ปรมาจารย์หมัด ตะลุย แดนมังกร

    ตอนที่ 32 นี่คือความเมตตาธรรมของข้า

                   หลังจากที่ทางโรงเรียนแจกจ่ายทาสสงครามให้กับศิษย์ใหม่เป็นที่เรียบร้อยแล้วและอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญก็คือการตั้งชื่อให้กับกองกำลังของตนเองเพื่อเป็นการแสดงถึงตัวตนของคนนั่นๆไม่ว่าจะเป็นพลังความแข็งแกร่งหรือความอ่อนแอยิ่งกำลังพลไหนมีชื่อเสียงมากมายเท่าไหร่นั่นย่อมหมายถึงอนาคตอันไร้ซึ่งที่สิ้นสุดของผู้ปกครองกองกำลังนั้นๆอู๋ซวงตั้งชื่อกองกำลังของตนเองว่า กองกำลังแสงเทียนเมื่อคิดได้เช่นนั้นแล้วก็ลงทะเบียนเพื่อตั้งชื่อกองกำลังของตนในทันที


    "นายท่านตั้งชื่อกองกำลังว่าอะไรอย่างงั้นหรือข้าจะได้ตั้งชื่อตามนายท่านหลังจากที่จินเฉิ่นอู่เลือกทาสสงครามของมันเสร็จสิ้นแล้วจึงรีบเร่งมายืนอยู่เคียงข้างอู๋ซวงในทันทีเพราะวันนี้ก็ถือเป็นวันสำคัญวันหนึ่งนั่นก็คือเป็นวันก่อตั้งกองกำลังของตนเองขึ้นมานั่นเองโดยทาสสงครามของมันนั่นล้วนแล้วมีแต่ชายร่างใหญ่ยักษ์น่าตาดุดันเหี้ยมเกรียมสามารถสร้างความหวาดกลัวต่อผู้คนมากมายยามเมื่อพบเห็นช่างแตกต่างจากอู๋ซวงที่เขานั่นเลือกเน้นแต่สตรีจึงกลายเป็นกองทัพสาวงาม


    "ข้าตั้งชื่อว่า กองกำลังแสงเทียนและเจ้าล่ะตั้งชื่อว่าอะไร อู๋ซวงกล่าวถามด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเป็นกันเอง

    "หืม…ข้าจะตั้งชื่อว่ากองกำลังแสงเทียน กองกำลังที่ 1 เมื่อข้าเป็นคนของท่านข้าย่อมใช้ชื่อกองกำลังเดียวกับนายท่านและข้าเชื่อว่าอีกไม่นานย่อมมีพวกตาสว่างมาขอเข้าร่วมกับท่านเป็นแน่

    "เห้อ…ตามใจเจ้าไม่อยากสร้างชื่อให้กับตัวเองก็ตามใจอู๋ซวงบอกกล่าวด้วยความอับจนปัญญา

    "ฮ่า ฮ่าแน่นอนว่าตัวข้านั่นย่อมอยากสร้างชื่อให้กับตัวเองแต่ชื่อเสียงที่ข้าหวังสร้างนั้นก็คือเป็นหนึ่งในบุคคลใต้บังคับบัญชาที่แข็งแกร่งที่สุดของท่าน

    เมื่อมันกล่าวจบมันก็รีบไปลงทะเบียนในทันกองกำลังแสงเทียน กองกำลังที่ 1 (ขึ้นตรงกับอู๋ซวง)


    ในการเรียนการสอนของที่นี่นั่นส่วนใหญ่ล้วนให้เหล่าศิษย์ร่วมสำนักศึกษาและเรียนรู้ด้วยตนเองนอกเสียจากศาสตร์วิชาที่มันยากจนเกินไปถึงจะได้รับคำชี้แนะต่อผู้เป็นอาจารย์ ณสถานที่แห่งนี้มันไม่ต่างอะไรไปจากสนามรบขนาดย่อม หากอยากเพิ่มความแข็งแกร่งและเพิ่มจำนวนของกำลังพลนั่นเพียงแค่ไปแย่งชิงจากฝ่ายตรงข้ามาซ่ะ ไม่ว่าจะการท้าประลองหรือแม้แต่การพนันไม่ว่าจะเป็นวิธีการชั่วช้าสามานใดๆก็ได้มาทั้งนั้นขอเพียงแต่อย่าให้ถึงแก่ชีวิตของศิษย์ร่วมสำนักเป็นพอส่วนเจ้าพวกทาสสงครามมันจะตายไปสักกี่คนก็ช่างหัวมัน


                       หลายวันผ่านมาอู๋ซวงได้เลือกพื้นที่ที่ไว้สำหรับสร้างค่ายที่พักของกองกำลังแสงเทียนสถานที่แห่งนี้เป็นที่รกร้างผู้คนอยู่ภายในป่าลึกที่นี่ทั้งอุดมสมบูรณ์และเงียบสงบเป็นอย่างยิ่งมันเป็นส่วนหนึ่งของพื้นที่โรงเรียนนายทหารแห่งนี้แต่ไม่ค่อยมีคนอยากเข้ามานักเพราะการเดินทางไปมาค่อนข้างที่จะลำบากพอสมควรทางด้านเจ้าจินเฉิ่นอู่ มันเองก็ได้สร้างค่ายที่พักของมันอยู่ใกล้เคียงกับอู๋ซวงด้วยเช่นกัน

    หลังจากสร้างค่ายที่พักเสร็จสิ้นแล้วอู๋ซวงเรียกทาสสงครามทั้งหมด100 คนมารวมตัวกันที่ลานกว้าง


    "นี่ก็เป็นเวลาหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ตัวข้านั้นรับพวกเจ้ามาอยู่ในความดูแลของข้าและพวกเราก็ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันที่เป็นจริงเป็นจังเลยสักครั้ง ข้าย่อมรู้ว่าภายในจิตใจของพวกเจ้าทุกคนนั้นทั้งโกรธและเกียจตัวข้าและบ้านเมืองของข้าอย่างสุดขั้วหัวใจจะให้ทำอย่างไรได้ก็ในเมื่อพวกเจ้านั่นแพ้สงครามก็ต้องยอมรับชะตากรรมของพวกเจ้าไป และที่พวกเจ้าทุกคนไม่ว่าหญิงหรือชายถูกนำตัวและทำให้เป็นทาสสงครามเช่นนี้เป็นเพราะความรักตัวกลัวตายใช่รึไม่ถ้าไม่อย่างนั้นพวกเจ้าก็คงจะระเบิดหัวตัวเองตายนานไปแล้ว


          คำพูดของอู๋ซวงช่างเสียดแท่งจิตใจของพวกมันเสียเหลือเกินเพราะความกลัวตายของพวกมันเองไม่งั้นมันคงระเบิดสมองของตนเองตายไปนานแล้ว

    พวกเจ้ามันต่ำยิ่งกว่าทาสเสียอีกรู้ตัวบ้างไหมผู้ชายอาจโดนใช้แรงงานหรือถูกบังคับให้ไปออกสงครามจนกว่าจะตายส่วนผู้หญิงก็คงเป็นได้แค่อีตัวสนองตัณหาของผู้คนพวกเจ้ามันก็ไม่ต่างอะไรกับสัตว์เลี้ยงมากนัก


                    ตัวข้านั้นไม่สามารถให้อิสรภาพ  แก่พวกเจ้าได้แต่ข้าสามารถสร้างให้พวกเจ้ามีเกียรติได้และสามารถสร้างชื่อเสียงให้แก่วงตระกูลของพวกเจ้าได้และให้อิสระภาพกับพวกเจ้าในระดับนึ่งให้กับมาเป็นคนอีกครั้งขอเพียงพวกเจ้าทำงานให้กับข้าด้วยความซื่อตรงและข้าคือนายเพียงหนึ่งเดียวที่อยู่ในหัวใจของพวกเจ้า


                      "นายท่านกำลังขายฝันให้พวกข้าอย่างงั้นเหรอเจ้าค่ะพวกข้านั้นเป็นทาสสงครามจะมีชีวิตแบบที่นายท่านว่ามาได้อย่างไรกันอนาคตของพวกข้ามันถึงจุดจบแล้ว

    "แม่หญิง คนงามเจ้ามีนามว่าอะไรอู๋ซวงกล่าวถามด้วยท่าทางหยอกล้อ

    "ข้าน้อย มีนามว่า ฉีหลิน เจ้าค่ะ


    "ข้าต้องขอยอมรับอย่างน้อยเจ้าก็พอมีความกล้าอยู่บ้างที่กล้าต่อปากต่อคำกับข้ากับทาสสงคราม เช่นพวกเจ้าชีวิตของพวกเจ้ามันจบสิ้นไปนานแล้วแล้วเหตุใดข้าต้องมาขายฝันให้พวกเจ้าให้เสียเวลา ตัวข้านั้นจะทำอะไรกับพวกเจ้าก็ได้ตามที่ต้องการไม่ว่าเจ้าหรือเจ้า ข้าสามารถสังหารพวกเจ้าได้ทันทีเมื่อต้องการ


    "แม่นาง ฉีหลิน ข้าขอถามเจ้าอีกครั้งตัวเจ้าคิดว่าหากข้าหลอกลวงพวกเจ้าตัวข้าจะได้ผลประโยชน์อะไรรึไม่ในเมื่อชีวิตของพวกเจ้าก็อยู่ในมือข้าอยู่แล้ว

    ฉีหลินเธอถึงกับขบฟันแน่นไม่ว่าคิดอย่างไรตนเองก็คิดอะไรไม่ออก อู๋ซวงจะได้อะไรจากพวกเธอกันในเมื่อชีวิตของพวกเธอเองก็อยู่ในมือเขาอยู่แล้ว "ข้าไม่ทราบเจ้าค่ะ

    "เพราะข้ามีความฝันที่ยิ่งใหญ่ยังไงล่ะฉีหลิน


    "เอาล่ะพวกเจ้าจงกลืนเม็ดยาเม็ดนี้ไปซ่ะ อู๋ซวงสงเม็ดยาให้กับพวกมันทั้ง 100 คน และจับยัดกอกปากด้วยตนเอง

    เม็ดยาที่พวกเจ้ากลืนลงคอไปเมื่อครู่มันคือเม็ดยาพิษสังหารที่ตัวข้าคิดค้นขึ้นมา มันเป็นผลงานที่ตัวข้านั้นภูมิใจเป็นอย่างมากจิ๊จิ๊ ฮ่า อ่า อุ๊ยยยโทษทีที่ข้าหลุดหัวเราะออกไปข้าควบคุมอารมณ์ตนเองไม่ได้ดีใจเกินไปหน่อย สรรพคุณของมันนั้นยอดเยี่ยมเป็นอย่างมากหากข้ากระตุ้นมันที่ท้องของพวกเจ้ามันจะดิ้นดุบดับราวกับมีสิ่งมีชีวิตตัวเล็กมันจะค่อยๆกัดกินเครื่องในของเจ้าทีละนิดทีละนิดจนกว่าพวกเจ้าจะขาดใจตายไปเอง

    จิ๊ จิ๊ ฮ่า ฮ่ามันยอดเยี่ยมใช่ไหมข้าลงทุนใช้กับพวกเจ้าเลยนะเนี้ย


    อ๊วก….อ๊าก…..พวกมันทุกคนต่างพยายามคว้านท้องของตนเองเพื่อนำเจ้าสิ่งแปลกปลอมนี้ออกมา

    "ฮ่า ฮ่าเลิกเล่นกันได้แล้วด้วยยาพิษสังหารของข้านั้นมันโหดร้ายทารุนกว่าปอกคอระเบิดของพวกเจ้าเป็นไหนๆเอาล่ะต่อไปนี้ข้าจะปลดปลอกคอทาสของพวกเจ้าซ่ะและทำตัวน่ารักน่ารักล่ะ ไม่งั้นชีวิตน้อยๆของพวกเจ้าคงจบไม่สวยนัก


    "ท่านช่างเป็นคนโหดร้ายป่าเถื่อนยิ่งนักข้าคิดว่าท่านเป็นคนจิตใจดีเสียอีก ฉีหลินนางพูดออกมาด้วยสีหน้าท่าทางสีดเซียวอย่างถึงที่สุด

    "นี่คือเมตตาธรรมของข้าหากข้าไม่โหดเหี้ยมข้าจะปกครองผู้คนได้อย่างไรโปรดเข้าใจข้าด้วยเราพูดแต่เรื่องแย่ๆมามากจนเกินพอแล้วทีนี้พวกเราจะมาพูดแต่เรื่องดีๆกันบ้างพวกเจ้าในฐานะที่เป็นคนของข้าแน่นอนข้าย่อมจ่ายผลตอบแทนอย่างสาสม ภายในแต่ละเดือนนั้นข้าจะจ่ายเบี้ยเงินเดือนให้พวกเจ้าและไม่น้อยกว่าที่ทหารคนนึงควรจะได้และข้าจะให้อิสระในการใช้ชีวิตได้อย่างเต็มที่เจ้าสามารถเดินทางไปไหนมาไหนภายในเมืองแห่งนี้ตามที่เจ้าต้องการและข้าเชื่อว่าพวกเจ้าทุกคนนั้นมีครอบครัวมีญาติพี่น้องข้าอนุญาติให้พวกเจ้าเขียนจดหมายติดต่อกับครอบครัวของพวกเจ้าได้และจดหมายทุกฉบับที่ถูกเขียนไปจะต้องถูกข้าผู้นี้ตรวจสอบเสียก่อน


    "พวกเจ้าพอใจรึไม่เหล่าทหารหาญของข้า

    "พวกข้าพอใจ พอใจมากมากขอรับนายท่านเหล่าทหารถึงกับหลั่งน้ำตาออกมา ด้วยความตื่นเต้นยินดีแม้แต่ฉีหลินน้ำตาของนางถึงกับหลั่งออกมาเป็นสาย


    "หากพวกเจ้ากระทำผิดหรือคิดไม่ซื่อโทษคือตายสถานเดียวพวกเจ้าจะยอมรับได้รึไม่

    "ข้ายอมรับได้ อู๋ซวง อู๋ซวง อู๋ซวงอู๋ซวง


    เหล่าทหารทาสที่ถูกปลดปลอกคอพวกมันถึงกับขับขานชื่อของผู้เป็นนายอย่างกึกก้องด้วยจิตใจที่หึกเหิมและจงรักภักดีถึงแม้ว่าภายในร่างกายของพวกมันจะมีพิษสังหารที่สุดแสนจะร้ายแรงอยู่ก็ตามแต่สำหรับทาสสงครามเช่นพวกมันเรื่องราวและผลตอบแทนมากมายถึงเพียงเท่านี้คงจะเป็นได้แค่ฝัน

     

    คล้ายกับเรื่องปรมาจารย์หมัด ตะลุย แดนมังกร ที่คุณอ่าน