบนชั้นสอง

    พอขึ้นไปชั้นสอง ก็พบร่างของเทพบุตรอันดับสี่ เซียวอี้  นั่งกับพื้นหมดสภาพ ร่องรอยถูกของมีคมบาดทั่วร่างกาย เสื้อผ้ามีร่อยรอยขาดวิ่น แต่ไม่ถึงกับตาย

    แต่ไปต่อไปไม่ไหว ถูกเพื่อนๆ ทิ้งเอาไว้ พอขจรก้าวเข้ามาบนชั้นสองเต็มเท้าทั้งสอง ก็มีลมพัดผ่านมา ขจรยกดาบพิฆาตวายุทมิฬขึ้นมาแล้ว ตวัดออกไป ใบมีดบางๆ เล็กๆนับร้อย ก็ร่วงหล่น มาไม่อาจทำอะไรขจรได้ สุดท้ายถูกขจรใช้ดาบปักเข้าตรงกลางห้อง ปิดการทำงานของค่ายกลมีดลมชั้นสองนี้ทันที

    “ เจ้าเป็นใคร”

    “ เป็นใครก็ช่าง เจ้านี่ช่างเห็นแก่ตัวจริงๆ เจอค่ายกลมีดลม แทนที่จะร้องเตือน กลับมองดูข้าเฉย อยากให้ข้าเป็นอย่างเจ้าใช่ไหม?”

    “ ข้าถูกพวกมัน ส่งตัวเข้าไปในค่ายกล แล้วพวกมันก็หนีขึ้นไปชั้นสามได้ แล้วเรื่องอะไรข้าต้องช่วยเจ้าด้วย”

    โป๊ก !

    ขจรเข็กหัวเทพบุตรเซียวอี้ไป 1 ที แล้วบอกว่า

    “ ข้าจะตัดแขนเจ้า แล้วโยนลงไปจากชั้นสอง ดูซิว่าใครหน้าไหนจะกล้ามาช่วยเจ้า”

    ขจรทำท่าจับดาบสองมือ กำลังจะฟันใส่เทพบุตรเซียวอี้

    “ อย่า อย่า อย่าทำข้า เจ้าต้องการอะไรก็บอกมา ข้าเป็นลูกชายเสนาบดีซ้ายของจักรพรรดินี เจ้าต้องการอะไรก็บอกข้า ข้าจะหามาให้เจ้า”

    “ โอ้ ถ้าเช่นนั้น เราก็พอจะตกลงกันได้”

    ขจรถือดาบพิฆาตลูบไล้ไปมาตามร่างกายของเทพบุตรเซียวอี้ แล้วคิดอยู่แป๊บแล้วเอ่ยว่า

    “ 10 ล้านเหรียญทอง ข้าจะละเว้นชีวิตเจ้า และจะรักษาเจ้าให้หายเป็นปกติ ตกลงไหม?”

    “ 10 ล้านเหรียญทอง นี่เจ้าคิดจะปล้นข้าหรือไง?”

    “ จะเอาชีวิตไว้ หรือ สละเงินทองเล็กน้อย เลือกเอา” ขจรยกดาบพาดคอของเทพบุตรเซียวอี้ 

    “ ได้..ได้ ตกลง”

    “ ข้าเอง เป็นคนมีเมตตา ไม่ได้สนใจเรื่องเงินเลยแม้แต่น้อย ที่ทำไปก็อยากคบเจ้าเป็นสหายเท่านั้น” ขจรพูดไปก็ตัดเสื้อผ้าของเทพบุตรเซียว แล้วกรีดเลือดที่นิ้วของเทพบุตรเซียว จนเลือดไหลออกมา โดยไม่สนใจเสียงร้องออกมาอย่างเจ็บปวดของ เทพบุตรเซียวอี้  แล้วเขียนเป็นตัวหนังสือบนผ้าที่ขาด ว่าเป็นหนี้ เสี่ยวอิง จำนวน 10 ล้านเหรียญทอง แล้วใช้นิ้วโป้ง ประทับตราเลือดเอาไว้เป็นพยาน ขจรเก็บเอาผ้าและป้ายประจำตัวของ เทพบุตรเซียวอี้เอาไว้เป็นหลักฐาน

    ขจรนำเม็ดยาคืนชีพใส่ปากเทพบุตรเซียวอี้   จนบาดแผลทั้งหมดหายดีเป็นปกติแล้วบอกว่า

    “ เดินลงไปแล้วออกไปจากเจดีย์ซะ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวอีก”

    “ เจ้าชื่อ เสี่ยวอิง?”

    “ ใช่ ข้าชื่อ เสี่ยวอิง(เหยี่ยวน้อย)”

    “ ดี ข้าจะจดจำชื่อของเจ้าเอาไว้”  เทพบุตรเซียวอี้ เดินลงไปชั้น 1 อย่างไม่พอใจเท่าไรนัก

    ขจรเดินขึ้นไปบนชั้นที่ สามต่อ พบว่ามีแรงลมกำลังกดทับร่างของเทพบุตรซาเทียนจนร่างแนบติดพื้นไม่อาจขยับตัวได้  แต่น่าแปลก แรงลมที่พัดใส่ขจรนั้นกลับไม่อาจกดดันร่างของขจรได้แม้แต้น้อย อาจเป็นเพราะดาบพิฆาตวายุทมิฬที่ขจรถืออยู่ก็ได้

    “ ช่วย..ด้วย ช่วยข้า ด้วย”  เทพบุตรซาเทียนพยายามร้องขอให้ขจรช่วย....

    คล้ายกับเรื่องโคตรมวยไทยถล่มโลกเซียน ที่คุณอ่าน

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    ชีวิตที่สองบนโลกใบใหม่ (Nidome no jinsei o isekai de)

    นิยาย แฟนตาซี
    127K 373
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    อหังการยอดคนเหนือยุทธ

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 2687
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    มังกรพลิกสวรรค์

    มังกรพลิกสวรรค์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    161K 121
    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    ย้อนเวลามาเป็นเซียนหุ้น ( จบภาค )

    นิยาย แฟนตาซี
    150K 136
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810