ชะตาลิขิตรัก

    ดูถูก

    เช้าวันต่อมา ณ ห้องอาหารบ้านตระกูลไป๋

    “พ่อบ้านเยว่วันนี้ช่วยเตรียมรถไว้ให้ฉันด้วย”
    “คุณชายจะออกไปไหนงั้นเหรอครับ”

    ไป๋หลี่จวินที่กำลังทานอาหารเช้าอยู่เขาค่อยๆหยิบผ้าเช็ดปากขึ้นมาเช็ดก่อนจะหันไปมองหน้าพ่อบ้านเยว่คนใช้คนสนิท

    “วันนี้ฉันจะพาภรรยาของฉันออกไปเลือกซื้อของใช้ส่วนตัวที่ห้างเทียนเหลิน”

    พ่อบ้านเยว่มองไป๋หลี่จวินด้วยความประหลาดใจ

    “แต่คุณชายไม่เคย เอ่อ คุณชายไม่ชอบออกไปเจอผู้คนไม่ใช่หรอกเหรอครับ”
    เขาหันไปมองหน้าเติ้งถิงถิงพร้อมกับเผยยิ้มมุมปากเล็กๆออกมา

    “ทำไม ไม่ชอบออกไปใช่ว่าจะออกไปไม่ได้นี่วันนี้ฉันก็แค่อยากจะพาภรรยาของฉันไปเลือกซื้อของใช้ส่วนตัวก็เท่านั้นเอง”

    พ่อบ้านเยว่เผยยิ้มกว้างพร้อมกับพยักหน้าอย่างรู้ใจ

    “คุณชายจะให้กระผมปิดห้างเทียนเหลินเลยใช่มั๊ยครับ”

    เขามองหน้าพ่อบ้านเยว่อีกครั้งก่อนจะหันไปมองเติ้งถิงถิงที่กำลังจ้องมองเขาอยู่อย่างไม่ละสายตา

    “จะปิดทำไมกันฉันแค่จะพาภรรยาออกไปเลือกซื้อของใช้ใช่จะไปเหมาทั้งห้างเสียเมื่อไหร่ล่ะ“เขาตอบพี่บ้านเยว่ที่กำลังยืนรอรับคำสั่งเขาอยู่

    “แต่ปกติคุณชายไม่ชอบเดินในที่ๆมีผู้คนพลุกพล่านไม่ใช่เหรอครับเดี๋ยวกระผมจะไปสั่งปิดห้างให้ครับ”

    “ฉันบอกไม่ต้องไง”เขาหันมามองหน้าพ่อบ้านเยว่ราวกับรู้สึกลำคาญ

    เมื่อพ่อบ้านเยว่เห็นสีหน้าของไป๋หลี่จวิ้นเขาก็รีบก้มหน้าลงราวกับเข้าใจคำสั่งขึ้นมาในทันที

    “เข้าใจแล้วครับคุณชายเดี๋ยวกระผมจะรีบไปเตรียมรถให้เดี่ยวนี้ขอรับ”เขาพูดพร้อมกับรีบออกไปจัดการเตรียมรถให้กับไป๋หลี่จวินในทันที

    เติ้งถิงถิงค่อยๆวางช้อนกับส้อมลงบนจานก่อนจะมองหน้าของไป๋หลี่จวิ้น

    “ทำไมเราต้องไปซื้อของในที่แพงๆแบบนั้นด้วยค่ะฉันได้ยินมาว่าห้างนั่นเพิ่งเปิดใหม่อีกทั้งของที่วางขายที่นั่นก็ล้วนแล้วแต่มีราคาสูงทั้งนั้นเราไปซื้อเสื้อผ้าที่สหกรณ์ราคาแค่ไม่กี่หยวนสวมใส่ปกคลุมร่างกายได้เหมือนกันไม่เห็นต้องไปที่ห้างเทียนเหลินเลย”เธอพูดขึ้นราวกับเกรงใจ

    เขาจ้องหน้าเธอด้วยแววตาเรียบเฉย

    “ทำไมล่ะก็ฉันอยากจะพาเธอไปซื้อเสื้อผ้าที่นั่น เธอมีปัญหางั้นเหรอ”

    เธอส่ายหน้าเบาๆให้กับเขา

    “ฉันก็ไม่ได้มีปัญหาหรอกค่ะเพียงแต่ว่าห้างนั่น”

    “รีบมาเข็นฉันไปที่รถเถอะอย่ามัวพูดมากอยู่เลย”ยังไม่ทันที่เธอจะได้พูดต่อเขาก็รีบพูดแทรกขึ้นมาในทันที

    เธอได้แต่ส่ายหน้าเบาๆในใจก็นึกอยู่ว่าเขานี่ช่างเอาแต่ใจซะเหลือเกินแต่ก็ขัดอะไรไม่ได้เธอรีบเดินมาพยุงเขาขึ้นรถเข็นก่อนจะเข็นรถเข็นของเขาออกไปยังรถยุโรปที่พ่อบ้านเยว่จอดรออยู่

    ครั้นเมื่อทั้งสองขึ้นรถพ่อบ้านเยว่ก็เหลือบสายตามองไป๋หลี่จวินผ่านบานกระจกมองหลัง

    “คุณชายครับจะให้ผมแจ้งพนักงาน”พ่อบ้านเยว่พูดยังไม่ทันจบเขาก็เห็นมือใหญ่ที่โบกพักเป็๲สัญญาณให้รู้ว่าอย่าพูดมากแล้วรีบขับรถออกไปครั้นเมื่อพ่อบ้านเยว่เห็นดังนั้นเขาก็รีบหุบปากพร้อมกับรีบขับรถออกไปในทันที

    ไม่นานนักรถยุโรปหรูก็ขับเข้ามาจอดที่ห้างเทียนเหลิน

    ไป๋หลี่จวินหันมามองหน้าหญิงสาวที่นั่งอยู่ด้านข้าง

    “เธอลงไปก่อนเดี๋ยวฉันไปทำธุระครู่เดียวเดี๋ยวตามไปอยากได้อะไรก็เลือกหยิบได้ตามสบายเดี๋ยวฉันกลับมาจัดการให้”

    เธอได้แต่มองเขาด้วยความงุนงงแต่ก็เดินลงจากรถตามที่เขาบอกอย่างว่าง่าย

    เมื่อเติ้งถิงถิงเดินเข้ามาในห้างเทียนเหลินเธอค่อยๆเดินดูข้าวของเครื่องใช้ที่วางขายอย่างละลานตาอยู่ภายในห้างแม้ว่าของที่วางขายเ๮๧่า๞ั้๞จะดูทั่วไปหากทว่ากลับมีราคาที่สูงเกินกว่าที่เธอจะยอมเสียเงินซื้อ

    “หากเป็๲เมื่อก่อนตอนที่ฐานะที่บ้านยังดีอยู่ฉันคงไม่รู้สึกเสียดายที่จะยอมจ่ายเงินให้กับของแพงๆพวกนี้”เธอพูดขึ้นเบาๆพลันสายตาก็เหลือบไปเห็นร้านขายเสื้อผ้าใบหน้าสวยเผยยิ้มเล็กๆออกมาก่อนจะรีบเดินไปยังร้านนั่นในทันที

    “เอ่อขอโทษนะคะฉันขอดูชุดสีขาวนั่นหน่อยได้มั๊ย”เธอบอกกับพนักงานขายคนหนึ่ง

    หญิงสาวมองดูเติ้งถิงถิง๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้าก่อนจะเบือนหน้าหนี

    “ฉันว่าเธอไปดูที่ร้านอื่นเถอะคะเสื้อผ้าร้านนี้ราคาค่อนข้างสูงฉันเกรงว่าเธอจะไม่มีความสามารถในการซื้อ”หญิงสาวพูดขึ้นด้วยท่าทางที่เหยียดหยาม

    เติ้งถิงถิงได้แต่ส่ายหน้าเบาๆอย่างไม่พอใจ

    “เธอเป็๞พนักงานของร้านไม่ใช่เหรอนี่เหรอคือสิ่งที่เธอควรพูดกับลูกค้า”เธอกล่าวตำหนิพนักงาน

    สองสามีภรรยาที่กำลังเลือกซื้อของอยู่ภายในร้านเมื่อเห็นเติ้งถิงถิงกำลังกล่าวตำหนิพนักงานอยู่ทั้งสองจึงรีบเดินออกมาร่วมวงสนทนาด้วยในทันที

    “อ้าวนึกว่าขอทานที่ไหนที่แท้ก็คุณหนูตระกูลเติ้งนี่เองอดีตคู่หมั้นคุณนี่คะจุ้นเหอ”หญิงสาวพูดขึ้น

    ชายหนุ่มที่ยืนด้านข้างแสยะยิ้มมุมปากเล็กๆด้วยความดูถูก

    “ก็แค่อดีตน่ะผมแทบจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าเคยรู้จักเธอ”

    เติ้งถิงถิงรู้สึกสมเพชให้กับสองสามีภรรยาคู่นี้ซะเหลือเกิน

    “อย่าว่าแต่คุณจำไม่ได้เลยค่ะฉันก็ไม่เคยจำด้วยซ้ำว่าเคยรู้จักคุณ”เธอพูดขึ้นพร้อมกับยกมุมปากราวกับว่ารังเกียจคนตรงหน้าซะเต็มประดา

    “หึงั้นเหรอเอ๊ะแต่ผมได้ข่าวว่าบ้านคุณขายคุณให้ไอ้เศรษฐีพิการไปแล้วนี่แล้วทำไมคุณยังดูเหมือนขอทานอยู่อีกล่ะอย่าบอกนะว่าไอ้พิการนั่นก็ไม่เอาคุณเหมือนกันฮ่า ฮ่า ฮ่าอะไรจะน่าสงสารขนาดนั้นกัน”

    เธอมองหน้าเสี่ยวจุ้นเหอด้วยความโมโหในใจแทบอยากจะตบันหน้าที่ดูมั่นหน้ามั่นโหนกนั่นซะให้หงายเงิบซักทีสองที

    “นี่เธอรีบไล่ผู้หญิงคนนี้ออกจากร้านซะถ้าเธอไม่ไล่ฉันจะไม่มาซื้อเสื้อผ้าที่นี่อีกแน่ๆเพราะร้านของเธอชั้นต่ำให้ขอทานมาหยิบจับเสื้อผ้าได้”
    พนักงานสาวถึงกับหน้าถอดสีเมื่อได้ฟังที่ลูกค้า
    VIPพูด

    “คุณหลี่จินซีคะอย่าทำอย่างนั้นเลยนะคะหากไม่เพราะคุณมาใช้บริการที่นี่ดิฉันคงจะตกงานไปแล้วเดี๋ยวดิฉันจะรีบจัดการให้ทันทีเลยค่ะ”พนักงานสาวพูดขึ้นก่อนจะหันไปมองหน้าเติ้งถิงถิงอย่างไม่พอใจ

    “นี่ไม่ได้ยินที่คุณหลี่จินซีพูดเหรอรีบไสหัวออกจากร้านไปซะขอทานอย่างเธอไม่มีปัญญาซื้อเสื้อผ้าที่นี่หรอกรีบๆไสหัวไปซะฉันไม่อยากตกงาน”เธอพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตะคอก

    “เธอได้ตกงานสมใจแน่หากกล้าไล่คุณผู้หญิงท่านนั้นออกจากร้า”เสียงของชายวัยกลางคนพูดขึ้น

    พนักงานสาวรีบหันไปมองยังด้านหลังของเธอในทันที

    “ผู้จัดการ”เธอพูดขึ้นด้วยความ๻๷ใ๯