ETHER สงครามดาวนรกซอมบี้คลั่ง

    3.6 ลูกสาวคนเดียว

    3.6 ลูกสาวคนเดียว

            

            
    แม้ภาพความเป็นจริงอันโหดร้าย จากถนนด้านนอกจะเริ่มทำให้เธอคิดได้แล้วว่าความฝันและความหวังที่เธอเคยมี ได้พังทะลายไปหมดแล้ว แต่มีนดาก็ยังอยากจะเจอหน้าแม่ แม่ที่เลี้ยงเธอมาตั้งแต่เด็ก แม่คือคนที่สอนเธอร้องเพลงและเล่นเปียโนให้เธอฟังและร้องตาม แม่พาเธอเข้าโรงเรียนสอนเต้นและสอนทุกอย่างเท่าที่แม่คนหนึ่งจะทำได้เพื่อลูกสาว มีนดาเห็นเงาแม่ของเธอยืนรออยู่ข้างผ้าม่านตรงหน้าต่างของห้องนั่งเล่น เธอจึงลงจากรถและรีบวิ่งไปหาแม่ของเธอด้วยความดีใจ 

            ครอบครัว คีนามูน มีลูกสาวเพียงคนเดียวพวกเขาจึงเฝ้าทะนุถนอมมีนดาประหนึ่งเป็นแก้วตาดวงใจที่มิอาจให้บิ่นหรือแตกสลาย จนกระทั่งธุรกิจครอบครัวเริ่มเกิดปัญหา พ่อของเธอจึงยอมให้ลูกสาวออกไปเที่ยวกับลูกชายมหาเศรษฐี โดยเขาหวังว่าการแต่งงานกับแดนดิไลจะทำให้สถานการณ์ธุรกิจของครอบครัวดีขึ้น มีนดาไม่รู้เรื่องนี้ เธอจึงคิดว่าสถานะการเงินของทางบ้านยังปกติดี 

            “แม่ แม่เป็นอะไรรึเปล่า” มีนดาร้องตะโกนพลางวิ่งเข้าไปหาแม่ที่กำลังนั่งตัวสั่นคุกเข่าห้อยแขนอยู่ข้างกองเลือด ร่างที่กระตุกของแม่ทำให้เธอหยุดชะงักเหมือนมีก้อนหินหนักๆ หล่นลงในหัวใจ

            “มะมะแม่” น้ำเสียงของเธอสั่น แหบพร่าและขาดห้วง ความจริงที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้กระโดดเข้ามาจู่โจมเธอเหมือนเสือที่กระโดดมาคาบคอของเหยื่อ เธอรู้แล้วว่าแม่ไม่ได้เป็นแม่ที่เธอเคยรู้จักอีกต่อไป

            “มะมะไม่ มะไม่จริง” น้ำเสียงของเธอสั่นไหวเต็มไปด้วยความเจ็บปวดและความตกใจ เธอพยายามจะถอยออกห่าง แต่ขาของเธอกลับเหมือนถูกตรึงไว้กับพื้น หัวใจของเธอหล่นลงไปที่ท้องขณะมองเห็นมือของแม่ค่อย ๆ เคลื่อนไหวขึ้นมาอย่างช้า ๆ และ…แม่ก็หันมามองเธอ

            “แฮร่..” เธอแยกเขี้ยว ฟันสีขาวเต็มไปด้วยน้ำลายและเลือดสีดำ ก่อนจะกระตุกตัวขึ้นและเดินมาหามีนดาอย่างเชื่องช้า

            “ม่ายยย…” เธออยากจะกรีดร้องออกมา แต่ลำคอที่จุกแน่นไปด้วยความรู้สึกสับสนและหวาดกลัว ใบหน้าของแม่ที่ครั้งหนึ่งเคยงดงามเต็มไปด้วยคราบเลือดหยาดย้อยลงมาถึงสร้อยไข่มุกที่อยู่ตรงคอ แววตาที่ครั้งหนึ่งเปล่งประกายประดุจดวงดาวกลับขาวซีดเหมือนซากศพที่ผุดขึ้นมาจากขุมนรก มันเต็มไปด้วยความหิวโหย ที่มองเห็นเธอเป็นแค่เหยื่อ

            “อย่า..อัก..มะมะไม่” ร่างของแม่เดินเข้ามาชนเธอให้ล้มลงไปกับพื้น แรงกระแทกที่หัวและความสิ้นหวังจากหัวใจที่แตกสะลายทำให้มีนดารู้สึกหมดอาลัยตายอยาก 

            โลกนี้ช่างโหดร้ายและเธอก็ไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว

            มีนดาได้ยินเสียงหายใจผ่านซี่ฟันของแม่ที่แนบชิดติดหู เสียงของมันกระซิบออกมาเป็นเสียงคำรามต่ำๆ เธอพยายามเบือนหน้าหนีออกจากปากของแม่ที่กำลังเคลื่อนเข้ามาหาลำคอเธออย่างเชื่องช้า ความคิดที่ว่าเธอจะยอมเสียสละร่างกายเพื่อเป็นอาหารของแม่ทำให้มีนดารู้สึกสงบ แต่ภาพถ่ายของแม่บนผนังที่จ้องมองมายังเธอด้วยแววตาอ่อนโยนก็ดึงเธอกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริง ภาพนี้เธอเป็นคนถ่ายเองตอนที่แม่หันมามองและยิ้มให้เธออย่างมีความสุข ตอนนั้นแม่กำลังนั่งดูถ้วยรางวัลประกวดร้องเพลงของเธออยู่ แม่บอกว่า 'เธอคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับแม่' แต่ตอนนี้อีผีร้ายนั่นกำลังจะพรากทุกสิ่งไปจากเธออย่างนั้นเหร่อ!

            “บ้าฉิบ” กันสึเกะผ่อนลมหายใจออกมาอย่างสิ้นหวังตอนที่เห็นซอมบี้สาวใหญ่คนนั้นก้มลงมาที่คอของมีนดาผ่านช่องเล็งเรดดอทสีแดง เขาไม่มีทางยิงพลาด แต่ถ้ายิงเข้าไปตอนนี้กระสุนจะทะลุหัวของซอมบี้เข้าไประเบิดคอของเธอด้วยเช่นกัน

            “ฮะ-” เขากำลังจะร้องตะโกนเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของซอมบี้ แต่ก็ต้องยั้งปากไว้เพราะมีดาร้องตะโกนขึ้นมาซะก่อน 

            “ไม่! แกไม่ใช่แม่ชั้น” มีนดาตะโกนออกไป เธอรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี ดันตัวแม่ออก

            “ส๊วบ” กระสุนจากปืน ซิก เอ็มซีเอ็กซ์ พุ่งเข้าระเบิดหัวซอมบี้คุณนายในชุดราตรีสีดำแตกกระจุย  มีนดาเห็นหัวแม่ของเธอที่กำลังอ้าปากกว้างเพื่อจะก้มลงมากัดคอลูกสาวตัวเองอีกครั้งระเบิดแตกออกเป็นชิ้นๆ 

            ..แม่.. เธอหลับตาลง ปล่อยให้ความโศกเศร้าทั้งหมดระเบิดน้ำตาและเสียงร้องไห้ออกมาดังก้อง

            กันสึเกะเดินเข้ามาถีบร่างแม่ของเธอออก เขาส่ายปืนไปรอบๆ และเห็นเงาซอมบี้ยืนอยู่ในห้องอีกสองตัว 

            ในช่วงกลางวันแสกๆ ที่แดดแรงแบบนี้พวกซอมบี้จะเคลื่อนไหวช้าและมีความหิวน้อยลง มันจะยืนอยู่นิ่งๆ และไม่ค่อยเคลื่อนไหวร่างกายถ้าไม่ได้ยินเสียงหรือสัมผัสได้ว่ามีมนุษย์อยู่ใกล้มากๆ 

            “ส๊วบ ๆ” เขาส่งกระสุนเป่าหัวพวกมันกลับดาวนรก และเมื่อเห็นว่าที่นี่ปลอดภัยแล้วจึงก้มลงไปมองใบหน้าของมีนดาที่แดงฉานไปด้วยคราบเลือดและเศษสมอง 

            เขาเพ่งสายตาไปที่ลำคอของเธอที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและรู้สึกโล่งใจที่ไม่เห็นรอยกัด

            “เธอเป็นอะไรรึเปล่า” น้ำเสียงอันเต็มไปด้วยความเป็นห่วงทำให้มีนดาพยักหน้า

            “พ่อ” เธอเปล่งน้ำเสียงออกมาอย่างเหม่อลอยเมื่อเห็นซอมบี้อีกตัวลุกขึ้นยืนหลังโซฟาและกำลังเดินลากขามาหากันสึเกะ

            “ส๊วบ” มีนดาเห็นหัวพ่อตัวเองที่กลายเป็นซอมบี้แตกระเบิดด้วยกระสุนปืนของชายขาเหล็ก แม้จะรู้สึกจุกที่ลำคอแต่เธอก็เริ่มยอมรับได้แล้วว่า ซอมบี้ตัวนั้นไม่ใช่พ่อของเธออีกต่อไป 

            “พ่อ..” เธอหลับตาลงและเริ่มร้องไห้ น้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เสียงสะอึกสะอื้นที่เหมือนจะไม่สิ้นสุด ดังก้องในหัวใจของเธอ ความรู้สึกถึงการสูญเสียทุกอย่างในชีวิตเป็นสิ่งที่ยากจะยอบรับได้

            “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร ฉันอยู่ตรงนี้” 

            เสียงสะอึกสะอื้นแห่งความเศร้าทำให้กันสึเกะที่เห็นเหตุการณ์รู้สึกสะเทือนใจ เขาดึงตัวเธอเข้ามากอด และรับรู้ได้ถึงหัวของเธอที่พิงมาซบไหล่ของเขา มือของเธอจับแขนของเขาแน่นเหมือนยึดถือความหวังสุดท้ายก่อนที่ขาของเธอจะทรุดลงไปด้วยความอ่อนแรง 

            กันสึเกะจับดึงร่างเธอไว้ไม่ให้ล้ม ก่อนจะแบกร่างอรชรที่เปรอะเลอะไปด้วยคราบเลือดและคราบฝุ่นของเธอขึ้นพาดบนบ่า เขากวาดสายตามองไป
    รอบ ๆ บ้านที่เต็มไปด้วยคราบเลือดและข้าวของตกกระจายระเกะระกะ 

            ซอมบี้ที่อยู่ตามมุมมืดในห้องต่างๆ เริ่มรู้แล้วว่ามีมนุษย์อยู่ที่นี่ เขาได้ยินเสียงของพวกมันเริ่มเคลื่อนไหว ไอ้หนุ่มขาเหล็กจึงตัดสินใจวิ่ง

            ..บ้าชิบ.. กันสึเกะกัดฟัน แม้จะเป็นหญิงเอวบางร่างเล็กแต่น้ำหนักของมีนดาก็ทำให้เขาเริ่มรู้สึกปวดตรงที่หัวไหล่ แต่เขาก็ไม่สามารถปล่อยให้เธอล้มลงได้

            “เข้าไป” เขาพูดเสียงหอบขณะเปิดประตูและโยนเธอเข้าไปนั่งบนเบาะหลัง

            ____