“อื้อ...จะ...จิ้งเสียน...ยะ...หยุดเถอะ...”เฉินรุ่ยฟางห้ามเสียงสั่นพร่า นางรู้สึกเสียววูบวาบไปทั้งตัวแล้วขนอ่อนนางลุกชันแล้วลุกชันอีก ทำให้นางรู้สึกทรมานอย่างบอกไม่ถูกนิ้วยาวแทงเข้าแทงออกทำนางยืนไม่ไหวแล้ว ตัวนางพิงไปข้างหลังอย่างไร้เรี่ยวแรงเม้มปากกลั้นเสียงคราง “อื้อ...อื้อ...”
เฉินจิ้งเสียนแทงนิ้วเข้าๆออกๆ หมายให้นางสุขสมสักครั้งก่อน มือหนึ่งแทง มือหนึ่งบีบปากก็ขบเม้มไหล่และลำคอนางไม่หยุด
จนกระทั่งเฉินรุ่ยฟางตัวเกร็งกระตุก ครางเสียงแหลม “อ้าาาาาา...”
นางรู้สึกเหมือนในหัวขาวโพลนไปหมดขาอ่อนแรงจนทรุดลงไปนั่งแปะกับพื้น เฉินจิ้งเสียนยิ้มมุมปากเขาก้มลงช้อนอุ้มนางขึ้นมาแล้วก้าวไปตรงที่นอนวางนางลงไปตัวเขาก็ทาบทับเหนือร่างนาง มือไม้ก็ดึงอาภรณ์นางออกจากร่างเฉินรุ่ยฟางนอนอ่อนแรงหน้าแดงก่ำราวกับจะคั้นเืได้เฉินจิ้งเสียนถอดอาภรณ์นางจนนางตัวเปลือยเปล่าแล้วเขาก็รีบถอดอาภรณ์ตัวเองออกไปอย่างเร่งรีบจากนั้นก็ก้มลงไปขบดูดยอดทรวงสีชมพูอ่อน
“อ้า...”เฉินรุ่ยฟางหลุดเสียงร้องครางออกมา รู้สึกเสียววูบวาบจนขนอ่อนลุกชันนางเอียงตัวหนี เฉินจิ้งเสียนก็ตามขบดูดไม่ยอมปล่อยซ้ำยังใช้มือบีบคลึงก้อนเนื้อนุ่มอีกข้างไปด้วย เฉินรุ่ยฟางเสียวจนมือไม้อ่อนแรงนอนดิ้นไปดิ้นมา นางรู้สึกทั้งเสียวทั้งจักจี้จึงครวญครางอย่างกลั้นไม่อยู่“อื้อ...อา...”
เฉินจิ้งเสียนอาศัยจังหวะที่นางดีดดิ้นไปมาแทรกกลางหว่างขานางแล้วกดองคชาติเข้าไปในรูอ่อนนุ่ม
“อื้อ...เจ็บ...”เฉินรุ่ยฟางร้องหน้าเบ้
เฉินจิ้งเสียนละปากจากยอดทรวงเอ่ยบอกคล้ายสั่ง“อ้าขาออก”
เฉินรุ่ยฟางจึงอ้าขาออกความเจ็บทุเลาลงเล็กน้อย เฉินจิ้งเสียนกดเข้าไปจนสุดลำ เฉินรุ่ยฟางหน้าเบ้เหยเกนางยกมือยันแผ่นอกเขา “เจ็บๆ จิ้งเสียนออกไป”
“อาจารย์ทนหน่อยซิ อีกเดี๋ยวก็ไม่เจ็บแล้ว ข้าจะทำให้ท่านมีความสุขเหมือนเมื่อกี้ทนหน่อยนะ”เฉินจิ้งเสียนบอกคล้ายสั่งคล้ายปะเหลาะพลางถอนองคชาติออกจนเกือบจะหลุดออกมาเฉินรุ่ยฟางโล่งใจคิดว่าเขายอมถอนออก อึดใจต่อมานางก็ร้องหน้าเบ้ “อื้อ...เจ็บๆ”
เขากระทุ้งเข้ามาใหม่พลางสูดปาก“อู...”
เขากระทุ้งเข้าๆออกๆ สีหน้าสุขสม เฉินรุ่ยฟางยันอกเขา นางเจ็บอยากให้เขาหยุดแต่นางก็ไร้แรงจะผลักเขาออก ถูกเขากระทุ้งจนเสียงดังแจ๊ะๆความเจ็บจางหายไปตอนไหนไม่รู้ ความรู้สึกเสียวซ่านค่อยๆ แทรกเข้ามาแทนที่ทำนางร้องคราง “อื้อ...อื้อ...”
“อู...อาจารย์...”เฉินจิ้งเสียนครางพลางกระทุ้งกระแทกอย่างไม่บันยะบันยังเขากระแทกกระทั้นสักพักก็ครางยาว “โอ...”
องคชาติกระตุกเกร็งปล่อยธารน้ำแล้วเขาจึงถอนออกมานอนลงข้างนาง มือก็ตวัดนางเข้ามาในอ้อมแขน มืออีกข้างก็บีบขยำก้อนเนื้ออ่อนนุ่มเฉินรุ่ยฟางเสียวจนบิดตัวไปมา “อื้อ...จิ้งเสียน...”
เฉินจิ้งเสียนมองใบหน้านางแล้วพลิกตัวตะแคงไปจูบนางเฉินรุ่ยฟางเบิกตาโต ครู่ต่อมานางก็ปรือตาลงปล่อยให้ลิ้นเขาแทรกเข้ามาในปากเฉินจิ้งเสียนจูบพลางบีบขยำก้อนเนื้ออ่อนนุ่ม เฉินรุ่ยฟางเสียวจนขนอ่อนลุกชันจนองคชาติของเฉินจิ้งเสียนแข็งขึงอีกครั้ง เขาก็ไม่รีรอ พลิกตัวขึ้นคร่อมนางอีกหนจับองคชาติกดใส่รูอ่อนนุ่ม “อา...”
“อื้อ...”เฉินรุ่ยฟางไม่ต่อต้านแม้แต่น้อย นางปล่อยให้เขากระทุ้งกระแทกไปจนกระทั่งนางสุขสม“อ้าาาาาา...”
เฉินจิ้งเสียนถูกรูอ่อนนุ่มบีบรัดเสียจนทนไม่ไหวจึงสุขสมตามนางไปติดๆ“โอ...”
เขาหลั่งธารน้ำแล้วพลิกตัวลงนอนไม่กี่อึดใจต่อมาเขาก็หลับไป เฉินรุ่ยฟางก็หลับไปเช่นกัน
เมื่อตื่นขึ้นมา เฉินรุ่ยฟางมองไปรอบๆ เห็นว่าน่าจะสายแล้วกระมังนางหันไปมองเฉินจิ้งเสียนเห็นเขายังหลับอยู่นางจึงลุกขึ้นสวมอาภรณ์แล้วนั่งลงมองเขา จากที่เคยเห็นว่าเขาไม่หล่อเหลาเท่าไหร่ครั้งนี้ดูหน้าเขาแล้วนางกลับรู้สึกว่าเขาหน้าตาดีขึ้นนางมองหน้าเขาอยู่อย่างนั้นจนเขาลืมตาขึ้นมานางจึงรีบหมุนตัวไปหน้าแดงเล็กน้อยอย่างกลัวว่าเขาจะรู้ว่าเมื่อกี้นางนั่งมองเขา
เฉินจิ้งเสียนมองไปข้างกายเห็นอาจารย์นั่งหันหลังห่างออกไป นางสวมใส่อาภรณ์แล้วเขาจึงลุกขึ้นขยับไปสวมกอดนางจากทางด้านหลัง “อาจารย์”
“อื้อ!” เฉินรุ่ยฟางสะดุ้งทีหนึ่ง หน้ายิ่งแดงก่ำนางไม่กล้าหันไปมองเขาแม้แต่น้อย ใจนางเต้นตึกตักๆเฉินจิ้งเสียนยื่นหน้าไปจูบพวงแก้มนาง เฉินรุ่ยฟางยิ่งหน้าแดงมากกว่าเดิมนางนั่งตัวแข็งทื่อเฉินจิ้งเสียนผละจากพวกแก้มนุ่มแล้วสอดมือเข้าไปในสาบเสื้อบีบก้อนเนื้อนุ่ม
“อื้อ! จิ้งเสียนอย่า” เฉินรุ่ยฟางห้ามเสียงเบา เฉินจิ้งเสียนอ้อนว่า “อาจารย์ข้าอยากทำอีก”
“อื้อ...ไม่...ไม่ได้...”เฉินรุ่ยฟางปฏิเสธเสียงสั่นพร่า เฉินจิ้งเสียนยิ่งออดอ้อน “อีกครั้งนะ”
มือเขาบีบคลึงก้อนเนื้อนุ่มไม่หยุดเฉินรุ่ยฟางจึงบอกอย่างอายๆ ว่า “แต่ว่าตรงนั้น...ข้า...เจ็บแล้ว”
“เช่นนั้นให้ข้าดูหน่อย”เฉินจิ้งเสียนบอกพลางดันตัวนางลงนอน เฉินรุ่ยฟางขืนตัวไว้ “ไม่ๆ”
“ให้ข้าดูหน่อย”เฉินจิ้งเสียนบอกพลางกดตัวนางลงนอนมือก็เลิกกระโปรงนางขึ้นแล้วเกี่ยวดึงกางเกงตัวในลงไป เฉินรุ่ยฟางอายยิ่งนักนางยื่นมือไปดึงกางเกงไว้ “อย่า!”
“อาจารย์ปล่อยมือ”เฉินจิ้งเสียนสั่งพลางดึงรั้งกางเกงลง เฉินรุ่ยฟางดึงยื้อยุดไว้ “อย่า”
“จะให้ข้าดูดีๆหรือจะให้ข้าโกรธ?” เฉินจิ้งเสียนขู่เสียงแข็ง เฉินรุ่ยฟางมองหน้าเขาเห็นเขาทำหน้าบึ้งตึงแล้ว นางจึงยอมปล่อยมือจากกางเกงเฉินจิ้งเสียนดึงกางเกงออกจนพ้นปลายเท้า เฉินรุ่ยฟางหนีบขาอย่างอายจัดหน้านางแดงก่ำจนแทบจะคั้นเืได้แล้ว เฉินจิ้งเสียนดันขานางออก “อ้าขา”
เฉินรุ่ยฟางอ้าขาออกอย่างอายจัดนางยกมือปิดหน้าไม่กล้ามองดูเขา นางที่เป็อาจารย์ของเขาตอนนี้กลับนอนอ้าขาให้เขาดูของสงวนอย่างไม่อาจขัดขืนเฉินจิ้งเสียนมองดูกลีบเนื้ออ่อนนุ่มที่บวมแดงแล้วยื่นมือไป “อาจารย์ส่งโอสถมาให้ข้า”
เฉินรุ่ยฟางหุบขาเข้าหากันพลางบอก“ไม่ๆ เดี๋ยวข้าทาเอง”
“อาจารย์ส่งโอสถมาเถอะ”เฉินจิ้งเสียนบอก เฉินรุ่ยฟางปฏิเสธ “ไม่...”
นางยังพูดไม่จบเฉินจิ้งเสียนรีบเอ่ยขัด “ส่งโอสถมา ไม่เช่นนั้นข้าจะทำอีกครั้ง”
เฉินรุ่ยฟางถูกข่มขู่แบบนั้นนางจึงจำยอม หยิบถุงคุนเฉียนมาแล้วหยิบโอสถออกมายื่นส่งให้เขาเฉินจิ้งเสียนรับตลับโอสถมา เขาเปิดตลับออกแล้วป้ายโอสถออกมาพลางสั่ง “อ้าขาออก”
เฉินรุ่ยฟางอ้าขาออกอย่างจำยอมนางอายแสนอาย เฉินจิ้งเสียนทาโอสถลงบนกลีบเนื้ออ่อนนุ่มเฉินรุ่ยฟางทั้งอายทั้งเสียว นางเม้มปากแน่น ยกมือปิดหน้าเอาไว้เฉินจิ้งเสียนทาโอสถเสร็จแล้วก็เก็บโอสถไป เขาขยับตัวไปนั่งด้านข้างนางดึงมือนางมาข้างหนึ่ง จับมือนางวางลงบนองคชาติตัวเองที่กำลังแข็งขึงเฉินรุ่ยฟางหน้าร้อนฉ่า นางกุมองคชาติของเขา ถูกเขากุมซ้อนเอาไว้ทั้งยังจับมือนางให้ขยับขึ้นๆ ลงๆ
“อืม...”เฉินจิ้งเสียนครางออกมา มือก็จับมือนางรูดขึ้นๆ ลงๆเฉินรุ่ยฟางเหลือบมองเขาอย่างเขินอาย
“อู...”เฉินจิ้งเสียนครางอย่างพึงพอใจ มือยิ่งจับมือนางรูดขึ้นๆ ลงๆ เร็วขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งเขาสุขสม “โอ...”
องคชาติหลั่งธารน้ำพุ่งกระฉูดจนเลอะมือของทั้งสองคนเฉินจิ้งเสียนปล่อยมือ เฉินรุ่ยฟางรีบดึงมือออกราวกับจับต้องถ่านร้อนๆอย่างไรอย่างนั้น นางอายแสนอายยิ่งนักเฉินจิ้งเสียนได้ปลดปล่อยไปหลายครั้งแล้วจนองคชาติของเขาหลับสนิทยิ่งคาดว่าวันนี้ทำอย่างไรก็คงไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้วแน่นอน เมื่อสุขสมแล้วท้องที่ว่างเปล่าก็ส่งเสียงร้องขึ้นมา เขาจึงลุกขึ้นหยิบอาภรณ์มาสวมใส่
เฉินรุ่ยฟางก็รีบลุกขึ้นหยิบกางเกงมาสวมใส่หน้านางแดงก่ำยิ่งนัก ตอนที่นางขยับตัวตรงนั้นไม่ค่อยเจ็บแล้วนี่เป็เพราะว่าโอสถของนางตลับนั้นเป็โอสถระดับนภา จึงออกฤทธิ์ไวกว่าระดับปฐีส่วนโอสถที่เหลือถูกเฉินจิ้งเสียนเก็บไป นางก็ไม่ได้ทวงคืนมาเอาไว้นางกลับสำนักโอสถแล้วค่อยหลอมเพิ่มก็ได้
เฉินจิ้งเสียนสวมอาภรณ์เสร็จแล้วก็เอาอาหารที่เตรียมไว้แล้วออกมาวางแล้วเชื้อเชิญอาจารย์อย่างออดอ้อน“อาจารย์ขอรับ น้ำชาขอรับ”
เฉินรุ่ยฟางมองถ้วยชาที่ยื่นมาเฉินจิ้งเสียนรีบบอก “ข้าไม่ได้ใส่โอสถแล้วจริงๆ นะขอรับ”
เฉินรุ่ยฟางมองเขาพลางรับถ้วยชามาก็ใช่ เขาได้นางแล้ว ยังจะเล่นเล่ห์อะไรอีกทำไม
เฉินจิ้งเสียนมองนางทำหน้าตาออดอ้อนประจบประแจง “อาจารย์ขอรับ กลับไปแล้วเราจัดงานแต่งกันเลยนะขอรับ”
“อืม”เฉินรุ่ยฟางรับปาก นางเป็ของเขาแล้วหากยังไม่รีบแต่งงานอีกนางเองนั่นแหละที่จะเป็ฝ่ายเสียเปรียบ
“เย้!” เฉินจิ้งเสียนทำท่าดีอกดีใจ ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่สีหน้ามีความสุขยิ่งเขารีบคีบกับให้นาง เอาอกเอาใจราวกับนางเป็ของล้ำค่าที่ควรค่ากับการทนุถนอมเฉินรุ่ยฟางคีบกับกินข้าวสีหน้าเรียบเฉย ในใจกลับคิดว่าหากว่าคนตรงหน้าเปลี่ยนเป็คนๆ นั้น ข้าจะรู้สึกมีความสุขขนาดไหนนะ?
พอคิดมาถึงตรงนี้นางก็ด่าตัวเองอยู่ในใจข้าจะคิดแบบนี้ไม่ได้ ข้าเป็ของจิ้งเสียนแล้ว อย่าได้คิดเป็อื่นอีกเลย
นางกินข้าวไปเรื่อยๆจนอิ่ม เฉินจิ้งเสียนก็กินอิ่มแล้วเช่นกัน เขาเก็บจานชามไปจากนั้นก็ขยับไปนั่งข้างๆ นาง โอบกอดนางเอาไว้พลางเลียบเคียงถาม “อาจารย์ขอรับข้าเห็นท่านมีตำราม้วนหนึ่งดูแล้วเก่ามาก นั่นเป็ตำราอะไรหรือขอรับ?”
“ตำรา?”เฉินรุ่ยฟางทวนคำ เฉินจิ้งเสียนจึงอธิบายเพิ่ม “ตอนนั้นข้าไปหาท่านตอนค่ำแล้วเห็นท่านกำลังอ่านตำราอยู่จึงไม่กล้าเรียกขอรับ”
“อ่อก็แค่ตำราเก่าๆ น่ะ ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอก” เฉินรุ่ยฟางบอกปัดไปในใจเกิดความรู้สึกไม่ดีขึ้นมาแวบหนึ่ง ไม่ใช่ว่านางหวงตำราแต่ว่าในตำราเล่มนั้นมีตำรับโอสถไม่น้อยที่สุ่มเสี่ยงว่าจะถูกคนนำไปใช้ในทางที่ไม่ดีได้อย่างเช่นโอสถลวงใจแค่ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็โอสถที่ทำให้คนที่กินเข้าไปรู้สึกรักจนลุ่มหลงหากว่าเขาได้อ่านตำรานี้แล้วคิดอยากลองเอาโอสถในตำราไปใช้ในทางที่ไม่ดีล่ะ?
ก่อนที่อาจารย์ของนางจะมอบตำราม้วนนั้นให้นางก็เตือนนางนักหนาว่าอย่าได้มอบตำรานี้ให้ใครง่ายๆ หากให้คนดีก็แล้วไปแต่ถ้าคนชั่วได้ไปคงเอาไปทำเื่ไม่ดีแน่นอน อีกทั้งศิษย์ของนางนิสัยใจร้อนวู่วามนางกลัวว่าเขาจะนำโอสถในตำราไปใช้จนเกิดเื่ที่ไม่อาจแก้ไขได้ เอาไว้รอให้เขาเติบโตมากกว่านี้มีความคิดอ่านมากกว่านี้แล้วนางค่อยมอบตำราให้ก็ยังไม่สายเกินไป
เฉินจิ้งเสียนถูกนางบอกปัดเช่นนั้นก็แอบขบกรามทีหนึ่งหนอย! ข้าได้นางแล้ว แต่นางกลับยังไม่ไว้ใจข้าอีกเห็นทีคงต้องทำให้นางลุ่มหลงจนโงหัวไม่ขึ้นเสียก่อนกระมัง ไม่เป็ไรข้ายังมีเวลาอีกนานทีเดียว รอจนกว่าข้าจะเบื่อก็ได้เมื่อได้ตำรามาแล้วค่อยคิดอีกทีก็ยังไม่สาย หึๆๆๆ...
เขาดันนางลงนอนชวนคุยเื่อื่นไปเรื่อย เฉินรุ่ยฟางนอนอยู่ในอ้อมแขนเขาฟังเขาคุยเื่นั้นเื่นี้เกี่ยวกับครอบครัวของเขาตอนยังเด็กๆนางก็เล่าเื่ตอนที่นางยังเด็กๆ ให้เขาฟังเช่นกันคุยกันกระหนุงกระหนิงเหมือนกับคู่สามีภรรยาข้าวใหม่ปลามันอย่างไรอย่างนั้น
จวบจนเวลาล่วงไปจนถึงตอนบ่าย เฉินจิ้งเสียนจึงบอกว่า “อาจารย์เดี๋ยวข้าออกไปล่าสัตว์ป่ามาย่างให้ท่านกินดีไหมขอรับ?”
“อย่าไปเลยเกิดเ้าไปเจอสัตว์ร้ายเข้าจะแย่เอา” เฉินรุ่ยฟางบอกอย่างเป็ห่วงเฉินจิ้งเสียนจึงบอก “ป่าแถวนี้มีแต่สัตว์เล็กขอรับ ไม่มีสัตว์ใหญ่ท่านไม่ต้องห่วง ข้าไปสักพักก็น่าจะล่าไก่ล่านกมาได้แน่นอน”
“เ้า...”เฉินรุ่ยฟางคิดจะห้ามปรามแต่พอเห็นเขาท่าทางคล้ายเบื่อที่อยู่แต่ในถ้ำนางจึงพยักหน้า “เ้าไปเถอะระวังตัวด้วยล่ะ หากมีอะไรก็รีบะโเรียกข้าเลย อย่างน้อย 2คนช่วยกันย่อมดีกว่าเ้าสู้อยู่คนเดียว”
“ขอรับท่านไม่ต้องห่วง ข้าไปเดี๋ยวเดียวก็กลับมาแล้ว” เฉินจิ้งเสียนบอกแล้วลุกออกไปทันทีเฉินรุ่ยฟางลุกขึ้นนั่งมองตามจนเขาเดินลับตาไปแล้วนางจึงเอาตำราออกมานั่งอ่าน
เฉินจิ้งเสียนเดินออกไปสายตาสอดส่องมองหาสัตว์ป่าไปเรื่อยๆ เขาเดินไปไกลจากถ้ำมากขึ้นเรื่อยๆ
จนกระทั่งเดินไปถึงทุ่งหญ้าแห่งหนึ่งสายตาเขาพลันเห็นสตรีนางหนึ่งกำลังยืนประจันหน้ากับเถาไม้สีเขียวและมีเสือเพลิงโลกันต์ตัวใหญ่ั์นอนหมอบอยู่ในตาข่ายสีเงินขนาดใหญ่อยู่ด้านหนึ่ง
“เ้าปล่อยถังหูลู่*เดี๋ยวนี้!”เถาไม้สีเขียวยกเถาชี้สั่งท่าทางเอาเื่ สตรีนางนั้นแค่นเสียงเยาะหยัน “เฮอะ! เ้าบอกให้ปล่อยข้าต้องปล่อยรึ”
(ถังหูลู่เป็ตัวละครจากเื่ สตรีอ้วนป่วน์ ค่ะ)
“เ้าไม่ปล่อยเช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าไม่ปรานี” เถาไม้สีเขียวชี้หน้าข่มขู่สตรีนางนั้นกวักมือท้าทาย “มาๆ ใครกลัวเ้ากัน”
“ฮึ!” เถาไม้สีเขียวแค่นเสียงคำหนึ่งแล้วยืดเถาพุ่งไปโจมตีอย่างรวดเร็วสตรีนางนั้นวาดกระบี่ฟันฉับ!
เถาไม้สีเขียวหลบได้ทั้งยังยกเถาอีกหลายเถาพุ่งโจมตีสตรีนางนั้นวาดกระบี่รับแทบไม่ทัน เสียงเถาไม้กระแทกกระบี่ดังตุบตับๆ
เฉินจิ้งเสียนยืนมองอย่างตะลึงงันไม่คิดว่าจู่ๆ ก็จะได้เจอเถากลืนจิต* ที่นี่อีกทั้งยังต้นใหญ่ถึงเพียงนั้นเขาเกิดความโลภอย่างจับเถากลืนจิตเถานั้นขึ้นมาทันที เขาจึงยืนดูรอจังหวะฉวยโอกาสหากว่าสตรีนางนั้นสามารถจับเถากลืนจิตได้ เขาก็จะคิดหาทางแย่งมาให้ได้หรือหากทั้งสองฝ่ายสู้กันจนเถากลืนจิตเพลี่ยงพล้ำ เขาก็จะรีบฉวยโอกาสไปจับมาแล้ววิ่งหนีไปทันทีทั้งสองสู้กันเร็วมาก เร็วจนเขามองแทบไม่ทันเลยทีเดียว แต่แล้วจังหวะหนึ่งเขาเห็นหยกห้อยเอวที่ผูกอยู่บนตัวเถากลืนจิตหยกชิ้นนั้นสะท้อนแสงเป็ประกายระยิบระยับ ทำให้เขานึกถึงเื่เล่าที่เคยได้ยินมา
(เถากลืนจิตเป็ตัวละครจากเื่ สตรีอ้วนป่วน์ ค่ะ)
ในแดนเทพมีเถากลืนจิตเถาใหญ่อยู่1 เถาและเ้าของเถากลืนจิตเถานั้นก็คือผู้าุโท่านหนึ่งที่แม้แต่เทียนจวินยังให้ความเคารพเถากลืนจิตเถานั้นได้รับความคุ้มครองจากผู้าุโท่านนั้น ใครก็ไม่กล้าจับมันที่ตัวมันจะห้อยหยก 9 สี อันเป็หยกคุ้มครองที่ผู้าุโท่านนั้นลงอาคมเอาไว้
เมื่อเห็นหยก9 สีชิ้นนั้นเฉินจิ้งเสียนก็ตกตะลึงไป เถานั่นมีเ้าของ!
ความคิดที่จะจับมันพลันมลายหายไปทันทีต่อให้เขากินดีหมีหัวใจเสือเข้าไป เขาก็ไม่กล้าแตะต้องเถากลืนจิตเถานั้นเลย!
สตรีนางนั้นยังคงต่อสู้อยู่แต่ยิ่งสู้นานเข้านางยิ่งรู้สึกเหมือนว่าเถาบ้านั่นกำลังหยอกเย้านางเหมือนแมวหยอกหนูอย่างไรอย่างนั้นนางถือตัวว่ามีฝีมือต่อสู้สูงส่ง แต่เมื่อได้สู้กับเถาบ้านั่นนางกลับถูกเถาบ้านั่นไล่ต้อนจนเหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจตายแล้ว!
นางฟันมันก็ฟันไม่เข้าเถาบ้านี่แข็งยิ่งกว่ากระบี่ของนางเสียอีก!
ทำนางโมโหแทบตายแล้ว!
จังหวะที่นางเหนื่อยล้าขาอ่อนกำลังนางก็ถูกเถาเส้นหนึ่งฟาดใส่จนกระเด็นลอยละลิ่วไป “อ้า!”
นางไม่อาจหยุดตัวเองได้เลยขณะที่นางหลับตาปี๋ คิดว่าต้องตกกระแทกแน่แท้ตัวนางก็ชนถูกสิ่งหนึ่งที่มีัันุ่ม
“อุ๊บ!” เฉินจิ้งเสียนร้องคำหนึ่ง เขาถูกสตรีนางนั้นลอยมาตกใส่มือจึงยื่นไปรับร่างนางโดยไม่ทันรู้ตัวตัวเขาก็เซถอยหลังไปหลายก้าวจนชนกับต้นไม้ใหญ่ข้างหลังดังปึก!
“อึก!” เขาร้องอีกครั้ง รู้สึกเจ็บแผ่นหลังจนจุกเสียด
เถากลืนจิตมองตามเห็นสตรีอวดดีนั่นลอยไปชนกับบุรุษอีกคนมันจึงส่งเสียงชิชะคำหนึ่ง
สตรีนางนั้นรู้สึกว่าตัวเองจุกเพียงเล็กน้อยจึงลืมตามองก็เห็นใบหน้าของบุรุษผู้หนึ่งอยู่ใกล้ยิ่งนัก ครั้นมองดีๆจึงเห็นว่าตัวเองอยู่ในอ้อมแขนของบุรุษผู้นั้น ใบหน้านางก็แดงระเรื่อขึ้นมานางถูกบุรุษแตะเนื้อต้องตัวแล้ว!
“หึ! พวกเ้า 2 คนมาพร้อมกันเลยก็ได้ รีบสู้รีบจบ ข้าจะได้ไปเสียที”เถากลืนจิตกวักเถาท้าทายอย่างดูแคลน มันหันไปพูดกับเสือเพลิงโลกันต์ว่า“รออีกนิดนะถังหูลู่”
เสือเพลิงโลกันต์ตัวนั้นส่งเสียงอืออาเท้าหน้าทั้งสองเท้ากำลังจับต้นไม้ต้นเล็กๆ เอาไว้
“งือๆ”มันถูไถหน้ากับต้นไม้เล็กๆต้นนั้นเหมือนแมวที่กำลังหลงใหลต้นกัญชาแมวอย่างไรอย่างนั้น
“เ้าเสือโง่นี่”เถากลืนจิตด่าอย่างอดไม่อยู่ ถูกคนล่อด้วยต้นฝิ่นพยัคฆ์ก็ลืมระวังตัวหมดสิ้นพุ่งเข้าไปคว้าต้นฝิ่นพยัคฆ์ที่อยู่ใต้กับดักเสียได้จึงถูกตาข่ายเก้าฟ้าคลุมลงมาจับเอาไว้มันน่าปล่อยให้คนจับไปถลกหนังปูรองพื้นยิ่งนัก!
หากไม่ใช่เพราะเห็นมันเป็สหายมันคงไม่คิดช่วยเหลือแบบนี้หรอก
เฉินจิ้งเสียนปล่อยสตรีในอ้อมแขนลงยืนสตรีนางนั้นเท้าแตะพื้นก็ร้อง “โอ้ย!”
นางเกาะบุรุษผู้นั้นเอาไว้เฉินจิ้งเสียนก็ประคองนางพลางถาม “เจ็บเท้าหรือ?”
“อืม”สตรีนางนั้นพยักหน้า เฉินจิ้งเสียนประคองนางพลางะโว่า “สหายเ้าปล่อยข้ากับแม่นางผู้นี้ไปเถิด”
“ปล่อยพวกเ้างั้นรึเฮอะ! พวกเ้าคิดจะจับเ้าเสือโง่นี่ ก็มาสู้ตายกับข้า”เถากลืนจิตแค่นเสียงอย่างเย่อหยิ่ง ยืนกอดอกเชิดหน้ามองเขม็ง
เฉินจิ้งเสียนฟังแล้วจึงก้มหน้าลงมองสตรีตรงหน้าถามนางว่า “เ้าคิดจะจับเสือตัวนั้นจริงๆ รึ?”
“จับซิข้าอุตส่าห์จับมันได้ ไยต้องปล่อยมันด้วยล่ะ” สตรีนางนั้นเชิดหน้าตอบท่าทางเอาแต่ใจยิ่งนัก เฉินจิ้งเสียนมองอย่างหนักใจจริงๆคนหนึ่งก็ดูท่าทางเป็คุณหนูเอาแต่ใจ ส่วนเถากลืนจิตนั่นกิตติศัพท์ความร้ายกาจของมันเลื่องลือไปทั่วทั้งแดนเทพเลยทีเดียวมันถือว่ามีผู้าุโท่านนั้นให้ท้าย มันจึงอวดดีข่มเหงเทพคนอื่นไปทั่วมีเื่กับมันมีแต่เสียเปรียบฝ่ายเดียว เขาจึงเอ่ยเสียงเบาว่า “แม่นางมันมีผู้าุโท่านนั้นให้ท้าย ใครมีเื่มีราวกับมันล้วนไม่ตายดีแม้แต่เทียนจวินยังไม่อยากมีเื่กับมันเลย ข้าว่าเ้ายอมถอยดีกว่า”
“หือ?”สตรีนางนั้นเลิกคิ้วขึ้น ท่าทางเหมือนไม่รู้เื่รู้ราวอะไร เฉินจิ้งเสียนจึงถาม“เ้าไม่รู้จักมันรึ?”
สตรีนางนั้นส่ายหน้านางจะไปรู้จักเ้าเถาบ้านั่นได้อย่างไร นางจับเสือได้มันก็กระโจนมาชี้มือชี้ไม้สั่งให้ปล่อยเสือ นางจึงโมโหยิ่งนัก นางเป็คนจับเสือได้ไยนางต้องปล่อยให้คนอื่นมาชี้มือชี้ไม้บงการได้ล่ะ! หากนางยอมนางยังจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนนางเป็ถึงบุตรสาวของผู้าุโในสำนักโอสถเชียวนะ ถ้าคนอื่นรู้เื่นี้ศักดิ์ศรีของนางก็ไม่เหลือแล้ว!
“มันคือเถากลืนจิตเป็ของๆผู้าุโท่านนั้น แม้แต่เทียนจวินยังต้องไว้หน้าผู้าุโท่านนั้นเ้าคิดจะมีเื่กับมัน เช่นนั้นข้าคงต้องขอตัวก่อน ข้ายังไม่อยากตาย” เฉินจิ้งเสียนบอกพลางปล่อยมือจากนางสตรีนางนั้นอึ้งงันไป จะให้นางสู้กับเ้าเถาบ้านั่นคนเดียวนางจะเอาอะไรไปสู้กับมันได้ล่ะ มันฟันแทงไม่เข้าทั้งเรี่ยวแรงก็มากกว่านางเป็สิบๆ เท่า นี่ไม่เท่ากับผลักนางออกไปตายหรืออย่างไรเ้าคนๆ นี้นี่!
นางก้มหน้าลงพลันเห็นป้ายหยกที่เอวเขา เป็ป้ายหยกศิษย์สำนักโอสถ นางจึงข่มขู่ว่า“ถ้าเ้ากล้าทิ้งข้า ข้าจะกลับไปฟ้องท่านพ่อ”
“ฟ้องพ่อเ้าพ่อเ้าเป็ใครรึ?” เฉินจิ้งเสียนจ้องนาง รู้สึกโกรธขึ้นมาตะหงิดๆ เขายื่นมือช่วยสตรีนางนี้ยังจะข่มขู่เขาอีก สตรีเช่นนี้สมควรปล่อยให้ตายไปเถอะ!
“ท่านพ่อข้าคือผู้าุโรองของสำนักโอสถเ้ากล้าทิ้งข้า ข้าจะกลับไปฟ้องท่านพ่อ”สตรีนางนั้นข่มขู่ทั้งยังจับแขนเขายึดไว้แน่นเฉินจิ้งเสียนมองนางแล้วมองไปทางเถากลืนจิต หากต้องล่วงเกินใครเขายอมเลือกที่จะล่วงเกินสตรีนางนี้ดีกว่าที่จะล่วงเกินเถากลืนจิตที่แม้แต่เทียนจวินยังไม่อยากมีเื่ด้วยเขาแกะมือนางออกพลางเอ่ยว่า “แม่นางอย่าลากข้าไปตายด้วยเลยเถากลืนจิตนั่นคนทั่วทั้งแดนเทพล้วนหนีจากมันทั้งนั้นไม่มีใครกล้ามีเื่มีราวกับมันหรอก แม่นางอยากตายก็ตายไปคนเดียวเถอะข้ายังมีพ่อแม่ต้องดูแล”
เขาแกะมือนางได้แล้วก็รีบถอยหลังไปทันทีสตรีนางนั้นทรุดฮวบลงไปเพราะเจ็บข้อเท้า นางไม่รู้ว่าข้อเท้าหักหรือแค่แพลงนางมองบุรุษผู้นั้นพลางเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟัน เขาช่างใจดำทิ้งนางได้ลงคอ!
เมื่อบุรุษผู้นั้นถอยหลังไปเถากลืนจิตได้ยินคำพูดที่ทั้งสองคนคุยกันชัดเจน มันจึงเชิดหน้ามองอย่างเย่อหยิ่งเ้าคนๆ นั้นนับว่ารู้จักเอาตัวรอดที่ไม่อยากมีเื่กับมันมันมองสตรีนางนั้นแล้วบอกว่า “ต่อให้เป็ผู้าุโรองของสำนักโอสถยังต้องไว้หน้าข้าถึง9 ส่วน เ้าที่เป็ลูกกล้ามีเื่กับข้าข้าจะทำให้เ้ารู้จักคำว่าเหนือฟ้ายังมีฟ้า เหนือคนยังมีคน มาๆ ข้าจะตีเ้าให้ตายต่อให้พ่อเ้ามาเองก็ยังทำได้แค่เก็บศพเ้าไป ไม่กล้าเอาเื่ข้าแม้แต่นิดเดียว”
Donate
เชิญบริจาคให้ไรท์ได้ทาง บัญชี ธ.กสิกรไทย
เลขบัญชี 084-3-79715-6
ชื่อบัญชี น.ส.แสงแข ช้วนใย
หรือทาง True Money wallet : 098-651-1489
จะบริจาค 1 บาท 2 บาทก็ได้ค่ะ
ติดตามข่าวสารและพูดคุยกับไรท์เตอร์ได้ทาง
เพจ readfree.in ค่ะ
https://www.facebook.com/readfree.in/
ทางเว็บไซต์ www.readclub.in ค่ะ
และทาง Line Official Account : @www.readfree.in
ขอบคุณรีดเดอร์ทุกท่านที่เข้ามาอ่านค่ะ