“ถ้าเราทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์แล้วละก็เราคงจะกวาดล้างหุ่นเชิดศพเกราะทองทั้งหมดในห้องโถงใหญ่ได้”
เย่เทียนครุ่นคิด
ระดับศักดิ์สิทธิ์นั้นดูแข็งแกร่งมากแต่ในความเป็นจริงเมื่อเทียบกับยอดฝีมือระดับศักดิ์สิทธิ์ที่ติดอันดับในหอคอยเทพสงครามแล้วหุ่นเชิดเหล่านี้ยังด้อยกว่ามาก ดังนั้นเย่เทียนจึงมั่นใจว่าเขาสามารถเอาชนะมันได้อย่างแน่นอน
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปที่เพิ่งทะลวงผ่านขั้นความแข็งแกร่งของร่างกายเพียงอย่างเดียวนั้นเท่ากับ 100,000 ช้าง แม้ว่าจะมีพรสวรรค์พิเศษด้านพละกำลังเช่นหุ่นเชิดตัวนั้นก็สามารถเพิ่มพละกำลังได้เพียง1 มังกร
พลังระดับนี้ผู้ฝึกยุทธ์ในขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ทั่วไปไม่มีทางที่จะสามารถเอาชนะมันได้
แต่เย่เทียนไม่เหมือนกัน
เขาสามารถเพิ่มพลังโจมตีได้ถึง12 พลังมังกรในระดับราชาและเมื่อเขาทะลวงผ่านไปยังระดับศักดิ์สิทธิ์ ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้นอีกสิบเท่าเทียบเท่ากับ 120 มังกร
ซึ่งมันน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก
“มิตินี้อนุญาตให้หุ่นเชิดระดับศักดิ์สิทธิ์อยู่ได้นั่นหมายความว่ามันไม่ได้จำกัดไม่ให้ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์อยู่ที่นี่ แต่วิหารด้านนอกไม่อนุญาตเราสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์ในมิตินี้ได้ คนอื่นๆ ต้องการทำให้พรสวรรค์ระดับลึกลับไปถึง70% ก่อนทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์ แต่เรานั้นแตกต่างกันพรสวรรค์ด้านการป้องกันระดับลึกลับของเรากลายเป็นระดับลึกลับที่แท้จริงแล้ว การทะลวงเข้าสู่ระดับศักดิ์สิทธิ์นับว่าไม่เป็นปัญหาเราค่อยๆ คัดลอกพรสวรรค์ระดับลึกลับอื่นในภายหลังได้!”
เย่เทียนคิด
เขาไม่ได้กังวลเกี่ยวกับพรสวรรค์ของเขาดังนั้นแม้ว่าตอนนี้เขาจะเลื่อนขั้นก็ไม่มีปัญหาอะไร
เมื่อเทียบกับการเก็บเกี่ยวผลประโยชน์แล้วการสูญเสียนี้ไม่นับว่าเป็นอะไรเลย
ดังนั้นเย่เทียนจึงตัดสินใจทะลวงผ่านไปยังระดับศักดิ์สิทธิ์!
“งั้นก็ทะลวงมันตรงนี้เลย”
เมื่อคิดได้ดังนั้น เย่เทียนนั่งขัดสมาธิและเริ่มโคจรเทคนิคการบ่มเพาะปราณมรกตโดยใช้ทักษะการบ่มเพาะนี้เริ่มขัดเกลาพลังจิต
ตูม!!!!
ภายในโลกจิตวิญญาณของเขา พลังจิตของเย่เทียนเกิดการสั่นไหวอย่างต่อเนื่องสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ค่อยๆ ถูกกำจัดออกไป พลังจิตของเขาเริ่มแข็งแกร่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การแปรสภาพพลังจิตเป็นจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์เป็นกระบวนการหลอมรวมและชำระล้างให้บริสุทธิ์
การเปลี่ยนพลังจิตเป็นจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์เป็นกระบวนการที่เป็นสาระสำคัญ
เมื่อเวลาผ่านไป พลังจิตของเขาก็เริ่มมากขึ้นความแข็งแกร่งของพรสวรรค์ในการฝึกฝนระดับตะวันเริ่มปรากฏออกมา
10%
20%
30%
ในเวลาเพียงวันเดียว เย่เทียนควบแน่นพลังจิตของเขาเพิ่มขึ้นเป็น50% แล้ว!
หลังจากสิ้นสุดในวันถัดไปพลังจิตของเขาก็ก้าวมาถึง90%!
ในวันที่สาม
ในที่สุดเย่เทียนก็มาถึงขั้นตอนสุดท้ายแล้ว!
“ทะลวง!!!!”
พลังจิตสุดท้ายภายใต้จิตใต้สำนึกของเย่เทียนในที่สุดก็กลายเป็นพลังจิตศักดิ์สิทธิ์
ทันใดนั้นกระบวนการเปลี่ยนแปลงก็เริ่มต้นขึ้น!
ตูม!
ในที่สุดจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์ที่แท้จริงก็ปรากฏขึ้นและปลดปล่อยออกมาจากห้วงวิญญาณแผ่ขยายกระจายไปทั่ว
สิบลี้! ร้อยลี้! พันลี้!
ทุกอย่างอยู่ภายใต้การควบคุมของจิตสำนึกศักดิ์สิทธิ์!
เพียงหนึ่งลมหายใจรัศมีพลังจิตของเขาก็ครอบคลุมรัศมีนับพันลี้นี่คือพลังจิตศักดิ์สิทธิ์ของระดับศักดิ์สิทธิ์
ในขณะเดียวกัน
ร่างกายของเย่เทียนก็ถูกปกคลุมด้วยพลังปราณจำนวนมหาศาลแต่ไม่ว่าจะมีพลังปราณมากเพียงใด มันก็ถูกดูดซับเข้าสู่ร่างกายของเย่เทียนอย่างบ้าคลั่งขัดเกลาร่างกายของเขาให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม พลังปราณที่นี่ดูเหมือนจะไม่เพียงพอ
เย่เทียนจึงหยิบเลือดของสัตว์อสูรจำนวนนับไม่ถ้วนออกมาจากมิติส่วนตัวจากนั้นเขาก็ใช้พรสวรรค์กลืนกินโลหิตเพื่อเติมเต็มความต้องการของร่างกายโดยด่วน
และเขายังนำหินปราณออกมาอีกจำนวนมากเพื่อดูดซับเติมเต็มพลังปราณของเขา
ท้ายที่สุดเลือดสัตว์อสูรและหินปราณเย่เทียนก็หมดลง
ในเวลานี้เย่เทียนสัมผัสได้ว่าจิตวิญญาณของเขาเริ่มสั่นสะท้านเขาเกิดความตระหนักรู้และความเข้าใจนับไม่ถ้วน
การเลื่อนระดับเป็นขอบเขตศักดิ์สิทธิ์ความเข้าใจของเขาจะเพิ่มขึ้นจนถึงในระดับที่ไม่อยากจะเชื่อ มันเพียงพอที่จะทำให้พรสวรรค์ระดับลึกลับทั้งหมดยกระดับเกิน70%
แม้ว่าเย่เทียนจะไม่ได้ทำให้พรสวรรค์ระดับลึกลับของเขาไปถึง70% แต่มันก็เพียงพอที่จะทำให้พรสวรรค์ระดับลึกลับก้าวไปยัง90%
“พรสวรรค์ด้านพละกำลัง!”
เย่เทียนเริ่มทำความเข้าใจความลึกลับของพรสวรรค์ด้านพละกำลังครึ่งชั่วโมงผ่านไป
ในเวลานี้พรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับลึกลับของเย่เทียนเพิ่มขึ้นถึง90%
เขายืนขึ้นและขยับเล็กน้อยแค่นั้นก็ทำให้อากาศโดยรอบสั่นสะเทือน
ร่างกายของเขาในตอนนี้นั้นแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้ถึงสิบเท่าทำให้เขาไม่สามารถควบคุมความแข็งแกร่งของตัวเองได้
แต่หลังจากใช้เวลาเล็กน้อยในที่สุดเย่เทียนก็คุ้นเคยกับความแข็งแกร่งทางร่างกายของเขาในตอนนี้อย่างสมบูรณ์
“ได้เวลากลับไปยังพระราชวังแล้ว!”
เย่เทียนพึมพำ
วู๊ซซซ!
เย่เทียนขยับตัวกลายเป็นลำแสงที่พุ่งผ่านท้องฟ้าออกไป
เพียงไม่นานเขาก็กลับมายังพระราชวังอีกครั้ง
เมื่อเข้าใกล้ห้องโถงใหญ่หุ่นเชิดศพเกราะทองจำนวนมากก็พุ่งออกมา
“ตาย!”
เย่เทียนตบมือออกไป หุ่นเชิดเกราะทองจำนวนมากถูกเย่เทียนตบจนตายอย่างรวดเร็วหนึ่งในนั้นเป็นหุ่นเชิดที่มีพรสวรรค์ด้านความเร็วและด้านพละกำลังระดับลึกลับปลอม
ศพของหุ่นเชิดเกราะทองเหล่านั้นถูกเขาเก็บเข้าไปในมิติส่วนตัวทันที
ตูม!!!!
หุ่นเชิดศพระดับศักดิ์สิทธิ์สีดำพุ่งออกมาและปลดปล่อยพลังอันน่าเกรงขามออกมา
แต่สำหรับเย่เทียนในตอนนี้กลิ่นอายของหุ่นเชิดศพระดับศักดิ์สิทธิ์ไม่สามารถกดดันเขาได้อีกต่อไป
“ตรวจสอบ!”
เย่เทียนเปิดใช้งานพรสวรรค์ในการคัดลอกตรวจสอบพรสวรรค์ของหุ่นเชิดศพระดับศักดิ์สิทธิ์ก็ปรากฏบนจอประสาทตาของเย่เทียน
[ประเภท : หุ่นเชิดศพดำ
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ : ระดับดารา
พรสวรรค์ด้านพละกำลัง : ระดับสูง
พรสวรรค์ด้านความเร็ว : ระดับปานกลาง]
เมื่อดูจากพรสวรรค์แล้ว หุ่นเชิดศพระดับศักดิ์สิทธิ์ตัวนี้เป็นเพียงหุ่นเชิดธรรมดาเท่านั้นไม่มีพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งอะไร คาดว่าคงเป็นเพราะมันมีพลังการบ่มเพาะสูงจึงสามารถโจมตีได้แข็งแกร่งเช่นนี้
“ขยะ!”
เย่เทียนผ่าร่างหุ่นเชิดศพระดับศักดิ์สิทธิ์ออกเป็นสองท่อนในทันที
หลังจากนั้น
เย่เทียนก็พุ่งออกไปกวาดล้างหุ่นเชิดศพเกราะทองทั้งหมดก่อนที่จะเดินเข้าไปในห้องโถงใหญ่
และในที่สุดช่วงเวลาแห่งการเก็บเกี่ยวอย่างยิ่งใหญ่ก็มาถึงแล้ว!
ศาสตราวุธเทวะระดับสูง เก็บ!
ทักษะการบ่มเพาะขั้นสูงสุดระดับ5 เก็บ!
โอสถวิเศษหายาก นี่ก็เก็บ!
แร่แปลกๆ ก็เก็บ!
เย่เทียนค้นห้องลับในพระราชวังทั้งหมดเขากวาดสมบัติไปโดยไม่เหลือทิ้งไว้แม้แต่ชิ้นเดียว
ในที่สุดเย่เทียนก็มาถึงห้องลับห้องสุดท้ายของพระราชวัง
ห้องลับแห่งนี้มีค่ายกลปกป้องไว้แต่เนื่องจากค่ายกลของพระราชวังหยุดทำงาน พลังของค่ายกลนี้จึงอ่อนกำลังลงมาก บางทีอีกไม่นานค่ายกลนี้ก็จะหายไปโดยอัตโนมัติ
“ห้องลับนี้มีค่ายกลอยู่ดูเหมือนว่าคงจะไม่มีใครเคยเข้าไปด้านในมาก่อน ไม่แน่ว่ามันอาจจะมีสิ่งของล้ำค่ามากๆอยู่ด้านในก็ได้!”
เย่เทียนตื่นเต้นมาก
“ทำลาย!”
เขาใช้พลังทั้งหมดฟันออกไปเพื่อทำลายค่ายกล
ทันใดนั้นเย่เทียนก็สามารถเปิดประตูห้องลับเข้าไปข้างในได้
หลังจากเดินเข้าไปด้านใน เขาก็พบว่าห้องลับนี้มีขนาดใหญ่มากราวกับว่ามันเป็นตำหนักชั้นใน น่าแปลกที่ภายในล้วนว่างเปล่า มีเพียงชั้นวางอยู่ตรงริมผนังด้านหนึ่งเท่านั้น
เย่เทียนเดินเข้าไปก่อนจะกวาดสายตามอง
“ตำราลับสีทอง!”
“ดาบเล่มหนึ่ง!”
“เมล็ดพันธุ์!”
“ยาสามขวด!”
“หนังสือสีดำห้าเล่ม!”
“เหรียญตรา!”
นอกเหนือจากนั้นก็ไม่มีอะไรอื่นอีก
เย่เทียนเปิดตำราเล่มแรกที่มีสีทองหลังจากเปิดมันขึ้นมา เขาก็ตกตะลึงในทันที
“ทักษะดาบระดับทอง!”
ตำราเล่มนี้เป็นทักษะดาบระดับทองที่เขาใฝ่ฝันถึง
“ทักษะดาบระดับทองเขตแดนดาบสวรรค์!”
นี่เป็นทักษะดาบประเภทโจมตีเป็นวงกว้างซึ่งโดยปกติแล้วทักษะประเภทนี้หายากและมีมูลค่ามากกว่าทักษะดาบที่ใช้โจมตีแบบตัวต่อตัว
หลังจากมองดูคร่าวๆ เย่เทียนก็เก็บมันเข้าไปในมิติส่วนตัวของเขา
เย่เทียนมองต่อไปที่ดาบเล่มนั้นและพบว่าระดับของมันนั้นเหนือกว่าศาสตราวุธระดับเทวะเสียอีก
ส่วนระดับของมันจะสูงขนาดไหนนั้นเขาเองก็ไม่รู้เช่นกัน แต่อาวุธเช่นนี้ต้องมีค่าอย่างมาก
เขาจึงเก็บมันไว้โดยไม่ลังเล!
จากนั้นเย่เทียนก็มองไปที่เมล็ดพันธุ์เขาไม่รู้ว่าเมล็ดนี้คืออะไร แม้มันผ่านกาลเวลามาอย่างยาวนานแล้ว แต่มันยังคงปลดปล่อยพลังชีวิตอ่อนๆออกมา แน่นอนว่ามันต้องมีค่าอย่างมากเช่นกัน เย่เทียนเก็บมาในทันที
สำหรับสิ่งอื่นๆ เย่เทียนไม่ได้รีบตรวจสอบในตอนนี้เขาเก็บมันมาทั้งหมดแล้วค่อยตรวจสอบดูอีกครั้ง
หลังจากเก็บสมบัติทั้งหมดแล้วเย่เทียนก็ออกจากพระราชวังไป