ตอนที่ 161 พีทซื้อรถใหม่
การซื้อรถของพีทโดยมีสองสาวประกบซ้ายขวา มันเป็นภาพที่ทำให้เหล่าลูกค้าทั่วโชว์รูมรถ BMW ต่างพากันอิจฉาตาร้อน แม้พวกเขาบางส่วนจะเป็นเศรษฐี จะเป็นเถ้าแก่ใหญ่โต ที่กำลังมาเดินซื้อรถเพื่ออวดบารมี
แต่บารมีจะมีสักแค่ไหน มันก็ดูจะสู้เด็กหนุ่มรุ่นลูกที่อยู่ตรงหน้าของพวกเขาไม่ได้ นี้ต้องทำบุญด้วยอะไรถึงทำให้สองสาวเกาะติดได้มากขนาดนั้น
แน่นอนในกลุ่มลูกค้าในโชว์รูม ต่างรู้ว่าตอนนี้ประเทศไทยและทั่วโลกกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตเด็กเกิดน้อยลงอยู่ พวกเขาเริ่มคุ้นชินกับการเห็นชายหนุ่มมากับหญิงสาวพร้อมกันสองคน หรือแม้กระทั่งเห็นฝ่ายผู้หญิงมากับผู้ชายที่เป็นแฟนของเธอถึงสองคน
ทว่าในบรรดาที่เหล่าพนักงานเคยเห็นในโชว์รูมขายรถหรู ก็มีแต่พีทนี่แหละที่ดูจะเด็กที่สุดในบรรดาคนที่พวกเขาเคยเห็นมาทั้งหมด
“พวกเราดึงดูดสายตาคนอื่นมากเกินไปหรือเปล่า?” ฝ้ายถามกับรดา หลังจากที่ในตอนแรก ยังไม่ค่อยมีคนมาให้ความสนใจกับพวกเขาทั้งสองเลย “ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ” รดาเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน แต่ด้วยความที่เธอมักจะปรากฏตัวต่อหน้าสายตาคนมากๆ จากการทำงานของเธอ
มันทำให้รดาดูเหมือนจะไม่ได้สนใจและแคร์สายตาของคนอื่นมากเท่าไรนัก ถึงอย่างนั้นเมื่อเห็นฝ้ายไม่สบายใจ รดาจึงเดินไปทางฝั่งของฝ้ายและเกาะกุมเธอเอาไว้ ราวกับเป็นพี่สาวน้องสาวกำลังมาเดินเลือกซื้อรถแทนนั่นเอง
“งั้นเดี๋ยวพวกเรารีบซื้อให้เสร็จๆ ก็แล้วกัน ยังไงพวกเธอสองคนก็เลือกรุ่นและสีที่ถูกใจให้กับฉันไว้แล้วไม่ใช่เหรอ” พีทแทบไม่ต้องเลือกอะไรเลย เพราะทั้งหมดเป็นตัวของสองสาวได้จัดการให้กับเขาหมดแล้ว
‘BMW M3 Coupe ตัวท็อป สีน้ำเงิน…ราคาทั้งหมด 9 ล้านเกือบแตะ 10 ล้านบาท’
นี้คือราคาของมัน ทันทีที่พนักงานขายเดินนำทางทั้งสามคนมายังที่พวกเขาต้องการ พีท ฝ้ายและรดา ก็ตกลงที่จะซื้อรถคันนี้ทันที
พนักงานขายได้ยินว่าใกล้จะปิดการขายได้แล้ว เขาก็รีบไปทำใบเสนอราคามาให้กับพีททันที พร้อมกับพาพวกเขาทั้งสามคนไปนั่งยังห้องรับรองที่ในขณะเดียวกันก็มี ผู้ชายคนหนึ่งคาดว่าน่าจะอายุราวๆ 45-50 ปี รูปร่างอวบๆ เล็กน้อยกำลังนั่งโอบนักศึกษาคนหนึ่งอยู่ในห้องรับรองอยู่ก่อนแล้ว
นักศึกษาผู้หญิงคนนั้นก็ออดอ้อน ชายคนนั้นที่ดูเหมือนกับเสี่ยที่กำลังเลี้ยงต้อย (เปย์สาว) กำลังใช้สองมือล้วงและจับไปทั่วร่างของหญิงสาวด้วยความเพลิดเพลิน ที่ถึงแม้ว่าตัวของนักศึกษาสาวสวมใส่ชุดนักศึกษาอย่างมิดชิด
แต่ด้วยชุดของเธอที่ดูเหมือนจะตัวเล็กเกินไปสักหน่อยสำหรับรูปร่างของเธอ โดยเฉพาะบริเวณหน้าอก ประกอบกับเสื้อนักศึกษาที่บางจนเห็นไปถึงชั้นในสีดำของเธอ มันก็ทำให้เสี่ยผู้นี้ดูเหมือนจะเก็บอารมณ์กระหายเอาไว้ไม่อยู่ ล้วงคล้ำร่างกายของหญิงสาวจนสนุกมือ
ก่อนจะต้องผงะและชักมือกลับด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าพีทได้เปิดประตูเข้ามานั่งในห้องรับรอง
พีทเป็นฝ่ายเดินเข้ามาด้านในห้องก่อนและแน่นอนสายตาที่เขามองมาที่ ชายหญิงที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว เขาก็มองไปทางนักศึกษาสาวคนนั้นทันที
ที่พีทมองไม่ใช่ว่าพีท สนใจในตัวของนักศึกษาสาวคนดังกล่าว…หากแต่พีทนั้นรู้จักกับเธอ เพราะนักศึกษาสาวคนดังกล่าวคือ เพื่อนสนิทของดาว แฟนเก่าของพีทนั่นเอง ‘อุ้ม!’
“เฮ้ย! มองเด็กของฉันแบบนี้หมายความว่าไง ไอ้หนุ่ม?” เสี่ยรูปร่างอ้วน สังเกตเห็นพีทตั้งแต่ที่เข้ามาในห้องแล้ว เนื่องด้วยพีทนั้นได้เข้ามาขัดจังหวะตนเองที่กำลังเข้าได้เข้าเข็มกับเด็กนักศึกษาสาวพอดิบพอดี
“สวัสดี ไม่ได้เจอกันนานเลย…ฝึกงานเป็นยังไงบ้าง?” พีทไม่ได้สนใจคำพูดของเสี่ยที่กำลังหาเรื่องเขาอยู่เลย ตัวของพีทแค่อยากจะทักนักศึกษาสาวที่มองเขากลับมาเช่นเดียวกัน อย่างน้อยๆ ก็เป็นคนรู้จักกันตามมารยาทเท่านั้น
“เฮ้ย ไม่ได้ยินเหรอ ฉันพูดกับแกอยู่ไอ้หนู!” เสี่ยเริ่มฮึดฮัดและเริ่มลุกขึ้นมา หากแต่ในระหว่างนั้นทางด้านของ ฝ้ายกับรดาที่แวะไปเข้าห้องน้ำในก่อนหน้านี้ ก็พลันเดินเข้ามาสมทบกับพีทในห้องรับรอง
ทำให้เสี่ยคนนั้นชะงักไปเล็กน้อย พลางมองไปที่ประตู ก่อนจะขยี้ตาเล็กน้อยพร้อมเมื่อได้เจอกับรดา “คุณรดามาทำอะไรที่นี่ครับ มาซื้อรถเหมือนกันเหรอครับ?” น้ำเสียงและท่าทางของเสี่ยคนดังกล่าวเปลี่ยนไปเป็นคนละคนเลย เมื่อพบเจอกับรดา
แน่นอนรดามองคนที่ทักเธอด้วยสายตาที่เฉยเมย เพราะเธอนั้นก็พอจะจำได้ว่าเสี่ยคนดังกล่าวนี้คือ หนึ่งในกลุ่มนักธุรกิจของจังหวัดธาราบุรี ที่ครั้งหนึ่งเคยอยู่กลุ่มเดียวกับประธานวรชัย
เคยลงทุนกับแอปฯ Victory Food ร่วมกันกับกลุ่มนักธุรกิจเก่า ก่อนจะพากันถอนตัวออกมาและถีบหัวส่งประธานวรชัย จนตกอยู่ในสภาพแทบจะล้มละลายหากพีทไม่ได้เข้ามายื่นโอกาสครั้งที่สองและให้อภัยกับประธานวรชัยที่ทำเริ่มผิดพลาด
ใช่แล้ว เสี่ยคนนี้คือกลุ่มเพื่อนเก่าที่หมางเมินและทอดทิ้งประธานวรชัยอย่างไร้เยื่อใย มิหนำซ้ำเพื่อที่จะเอาใจบริษัทสยามโนวากรุปของรดา กลุ่มเพื่อนเก่าเหล่านี้ ยังได้ตั้งใจกลั่นแกล้งบริษัท Victory ทั้งการขึ้นราคาซัปพลายต่างๆ ที่เคยเป็นคู่ค้ากันมาอย่างไม่มีเหตุผล ตัดช่องทางการซื้อขายจนบริษัท Victory มีสภาพเป็นอย่างที่เห็น
“. . .”
รดาเองก็รู้ว่า กลุ่มนักธุรกิจพวกนี้ ทำอะไรกับประธานวรชัยไปบ้าง…เพื่อที่จะพยายามเอาใจและเข้าหาบริษัทของเธอ แต่ทว่าบริษัทสยามโนวากรุป ไม่ได้อยู่ระดับเดียวกับนักธุรกิจพวกนี้
ดังนั้นไม่มีความจำเป็นเลยที่รดาจะต้องสนใจกับเรื่องของนักธุรกิจกลุ่มนี้ที่พยายามเอาใจเธอ รดาไม่เคยสนใจและตัวเธอเองก็ไม่ชอบสิ่งที่คนพวกนี้กระทำลงไป ด้วยการแทงข้างหลังเพื่อนคู่ค้าอย่างประธานวรชัย ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นเพื่อนทางธุรกิจกันมานาน
ขนาดเพื่อนเก่าเพื่อนแก่ ที่ร่วมลงทุนกันมานานอย่างประธานวรชัยยังถูกกระทำแบบนี้ หากวันหนึ่งถ้าบริษัทสยามโนวากรุปของเธอ เกิดล่มสลายขึ้นมา คนพวกนี้จะไม่ทำแบบเดียวกันเหรอ?
ไฉนเลยที่รดาจะอ่อนต่อโลก แม้เธอจะยังอายุไม่มาก ยังถือเป็นนักธุรกิจสาวรุ่นใหม่ แต่เธอเติบโตมาในครอบครัวที่ทำธุรกิจระดับประเทศ มันเลยทำให้เธอถูกหล่อหลอมและมีประสบการณ์ไม่ต่างจากนักธุรกิจที่มีอายุมากกว่าเธอนั่นเอง
รดาไม่ได้สนใจเสี่ยคนดังกล่าวที่เข้ามาทักทายเธอ ซึ่งอีกฝ่ายย่อมเสียหน้าอยู่แล้ว แต่ก็ไม่กล้าที่จะแสดงออกว่าไม่พอใจที่ถูกรดาหมางเมิน…จึงคิดที่จะตั้งใจระบายอารมณ์โกรธใส่เด็กหนุ่มที่ขวางหูขวางตาอย่างพีทแทน
“คุณรดาเชิญนั่งก่อน ผมขอจัดการสั่งสองเด็กที่ไม่รู้จักกาลเทศะก่อนนะครับ” เสี่ยคนดังกล่าวแสร้งทำเป็นตัดบท ก่อนจะหันหน้าที่บิดเบี้ยวจากการถูกรดาเมินเฉยมาทางพีท
“เฮ้ย ไอ้หนูออกมาคุยกันหน่อยสิ แกกล้าดียังไงมามองผู้หญิงของฉัน?!” เสี่ยคนดังกล่าวได้ตะเบ็งเสียงใส่พีทด้วยน้ำเสียงที่หึงหวงและหวังที่จะวางอำนาจ อนึ่งด้วยหน้าตาที่หล่อเหลาและหน้าตาดี ประกอบกับหุ่นและรูปร่างของพีทที่ดูดีไม่แพ้นักแสดง ก็ไม่แปลกเลยที่เสี่ยคนดังกล่าวจะมองพีทเป็น ชายหนุ่มเจ้าสำอาง
“ฉันไปเป็นผู้หญิงของคุณตั้งแต่เมื่อไร?” ในขณะที่เสี่ยคนดังกล่าวจะเข้ามาหาพีท เพื่อลากพีทออกไปข้างนอก เพื่อเคลียร์ปัญหากัน…ทางด้านของรดาก็ได้พูดประโยคนี้ขึ้นมา ทำให้เสี่ยคนดังกล่าวชะงักไปเล็กน้อย พลางหันไปมองเธอและรีบแก้ตัวในทันทีว่ามันไม่ได้พูดกับเธอเช่นนั้น “คุณรดาเข้าใจผิดแล้วครับ ผมกำลังคุยอยู่กับเด็กหนุ่มที่ไร้มารยาทคนนี้อยู่ครับ”
“เข้าใจผิด? มันจะเข้าใจผิดได้ยังไง ก็ตอนนี้ฉันเป็นแฟนของเขา จะถูกเรียกว่าผู้หญิงของเขาก็ไม่แปลก” คำพูดของรดาทำให้เสี่ยคนดังกล่าวถึงกับช็อก~ เฉกเช่นเดียวกับอุ้ม นักศึกษาสาวที่เป็นเพื่อนของแฟนเก่าพีท ก็ถึงกับมองด้วยความตะลึงไปเช่นเดียวกัน
อุ้ม…พอจะรู้มาจากดาวว่าตอนนี้ พีทกำลังคบอยู่กับฝ้ายและอย่างตอนนี้การได้เห็นพีทมากับฝ้ายก็ยิ่งยืนยันได้แล้วว่ามันเป็นความจริง แต่ทว่าสิ่งที่เธอและดาวนั้นไม่รู้ ก็คือพีทยังมีแฟนอยู่อีกหนึ่งคน แถมแฟนอีกคนของพีท ก็ยังอยู่ด้วยกันกับฝ้ายอีกต่างหาก
‘นี่มันอะไรกัน?’
อุ้มมองด้วยสีหน้าที่งุนงง…เธอมองไปยังหญิงสาวที่อ้างตัวว่าเป็นแฟนของพีท ซึ่งอุ้มไม่รู้หรอกว่าผู้หญิงคนนี้ที่น่าจะโตกว่าพีท คนนี้เป็นใคร แต่ดูจากท่าทางที่อีกฝ่ายวางตัวราวกับนางพญา
รวมไปถึงท่าทางเสี่ยเลี้ยงของเธอ ที่ให้ความเคารพกับอีกฝ่าย ด้วยความหวาดกลัวเช่นนี้ ก็ทำให้อุ้มรู้ว่า พื้นหลังของผู้หญิงคนนี้น่าจะไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
“เอ่อ…คุณชายท่านนี้คือแฟนของคุณรดาเหรอครับ?” หลังจากได้สติกลับมา เสี่ยคนดังกล่าวก็รีบเปลี่ยนคำเรียกพีทใหม่ทันที พลางเอ่ยถามกับรดาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
“ใช่ ผู้ชายคนนี้คือแฟนของฉันเอง คุณยังมีปัญหาอะไรอีกไหม?” คำพูดนี้ของรดาดูเหมือนจะเป็นคำถาม แต่สำหรับคนที่รู้ความสักหน่อยก็จะฟังออกว่านี้คือประโยคคำสั่ง
‘มีปัญหาอะไรอีกไหม? ถ้าไม่มีก็เชิญไสหัวไป…อะไรทำนองนี้’
“เสี่ยค่ะ ผู้ชายคนนี้เป็นเพื่อนของหนูที่มหาลัยเอง…ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” อุ้มเห็นเสี่ยของเธอหน้าเสียไปแล้วเลยเข้ามาช่วยพูดให้ หวังว่าคำพูดของเธอจะช่วยให้เสี่ยของเธออารมณ์ดีขึ้นมาบ้างและถ้าหากเสี่ยอารมณ์ดีหลังจากที่เธอช่วยไว้ เธออาจจะได้ของขวัญตอบแทนก็เป็นได้
และก็เป็นอย่างที่อุ้มตั้งใจไว้ เธอช่วยเหลือเสี่ยของเธอให้รอดพ้นจาก สถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออกนี่ได้จริงๆ “อย่างนั้นเองหรอกเหรอ? เป็นเสี่ยที่เข้าใจผิดไปเองสินะ…ขอโทษด้วยนะพ่อหนุ่มที่ฉันพูดจาไม่ดีกับเธอไป” น้ำเสียงและท่าทีเปลี่ยนไปอย่างกับเป็นคนละคน
ซึ่งอุ้มก็ได้หันมาทักทายพีทและฝ้าย ประหนึ่งว่าทั้งสองฝ่ายนั้นสนิทกัน ทั้งที่ความเป็นจริงไม่ได้สนิทสนมอะไรกันเลย…แต่กระนั้นสถานการณ์ที่น่าอึดอัดก็เกิดขึ้นเพียงไม่นาน ประตูห้องรับรองถูกเปิดขึ้นอีกครั้ง
โดยมีสองพนักงานขายวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในห้องรับรอง พลางเข้ามาพูดถึงใบเสนอราคารถยนต์ที่ลูกค้าภายในห้องได้สั่งซื้อเอาไว้ “สามารถออกรถได้เมื่อไรครับ?” หลังจากฟังคำอธิบายของพนักงานขายอยู่นาน ทางด้านพีทและเสี่ยก็พูดขึ้นคำพูดนี้ขึ้นมาพร้อมๆ กัน
พวกเขาต่างก็อยากออกรถให้เร็วที่สุด ดังนั้นพนักงานขายจึงพูดขึ้นว่า “เมื่อลูกค้าชำระเงินและเอกสารจากไฟแนนซ์เรียบร้อยแล้ว ทางเราจะปล่อยรถให้ทันทีครับ อาจจะใช้เวลาตรวจสภาพรถอย่างละเอียดก่อนส่งมอบประมาณ 1 สัปดาห์ครับ” นี้คือคำพูดของพนักงานขายที่ตอบกลับลูกค้าทั้งสองคนในห้องรับรอง
ซึ่งทางฝ่ายเสี่ยก็พยักหน้าด้วยความพอใจ เพราะด้วยความที่ตนเองมีพื้นหลังที่แน่น มีการเงินที่มั่นคง หากทำเรื่องผ่อนชำระกับไฟแนนซ์น่าจะผ่านได้ไม่ยาก
แต่สำหรับพีทไม่เหมือนกัน “แล้วถ้าชำระเต็มจำนวนภายในวันนี้เลย เร็วสุดเมื่อไรครับ?” คำพูดของพีทประโยคเดียวทำเอาคนในห้องหลายคน ถึงกับหันมองมาที่เขาเป็นตาเดียว
ไม่ว่าจะเป็นพนักงานฝ่ายขายของฝั่งพีทหรือฝั่งของเสี่ย รวมถึงตัวเสี่ยเองและอุ้มก็หันมามองพีท ด้วยความตกใจกับคำพูดที่ชายหนุ่มพึ่งจะพูดออกมา
‘นี่รถ BMW นะ…คิดว่ากำลังซื้อรถกระป๋องตาเพชรอยู่เหรอ?’ ทุกคนอึ้งไปหมดแล้ว
“ถ้าชำระเต็มจำนวน เราจะเร่งให้เร็วที่สุด ไม่เกิน 2-3 วันครับ” แม้จะตะลึงไปกับคำพูดของพีท แต่พนักงานขายก็ตอบคำถามไปตามความจริง เขาตอบมันไปโดยไม่ได้คาดหวังว่าพีทจะทำแบบนั้นจริงๆ
“ถ้าอย่างนั้นพาผมไปชำระเงินและเดินเอกสารได้เลยครับ” ทุกคนแทบจะไม่เชื่อสายตาและคำพูดของพีทเลย หากแต่พีท ฝ้ายและรดาต่างลุกขึ้นเพื่อเตรียมที่จะเดินเรื่องซื้อรถแล้ว
พนักงานขายของพีทยังคงแข็งค้างไปกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ถูกปลุกด้วยคำพูดของพนักงานฝ่ายขายอีกคนที่กำลังจ้องมองด้วยความอิจฉา “นี่~! แกจะเอาลูกค้าท่านนั้นอยู่ไหม…ถ้าไม่เอา ฉันจะขอรับไว้เอง” พนักงานขายที่จัดการเอกสารให้กับเสี่ย ได้พูดขึ้นมาอย่างไม่มีอ้อมค้อม
อย่างที่รู้กันดีในวงการพนักงานขาย ยิ่งใครขายรถได้มาก ก็ยิ่งได้ค่าคอมมิชชั่นมากตามไปด้วย ยิ่งพนักงานขายที่จัดการเรื่องรถให้กับเสี่ย รู้ว่าเพื่อนพนักงานของเขากำลังขายรถรุ่นอะไรอยู่ แถมยังจะจ่ายเต็มจำนวนด้วย มีหรือที่ไม่ฉกฉวยลูกค้าที่ใจป้ำแบบนี้เป็นของตัวเอง
“ไม่มีทาง!” พนักงานขายของพีท รีบวิ่งออกไปทันทีเมื่อรู้ว่ากำลังจะถูกแย่งลูกค้าไป ก่อนที่จะนำพาพีทไปจัดการเดินเอกสารและการเงินต่อไป
ทิ้งให้เพื่อนพนักงานขายที่คิดจะแย่งลูกค้าอย่างพีท ให้อยู่กับเสี่ยเลี้ยงต้อยนั้นต่อไปเถอะ
“วัยรุ่นเลือดร้อนจริงๆ ทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง อยากจะซื้อรถก็ซื้อเลยทันที…ขอถามได้ไหม ไอ้เด็กหนุ่มนั้นซื้อรถรุ่นอะไร?” เสี่ยของอุ้มส่ายหน้ากับท่าทางอวดรวยของพีท แต่ก็อดไม่ได้ที่จะอยากรู้รถที่พีทซื้อว่าเป็นรุ่นอะไร ราคาเท่าไร
เพราะหากราคา 1-2 ล้านตนเองก็สามารถซื้อได้สบายๆ เหมือนกัน เพียงแต่ที่รถคันนี้จำเป็นต้องใช้สินเชื่อกับไฟแนนซ์ก็เพราะต้องการรถระดับไฮเอนด์ ราคา 5 ล้านนั่นเอง
“รุ่น M3 เครื่อง V8 ตัวท็อปครับ” พนักงานขายพูดด้วยคนจนใจ ทั้งอิจฉาทั้งผิดหวัง ถ้าในก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าตัวเองเอาแต่สนใจเสี่ยคนนี้อยู่ละก็ คงได้มีโอกาสรับใช้เด็กหนุ่มใจป้ำอย่างพีทไปแล้ว
“เสี่ยคะ เสี่ยเป็นอะไร? รถคันนั้นของเพื่อนหนูราคาเท่าไรเหรอคะ?” อุ้มสังเกตเห็นท่าทางของเสี่ยของเธอ ที่นิ่งอึ้งไปนานๆ ขนาดเซ็นเอกสารเพื่อทำเรื่องยื่นไฟแนนซ์ก็ยังมือไม้สั่นไม่หยุดเลย
“สะสะสิบล้าน~”
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
นิยายลงทุกวันเวลา 18.00 นะครับ
สามารถติดตามผู้แต่งเพื่อติดต่อสอบถามได้ที่แฟนเพจเลยนะครับ
www.facebook.com/WritelazyV2
นามปากกา.Writelazy