หนังสือเปลี่ยนชะตา

    บทที่ 49

    แล้ววันที่สินจะต้องกลับกรุงเทพก็มาถึง หลินๆเธอเองก็ตามสินไปเพื่อชิมรสมือของเขา ในวันที่สินทำโต๊ะจีนนั้นเธอชื่นชอบมากที่สุด เพราะในวันนั้นเขาทำเมนูที่เขาตั้งชื่อขึ้นมาเอง ‘หมูปักกิ่ง’ มันเป็นลูกหมูย่างที่หนังแดงกรอบ พร้อมกับน้ำราดที่เอาไว้สำหรับจิ้ม เพราะหากว่าราดลงไปเลยหนังของหมูน้อยจะไม่กรอบ ทานคู่กันแล้วมันเป็นมิติใหม่จริงๆและเธอยังได้ทานอีกหลายเมนูของเขา จนแน่ใจเรื่องของการทำธุรกิจด้วย และแน่นอนว่าข้อตกลงนี้ สินได้ทำกับเธอเพียงแค่สองคนเท่านั้น แต่สุดท้ายก็ต้องอยู่ที่ครอบครัวของเธออีกทีหนึ่งว่าจะยอมรับเงื่อนไขนี้ได้หรือไม่ เพราะสิ่งที่สินเสนอไปมันก็เสี่ยงพอตัวอยู่ หากลงทุนไม่รอบคอบเงื่อนไขก่อนสั่งทำสินค้าแต่ละครั้ง สินจะจ่าย 50 เปอร์เซ็นต์ของราคาสินค้าที่สั่งทั้งหมด ส่วนที่เหลือโรงงานตระกูลจ้าวจะต้องเป็นผู้ออกทั้งหมด รวมถึงค่าขนส่งอีกด้วย และส่วนแบ่งทางการตลาดคือ กำไรแบ่ง 50-50 ซึ่งมันก็ดูเหมือนว่าจะเป็นการเอาเปรียบทางผู้ผลิต แต่สินก็ยังคิดว่ามันสมเหตุสมผลมากที่สุดแล้วเพราะพวกเขาก็แค่ลงทุนนิดๆหน่อยๆอย่างเดียวเท่านั้น แต่สินจะต้องลงทั้งเงินทั้งปัญญา หรือก็คือสูตรอาหารนั่นเอง ส่วนเรื่องของการขนส่งไม่เห็นจำเป็นต้องคิดมันมากเลย เพราะเขาบอกให้กับหลินๆว่าก็ให้เก็บเพิ่มกับลูกค้าเอาทีหลังก็ได้ และสินจะไม่ขอรับเงินในส่วนนี้ด้วย แต่ขอให้ทำอะไรให้ออกมาโปร่งใสที่สุดก็เพียงพอแล้วสินแวะส่งหลินที่สนามบินสุวรรณภูมิ ก่อนที่พวกเขาจะร่ำลากันเล็กน้อย และสัญญาว่าจะรีบติดต่อกลับมาในเรื่องของธุรกิจน่ะนะ มันเป็นความรู้สึกที่ประหลาดอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว พี่โอ๊ตแวะไปส่งสินที่โรงแรมก่อนที่จะกลับบ้านพักผ่อน ด้านหน้าของโรงแรมก็ยังมีเหล่าแฟนคลับที่ออกมาให้กำลังใจเขากันอย่างล้นหลามเหมือนเช่นสองวันที่ผ่านมา ซึ่งตอนนี้สินชินมันเสียแล้วสินขออนุญาตขึ้นไปพักผ่อนจากเหล่าแฟนคลับที่มาขอถ่ายรูปอยู่นานสองนานแล้ว ตอนนี้เขาเหนื่อยมากจริงๆ เขาเปิดประตูห้องก็แทบจะไม่ไหวแล้ว เมื่อมาถึงเตียงได้แล้ว เขาก็นอนหลับไปในทันที และแล้วเช้าวันใหม่ที่แสนจะสดใสก็มาถึง เขาตื่นขึ้นมาพร้อมกับให้กำลังใจตัวเองเหมือนเช่นทุกๆเช้าเขาทำธุระส่วนตัวเพียงครู่เดียวก็แล้วเสร็จ เพราะว่าวันนี้เขาสายแล้วจริงๆ วันนี้คือวันศุกร์ที่เขาจะต้องไปถ่ายรายการของเดอร์แกรนเชฟ เพื่อซ่อมบางฉากที่มันขาดหรือตกล่นลงไป เขาเดินทางมาถึงอย่างเฉียดฉิวพอดี แต่บรรยากาศรอบๆมันกลับไม่เป็นอย่างนั้น และดูเหมือนว่ามันจะมีเรื่องอะไรสักอย่างเกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ และเขาไม่รู้เรื่อง“คุณสินครับ.. ยังไงขอเชิญทางนี้ก่อนนะครับ” ทีมงานคนหนึ่งเดินเข้ามาหาสิน เพื่อที่จะนำทางไปพูดคุยกับคนใหญ่คนโตที่กำลังรอสินอยู่ที่ห้องรับแขก และแน่นอนว่ามันกำลังจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงของรายการนี้สินเดินตามทีมงานคนนั้นจนมาถึงห้องๆหนึ่ง ที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย แต่ละคนคือเชฟที่มากไปด้วยความสามารถ และมีชื่อเสียงทั้งในระดับประเทศทั้งระดับโลกกันทั้งนั้น สินไม่เข้าใจเลยว่าทีมงานจะพาเขามาทำไม ตำแหน่งอะไรก็ยังไม่ได้รับการยอมรับเลยสักนิด มันทำให้สินรู้สึกประหม่าเล็กน้อย“ต้องขอโทษด้วยนะครับ พระเอกของงานมาถึงแล้วครับ” จากนั้นทุกคนก็หันมาทางสิน มันยิ่งทำให้เขางงเข้าไปกันใหญ่ว่านี่มันเรื่องอะไรกัน เสียงปรบมือค่อยๆดังขึ้นมาเรื่อยๆ ก่อนที่ทีมงานคนเดิมจะเรียนเชิญให้สินเดินขึ้นไปโชว์ตัวที่เวที“สวัสดีค่ะท่านผู้มีเกียรติทุกท่าน วันนี้พวกเราทุกคนได้มาร่วมกันเป็นศักดิ์พยานในการรับตำแหน่งเชฟของคุณสินสมุทร สุดสาครกันค่ะ... เชิญคุณ..เออ..เชฟสินตรงกลางเวทีเลยค่ะ” สินที่กำลังมึนงงก็เดินมาตามที่ปิ๊กพิธีกรสาวบอก และเขาพึ่งจะนึกคำที่เธอพูดออกมาได้ ‘เชฟ’ และมันเป็นคำเดียวที่ทำให้เขาหน้าเหวอๆออกมาจากนั้นพิธีการดูเหมือนจะดำเนินไปต่อ โดยที่สินไม่ได้รู้อะไรเลย เขาเพียงแค่ยืน และจับมือกับเชฟมากมายที่อยู่ในงาน พวกเขาต่างก็ชื่นชมในตัวของสินเป็นการใหญ่ สินก็ได้แต่กล่าวขอบคุณไปตามมารยาท ก่อนจะที่เชฟสมชายจะเดินขึ้นมาบนเวทีเป็นคนสุดท้ายเขาคือประธานสมาคมเชฟแห่งประเทศไทย และด้วยการที่เขารอบรู้ในอาหารทุกๆแนวทุกๆหัวเมือง เขาจึงได้รับการยอมรับให้เป็นประธานสมาคม เขาเดินไปอยู่ที่ไมค์ใกล้กับสิน ก่อนจะเอ่ยออกมา“วันนี้ผมรู้สึกเป็นเกียรติ และยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ต้อบรับเชฟหน้าใหม่ไฟแรงอย่างเชฟสินมาเข้าร่วม.. เชฟสินผู้ซึ่งสามารถทำให้ผู้บริโภคหรือคนทานอาหารหลายๆคน ตระหนักได้ถึงกรรมวิธีการปรุงอาหารชั้นสูง และเริ่มหันมาสนใจกับการทานอาหารที่ถูกหลักมากยิ่งขึ้น .. เชฟสินเป็นเชฟที่ดี และทำให้เชฟอย่างเราๆพลอยมีหน้ามีตาในสังคมอีกด้วย.. ศักดิ์ และศรีของเขา เหมาะสมแล้วที่ผมจะประกาศว่า.. เชฟสินได้รับการยอมรับจากสมาคมให้เป็นเชฟระดับเจ็ด ของประเทศไทยจากความเห็นของเชฟแต่ละท่านครับ”จากนั้นเสียงปรบมือก็ดังลั่น สินเองก็แอบช็อค เขาตกใจเป็นอย่างมาก เพราะตำแหน่งเชฟระดับเจ็ดมันถือว่าสูงมากทีเดียว ขณะเชฟสมชายที่เป็นถึงประธานยังมีตำแหน่งเพียงแค่เชฟระดับเก้าของประเทศเท่านั้นเอง และอันดับสิบของประเทศถือว่าเป็นสมบัติของชาติเลยด้วยซ้ำและการที่เขาได้เป็นถึงเชฟระดับเจ็ดด้วยอายุเพียงเท่านี้นั้น มันก็ไม่ต่างจากการที่ได้นั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานสมาคมในอนาคตอย่างนั้นเหรอ แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ยังงงอยู่ดีว่ามันเรื่องอะไรกัน และมันก็ต้องย้อนกลับไปที่บนโลกอินเตอร์เน็ตเมื่อคืนนี้ ด้วยหัวข้อที่ชื่อว่า ‘ทำไมคุณสินยังไม่ได้เป็นเชฟทั้งๆที่เก่งขนาดนั้น’แล้วทัวร์ก็มาลงที่สมาคมเชฟแห่งประเทศไทยถึงคำถามต่างๆมากมาย พวกเขาถึงกับต้องรีบประชุมกันเป็นการด่วน จนได้ข้อสรุปมันออกมาอย่างที่เห็น แล้วความซวยก็มาตกที่รายการเดอร์แกรนที่กำลังปัง แต่ตอนนี้พวกเขากำลังจะสูญเสียดาวเด่นประจำรายการไปอีกด้วย แต่รายการก็ยังมีแผนสำรองเสมอๆ และพวกเขาเชื่อว่าจะทำให้รายการกลับมาปังอย่างแน่นอนหลังจากที่สินงงอยู่นานก็เริ่มจะเข้าใจมากขึ้น เดอร์แกรนเชฟจริงๆแล้วเป็นรายการสำหรับมือสมัครเล่นที่ต้องการให้ผู้คนยอมรับว่าเขาหรือเธอผู้นั้นเป็นเชฟ แต่ด้วยความรู้ความสามารถที่เขามีมันเกินกว่าคำว่ามือสมัครเล่นไปนานแล้วเขาก็เข้าใจดี และแล้วมันก็มาถึงช่วงที่ต้องถ่ายรายการของเดอร์แกรนเชฟ“สวัสดีผู้เข้าร่วมการแข่งขันทุกท่านค่ะ .. วันนี้ก่อนจะเริ่มการแข่งขัน เรามีเรื่องที่อยากจะประกาศในทุกคนได้ทราบกันนะคะ... เนื่องจากทางรายการมีความจำเป็นที่ต้องถอดถอนคุณสินสมุทรออกจากการแข่ง.. เนื่องจากคุณสินสมุทรได้รับแต่งตั้งจากสมาคมเชฟแห่งประเทศไทย ให้เป็นเชฟระดับเจ็ดที่อายุน้อยที่สุดค่ะ” พิธีกรกล่าวออกมา และมันทำให้ทุกคนในที่แห่งนั้นตกใจเป็นการใหญ่ พวกเขาต่างปรบมือให้กับสินอย่างยินดี“แต่...มันยังไม่จบเท่านั้น.. และในวันนี้เชฟสินจะมาเป็นกรรมการตัดสินพวกคุณอีกด้วยค่ะ” เสียงของผู้เข้าแข่งขันหลายๆคนดีใจเป็นอย่างมาก เพราะว่าเชฟสินคนนี้เก่งในเรื่องของการวิเคราะห์ และให้คำแนะนำที่ดี พวกเขาเชื่อว่าเชฟสินจะสามารถทำให้พวกเขารู้ถึงจุดที่พวกเขาผิดพลาดได้อย่างชัดเจน
    error loadedเอาเป็ดปักกิ่งไปแทนก่อนนนน้าาาา
    error loadedต้องขออภัยทุกท่าน เนื่องจากติดธุระงานเเต่งของไรต์จึงหายไปหลายวัน ... หลังจากนี้มาต่อกันยาวไป ยาวไปปป