เรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นที่ตำหนักของเจ้าภูแสนได้ไม่นาน ทั้งเจ้าหลวงแสนยาศักดิ์และพระชายามุกประดับก็มาถึงตำหนักของเจ้าภูแสนนั่นก็เพราะข้ารับใช้ที่คอยดูต้นทางให้เจ้านางดาราสายอยู่ด้านนอกตำหนักซึ่งไม่รู้เหตุการณ์ภายในอะไรด้วยก็สู้อุตส่าห์คาบข่าวไปบอกทั้งสองพระองค์ตามแผนที่เจ้านางดาราสายบอกไว้แต่แรก
เพื่อต้องการให้เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์มาเห็นกับตาว่าเกิดความบัดสีขึ้นที่ตำหนักของเจ้าภูแสนจะได้เป็นการมัดเจ้าภูแสนให้อยู่หมัด ซึ่งข้ารับใช้ที่ดูต้นทางก็ทำงานได้รวดเร็วมากกกและเมื่อ เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์เข้ามาเห็นสภาพในห้อง ก็ถึงกับอึ้งไปส่วนงูเหลือมนั้นก็ยังคงนอนอิ่มแหนมอยู่บนเตียงที่เดิม เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์พอจะเดาเหตุการณ์ออกหันไปถามข้ารับใช้ภายในคุ้มทันที
“เจ้าภูแสนอยู่ไหน?”ข้ารับใช้หนุ่มคนหนึ่งรีบตอบ
“อยู่เรือนแม่หญิงแพงอรเจ้า!!” เมื่อได้ยินทุกคนหันพรึ่บไปทางคนตอบคำถามอย่างรวดเร็วพระชายามุกประดับที่ใจตุ๊มๆ ต่อมๆ ด้วยความกลัวว่าเจ้าภูแสนจะถูกรวบหัวรวบหางก็รีบถาม
“ไปเรือนนังแพงอรตั้งแต่เมื่อใด?”ข้ารับใช้คนนั้นรีบตอบทันควันเช่นกันเพราะได้รับคำสั่งไว้ตั้งแต่เมี่อคืน
“ไปตั้งแต่เมื่อคืนเจ้าเจ้าภูแสนออกจากเรือนของท่านโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ พระองค์ก็ทำท่าจะเข้าตำหนักแต่แล้วก็เปลี่ยนพระทัย ชวนชัยยันต์และอวยชัยองครักษ์ทั้งสองไปพักที่เรือนแม่หญิงแพงอรด้วยกันและสั่งข้าเจ้าว่าให้ปิดตำหนักได้เลย เพราะเจ้าภูแสนจะประทับที่นั่นจนถึงเช้าเจ้า...”คดีพลิก เจ้านางดาราสายหน้าเหวอแล้วเมื่อคืนเจ้านางเสพสมอารมณ์หมายกับใคร อย่าบอกนะว่างูเหลือมตัวนั้น!เจ้าหลวงแสนยาศักดิ์หัวจะปวด ก่อนจะเอ่ยเสียงดังน่าเกรงขาม
“ให้คนไปตามเจ้าภูแสนมาพบข้าอย่างเร่งด่วนที่สุด!!”
ในขณะที่ทุกคนกำลังวุ่นวายอยู่กับเหตุการณ์ตรงหน้าโดยที่เจ้านางดาราสายนั่งช็อกแทบจะหมดสติในสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เมื่อคืนเธอได้เสียกับงูอย่างนั้นเหรออามิตาพุธ ก็เธอเห็นอยู่ว่าคนที่มีอะไรกับเธอเมื่อคืนนั้นคือเจ้าภูแสนแต่ทำไมเช้ามาเจ้าภูแสนกลายเป็นงูเหลือมไปเสียได้แทนที่จะสมรักกับเจ้าภูแสนกลับต้องมาจนตรอกเพราะสมสู่กับงูอย่างนั้นหรือเจ้านางดาราสายคิดกับตัวเองอย่างไม่อยากเชื่อและรู้สึกอับอายกับสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก ก็แน่ล่ะสิ สายตาคนเป็นสิบ
ในขณะที่กำลังเกิดเรื่องโกลาหลก็ไม่มีใครทันสังเกตบนเตียงนอน เจ้างูเหลือมอิ่มแหนมตัวอวบได้หายไปเสียแล้วซึ่งการหายตัวไปของงูตัวนั้นก็ทำให้ทุกคนแปลกใจและพากันหาทั่วตำหนัก แต่ไม่พบแม้แต่เงาอย่าว่าแต่งูเหลือมเลยนะจ๊ะ กระทั่งงูดิน งูเขียวก็หาพบไม่
ซึ่งในทางกลับกันเจ้านางดาราสายกลับรู้สึกพึงใจที่ไม่พบงูนั่นแล้วอย่างน้อยเธอก็ไม่ต้องการจะเห็นมัน ขนาดนึกถึงเธอยังรู้สึกขยะแขยงไม่ใช่น้อยได้เสียกับงูแค่คิดขนก็ลุกอย่างมิอาจห้ามได้
แต่ใครจะล่วงรู้เล่าว่างูตัวนั้นหายจากตำหนักส่วนตัวของเจ้าภูแสนไปปรากฏตัวอยู่ในห้องห้องหนึ่งบนเรือนของแม่หญิงแพงอรภายในห้องนั้นเจ้าภูแสนบุรุษหนุ่มรูปงามท่าทางน่าเกรงขามยืนเอามือไพล่หลังมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตานิ่งไร้ความรู้สึกใดๆ
เมื่องูเหลือมตัวอวบปรากฏอยู่ในห้องกับเจ้าภูแสนงูเหลือมนั้นก็กลายร่างเป็นงูสีดำขลับแต่มีเกล็ดสีเขียวคล้ายกับพญานาคมากกว่าเป็นงูธรรมดาทั่วไปจากนั้นก็กลายร่างเป็นบุรุษหนุ่มใบหน้าเคร่งขรึมนั่งคุกเข่าอยู่เบื้องหลังของเจ้าภูแสน เจ้าภูแสนที่ยืนมองออกไปนอกหน้าต่างไม่มีกิริยาเคลื่อนไหวใดๆ และมิได้ตกใจกับการปรากฏตัวของงูใหญ่ทั้งยังมิได้หันกลับมามองทางที่งูใหญ่นั้นกลายร่างเป็นชายหนุ่มด้วยซ้ำทำดังว่าเรื่องเหล่านี้ คุ้นเคยดีราวกับอยู่ในชีวิตประจำวันของพระองค์เจ้าภูแสนพูดเพียงสั้นๆ
“กลับไปได้หมดหน้าที่ของเจ้าแล้ว!” พูดจบบุคคลลึกลับผู้นั้นก็หายไปจากห้องทันทีและแว้บหนึ่งขอบตาของเจ้าภูแสนก็กลายเป็นสีเขียวมรกตก่อนที่จะกลับเป็นดวงตาดำขลับมีเสน่ห์ดังเดิมและเพียงไม่นาน เจ้าภูแสนก็เดินออกมาด้านนอกห้องโดยมีชัยยันต์และอวยชัยยืนรอท่าอยู่ก่อนแล้ว เจ้าภูแสนมองทั้งสองนิ่ง ก่อนจะพูดเสียงเรียบ
“รอก่อน สักพักจะมีคนมาตาม”สองคนนั้นค้อมหัวรับอย่างนอบน้อมเจ้าภูแสนรำลึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนตอนกำลังกินเลี้ยงกันในหมู่พระญาติโดยที่มีเจ้านางดาราสายคอยลอบมองและส่งสายตายั่วยวนแปลกๆแม้เจ้านางดาราสายจะเก็บอาการได้ดี แต่สิ่งที่เจ้านางดาราสายหยดใส่มือแล้วดีดใส่เจ้าภูแสนมีรึที่จะเล็ดลอดสายตาอันเป็นทิพย์ของเจ้าภูแสนไปได้!!
อีกอย่างน้ำมันพรายผีตายโหงอะไรนั่นก็ใช้ไม่ได้กับเจ้าภูแสนเพราะเมื่อน้ำมันพรายของต่ำเช่นนั้น มันกระเด็นโดนตัวเจ้าภูแสน น้ำมันพรายก็ค่อยๆไหลลงพื้นอย่างง่ายดายราวกับว่าผิวพรรณของเจ้าภูแสนนั้นมันลื่นไหลชุ่มน้ำอยู่ตลอดเวลาและเหตุการณ์ที่ปรากฏก็ไม่ได้คลาดสายตาอันคบกริบของโหรหลวงหนานเมืองอินทร์เลยสักนิด!
นั่นจึงเป็นเหตุให้เจ้าภูแสนไม่กลับตำหนักของตนเองแต่ทำทีไปพูดคุยธุระกับโหรหลวงหนานเมืองอินทร์ถึงที่เรือน ก่อนจะกลับมายังตำหนักแล้วแสร้งว่าได้เข้าไปในตำหนักเพื่อให้ข้ารับใช้ที่ดูต้นทางของเจ้านางดาราสายตายใจซึ่งทั้งหมดเป็นแผนตลบหลังเจ้านางดาราสาย เพราะเจ้าภูแสนไม่ต้องการได้เจ้านางดาราสายมาเป็นคู่ชีวิต!!
แต่เป็นเจ้านางดาราสายที่ดื้อดึงหาหนทางเป็นชายาของเจ้าภูแสนเสียเองดังนั้นแผนนี้จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้เจ้านางดาราสายยอมล่าถอยออกไปหรืออย่างน้อยก็เงียบไปได้สักพัก
ไม่นานหลังจากที่เจ้าภูแสนบอกกับสองหนุ่มองครักษ์ทหารในคุ้มรูปร่างกำยำก็เดินเข้ามานั่งคุกเข่าอยู่ตรงด้านล่างหน้าเรือนของแพงอรโดยทหารคนนั้นไม่ยอมขึ้นไปรายงานบนเรือนด้วยเกรงกลัวเจ้าภูแสนที่พักหลังดุดันไม่เกรงใจใครผิดกับเมื่อก่อนมากนักเมื่อทหารนั่งลงเรียบร้อยก็รายงานเสียงดังฟังชัด
“เจ้าภูแสนเจ้าหลวงให้มาเชิญไปพบด่วนที่ตำหนักของเจ้าภูแสนเจ้า” เจ้าภูแสนเดินเอามือไพล่หลังนุ่งโจงกระเบนสีน้ำเงินเข้มสวมเสื้อแขนยาวสีขาวปักลวดลายด้วยด้ายสีเงินสลับทองโพกผ้าบนศีรษะสีเทาขลิบด้ายสีเงิน เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้ม คิ้วหนา ดวงตาเป็นประกายหล่อละมุนเกินต้านเสียนี่กระไรมิน่าเล่าเจ้านางดาราสายจึงบุกเข้าหาอย่างอุกอาจเช่นนี้
เจ้าภูแสนเดินสง่าผ่าเผยลงจากเรือนของแพงอรตามด้วยอวยชัยและชัยยันต์สององครักษ์คนสนิทจากนั้นก็เป็นทหารที่มาตามเจ้าภูแสนเมื่อสักครู่
ทางด้านเจ้านางดาราสายเมื่อเปลี่ยนผ้าผ่อนแล้วก็อายแทบจะมุดแผ่นดินหนีไปโผล่อยู่ที่บ้านเมืองของตัวเองมิใยทอดกายให้งูเหลือมเชยชมเช่นนั้นรึ เจ้านางแสนสวยหวานหยดในตอนนี้หน้าตาหมองคล้ำคล้ายถูกราหูอมทั้งใบหน้ามิกล้าเงยมองสบตาใครสักคน ก็ถึงขนาดเอาตัวเข้าแลกแต่สิ่งที่ได้กลับมาคือความอัปยศอดสูจนไม่อยากจะเอาคอตั้งไว้บนบ่าโดยเฉพาะพระชายามุกประดับและนังละอองทอง แต่ก็ยังดีที่วันนี้เจ้านางละอองทองไม่ได้มาด้วยแต่ก็นั่นแหละ แค่พระชายามุกประดับก็เกินจะทน...