เกมส์โลกเวทมนตร์​ (Magic Earth Online)

    ตอนที่ 32 จุดเริ่มต้นของปัญหา

        หลิวหยางเดินไปที่ร่างของมอนเตอร์เพื่อตรวจสอบไอเท็มที่ได้


       Ting “ได้รับคถาไฟ(น้ำเงิน) Lv15โจมตีเวทย์ 52 – 75 สติปัญญา +8 วิญญาณ +5 การโจมตีธาตุไฟเพิ่มขิ้น 5 ”

       Ting “ได้รับหมวกผ้า(เขียว) Lv15ป้องกัน 15 กันเวทย์ 15 โอกาสใช้ทักษะการขโมยเพิ่มขึ้น 20%”
       
    Ting “ได้รับแผนที่หนูล่าขุมทรัพย์”

       Ting “ได้รับหน้ากากปีศาจ(อุปกรณ์พิเศษ)ซ่อนข้อมูลผู้เล่นไม่สามารถตรวจสอบด้วยทักษะต่าง ๆ ได้ ทักษะพิเศษ “StoneEyes  โจมตีเป้าหมายแล้วทำให้เป็นหิน 5 วินาที MP5Cooldown 10 นาที”

       Ting “ได้รับเหรียญทอง 2 เหรียญ”


         “เอ่อ อุปกรณ์ระดับ 15 แต่คุณสมบัติไม่ได้เหมาะกับข้าเลย”หลิวหยางส่วยหัว ตีบอสตั้งนานได้แต่ของไม่ได้ใช้เอง เขาแบ่งปันคุณสมบัติของทั้งหมดให้ทั้งสามคนดู


       “คถาระดับ 15 น้ำเงิน ข้าอยากได้” หัวร้อนกล่าวด้วยความดีใจเพราะมันเพิ่งเวล15 เมื่อฆ่าบอสนี่เอง ซึ่งประจวบเหมาะพอดี“ท่านอาจารย์สุดหล่อขั่นเทพ ท่านจะให้ข้าจ่ายเงินซื้อก็ได้ ข้าอยากได้จริง ๆ”หัวร้อนอ้อนวอน


        “เอาไปเถอะ ถือซะว่าเป็นเพื่อนกันแล้ว”หลิวหยางคัดเลือกอุปกรณ์นักเวทย์พร้อมคถาส่งให้กับหัวร้อน


        “หน้ากากนี่ดีมากเลย มันสามารถซ่อนข้อมูลได้ แล้วทักษะนั่นก็ผิดปกติมากถ้าโดนทีหนึ่งคงถึงตายได้เลย เวลา 5 วิสำหรับผู้เล่น แป๊บๆ ก็โดนตีตายได้เลย”ลมหนาวพูดด้วยความสนใจ


        “อืม มันไม่เลว” หลิวหยางตรวจสอบไอเท็มอีกชิ้นหนึ่งที่เป็นแผนที่ พบว่ามันเป็นแผนที่โดยละเอียดของการเดินทางเจ้าหนูล่าสมบัติมีตำแหน่งสมุนไพรต่าง ๆ แล้วก็มอนเตอร์ ซึ่งละเอียดกว่าแผนที่เกมส์มากเมื่อกดใช้แผนที่มันก็ถูกรวมเข้าไปในแผนที่เกมส์ ทำให้แผนที่จำนวนมากสว่างขึ้นทั้งยังมีร่องรอยบอกตำแหน่งมอนเตอร์ต่าง ๆ


        “นี่เป็นสิ่งที่ดี” หลิวหยางรู้สึกตื่นเต้นมากเพราะมันจะช่วยเขาในการอัพเกรดเป็นอย่างมาก มีตำแหน่งต่าง ๆให้เขาได้ตรวจสอบยาวนานจนเลเวล 60 เลยทีเดียว


         “เอาละ พวกเจ้าเวล 15 กันแล้ว นี่อุปกรณ์สำหรับพวกเจ้า”หลิวหยางคัดเลือกอุปกรณ์นักชวช และนักธนูให้กับน้องสาวและลมหนาว


         หลังจากแจกจ่ายอุปกรณ์แล้วหลิวหยางก็พาทั้งสามคนเข้าสู่พื้นที่บึงดำ  การต่อสู้นั้นเป็นไปด้วยดีด้วยอุปกรณ์ที่ดีขึ้นของทั้งสามคนหลิวหยางนั้นเลเวล 17 แล้ว ส่วนอีกสามคนนั้นก็ใกล้จะเลเวล 16 


         “เอาละพวกเราเสร็จงานแล้วกลับไปส่งงานกัน แต่ละคนถ้ามีชื่อเสียงถึง 1000ก็สามารถสมัครเป็นทหารเมืองได้เลยนะ มันมีประโยชน์มาก มีภารกิจจำนวนมากแล้วยังมีสะสมแต้มเพื่อแลกของ เดี๋ยวข้าพาไป” หลิวหยางหยิบเอาหินโอนย้ายกลับหมู่บ้านออกมาแล้วทั้งสามคนก็กลับมาที่น้ำพุแห่งการเกิด


         หลิวหยางนำทีมทั้งสามคนเข้าสู่ค่ายทหารปกติแล้วการเข้าสู่ค่ายทหารนั้นไม่ง่าย แม้มีชื่อเสียงครบแต่ก็ต้องทำภารกิจบางอย่างเพื่อให้ทางค่ายทหารนั้นยอมรับแต่ด้วยความเป็นสมาชิกร่วมกับหลิวหยางทุกคนจึงสามารถเข้าร่วมได้


         “อ่า ข้าอยากอัพเกรดแม่ทัพ และบารอน ต้องทำยังไงบ้าง”หลิวหยางสอบถามที่จุดลงทะเบียน


         “ต้องพบเจ้าเมือง” พนักงานที่จุดลงทะเบียนภารกิจแจ้งกับหลิวหยาง


         “เจ้าเมือง จะเข้าไปพบได้ยังไง” หลิวหยางเกาหัวการพบเจ้าเมืองนั้นไม่ต่างจากการเข้าพบแม่ทัพมากนัก คือจะต้องมีเงื่อนไขบางอย่างเพื่อเข้าพบ หลิวหยางรอจนแต่ละคนเข้าพบแม่ทัพมู่หลงรับตราทหารประจำเมืองเสร็จก็รวมตัวกันอีกครั้ง 


         “พรุ่งนี้ค่อยมาเจอกันใหม่ เอ่อ ลมหนาวว่าง ๆ เจ้าเข้าไปที่สลัมหน่อย มี NPC จำนวนมากต้องการได้รับการรักษาไม่แน่อาจมีภารกิจให้ทำด้วย”


         หลิวหยางจัดการเอาของไปขายที่บ้านประมูลบ้านประมูลนั้นให้โอกาสด้านราคามากกว่า ร้านค้าจึงเป็นเพียงซื้อวัตถุดิบเท่านั้นเมื่อจัดการเสร็จก็ออกเกมส์ แล้วอาบน้ำ แต่งตัววันนี้เป็นวันจันทร์ซึ่งเขาจะต้องไปโรงเรียนกับน้องชายของเขางานพบผู้ปกครองเป็นงานที่จัดขึ้นก่อนที่นักเรียนจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยต่าง ๆ  จะมีการแนะนำเกี่ยวกับสาขาต่าง ๆรวมทั้งมหาลัยต่าง ๆ ด้วย หลิวหยางนั้นอยากให้น้องชายได้เรียนที่เดียวกับน้องสาวถ้าจะให้ดีก็ควรเข้าบริหารธุรกิจเหมือนกันจะได้ดูแลกันด้วยแต่เขาก็ไม่แน่ใจกับน้องชายเขามากนักว่าชอบอะไรเป็นพิเศษ


        หลิวหยางนั้นแต่งตัวอย่างเรียบร้อย ใส่สูท ผูกไทน์ นาฬิกาล้วนเป็นเบรนด์เนมและราคาแพงการลงทุนของเขานั้นถือว่าคุ้มค่าที่จะได้เอาน้องมาฝึกงานไซค์ก่อสร้างเพื่อให้ได้เรียนรู้ชิวิต


         การประชุมผู้ปกครองนั้นเริ่มเก้าโมงเช้า หลิวหยางนั้นเรียนที่โรงเรียนด้วยเช่นกัน  เพียงแต่เมื่อครั้งเขาจบการศึกษาแล้วพ่อกับแม่เกิดอุบัติเหตุเขาจึงต้องทำงานไม่ได้เรียนต่อ เขารู้ตำแหน่งห้องประชุมอยู่แล้วจึงตรงไปที่ห้องประชุมทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงคนรู้จักเขาไม่อยากตอบคำถามหลาย ๆ คนเกี่ยวกับการดำรงชีวิตของเขา


         หลิวหยางนั้นพยายามหลบมุมและอยู่ให้ไกลจากผู้คนที่สุด เขาไม่อยากพูดมากไม่ชอบให้คนถามนั่นถามนี้  โดยเฉพาะกลุ่มมนุษย์ป้าซึ่งนับได้ว่าเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวที่สุดในหมู่มลมนุษยชาติ ไม่นานนักครูประจำชั้นของหลิวเหว่ยก็ออกมากล่าวสุนทรพจน์ในการประชุม


         ครูประจำชั้นนั้นชื่อหวงหลิงซาน เป็นครูอาวุโสอายุ 50 เป็นคนแก่ รูปร่างผอมผมหงอก แต่แววตานั้นร่าเริงสดใส ดูจิตใจดีเพราะครูคนนี้หลิวหยางจึงไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องเงินมากนักเขาช่วยเหลือเรื่องทุนการศึกษาต่าง ๆ กับหลิวเยี่ยนกับหลิวเหว่ยเป็นอย่างดีมิเช่นนั้นหลิวหยางเพียงคนเดียวคงไม่สามารถช่วยให้น้องสาวและน้องชายเรียนได้


        ปัญหาอีกอย่างที่ครูให้ความสำคัญอย่างมากคือเกมส์เสมือนเพราะมีเด็กหลายคนผลการเรียนไม่ดีเพราะเอาเวลาส่วนใหญ่ไปเล่นเกมส์ ต้องให้ผู้ปกครองเอาใจใส่ให้มากและพูดคุยกับเด็กเรื่องของการแบ่งเวลา

     

         การประชุมนั้นใช้เวลาเกือบชั่วโมง พูดถึงปัญหาต่าง ๆเกี่ยวกับการสอบเข้ามหาลัย การเตรียมตัว และเกี่ยวกับมหาลัยต่าง ๆ


        ปัญหาอีกอย่างที่ครูให้ความสำคัญอย่างมากคือเกมส์เสมือนเพราะมีเด็กหลายคนผลการเรียนไม่ดีเพราะเอาเวลาส่วนใหญ่ไปเล่นเกมส์ ต้องให้ผู้ปกครองเอาใจใส่ให้มากและพูดคุยกับเด็กเรื่องของการแบ่งเวลา หลังจากนั้นครูก็เชิญผู้ปกครองคุยทีละคน


         เมื่อถึงตาหลิวหยางพบครูหวงหลินซานเขาก็เข้าไปนั่งในห้องด้วยรอยยิ้ม “ครูหวงหลินซานไม่ได้เจอนานยังดูแข็งแรงอยุ่เลยคล้ายอายุไม่ถึงยี่สิบปี”


        “ฮา ฮา ปากหวานนะหลิวหยาง สำหรับหลิวเหว่นนั้นเรียนเก่งเหมือนเจ้าเลยเสียดายที่เจ้าไม่ได้เรียนต่อ หลิวเยี่ยนเองก็เรียนเก่งเมื่อเขามหาลัยก็ทำชื่อเสียงไม่น้อย ไม่เสียแรงจริง ๆ แต่...”ครูประจำชั้นนั้นพูดด้วยรอยยิ้มก่อน พูดไปสักพักหนึ่งเขาก็เหมือนจะมีอะไรในใจ


        “มีอะไรผิดปกติกับหลิวเหว่ยเหรอข้าเข้มงวดกับเขามากเกี่ยวกับการเรียนไม่น่าจะมีเหตุอะไร”


         “ไม่มีอะไร ทุกอย่างปกติดี ถ้าว่าตามตรงหลิวเหว่ยนั้นมีปัญหาทางจิตใจเล็กน้อยจากเพื่อนร่วมชั้น ถ้าจะให้บอกตามตรงก็เพราะอาชีพก่อสร้างที่เจ้าทำนั่นแหละมันเหมือนปมให้ล้อ แต่เชื่อว่ามันจะผ่านไปด้วยดี นี่ก็ใกล้จบการศึกษาแล้วสอบเสร็จแล้วผลคะแนนก็ออกแล้ว เหลือแต่ใบรับรองแล้วก็สอบมหาลัย”


        เสร็จประชุมก็เกือบบ่ายหลิวหยางเดินไปหาหลิวเหว่ยพร้อมกับผู้ปกครองคนอื่น ๆ ที่ห้องเรียนเสร็จแล้วก็ไปที่มหาลัยซวนหยวน เพือไปหาหลิววเยี่ยน เขาต้องต่อว่าน้องสักหน่อยตอนในเกมส์นั้นเขาไม่อยากพูดอะไรมากเพราะมีเพื่อนน้องอยู่ด้วยไม่อยากให้น้องขายหน้า


        เมื่อถึงตึกที่น้องเรียนหลิวหยางก็ถามที่ห้องทะเบียนเพื่อถามเลขห้องเรียนของน้อง พนักงานดูรายชื่อสักพักหนึ่งก็บอกเลขที่ห้องที่หลิวเยี่ยนเรียนอยู่ปัจจุบัน หลิวหยางก็ไปที่หน้าห้องเพื่อขออนุญาตอาจารย์เอาหลิวเยี่ยนออกมาคุย


       “หลิวเยี่ยนออกมา พี่ชายเจ้ามีเรื่องจะคุยด้วย แล้วอยู่รอหน้าห้อง”อาจารย์นั้นเรียกหลิวเยี่ยนในห้องเรียน


        หลิวเยี่ยนหน้าซีดทันทีเมื่อได้ยินคำว่าพี่ชายนางไม่คิดว่าพี่ชายจะบุกถึงห้องเรียนถ้าเป็นที่บ้านนางจะแอบวิ่งเข้าห้องนอนอย่างรวดเร็วได้ 


        “ฮ่า ฮ่า เดี่ยวข้าไปกับเจ้าเอง ข้าจะจัดการลุงเอง”หนิงไป๋ฝูดึงเสื้อหลิวเยี่ยนแล้วกล่าวด้วยรอยยิ้ม


        หลิวเยี่ยนนั้นโล่งอกทันที นางรู้สึกถึงจุดอ่อนพี่ชายนางแล้วดังนั้นที่เหลือค่อยไปรอเจอกันอีกทีที่บ้าน นางเข้าใจอยู่ว่าพี่ชายนางต้องโกรธแม้จะโล่งใจแต่หลิวเยี่ยนนั้นก็เดินออกจากห้องด้วยสีหน้ามืดมนนางรู้ว่าพี่ชายนั้นเหนื่อยมากกว่าจะส่งเสียนางและน้องให้ได้เล่าเรียน


         “พี่ชาย” หลิวเยี่ยนโค้งคำนับ เมื่อยืนต่อหน้าหลิวหยาง


         “คืนนี้จะกลับบ้านไหม ติดเพื่อนนะเรา แล้วนี่เพื่อนพาเล่นเกมส์อีก”หลิวหยางเห็นน้องแล้วก็ตั้งใจจะเริ่มเทศนาทันที


         “โอ้ ลุง แต่งตัวหล่อมาก ไม่เหมือนในเกมส์เลย”หนิงไป๋ที่แอบตามมาข้างหลังหลิวเยี่ยนเงียบ ๆ นั้นตัดบทหลิวหยางทันทีแทบไม่ได้ตั้งตัว


         “เอ่อ” หนิงไป๋ฝูนั้นสวยกว่าในเกมส์มากหลายเท่าในเกมส์ดูเป็นแค่โลลิตัวน้อย ๆ แต่ตัวจริงนั้นเป็นสาวสะพรั่งถ้าโลกนี้มีนางฟ้าจริง หนิงไป๋ก็น่าจะเป็นนางฟ้าคนหนึ่ง สวยกว่าหงหยุนเอ๋อลูกสาวหัวหน้างานก่อสร้างมาก


         “อ่า นี่เงินสองหมื่นเครดิต ไม่ได้กลับบ้านกลัวไม่มีเงินสำหรับกิน ใช้  เย็นๆ ซื้อกับข้าวเข้าบ้านด้วยถ้าจะซื้ออะไรก็ซื้อนะ” หลิวหยางเปลี่ยนเรื่องทันที


         “ขอบคุณพี่ชาย” หลิวเยี่ยนรับเงินจางหลิวหยางแล้วถอนหายใจ


         “ไปๆ เรียน ห้ามเล่นเกมส์เวลาเรียนเด็ดขาด การบ้านก็ต้องเรียบร้อยผลการเรียนห้ามต่ำกว่ามาตรฐาน ต้องจบเกียรตินิยมอันดับหนึ่งตามปกติถ้าผลการเรียนตกพี่ไม่ให้เล่นเกมส์อีก ไปละ”


           “อ่าว ลุงไม่คุยกับข้า รีบไปแล้ว”หนิงไป๋เอ๋อเรียกตามหลังหลิวหยางด้วยเสียงสนุกสนาน


           “เจ้าอย่าแกล้งพี่ชายข้า”หลิวเยี่ยนหยิกแขนหนิงไป๋เอ๋อ แล้วก็พากันเข้าห้องเรียน


           “ไหนเจ้าบอกพี่ชายเจ้าดุมาก ไม่เห็นดุเลยไม่น่ากลัวสักนิดเดียว” หนิงไป๋ฝูกระชิบหลิวเยี่ยนหลังจากกลับเข้าสู่ห้องเรียน