บรรยากาศโดยรอบของบ้านเรือนไทยหลังใหญ่ในยามสายดูสงบร่มรื่นเพราะไม้ผลต้นใหญ่โดยรอบ วันนี้เปรมบดินทร์นั่งอ่านหนังสือบนเรือนใหญ่ จนกระทั่งได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตรงมาทางกระไดเรือน เมื่อผุดลุกไปเยี่ยมหน้ามองจึ่งพบว่าเป็คุณยายจันทร์จับจูงเ้าจอมแสบตัวน้อยเดินมาหยุดหน้ากระไดเรือน รีบร้อนให้เขาต้องไปเชิญขึ้นเรือน
“ไหว้ขอรับคุณยาย”
“ไหว้พระเถิดพ่อเปรม”
“ไหว้ขอรับพี่เปรม คุณแม่ปราง”
จอมยกมือไหว้พี่เปรมยังไม่ทันจะเอามือลงก็พบว่าคุณแม่ปรางคนงามเดินออกมาจากห้องพอดิบพอดีจึ่งกล่าวทักทายเสียงสดใส
“นั่น แม่ปรางมาพอดี”
“ไหว้ค่ะคุณแม่”
“ถือว่าไหว้พระเถิดจ๊ะ”
แป้งที่เข้ามาทันได้ยินการกล่าวทักทายก็เบือนหน้าอมยิ้ม กว่าจะทักทายกันเสร็จตะวันคงตกดินไปเสียแล้ว
“คุณแม่แต่งตัวสวยเช่นนี้จะไปไหนหรือขอรับ”
ลูกชายคนเดียวอย่างเปรมบดินทร์เอ่ยยกยอคุณแม่ส่งผลให้หญิงวัยกลางคนส่ายหน้าไปมากับคำหวานของผู้เปนบุตร
“แม่กับคุณยายจันทร์จะไปเดินซื้อของฝั่งพระนครน่ะซี”
“ยายก็เลยจะขอฝากเ้าจอมไว้กับหลานประเดี๋ยวเดียวเท่านั้น วันนี้ไม่ได้ไปร่ำเรียนที่เรือนพ่อครู ยายเกรงว่าจะไปเล่นซุกซนท้ายสวน จะให้ไปด้วยก็เห็นว่าไม่เหมาะ”
“ไม่เปนไรขอรับคุณยาย ให้วิ่งเล่นบนเรือนนี้ก็ได้ขอรับ”
“น้องคงไม่ซุกซนนักหรอกพ่อเปรม แม่ฝากน้องด้วยนะ”
เปรมบดินทร์ค้อนขวับให้กับคำพูดของมารดา นี่สรุปว่าใครเป็ลูกชายของคุณแม่กันแน่ เปนเขาหรือเปนเด็กจอมแสบนี่กันล่ะ
“วางใจเถิดครับคุณแม่ คุณยายจันทร์ หลานจะดูแลให้ ไม่ใช่คนไกลอื่น หลานก็เห็นเปนน้องชายของหลานนี่แหละขอรับ”
พูดจบก็โปรยรอยยิ้มชวนให้น่าไว้วางใจและน่าเชื่อถือ คุณชายเปรมบดินทร์รับปากเช่นนี้ เหล่าผู้ใหญ่ในเรือนก็วางใจ
“หากดื้อกับพ่อเปรมนัก ก้านมะยมหน้าเรือนหลานก็คงจะปราบได้อยู่ ยายอนุญาต”
เอ่ยฝากฝังหลานชายคนเล็กกับคุณชายเปรมบดินทร์ด้วยรู้ดีว่าบุตรชายของคุณหญิงปรางมีจิตใจดีมีเมตตา คงดูแลหลานของตนได้
“ขอรับคุณยาย ไม่ต้องห่วงเลยขอรับ”
“คุณยายอย่าเอ่ยเช่นนั้นสิขอรับ จอมไม่ได้ดื้อเสียหน่อยนะขอรับ”
อดงอแงใส่คุณยายไม่ได้เมื่ออีกฝ่ายกล่าวหาว่าเขาจำตัวดื้อดึงกับพี่เปรม
“ไม่ดื้อก็ดีแล้ว เดี๋ยวยายซื้อขนมมาฝาก”
“เย้ ดูแลตัวเองดี ๆ นะขอรับคุณยาย คุณแม่ปรางด้วยนะขอรับ”
วิ่งไปกอดคุณยายเสียหนหนึ่งแล้วผละออกไปกอดอ้อนคุณแม่ปรางของพี่เปรมอีกหนหนึ่งให้ผู้ใหญ่ทั้งสองได้แต่หัวเราะด้วยความเอ็นดู
เปรมบดินทร์นั่งอ่านหนังสือที่ค้างไว้ต่อเงียบ ๆ ปล่อยให้แขกตัวน้อยของเรือนเดินสำรวจไปทั่วเรือนโดยไม่กังวลสิ่งใด เพราะทึกทักเอาเองว่าจอมเปนเด็กฉลาดและมีมารยาทพอที่จะไม่ซุกซนจนข้าวของในเรือนเสียหายหรือหยิบฉวยสิ่งใดโดยไม่ได้รับอนุญาต
“พี่เปรมอ่านอะไรหรือขอรับ”
นั่นอย่างไร เพียงนึกถึงไม่กี่เสี้ยวของเพลา ใบหน้าขาวผ่องจิ้มลิ้มของเ้าจอมแสบก็มานั่งปั้นจิ้มปั้นเจ๋อ...กระไรนะ อ๋อ ต้องใช้คำว่านั่งพับเพียบเรียบร้อยยิ้มแต้พร้อมคำถามจากเด็กแสบ พี่เปรมของเ้าตัวจึ่งยกมือลูบกระหม่อมไปเสียหนึ่งหนเพราะทนกับความนุ่มฟูขาวดั่งก้อนแป้งนี่ไม่ได้
“หนังสือซี”
“ขอดูได้ไหมขอรับ”
เปรมบดินทร์ยิ้มกับคำขออนุญาตนั่น เอียงหนังสือไปหาเด็กจอมสงสัย เห็นดวงตากลมโตกวาดมองเพียงครู่ก็ยู่หน้าใส่
“ยากจังเลยขอรับ น้องอ่านไม่ได้สักกะตัว”
“อยากเรียนไหม พี่จะสอน”
เปรมบดินทร์วางหนังสือลงแล้วลุกขึ้นไปหยิบดินสอ กับสมุดที่ใช้ขีดเขียนมากางตรงหน้าเด็กเล็ก ส่วนเ้าจอมแสบเห็นเปนเช่นนั้นก็ทำตาล่อกแล่กไปมา จะเอ่ยปากบอกปฏิเสธก็ไม่กล้าเมื่อเห็นในความหวังดีของพี่ชายตรงหน้า แล้วคิดหรือว่าปฏิกิริยานั้นจะรอดพ้นสายตาเปรมบดินทร์ไปได้
“มาตรงนี้มา”
เอื้อมมือไปหาคนน้อง เด็กชายจอมทำตามคำของพี่อย่างน่ารัก ลุกยืนแล้วเดินไปหา เปรมบดินทร์จึ่งจับให้น้องนั่งลงตรงหน้าโต๊ะหนังสือแล้วนั่งซ้อนหลังเด็กเล็กเอาไว้
“ประถมหนึ่งใช้แบบเรียนอย่างไรหรือ”
“ประถมหนึ่งของน้องใช้แบบเรียนเร็วใหม่และแบบสอนอ่านใหม่ของเ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี๑ขอรับ”
“เช่นนั้นหรือ งั้นพี่เขียนแล้วให้เ้าจอมหัดอ่านก็แล้วกัน”
“จะเมื่อยมือเอานะขอรับ”
เงยหน้าขึ้นบอกพี่เพราะในตอนนี้เปรมบดินทร์กำลังเริ่มเขียนแบบอ่านสำหรับเด็กประถมให้เขา มีหน้าตาคล้ายกับหนังสือแบบสอนอ่านใหม่ที่เขามี
“ไม่เมื่อยหรอก พออ่านได้ไหม”
“พอได้ขอรับ เอ่อ แล้วถ้าหาก....”
เปรมบดินทร์วางดินสอก้มมองน้องที่อยู่ระหว่างโต๊ะหนังสือกับตัวเขาที่ทำสีหน้ากังวนก็นึกฉงนใจว่าเ้าจอมแสบของเขาเปนอะไร
“หากน้องอ่านผิดละขอรับ”
ดวงตากลมโตฉายแววกังวนจนคนพี่เอ็นดูหนัก เปนแบบนี้ก็ดูท่าว่าจะกลัวเขาสินะ
“ก็อ่านใหม่ซี ค่อย ๆ หัดอ่าน พี่ไม่ดุหรอกน่า กลัวพี่หรืออย่างไร หือ”
อยากจะพยักหน้าตอบว่าก็กลัวน่ะซี แต่ก็ไม่กล้า คิดดูเถิดจะยอมรับยังไม่กล้า
“น้องอ่านไม่เก่งนี่ขอรับ”
“ฝึกอ่านเยอะ ๆ เดี๋ยวก็เก่ง”
ลูบผมน้องไปมา ก่อนจะยิ้มออกมาเมื่อนิ้วเล็กป้อมค่อย ๆ ชี้ลงบนหน้ากระดาษแล้วฝึกอ่านสะกดเปนคำ ๆ บางคำก็อ่านผิดอ่านถูก แต่คนพี่ก็ไม่ได้ว่ากระไรเพียงแต่สอนอ่านให้ถูกต้องก็เท่านั้น จนกระทั่งได้เวลาทานข้าวเที่ยง เ้าจอมจึ่งได้หยุดอ่านแล้วทานข้าวพร้อมพี่เปรมก่อนจะโดนจับไปอาบน้ำผลัดผ้าเสียใหม่โดยใช้ชุดเก่าเก็บของคนพี่ตอนเด็กที่ยังไม่ได้แจกจ่ายให้ผู้ใด
เ้าก้อนแป้งขาวอวบนั่งยิ้มตาหยีตัวหอมฉุยเมื่อคนพี่ทั้งอาบน้ำสระผมและปะแป้งให้ เพราะเ้าเด็กน้อยบ่นว่าร้อนแล้วอยากลงเล่นน้ำ แต่เปรมบดินทร์ยังไม่เห็นด้วยเนื่องจากอากาศร้อนจัดกลัวว่าลงเล่นน้ำแล้วจะป่วยไข้ จึ่งยอมเพียงแค่อาบน้ำแต่โดยดี
ใช่ที่ไหนล่ะ เปนเพราะพี่เปรมบดินทร์บอกว่าจะเล่าวรรณคดีสนุก ๆ ให้ฟังต่างหากเล่า!
“มานี่มา”
เสียงคนพี่เรียกให้มานอนบนฟูกและหมอนที่ตระเตรียมไว้ เปรมบดินทร์เตรียมฟูกและหมอนเอาไว้ให้น้องเพื่อให้เ้าตัวเล็กนี่ได้นอนพักผ่อน จวบจนกระทั่งเ้าตัวเล็กมานอนลงบนฟูกตาแป๋ว เขาจึ่งเดินไปนั่งพิงหมอนอิงแล้วเริ่มเล่าเื่ราวของกษัตริย์หนุ่มน้อยสองหน่อเนื้อที่ถูกส่งไปเรียนศิลปวิทยา คนพี่เรียนจบวิชาปี่ ส่วนคนน้องเรียนจบวิชากระบี่กระบอง....
“หลับกันหมดเลยหรือขอรับ”
“เปนเช่นนั้น นางั์จึ่งลักพาตัวคนพี่ไป”
“ั์หรือขอรับ”
“ก็มีเขี้ยวคล้ายกับั์วัดแจ้ง ๒ อย่างไรเล่า เคยเห็นหรือไม่”
“ไม่เคยขอรับ”
“ไว้วันหน้าพี่จะพาไป”
“น้องจะเปนเด็กดี”
เปรมบดินทร์หัวเราะกับคำพูดนั้น เหมือนการที่เขาบอกว่าจะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ หรือพาไปดูนั่นดูนี่ เ้าจอมแสบมักจะตอบกลับมาว่าจะเปนเด็กดี ฟังเช่นนี้ก็ให้นึกใจอ่อนอยากพาไปเสียเดี๋ยวนั้น
“ฟังต่อนะ”
“ขอรับ”
เปรมบดินทร์หยุดเล่าเมื่อแพขนตายาวเรียงสวยปิดลง เขาแน่ใจว่าน้องหลับไปแล้วในขณะที่เขาเล่านิทานไปเรื่อย ๆ ใบหน้าน่ารักยามหลับดูน่าเอ็นดูมือใหญ่ลูบไปมาบนกลุ่มผมนุ่มแล้วคนพี่จึ่งกลับเข้าห้องไปนำผ้าห่มมาคลุมให้น้อง ส่วนตัวเขาก็กลับไปนั่งอ่านหนังสือท่องตำรา
หลับก็ดี เขาเองก็เหนื่อยจะตอบคำถามสำหรับเด็กช่างสงสัยเช่นเ้าจอมบ้างแล้วเหมือนกัน แล้วนี่เขากลายเปนพี่เลี้ยงเด็กเล็กไปแล้วหรือ ใบหน้าหล่อคมของเปรมบดินทร์เผยรอยยิ้มอ่อนยามหันมองร่างเล็กที่นอนขดตัวบนฟูก รู้สึกเอ็นดูหนักราวกับน้องชายที่คลานตามกันมาอย่างไรอย่างนั้น
“เ้าจอม ตื่นได้แล้ว”
“อื้อ”
ใบหน้าน่ารักขมวดคิ้วน้อย ๆ ยามเมื่อโดนรบกวนการนอน แต่เปรมบดินทร์ก็ยังคงไม่ละความพยายามเขาเขย่าตัวเด็กเล็กจนกระทั่งน้องลืมตาตื่นแล้วลุกมานั่งจุ้มปุ้ก เบ้หน้างอแงยามตื่นนอนใหม่ ๆ
“ไปล้างหน้าล้างตา แดดบ่ายร่มแล้วพี่จะพาไปวิ่งเล่นที่ท้องร่องสวน”
“เล่นหรือขอรับ”
เด็กเล็กเมื่อได้ยินคำว่า “เล่น” ก็ตื่นเต็มตาผุดลุกขึ้นยืนก่อนจะหันรีหันขวางแต่เพียงไม่นานคนพี่ก็จับจูงมาล้างหน้าที่โอ่งดินข้างชานเรือนพร้อมใช้ผ้าซับให้แห้ง วันนี้เรือนค่อนข้างเงียบเหงาเพราะพี่แป้งและคนขับรถไปด้วยกันกับคุณแม่และยายจันทร์ เปรมบดินทร์กลัวน้องจะเบื่อจึ่งคิดจะพาเ้าเด็กลงไปเล่นที่ร่องสวน
ร่องสวนของเรือนแห่งนี้มีน้ำไหลตลอดปี ไม่ใคร่จะแห้งขอดนักเนื่องจากอยู่ติดกับแม่น้ำ แม้น้ำจะไม่ลึกแต่สำหรับเด็กก็ไม่ใคร่จะปลอดภัย เพราะงั้นคุณชายของเรือนจึ่งจับจูงน้องมาเดินเล่นด้วยตัวเอง
“น้ำเย็นมากเลยขอรับ”
เด็กเล็กนั่งแกว่งมือกับสายน้ำที่ไหลเอื่อย ๆ คนพี่หันมองก่อนจะเอ่ยปรามอีกครา
“ไม่ให้ลงเล่นน้ำนะ”
“ขอรับ”
เ้าจอมตอบรับคำ เขาเรียนรู้ว่าหากเชื่อฟัง พี่เปรมก็จะใจดีด้วยไม่ตีหน้าดุ ทำเสียงดุใส่ให้ต้องใกลัว
“เ้าจอมแสบ มานี่ซิ”
คนพี่กวักมือเรียก มืออีกข้างก็ซ่อนเอาไว้ข้างหลังเปนที่ฉงนใจแก่เ้าเด็กเล็กยิ่งนัก ขาป้อม ๆ ก็เดินเข้ามาหาก่อนจะยกยิ้มกว้างอวดฟันขาวเมื่อในมือหนาที่ยื่นมาเปนเรือจากใบไม้มาให้
“ให้น้องหรือขอรับ”
“ใช่ซี”
“ขอบคุณขอรับ”
เอ่ยขอบคุณยกมือไหว้แล้วรับเรือใบกล้วยมา เ้าจอมวางมันลงบนผิวน้ำเ้าเรือก็แล่นฉิวจนต้องวิ่งตามไปจับ แล้วนำกลับมาล่องใหม่ยังจุดเดิม เสียวหัวเราะเอิ้กอ้ากดังไปตามร่องน้ำในสวน เปรมบดินทร์นั่งมองเ้าเด็กวิ่งเล่นบนใบตองที่ตัดมารองนั่ง บางครั้งก็อดยิ้มตามไม่ได้เมื่อเรือที่แล่นฉิวเอียงกระเท่เร่เพราะมีน้ำปะปนอยู่ในลำเรือ จวบจนเ้าเด็กวิ่งเล่นจนเหนื่อยก็วิ่งเหงื่อซกมาทางเขา
“เหนื่อยหรือยัง เห็นทีต้องอาบน้ำอาบท่าอีกหนแล้วมั้ง”
“อาบซีขอรับ เหนียวตัวมากเลยนะขอรับ”
“ป่ะ งั้นไปอาบน้ำกัน”
เปรมบดินทร์ว่าแล้วเดินจูงน้องลัดเลาะออกมาทางหลังเรือน ตรงนั้นมีท่าน้ำอยู่ อาศัยใช้หาบน้ำจากคลองมาใส่ตุ่มและจอดเรือแจวไม่ใคร่จะมีเด็กในละแวกมาเล่นมากนักอีกอย่างเรือนเขาก็ไม่มีเด็กเล็กเสียด้วย และคนในเรือนนี้ก็ชอบที่จะอาบน้ำให้ห้องอาบน้ำของเรือนเสียมากกว่า
“ถอดเสื้อออกซี พี่จะพาอาบน้ำคลอง”
เปรมบดินทร์ถอดเสื้อลงเล่นน้ำใน่วัยเด็กเปนประจำ เขาชำนาญในการว่ายน้ำมากจึ่งกล้าจะพาน้องลงเล่นน้ำ และเ้าเด็กก็ดีอกดีใจรีบถอดเสื้อวางไว้บนท่าน้ำ
ตู้ม!
เปรมบดินทร์ะโลงน้ำโดยไม่ใช้กระไดที่ยื่นลงมาในน้ำ เขาว่ายอย่างรวดเร็วไปเกาะเสาตรงกระไดทางขึ้น
“มาลงกระไดนี้พี่จะพาลง”
สองเท้าของเด็กเล็กก้าวลงกระไดที่ปริ่มน้ำก่อนที่เปรมบดินทร์จะว่างลอยห่างแล้วรอให้น้องลงน้ำด้วยตนเอง
ตู้ม!
เสียงน้ำกระเซ็นซ่านเ้าเด็กลงน้ำแล้วค่อย ๆ ว่ายน้ำ แต่ก็ดูทุลักทุเลในสายตาคนพี่ ดังนั้นคุณชายของเรือนจึ่งว่ายเข้าไปหาแล้วพาน้องขี่หลัง
“เกาะดี ๆ พี่จะพาว่ายแล้วหนา”
“พี่เปรมไม่หนักหรือขอรับ”
“ตัวเท่าลูกไอ้ตาล จะหนักได้อย่างไร”
ไอ้ตาลคือแม่หมาในสวน ส่วนลูกไอ้ตาลก็คือลูกหมาอายุราว ๓ เดือนเศษ ดูเอาเถิด พี่เปรมว่าเขาเปนลูกหมาอีกแล้ว วันก่อนก็บอกว่าเปนลิงเปนค่าง เนี่ย
“ชอบว่าน้อง”
“ว่าอย่างไรนะ”
เอี้ยวตัวไปมองเด็กที่เกาะหลังอยู่ เปรมบดินทร์ไม่ได้รู้สึกหนักแต่อย่างใด เขาจึงแหวกว่ายเล่นในคลองอย่างเพลิดเพลิน
“เปล่าขอรับ พี่เปรมอย่าแช่น้ำนานนะขอรับ”
“ทำไม”
“ก็เดี๋ยวไม่สบายน่ะซี”
“งั้นขึ้นเลยดีไหม”
“โถ่...”
เ้าจอมโอดครวญเพิ่งจะลงน้ำยังไม่ทันคลายร้อนเลยนะจะกลับขึ้นท่าเสียแล้ว
“ฮ่า ๆ ๆ”
เปรมบดินทร์หัวเราะร่าเมื่อน้องทำเสียงโอดครวญใส่ ก่อนจะพาเ้าเด็กว่ายเล่นในคลองจนหนำใจแล้วจึ่งพากันกลับขึ้นเรือน
“มะรืนหากไม่ดื้อไม่ซนพี่จะพาไปงานวัดเพลง”
“ไม่ปดแน่นะขอรับ”
“ไม่ปดซี หากวันพรุ่งตั้งใจอ่านหนังสือจนคล่องสักหน้าสองหน้า ประเดี๋ยวพี่จะพาไปงานวัดวันมะรืน”
คุณชายของเรือนเอ่ยกับเด็กเล็กที่อาบน้ำผลัดผ้าเสียหอมฉุยรอกลับเรือนพร้อมคุณยายจันทร์ที่กำลังร่ำลากับคุณแม่ปราง ทั้งคุณแม่และคุณยายจันทร์กลับมาเสียค่ำมืด
“น้องจะตั้งใจขอรับ”
“อื้อ ห้ามวิ่งกลับเรือนอีกหนา รอคุณยายจันทร์ด้วย”
“ขอรับ”
“น้องจอม มาให้แม่กอดก่อนกลับเรือนเร็วค่ะ”
เด็กเล็กที่นั่งคุยกับพี่ก็ลุกขึ้นยืนเดินเข้าไปกอดตามคำขอของผู้ใหญ่ แม่ปรางยิ้มให้ก่อนจะก้มลงหอมแก้มยุ้ย ๆ ของเขา
“หอมฉุยเลยหนา พี่เปรมคงพาอาบน้ำละซี”
“ขอรับ”
“ไว้วันพรุ่งก็มาเล่นกับพี่เขาอีกหนา”
“ขอรับ วันพรุ่งน้องจะมาอ่านหนังสือกับพี่เปรมขอรับ”
“เด็กดี”
คุณแม่ปรางที่ไม่มีเด็กเล็กมาออดอ้อนเสียนานก็คล้ายกับได้ลูกชายเพิ่มจึ่งกอดฟัดเสียหนำใจแล้วปล่อยตัวเด็กน้อยกลับเรือนพร้อมคุณยาย
เปรมบดินทร์ไม่วางใจให้หนึ่งคนสูงวัยหนึ่งเด็กเล็กกลับเรือนแค่สองคนจึ่งเดินไปส่งเช่นวันก่อน
“ยายขอบใจพ่อเปรมมาก น้องไม่ดื้อใช่ไหม”
“ไม่ดื้อขอรับ คิดว่าคงไม่กล้าดื้อด้วยขอรับ”
“หากพ่อเปรมมีธุระก็บอกยายได้เลยหนา จะได้ไม่ให้พ่อจอมไปกวน”
คุณยายจันทร์เอ่ยขึ้นเพราะคิดว่าเปรมบดินทร์กำลังเข้าสู่วัยผู้ใหญ่อาจจะอยากได้เวลาส่วนตัวหรือเวลาไปเกี้ยวสาว ๆ ตามประสาคนหนุ่มสาว
“ไม่กวนเลยขอรับ แล้ววันมะรืนหลานขออนุญาตพาน้องไปงานวัดเพลงได้ไหมขอรับ”
“แล้วพ่อเปรมไม่ได้คิดจะไปกับลูกสาวเรือนไหนบ้างหรือ”
“ยังไม่คิดเลยขอรับคุณยาย”
เปรมบดินทร์ยังคงยิ้มให้คุณยาย เมื่อผู้ใหญ่คล้ายถามถึงเื่คู่ครอง
“หากเ้าจอมไม่เล่นซนจนหลานปวดหัว ยายก็ไม่ห้ามหรอก ยายเชื่อใจพ่อเปรมนะ”
“ขอบพระคุณขอรับ งั้นหลานลากลับเรือนนะขอรับ ไหว้ขอรับคุณยาย”
“ไปดีมาดีนะพ่อเปรม”
“ขอรับ”
“ไหว้นะขอรับพี่เปรม”
“อื้ม”
เ้าตัวแสบวิ่งมาส่งถึงล่างกระไดเรือนจนเปรมบดินทร์ต้องไล่ให้ขึ้นเรือนไปนั่นแหละ เ้าก้อนแป้งจึ่งได้โบกมือไปมาให้เขาอยู่บนเรือน
ช่างเปนเด็กที่ร่าเริงเหลือล้นเสียนี่กระไร
..........................................
Talk : ทุกคนนน ตอนนี้คือเป็เอ็นดูพี่เปรมมม แบบพี่เลี้ยงเด็กเต็มสูบ ทั้งที่จริงพี่อายุอานามก็สามารถไปหาสาว ๆ หนุ่ม ๆ ม้อบแม้บ ๆ ได้แล้ว555555555555555 ความลูกชายคนเดียวไม่มีพี่น้อง พอมีน้องจอมเข้ามาพี่เลยรักแบบน้องชายอะ พาวิ่งเล่น สอนอ่านเขียน เล่านิทาน พาว่ายน้ำ บลา ๆ ส่วนตอนหน้าเป็ตอนที่อยากเขียนมากที่สุด ไปเที่ยวงานวัดดดดดดดด
ขอบคุณทุกกำลังใจที่ทั้งเล่นแท็ก #นิรันดร์กาลจารใจ และคอมเม้นต์ด้วยนะคะ มีกำลังใจแต่งมาก ๆ เลยค่ะ
ปล. เราทำท้ายบทให้อ่านด้วยนะคะ ส่วนมากจะเป็ประวัติสิ่งต่าง ๆ ในอดีต อย่ากดข้ามน๊าา แวะอ่านสักนิ๊ดนึงก็ยังดี ฮาาาาา
......................................
แบบเรียนเร็วใหม่และแบบสอนอ่านใหม่ของเ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี
แบบเรียนภาษาไทยสมัยปฏิรูปการศึกษา ในระยะ ๒ พ.ศ. ๒๔๓๑-๒๔๕๓ มีแบบเรียน ๕ เล่มคือ แบบเรียนเร็วของสมเด็จกรมพระยาดำรงาานุภาพ, แบบสอนอ่านของกรมศึกษาธิการ, มูลปกรณ์ของเ้าหมื่นศรีสรรักษ์, แบบเรียนใหม่ของเ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี และ แบบสอนอ่านใหม่ของเ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ในตอนนี้อ้างอิงจาก ๒ เล่มหลังคือ แบบเรียนเร็วใหม่ของเ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี และ แบบสอนอ่านใหม่ของเ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี ซึ่งมีเนื้อหาดังนี้
แบบเรียนเร็วใหม่ของเ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี มี ๗ เล่ม เริ่มจากการสอน
๑.การสอนพยัญชนะและสระ แบบให้สะกดคำ เช่น
ป-อา-ปา
๒.มาตราตัวสะกด แบ่งออกเป็ ๓ ประเภทคือ
- มาตราแม่ ก กา
- มาตราตัวสะกดคำเป็
- มาตราตัวสะกดคำตาย
๓. เนื้อหามีการนำเสนอแบบเปรียบเทียบ เช่นอักษรควบกล้ำจะสอนเปรียบเทียบกับอักษรเดียว
เช่น
ป- ปี, ปร-ปรี
แบบสอนอ่านใหม่ของเ้าพระยาธรรมศักดิ์มนตรี มี ๗ เล่มคู่ขนานไปกับแบบเรียนข้างต้น มีเนื้อหาแบ่งออกเป็ ๓ ภาค ดังนี้
ภาคที่ ๑ ธรรมชาติศึกษา
ภาคที่ ๒ เื่กีฬา
ภาคที่ ๓ เื่หน้าที่พลเมืองดี
ที่มา: เบ็ญจวรรณ สุนทรากูล. (2518) . วิวัฒนาการของแบบเรียนไทย. กรุงเทพฯ: โรงพิมพ์สถานสงเคราะห์หญิงปากเกร็ด.
ั์วัดแจ้ง คือ รูปปั้นพญาั์โบราณยืนคู่กันที่วัดอรุณราชวราราม (เดิมเรียกวัดมะกอกนอกแล้วเปลี่ยนชื่อเป็วัดแจ้ง) ั์วัดแจ้งเกิดขึ้นในสมัยรัชกาลที่ ๓