ตอนที่ 162 ข้อเสนอ
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
เฟิร์สกลับมาถึงบ้านด้วยค่ายกลเคลื่อนย้าย
มันไม่แปลกที่เขาจะมีพิกัดค่ายกลอยู่ในตำแหน่งบ้านของตนเอง
พ่อของเขารู้สึกตื่นตาตื่นใจกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก ซึ่งไม่ว่าใครก็ย่อมต้องมีความรู้สึกแบบนี้เมื่อได้พบกับสิ่งที่เหมือนในหนังภาพยนต์ที่จินตนาการออกมา
แม้ว่าในยุคปัจจุบันวิทยาการจะล้ำหน้าไปมาก แต่มันก็ยังไม่ถึงขั้นที่สามารถเคลื่อนย้ายมวลสารได้อยู่ดี
จะว่าไปแล้วยิ่งเฟิร์สแสดงความสามารถออกมามากเท่าไหร่ ผู้คนก็ยิ่งให้ความสำคัญกับเขามากยิ่งขึ้น แม้ว่าเขายังไม่แสดงความสามารถทั้งหมดออกมาก็ตาม
หลังจากกลับมาจากพักผ่อนหลายวัน เฟิร์สรู้ว่าทางนิวโฮปได้จัดการเรื่องความปลอดภัยของเขาเพื่อไม่ให้ใครมาวุ่นวายได้เป็นอย่างดี แม้จะรู้ว่าในประเทศไทยแห่งนี้มีตัวตนน้อยมากที่จะสามารถคุกคามเด็กหนุ่มได้
ดูเหมือนว่าสายตาของพวกเขาจะมองเฟิร์สเปลี่ยนไปเป็นอย่างมาก
แน่นอนว่าทางนิวโฮปประเทศไทยย่อมไม่ปล่อยให้เขาไปอย่างแน่นอน
“ผมไปก่อนนะครับพ่อ” เฟิร์สบอกลาพ่อของเขาซึ่งวันนี้เขาต้องกลับไปทำงานวันแรกหลังจากที่ได้พักผ่อนมาอย่างยาวนาน
“ไปดีมาดีนะลูก”
เด็กหนุ่มรู้สึกยินดีกับคำอวยพรของผู้เป็นพ่อเป็นอย่างมาก ก่อนที่เขาจะสร้างค่ายกลเคลื่อนย้ายขึ้นมาแล้ว เดินทางเคลื่อนผ่านวังวนตรงหน้า
พรึบ!
ตอนนี้เฟิร์สไม่จำเป็นต้องปิดบังความสามารถนี้อีกต่อไปแล้ว เพราะทุกคนทั่วประเทศหรืออาจจะเป็นทั่วโลกล้วนรับรู้ในความสามารถการเคลื่อนย้ายมวลสารของเขา
ซึ่งเฟิร์สเองก็ไม่ได้ซีเรียสกับเรื่องนี้ด้วย
เด็กหนุ่มร่างผอมบางในชุดเครื่องแบบสีขาว ก้าวเข้าไปในสำนักงานแคลนนิวโฮปภาคกลางอย่างสบายอารมณ์
“สวัสดีครับคุณเฟิร์สวัน”
“สวัสดีครับ/ค่ะ อาจารย์เฟิร์สวัน”
ผู้คนมากมายต่างกล่าวทักทายเขาอย่างตื่นเต้น เพราะเรื่องราวของเขาได้กลายเป็นหัวข้อในการพูดคุยกันมาหลายวันแล้ว
แค่เรื่องที่เขาสามารถชี้แนะจนยกระดับเป็นดาราแดงได้ก็เหนือล้ำเกินพอแล้ว นี่ยิ่งมีข่าวเรื่องที่เขาเป็นเวเนเตอร์แรงค์ SS อีก สายตาของผู้คนจึงมองเขาอย่างยำเกรง
แม้แต่สมาชิกในแคลนก็ยังมีท่าทางเกรงอกเกรงใจเขาเป็นอย่างมาก
“ผมต้องการพบหัวหน้าพิเชษครับ” เฟิร์สกล่าวกับประชาสัมพันธ์
“หัวหน้ามีคำสั่งเอาไว้แล้ว ว่าหากคุณเฟิร์สวันต้องการพบสามารถเข้าไปพบเขาได้ทันที”
“ขอบคุณครับ” เฟิร์สยิ้มและเอ่ย
หลังจากที่แผ่นหลังของเขาลับหายไป หญิงสาวที่อยู่บริเวณนั้นก็กรี๊ดกร๊าดเขาเป็นอย่างมาก
แม้เฟิร์สจะเป็นเด็กหนุ่มที่ค่อนข้างเตี้ยสำหรับมาตรฐานชายไทยในสมัยนี้ อีกทั้งยังมีรูปร่างผอมบางไม่เป็นที่นิยม แต่ชื่อเสียงของเขากลับสามารถกดข้อด้อยทั้งหมดเหล่านั้นได้
แม้เด็กหนุ่มจะไม่ได้หล่อเหล่า แต่ผิวพรรณของเขาก็ผุดผ่องกระจ่างใสมาก ทำให้ใบหน้าที่ธรรมดาสามารถดูดีขึ้นมาได้
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็หาได้สนใจในรูปลักษณ์ของตนเองไม่ อีกทั้งยังไม่ได้สนใจในความสิเน่หาของผู้อื่น เพราะในใจของเขานั้นมีหญิงสาวผู้หนึ่งนั่งอยู่ข้างในนั้นอยู่แล้ว
ทันทีที่เฟิร์สเข้าไปในห้องทำงานอันโอ่โถง ชายชราผู้เป็นเจ้าของห้องก็รีบลุกขึ้นต้อนรับเขาทันที
“โอ้ ในที่สุดคุณก็มา เชิญนั่งก่อนสิเฟิร์สวัน”
ท่าทางของผู้กำกับพิเชษดูเกรงอกเกรงใจเฟิร์สเป็นอย่างมาก ซึ่งไม่เหมือนก่อนหน้านี้ที่เฟิร์สเคยพบเลยแม้แต่น้อย
“สวัสดีครับหัวหน้า”
“อ่า ... ครับ วันนี้คุณกลับมาทำงานวันแรกหลังจากที่หยุดไปนาน ไม่รู้ว่าคุณสนใจจะลงเทรดอบิสที่ไหน” ผู้กำกับพิเชษเอ่ยอย่างเป็นมิตร
คำพูดของผู้กำกับพิเชษทำให้เฟิร์สเลิกคิ้วขึ้น
แม้เขาจะถูกจัดให้อยู่ในยอดฝีมือแรงค์ SS แต่ในแคลนแห่งนี้ก็ไม่ได้มีแรงค์ SS เพียงแค่เขา ยังมีรองหัวหน้าไลท์นิ่งซันอีกคนหนึ่ง แต่ก็ไม่เห็นเขาจะอัธยาศัยดีขนาดนี้
เฟิร์สยังไม่รู้ตัวว่าตนเองได้ก่อคลื่นลูกใหญ่ให้กับวงการเวเนเตอร์เมืองไทย เขาจึงสงสัยในท่าทางของผู้คนที่ปฏิบัติต่อเขา
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่รังเกียจที่จะรับข้อเสนอที่ยื่นมาให้ถึงมือ
‘ยังไงตอนนี้ฉันก็ต้องการลงเทรดอบิสสีแดงระดับสูงเพื่อฝึกฝนกายากระบี่ให้ไปถึงขั้นสูง เมื่อฝึกฝนได้สำเร็จฉันก็แน่ใจแล้วว่าตนเองคือแรงค์ SS ตัวจริง และพร้อมที่จะเข้าสู่อบิสระดับสีน้ำเงิน’
เฟิร์สยิ้มออกมาและเอ่ยว่า “คุณช่างรู้ใจผมจริงๆ จะเป็นไปได้ไหมถ้าผมจะลงเทรดอบิสสีแดงระดับสูงเพียงคนเดียว”
ผู้กำกับพิเชษนิ่งชะงักไปครู่หนึ่งกับคำขอนี้ หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงไม่คิดที่จะอนุญาตคำขอนี้แน่ แต่เมื่อคิดว่าอีกฝ่ายคือเวเนเตอร์แรงค์ SS ซึ่งนั่นแทบจะเป็นเรื่องธรรมดาที่ตัวตนเช่นนี้จะลุยเดี่ยวในอบิสสีแดงระดับสูง
ดังเช่นครูบาส่องหล้าแห่งแคลนธรรมจักรที่มักจะเข้าไปฝึกฝนอยู่ในอบิสสีแดงระดับสูง
สำหรับตัวตนเช่นพวกเขาแล้ว อบิสระดับนี้ก็ไม่ต่างไปจากสวนหลังบ้านของพวกเขาเมื่อเทียบกับอบิสระดับสีน้ำเงินที่มีความห่างชั้นกันอย่างมาก
“โดยปกติแล้วการลงอบิสสีแดงระดับสูงจะมีเพียงแต่ทีมต่อสู้ ไม่มีการกวาดล้างเหมือนเช่นอบิสแห่งอื่นๆ ที่จะเก็บเกี่ยวทรัพยากรข้างในนั้น เพราะที่นั่นอันตรายและแคลนก็ไม่มีทีมเก็บเกี่ยวที่จะสามารถรักษาตัวเองข้างในนั้นได้ด้วย เพียงแค่มอนสเตอร์ตัวเดียวก็สามารถผู้คนมากมายได้แล้ว แต่ก็มีแค่บางกรณีที่เวเนเตอร์แรงค์สูงเข้าร่วมด้วยและให้การคุ้มครองทีมเก็บเกี่ยวระหว่างดำเนินการ ดังนั้นแล้วจุดประสงค์การลงเทรดอบิสสีแดงระดับสูงคือการให้ทีมต่อสู้คอยถ่วงเวลาไม่ให้มอนสเตอร์รวมตัวกับราชาเพื่อพังประตูอบิสเข้ามาในโลกเท่านั้น มันไม่ได้ทำเป็นธุรกิจเหมือนอบิสแห่งอื่นๆ เพราะความคุ้มค่าในการลงเทรดด้วย” ผู้กำกับพิเชษอธิบาย
“อีกอย่างอบิสสีแดงระดับสูงก็ไม่ค่อยปรากฏขึ้นมาบ่อยด้วย ดังนั้นแล้วผมจึงมีข้อเสนอบางอย่าง ไม่ทราบว่าคุณจะรับมันไว้ไหม?”
“เชิญว่ามา” เฟิร์สกล่าว
“มันไม่ใช่เรื่องสำหรับคุณแน่นอน เนื่องจากอบิสระดับสูงมีแรงกดดันพลังสปีริตที่สูงมากกว่าปกติ จึงทำให้พืชพันธุ์ข้างในนั้นเติบโตได้อย่างพิศดารเป็นพิเศษ ส่วนหินแร่ข้างในนั้นแทบจะมีคุณสมบัติไม่ต่างไปจากอบิสระดับต่ำมากนัก ผมจึงอยากจะให้คุณให้ความร่วมมือทำหน้าที่เป็นผู้คุ้มครองเวเนเตอร์ทีมเก็บเกี่ยวหลังจากที่คุณฝึกฝนที่นั่นเสร็จ”
หลังจากที่ได้ฟังเฟิร์สก็ตอบตกลงทันที
“ได้ ผมไม่มีปัญหา แต่ถ้าจะให้ดีพวกคุณสามารถระบุพืชที่คุณต้องการข้างในนั้นมาให้ผม หากผมเจอระหว่างทางจะได้ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาหลายรอบ”
“อย่างนั้นก็ดีเลย ขอบคุณสำหรับความช่วยเหลือนี้มาก” ผู้กำกับพิเชษเอ่ยอย่างดีใจ
ทำให้เฟิร์สรู้สึกค่อนข้างแปลกๆ เมื่อเขาเองก็เป็นพนักงานของนิวโฮปที่มาทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว แต่ฝ่ายตรงข้ามกลับทำเหมือนกับเขาเป็นคนนอกเสียอย่างนั้น
“อ้อ ... ยังมีอีกเรื่องหนึ่ง ดูเหมือนว่าทางนิวโฮปจะพิจารณาเลื่อนตำแหน่งให้คุณ ถ้าว่างๆ ก็แวะเข้าไปที่ศูนย์บ้าง”
แน่นอนว่าหลังจากที่เฟิร์สแสดงความสามารถออกมา นิวโฮปย่อมต้องปูนบำเหน็จเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อเฟิร์ส เพื่อหวังว่าเฟิร์สจะเป็นอนาคตที่ดีของพวกเขาต่อไป
คาดว่าสำหรับเวเนเตอร์แรงค์ SS แล้ว ตำแหน่งที่ได้รับมาย่อมต้องไม่น้อยอย่างแน่นอน
ซึ่งเฟิร์สก็ไม่ได้ประหลาดใจต่อการกระทำของนิวโฮป
“ทำไมพวกเขาไม่ติดต่อผมโดยตรงล่ะ”
ผู้กำกับพิเชษยิ้มแหย่ๆ และเอ่ย “พวกเขาคงเกรงใจการพักผ่อนของคุณน่ะครับ อีกอย่างเรื่องนี้ก็ดูเร่งด่วนเกินไป”
“ครับเอาเป็นว่าหลังจากที่ผมกลับมาจากการลงเทรดอบิสผมจะแวะเข้าไปที่นั่นก็แล้วกัน”
เฟิร์สไม่ได้สนใจในตำแหน่งเหล่านี้อยู่แล้ว สิ่งเดียวที่เป็นประโยชน์ต่อเขาก็แค่สามารถทำอะไรได้สะดวกมากกว่าเดิมเท่านั้น
เขายังมีสัญญากับนิวโฮปที่เหลือระยะเวลาหลายปี ซึ่งเขาเชื่อว่าด้วยฐานะนี้ย่อมมีโอกาสหาทางไปลงเทรดอบิสที่ต่างประเทศได้ เนื่องจากนิวโฮปมีสาขาอยู่ทั่วโลก ไม่เหมือนกับการสังกัดกับแคลนที่ต้องมีเรื่องยุ่งยากระดับหนึ่ง
อบิสสีน้ำเงินไม่ได้ปรากฏบ่อยครั้งนัก นิวโฮปก็เหมือนกับตำรวจโลกสามารถยื่นมือเข้าไปจัดการได้ตามสะดวก
นี่จึงเป็นเหตุผลที่เขาต้องการเข้าร่วมกับนิวโฮปมาตั้งแต่แรก
“ตอนนี้ภาคเหนือของเรามีอบิสระดับสูงเพียงแค่หนึ่งแห่งเท่านั้น และอบิสแห่งนี้ก็ถูกกองกำลังสลายการรวมตัวไปแล้วแปดครั้งแล้ว แต่อบิสแห่งนี้ก็กว้างใหญ่มากและยังมีมอนสเตอร์อยู่ข้างในนั้นอีกมากมาย ซึ่งช่วงนี้ก็เป็นช่วงเวลาที่ทิ้งระยะห่างจากการกวาดล้างครั้งต่อไป คุณสามารถลงเทรดอบิสได้ตามใจ ผมจะให้คนรีบส่งข้อมูลให้คุณในทันที”
“ขอบคุณครับ”
เฟิร์สได้ทำการพูดคุยกับผู้กำกับพิเชษต่อนิดหน่อยก่อนจะจากไป