หอบมิติไม่ธรรมดามาเป็นชาวนาแม่ม่าย

    ตอนที่ 20 อำลา

    “ขอรับ!”


    เฉิงอิ่งน้อมรับคำสั่ง และรีบส่งองครักษ์หน่วยก้านดีสองคนไปทันที


    ผู้รับหน้าที่มีนามว่าเฉิงเคอและเฉิงหยาง ทั้งสองวิ่งมาตรงหน้าครอบครัวลู่ “พวกเ๽้าจะเข้าประตูเมืองหรือไม่ ฮูหยินให้ข้าสองคนมาคุ้มกันพวกเ๽้าเข้าไป”


    สำหรับครอบครัวลู่เ๱ื่๵๹นี้นับเป็๲เ๱ื่๵๹น่ายินดีที่เกินความคาดหมายมาก คนครอบครัวอื่นเห็นดังนั้นก็พยายามเบียดเสียดเข้ามาอยู่ใกล้กับครอบครัวลู่ หมายพึ่งพิงร่มเงาให้แคล้วคลาดปลอดภัย


    “ขอบคุณน้ำใจของฮูหยินพวกเ๽้ามาก แต่พวกข้ายังไม่เข้าเมืองตอนนี้ พวกข้าเกิดพลัดหลงกับญาติระหว่างทางจึงจะตามหาพวกเขาอยู่ที่นี่ก่อน พวกเ๽้าสองคนสะดวกรอหรือไม่?”


    เหอจิ่วเหนียงรับรู้ว่านางซุนเป็๲กังวลเกี่ยวกับครอบครัวของบุตรสาวมาตลอดทาง หากไม่ตามหานางในตอนนี้…เกรงว่าคงไม่มีโอกาสได้ตามหาอีกแล้ว


    องครักษ์ทั้งสองลังเลเล็กน้อย พวกเขาไม่อาจตัดสินใจเองได้ จึงวิ่งกลับไปรายงานผู้เป็๲นาย


    เจียงรั่วหย่ากล่าว “ในเมื่อเป็๲เช่นนี้พวกเราก็คงต้องเดินทางไปก่อน พวกเ๽้าสองคนอยู่ส่งพวกเขาเข้าเมืองเฉียนโจวให้ปลอดภัย แล้วค่อยตามข้ามาก็แล้วกัน”


    ด้วยเหตุนี้ ครอบครัวลู่จึงได้ผู้คุ้มกันมาสองคนโดยไม่ต้องลงเงินลงแรง ช่วยสร้างความอุ่นใจให้ทุกคนได้ไม่น้อย การพักแรมอยู่หน้าประตูเมืองท่ามกลางผู้คนอดอยากแร้นแค้นในคืนนี้พวกเขาไม่ต้องรู้สึกหวั่นกลัวอีกแล้ว


    ครอบครัวลู่หาที่ร่มใต้ต้นไม้สำหรับพักผ่อน ส่วนสองพี่น้องลู่รับหน้าที่ออกตามหาครอบครัวของน้องสาว


    ครอบครัวอื่นก็ฝากเด็ก ๆ ไว้กับครอบครัวลู่ให้ช่วยดูแล แล้วพวกผู้ใหญ่ก็ออกไปตามหาญาติพี่น้องของตัวเอง


    เมืองเฉียนโจวเป็๲ความหวังสุดท้ายของพวกเขาแล้ว หากยังตามหากันไม่เจอ ชีวิตนี้ก็คงไม่มีโอกาสได้พบกันแล้วจริง ๆ


    พื้นที่พักแรมของชาวบ้านตระกูลลู่ในค่ำคืนนี้มีเฉิงเคอกับเฉิงหยางคอยคุ้มกัน ช่วยสร้างความปลอดภัยได้ไม่น้อย เหอจิ่วเหนียงจึงวางใจ และใช้โอกาสนี้ไปขอพบเจียงรั่วหย่า


    จะว่าไปแล้วพวกนางก็รู้จักกันมาหลายวัน เหอจิ่วเหนียงยังไม่เคยได้พูดคุยกับสตรีสูงศักดิ์ผู้นี้เลย แม้แต่โอกาสเข้าใกล้ก็ยังไม่มี


    ขบวนรถม้าของเจียงรั่วหย่าเตรียมจะเดินทางผ่านประตูเมือง ขณะที่เหอจิ่วเหนียงไปถึงขบวนรถม้า หลิงเยว่กำลังจ่ายค่าผ่านด่านอยู่พอดี


    ถูกต้อง เข้าเมืองก็ต้องจ่ายค่าผ่านด่าน ผู้ใหญ่สามตำลึง เด็กสองตำลึง ด้วยเหตุนี้จึงมีผู้คนจำนวนมากอออยู่หน้าประตูเมืองเพราะไม่สามารถเข้าไปได้ ถึงขั้นมีการขายเด็กแลกเงินกันอย่างโจ่งแจ้ง


    “แม่นางหลิงเยว่ ขอข้าพูดคุยกับฮูหยินของเ๽้าสักครู่ได้หรือไม่?”


    เหอจิ่วเหนียงยิ้มตาหยีพลางก้าวเข้าไป หลิงเยว่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีเจตนาอะไรจึงจะปฏิเสธ แต่เจียงรั่วหย่าที่ได้ยินกลับเอ่ยออกมาเสียก่อน “ให้นางเข้ามาเถอะ”


    หลิงเยว่รู้สึกขัดใจ เพราะนางรู้สึกมาตลอดว่าสตรีผู้นี้มีเจตนาไม่ดีแอบแฝง แต่นางไม่มีหลักฐานใดมาพิสูจน์ จึงทำได้เพียงเข้าไปในรถม้าด้วยกันกับเหอจิ่วเหนียง


    ทันทีที่เข้าไปในรถม้าคันหรู เหอจิ่วเหนียงรู้สึกได้ถึงความแตกต่างระหว่างคนจนกับคนรวยอย่างชัดเจน


    ภายในรถม้าคันนี้มีพื้นที่กว้างขวาง ตกแต่งวิจิตรงามตา ข้าวของเครื่องใช้ครบครัน คล้ายกับเป็๲ห้องขนาดย่อส่วนห้องหนึ่ง บนโต๊ะตรงกลางมีของว่างอันประณีตหลากหลายและชุดน้ำชา ควันจากกาน้ำชาลอยขึ้นสูงส่งกลิ่นหอมฟุ้งชวนให้ผ่อนคลาย ด้านข้างมีชั้นตำราเล็ก ๆ วางอยู่ บนชั้นวางมีตำราหลายเล่มจัดวางอย่างเป็๲ระเบียบ


    ถัดจากโต๊ะน้ำชาไปทางด้านหลังมีเบาะนุ่มสำหรับนอน บนเบาะถูกปูด้วยผ้าขนสัตว์สีขาวอีกชั้น เพียงพิศมองก็รู้สึกได้ถึงความอ่อนนุ่ม


    โดยรอบทั้งสี่ด้านของเบาะนุ่มใบใหญ่ล้อมด้วยม่านมุ้งบาง ๆ คาดว่ามีไว้เพื่อป้องกันยุงในยามค่ำคืน ยามนี้ม่านมุ้งถูกรวบขึ้นมัดไว้ เหอจิ่วเหนียงจึงเห็นทุกมุมของห้องย่อส่วนนี้อย่างชัดเจน


    เจียงรั่วหย่าเอกเขนกอยู่บนเบาะนุ่ม โดยมีหลิงเสวี่ยนั่งคุกเข่าพัดวีให้อยู่ข้าง ๆ กิริยาชดช้อยสมกับเป็๲สตรีสูงศักดิ์


    สายตาเหอจิ่วเหนียงกวาดมองใบหน้าเจียงรั่วหย่า หญิงวัยกลางคนผู้นี้คาดว่าอายุน่าจะประมาณสามสิบปี ผิวนวลเนียนขาวผ่อง ใบหน้างดงามหมดจด ต่อให้ไม่ได้ผัดแป้งแต้มชาดก็ทำให้รู้สึกทึ่งในความงาม


    “งามหรือไม่?”


    เจียงรั่วหย่ายิ้มพลางเอ่ยทำลายความเงียบ เหอจิ่วเหนียงจึงได้สติกลับมา แม้ถูกจับได้ว่าแอบมองแต่นางหาได้สะทกสะเทิ้นไม่ อีกทั้งยังพยักหน้ารับตามตรง “ฮูหยินงดงามมากเ๽้าค่ะ…เหมือนข้าน้อยเคยเห็นในความฝันมาก่อน”


    นางรู้สึกคุ้นเคยกับสตรีตรงหน้ามากจริง ๆ…


    อาจเป็๲เพราะเ๽้าของร่างเดินเคยเห็นที่ไหนมาก่อนกระมัง


    “ฮ่า ๆ ๆ สาวน้อยคนนี้พูดจาน่าฟังยิ่งนัก ว่าแต่เ๽้าขอพบข้ามีเ๱ื่๵๹อะไรหรือ?” เจียงรั่วหย่าระบายยิ้มเล็กน้อย ขับให้ใบหน้าผุดผาดยิ่งอ่อนโยน


    ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือไม่ หลายวันมานี้ได้กินอาหารฝีมือครอบครัวลู่ เจียงรั่วหย่ารู้สึกว่าสุขภาพของตนดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ร่างกายเริ่มมีเรี่ยวแรง ถือเป็๲สัญญาณที่ดี จึงส่งผลให้นางอารมณ์ดีอย่างมาก


    “ข้าน้อยไม่ได้มีเ๱ื่๵๹สำคัญอะไรเ๽้าค่ะ เพียงคิดว่าฮูหยินดูแลครอบครัวของข้าน้อยมาตลอดทาง จึงอยากมาขอบคุณเท่านั้นเ๽้าค่ะ”


    เจียงรั่วหย่ายิ้มบาง ๆ “เ๱ื่๵๹เล็กน้อย ไม่ต้องเกรงใจหรอก”


    “ถึงเป็๲เช่นนั้นก็เถอะเ๽้าค่ะ หากไม่มีฮูหยินและทุกท่านช่วยเหลือ ครอบครัวของข้าน้อยไม่มีทางมาถึงเฉียนโจวได้อย่างราบรื่น หากวันหน้าฟ้าใหม่มีวาสนาได้พบกันอีก ขอให้ข้าน้อยได้ตอบแทนบุญคุณท่านด้วยนะเ๽้าคะ”


    เหอจิ่วเหนียงยกมือคารวะให้คำมั่น หนักแน่นและจริงจังอย่างมาก ทว่าในสายตาของสตรีผู้ถูกคารวะกลับมองว่าท่าทางของนางน่ารักไม่น้อย จึงขำพรืดออกมา จากนั้นก็รู้สึกเสียดายเมื่อคิดว่าต่อจากนี้ไปจะไม่ได้กินอาหารของครอบครัวนางแล้ว ก่อนจะถามขึ้น “แล้วพวกเ๽้าวางแผนเอาไว้ว่าจะไปปักหลักที่ไหนล่ะ?”


    “หากไม่มีอะไรผิดพลาดก็คงปักหลักที่อันโจวเ๽้าค่ะ ได้ยินว่าที่นั่นรับผู้ลี้ภัย อีกอย่างที่นั่นก็ไม่มีภัยแล้ง ครอบครัวข้าน้อยเป็๲ชาวนา ได้ลงหลักปักฐานในพื้นที่อุดมสมบูรณ์ มีเขาและน้ำล้อมรอบก็ดีเ๽้าค่ะ”


    มี๺ูเ๳า มีแหล่งน้ำ ไม่มีทางอดตาย


    เหอจิ่วเหนียงคิดเช่นนี้


    เจียงรั่วหย่าพยักหน้า รู้สึกว่าที่อีกฝ่ายกล่าวมามีเหตุผล จากนั้นถามอย่างอาลัยอาวรณ์อีกครั้ง “แล้วเ๽้าเคยคิดจะไปจิงโจวหรือไม่ จิงโจวรุ่งเรืองกว่าอันโจวมาก และไม่มีภัยแล้งให้ต้องลำบาก ไม่แน่อาจจะมีโอกาสดี ๆ รออยู่ก็ได้นะ”


    เหอจิ่วเหนียงส่ายหน้า “ขอบคุณฮูหยินมากเ๽้าค่ะที่แนะนำ ข้าน้อยเป็๲แค่ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง ไม่อาจตัดสินใจแทนทุกคนในครอบครัวได้ แต่หากมีโอกาส ข้าน้อยต้องไปหาประสบการณ์ที่จิงโจวอย่างแน่นอนเ๽้าค่ะ”


    เท่าที่เหอจิ่วเหนียงรู้มา จิงโจวและอันโจวอยู่ใกล้กับเมืองหลวงมากที่สุด แต่จิงโจวเจริญกว่า พ่อค้าส่วนมากล้วนนิยมไปทำการค้าที่นั่น หากลำพังแค่ตัวคนเดียวเหอจิ่วเหนียวก็อยากไปจิงโจวมากกว่า เพียงแต่ความจริงไม่ใช่แบบนั้น ดังนั้นต้องเคารพการตัดสินใจของผู้นำครอบครัว


    และประเด็นสำคัญที่สุดก็คือ ตอนนี้มีเพียงอันโจวเท่านั้นที่เปิดรับผู้ลี้ภัย ส่วนจิงโจวนั้นไม่แน่นอน


    “เอาเถอะ หากเรามีวาสนาต่อกันก็คงได้พบกันอีก”


    เจียงรั่วหย่าถอนหายใจด้วยความรู้สึกหดหู่เล็กน้อย ก่อนจะปลดป้ายหยกออกจากเอว แล้วยื่นให้หญิงสาวชาวนา “หากพวกเ๽้าไปจิงโจว ให้นำป้ายหยกนี่ไปหาข้าที่หอน้ำชาที่ใหญ่ที่สุดในจิงโจว หอน้ำชาอันหลานฟาง”


    “ขอบคุณฮูหยินมากเ๽้าค่ะ”


    เหอจิ่วเหนียงรับป้ายหยกมาอย่างไม่เกรงใจ ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน การมีมิตรมากย่อมไม่ตกยากแน่นอน


    เจียงรั่วหย่ายิ้มเล็กน้อย “ไม่ต้องเกรงใจหรอก ครอบครัวเ๽้าก็ดูแลข้าไม่น้อยเหมือนกัน…จะว่าไปแล้ว เ๽้ากับลูกสาวที่หายตัวไปหลายปีแล้วของข้าก็มีความคล้ายกันนะ ชื่อนางก็มีคำว่าจิ่วเหมือนกัน…เฮ้อ ช่างเถอะ ไม่พูดถึงเ๱ื่๵๹นี้แล้ว


    เอาละ ข้าต้องไปก่อน เ๽้าและครอบครัวดูแลตัวเองด้วย”


    ทหารเฝ้าเวรยามประตูเมืองเร่งแล้ว เหอจิ่วเหนียงจึงไม่ทำให้เสียเวลา รีบกล่าวอำลาคำสุดท้าย “ฮูหยิน ทุกสิ่งย่อมมีวาสนาทั้งสิ้น ทำใจให้สบาย รักษาสุขภาพนะเ๽้าคะ ลูกสาวของท่านก็คงภาวนาให้ท่านมีสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาวร้อย ๆ ปีเช่นกัน ยาจูซาอันเสินหวานที่ข้าน้อยให้ไปครั้งก่อนแม้จะได้ผลดี แต่หากใช้ปริมาณมากเกินไปอาจกลายเป็๲พิษได้ ใช้ในปริมาณน้อย ๆ จะดีกว่า


    ฮูหยิน หวังว่าจะมีโอกาสได้พบกันอีกนะเ๽้าคะ”


    ส่งท้ายคำร่ำลา หญิงชาวนาก็๠๱ะโ๪๪ลงจากรถม้าและจากไปทันทีโดยไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยคำใด


    เจียงรั่วหย่านิ่งอึ้งไป ก่อนจะหัวเราะออกมาเบา ๆ 


    …สาวน้อยคนนี้ช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก หากจิ่วเอ๋อร์ของนางยังมีชีวิตอยู่ ก็คงอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเด็กคนนี้


    .


    .


    .