บทที่ 30 พ่อของเ้าเหตุใดเลี้ยงอนุไว้เต็มจวน
นางยังนั่งอยู่กับเปาหลงบนรถม้า หากจะนึกเปลี่ยนใจหันหลังกลับก็คงไม่ทันเสียแล้ว เหตุที่นางกล้ามาถึงจวนแห่งนี้นอกจากจะเป็เพราะเห็นใจเปาเปาแล้ว อีกส่วนก็เป็เพราะเสิ่นลี่อิงมาในฐานะหมอหญิงลี่ผู้ช่วยเหลืออ๋องน้อยเอาไว้ และสุดท้ายเป็เพราะนางมีน้ำกลิ่นจันทร์อยู่ในมือการวางยาพิษนางย่อมเป็สิ่งที่ไร้ประโยชน์
‘ก๊อก ก๊อก’ เสียงเคาะจากนอกตัวรถม้าดังขึ้นเป็สัญญาณว่ารถม้าคันนี้กำลังจะเคลื่อนที่ ความจริงแล้วในยามที่เ้าของจวนปิดไม่รับแขกเช่นนี้ หากเป็คนอื่นคงถูกไล่ตะเพิดกลับไปเสียนานแล้ว แต่เพราะหยกประจำกายของ ‘ตู้เปาหลง’ ทายาทชายเพียงหนึ่งเดียวของหนิงอ๋องถูกนำมาแสดงคู่กับหยกประจำกายของเสียนอ๋องจึงมีการเปิดจวนเป็กรณีพิเศษ
“พี่สาว ข้าจะได้กอดท่านพ่อแล้ว คิกคิก” เด็กน้อยที่ยิ้มดีใจจนตาหยีมาร่วม 3 วันถึงกับนั่งไม่ติดต้องเกาะขานางะโโลดเต้นไม่ยอมหยุด
“รู้แล้ว จำที่พี่บอกได้หรือไม่”
“จำได้ๆ ท่านพ่อป่วย ห้ามซน” แม้จะพูดว่าพ่อตนป่วยก็ยังมีสีหน้าดีใจอย่างปิดไม่มิดอยู่ “เดี๋ยวพี่สาวก็รักษาหาย”
‘ความมั่นใจของเด็กคนนี้มันเอามาจากไหนเยอะแยะ’
“เอาละ สำรวมเถิดเดี๋ยวคนในจวนเ้าจะว่าเอาได้ว่าข้าสั่งสอนท่านอ๋องน้อยมาไม่ดี”
“ข้าจะฟ้องท่านพ่อให้เอง”
แม้จะพูดเช่นนั้นแต่ก็อยู่ในท่าทางสงบเสงี่ยมมากขึ้นจนประตูรถม้าเปิดออกก็พบกับชายผู้หนึ่งที่นางคาดเดาว่าน่าจะเป็ท่านพ่อบ้านใหญ่ประจำจวน
“ท่านอ๋องน้อย” ชายสูงวัยผู้นี้น้ำตาคลอหน่วยรื้นขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่าเปาเปาตัวน้อยยังมีชีวิตอยู่ปลอดภัยแข็งแรงดีทุกประการ ชายผู้นั้นยื่นแขนมาอุ้มเปาหลงลงจากรถม้าไปก่อน เมื่อนางตามลงมาท่านพ่อบ้านก็คาระวะนางด้วยความเคารพสูงสุดจนนางรู้สึกอึดอัด
“ท่านพ่อบ้านลุกขึ้นเถิด ผู้าุโคาระวะผู้น้อยเช่นนี้ ทำให้ข้าละอายใจเสียแล้ว”
“ผิดแล้วท่านหมอ ท่านคือผู้มีพระคุณของจวนเรา ทำเพียงเท่านี้ยังนับว่าเล็กน้อยเกินไป”
เสิ่นลี่อิง เสียนอ๋องและท่านพ่อบ้านคุยเื่ราวต่างๆกันอีกเล็กน้อย ก่อนนางจะขออนุญาตเข้าไปตรวจสอบอาการท่านอ๋อง นาง้าทราบอาการของท่านอ๋องว่าเหมือนกับอาการของเปาเปาจนสรุปว่าเป็พิษเดียวกันได้จริงหรือไม่ และเห็นควรว่าต้องพาท่านอ๋องน้อยไปเยี่ยมเยียนผู้เป็พ่อ
ก้าวออกไปเพียงเล็กน้อยยังไม่ทันที่จะได้เดินไปดีๆ กลับถูกหยุดไว้ด้วยบรรดาสาวงามในเสื้อผ้าอาภรณ์ล้ำค่ายืนเรียงรายขัดขวางทางของเสิ่นลี่อิงเอาไว้
ว่าที่พระชายาเอกในคราบหมอหญิงอย่างเสิ่นลี่อิงจึงหันมองหน้าเปาเปา หลังจากนับในใจได้ว่าอนุที่นางเห็นเดินเข้ามานั้นมีถึง 6 นางด้วยกัน
‘พ่อของเ้าเหตุใดเลี้ยงอนุไว้เต็มจวน…แม่เลี้ยงเยอะเหลือเกินเด็กคนนี้’
“ท่านพ่อบ้านคิดจะพาคนนอกเข้าไปหาหนิงอ๋องหรือ”
เสิ่นลี่อิงขมวดคิ้วแน่นเริ่มรับรู้ว่าเ้าที่ในจวนนี้อาจไม่ธรรมดาเสียแล้ว นับว่านางตัดสินใจถูกต้องที่ไม่ย่างก้าวเข้ามาด้วยฐานะว่าที่พระชายาเอก ไม่เช่นนั้นการต้อนรับคงน่าดูชมกว่านี้มาก
“นางเป็หมอ” ท่านพ่อบ้านตอบออกไปอยากไม่ใส่ใจพวกนางนัก
“แค่มีคนเดินมาร้องป่าวประกาศว่าตนเป็หมอก็ต้องให้ไปตรวจพระวรกายอันสูงส่งของท่านอ๋องแล้วหรือ”
“อย่าว่าพี่สาว พี่สาวเก่ง” เปาหลงที่เงียบอยู่นานฝืนความกลัวกล่าววาจาตอบโต้กับนางออกไป
“ท่านอ๋องน้อยกล้าเถียงข้าหรือ”
“กล้าแล้ว พี่สาวบอกว่าข้ายิ่งใหญ่กว่าท่าน เปาเปาไม่ต้องกลัวอนุเฉียว”
“เ้า!! สอนให้อ๋องน้อยก้าวร้าวหรือ” อนุที่ยืนเป็หัวโจกษ์ผู้นี้ก็คืออนุเฉียวที่คอยทำร้ายเปาหลงนั่นเอง
‘นังคนใจร้าย!’
“ท่านพ่อบ้านข้ากล่าวผิดหรือ หากนับไปแล้วเปาเปาน้อยเป็ลูกชายของพระชายารอง ทั้งยังเป็บุตรชายคนแรกและคนเดียวของหนิงอ๋องฐานะย่อมสูงส่งกว่าอนุในจวน”
“ถูกต้องแล้วขอรับ ตามบรรดาศักดิ์แล้วท่านอ๋องน้อยอยู่สูงกว่ามากขอรับ” ท่านพ่อบ้านที่ปวดหัวกับอนุผู้นี้มานาน เมื่อได้โอกาสก็จิกกัดนางเข้าให้ ต่อให้นางไปฟ้องท่านอ๋อง ตัวเขาก็ไม่มีทางถูกลงโทษร้ายแรง
“ท่านขัดขวางข้าเช่นนี้มีจุดประสงค์ใดแอบแฝงหรือไม่ หากคนอื่นรู้ว่ามีผู้อาสาตรวจสอบและรักษาย่อมต้องอยากให้ทำเพื่อเพิ่มโอกาสที่จะรักษาหาย”
“เ้าจะบอกว่าข้าไม่หวังดีต่อหนิงอ๋องหรือ” นางพรวดพราดเข้ามาคล้ายว่าจะมาทำร้ายเสิ่นลี่อิงแต่ก็ต้องสะดุดลงเพราะเสียงของเสียนอ๋อง
“เ้าจะทำอะไรผู้มีพระคุณของข้า”
“เสียนอ๋องท่านยังมิกลับหรือ” เสิ่นลี่อิงหันขวับกลับไปเพราะก่อนหน้านี้เสียนอ๋องเดินแยกกลับไปที่ขบวนรถม้าแล้ว
“ข้าเห็นเ้าหยุดอยู่ตรงนี้มานานแล้วจึงเข้ามาดูเสียหน่อย อย่างไรแล้วหากเ้าขาดเหลือสิ่งใดแจ้งมาได้เลย อย่าได้เกรงใจ ทำคลอดให้พระชายาเอกของข้าด้วยวิธีการผ่าท้องแต่ยังรักษาชีวิตรอดได้ทั้งแม่และลูกชาตินี้ก็คงตอบแทนได้ไม่หมด” ญาติผู้พี่ของเสิ่นลี่อิงจงใจพูดขึ้นเพื่อย้ำว่านางคือหมอที่มีความสามารถในการรักษา และมีผู้มากอำนาจหนุนหลังอยู่ผู้หนึ่ง หากอนุเล็กๆ เหล่านี้ไม่โง่เกินไปการจะเตรียมการกลั่นแกล้งนางต้องมั่นใจว่าจะสาวไม่ถึงตนเอง
“หม่อมฉันคาระวะท่านอ๋องเพคะ” เมื่อรอจนผู้สูงศักดิ์พูดจบแล้วอนุทั้งหมดก็ย่อตัวทำความเคารพอย่างพร้อมเพรียง แปรเปลี่ยนสีหน้าบูดบึ้งเมื่อครู่เป็ยิ้มหวาน
‘ป๊าด! ปรับสีหน้ากันเร็วดีแท้’
“ทั้งนางยังเป็ผู้มีพระคุณของจวนนี้อีกด้วย ขอบคุณท่านหมอหญิงที่สามารถนำพาแก้วตาดวงใจของหนิงอ๋องกลับมาได้เ้าค่ะ” เสียงของอนุท่าทางน่าทะนุถนอมดังขึ้น นางก้าวเข้ามาใกล้ในบริเวณที่ทุกคนกำลังยืนอยู่
‘ตกลงมีอนุกี่คน จะโผล่มาอีกไหมเนี่ย’
เสิ่นลี่อิงยิ้มให้คนที่มาใหม่ด้วยความรู้สึกสับสนแต่ก็พยักหน้าขอบคุณที่สตรีผู้นี้แก้ต่างให้นาง “เอาเถอะ หากไม่ให้ข้ารักษา แล้วคนในแคว้นตู้มาถามหาเอาความพวกเ้า ก็อย่าได้ริอาจไปบอกใครว่าได้พยายามทุกสิ่งแล้ว เพราะพวกเ้าหาได้ทำเช่นนั้นไม่!”
“หากพวกนางตัดสินใจเช่นนี้ข้าก็ต้องขอโทษท่านพ่อบ้านด้วยที่ไม่สามารถช่วยได้”
“เดิมทีนี่ก็ไม่ใช่การตัดสินใจของพวกนาง ท่านพ่อบ้านพาท่านหมอหญิงไปตรวจอาการท่านอ๋องได้เลย ตรงนี้ข้าขอจัดการเอง” ชายที่ดูมีท่าทางแข็งแรงดุดันเดินเข้ามาพร้อมกับรังสีกดดัน พวกกับบ่าวที่ดูท่าทางเหนื่อยหอบอีกหนึ่งคนที่ท่านพ่อบ้านคงส่งคนไปตามั้แ่เห็นท่าไม่ดี การจัดการภายในดูจะยากเย็นนัก เมื่อประมุขในจวนมาเป็เช่นนี้
.
.
.
“เปาเปานั่นใครหรือ”
“ลูกน้องคนสนิทของท่านพ่อขอรับ”
“อ๋อ” ลี่อิงพยักหน้ารับรู้ก่อนจะเก็บงำความสงสัยว่าอนุรู้ทั้งจวนเช่นนี้เหตุใดข่าวลืมว่าท่านอ๋องล้มป่วยจึงเก็บไว้ได้มิดชิดนัก
‘ไม่กลายเป็ข่าวใหญ่แพร่สะพัดไปทั้งแคว้นได้อย่างไรกัน’
เมื่อมาหยุดที่เรือนกลางท่านพ่อบ้านก็นำทางหนึ่งหมอหนึ่งทายาทเข้ามาในห้องนอนใหญ่โตที่ตกแต่งไว้อย่างเรียบง่าย
“ท่านหมอเชิญ”
“เปาหลงไปคาระวะท่านพ่อของเ้าให้เรียบร้อยก่อน”
รอจนเปาหลงโค้งคำนับทำความเคารพท่านพ่อของตนเองเสร็จแล้วนางจึงหันไปหาท่านพ่อบ้าน “ข้าขอการจดบันทึกอาการของท่านหมอคนอื่นที่มารักษาก่อนข้าทั้งหมด มีอะไรก็นำมาให้หมดเถิดทั้งเทียบยาที่กินสมุนไพรที่ใช้อาบนำมาให้ข้าที่นี่ที”
เสิ่นลี่อิงเริ่มต้นการตรวจร่างกายอย่างกระฉับกระเฉงจากอาการภายนอกนางแน่ใจเต็มสิบส่วนว่าสองพ่อลูกต้องพิษชนิดเดียวกัน แต่เพราะหนิงอ๋องอยู่อาศัยร่วมกับพิษชนิดนี้มานานกว่าเปาเปา ลี่อิงจึงยังไม่ค่อยแน่ใจนักว่าเขาจะสามารถฟื้นตัวได้เร็วเหมือนลูกชายหรือไม่
ลักษณะภายนอกของหนิงอ๋องดูเหมือนคนนอนหลับไปเฉยๆ ติดเพียงแค่เหงื่อสีดำที่ไหลออกมาเล็กน้อย ร่องรอยการขับถ่ายก็น้อยกว่ามาก ลี่อิงคิดว่าอาจมีบ่าวที่เช็ดให้อยู่ตลอด หรือนี่อาจเป็อาการระยะหลังของพิษ นั่นทำให้เสิ่นลี่อิงแปลกใจมากกว่าเดิม เหตุใดอาการจึงไม่ดูทุรนทุรายมากเท่าเปาเปา แต่ก็เป็ไปได้ว่ามีท่านหมอที่มารักษาก่อนหน้านี้ให้ยาสำหรับปรับสมดุลยื้ออาการหนิงอ๋องไว้ หากได้สิ่งที่้าจากท่านพ่อบ้านมาแล้วจึงจะค้นคว้าข้อมูลได้
หมอหญิงจำเป็อย่างลี่อิงเมื่อตรวจแล้วก็นำถุงน้ำเกลือออกมาให้หนิงอ๋อง และฉีดน้ำกลิ่นจันทร์ผ่านสายน้ำเกลือเพื่อขับพิษในเบื้องต้นก่อน เมื่อทำทุกอย่างจนเสร็จสิ้นก็หันไปเห็นว่าเปาหลงนั่งมองนางทำงานอย่างไม่วางตา ส่วนนางก็พึ่งมีเวลาสำรวจใบหน้าของหนิงอ๋องว่ามีความคมเข้ม ดูท่าทางหล่อเหลาและองอาจ แม้จะซูบผอมก็ยังปิดบังความรูปงามไว้ไม่มิด สมควรแล้วที่มีอนุมากมายถึงเพียงนั้น
เสิ่นลี่อิงกำลังวิเคราะห์ว่าสันจมูกของเปาหลงคงได้มาจากผู้เป็พ่อ แต่สีผิวนี้เปาเปาย่อมได้มาจากมารดาของตนอย่างแน่นอน เพราะท่านอ๋องตรงหน้าของนางมีสีผิวเข้มกว่าเปาหลงอยู่หลายระดับทีเดียว
“ท่านหมอลี่เทียบยาที่ท่านขอ” เสียงนี้ของท่านพ่อบ้านเรียกลี่อิงให้ออกมาจากภวังค์
“ขอบคุณมากเ้าค่ะ หากน้ำในถุงหมดให้คนไปแจ้งข้าด้วย”
“ได้ขอรับ”
“ท่านพ่อบ้านข้าต้องไปอาศัยที่ใดหรือ” นางถามออกไปก็กระดากอายไม่น้อยที่ต้องมาพูดจาเหมือนจะขอผู้อื่นอาศัยอยู่ด้วยเช่นนี้
“เื่นี้ท่านอ๋องน้อยขอให้ท่านอยู่ในเรือนที่ติดกัน ข้าให้พวกบ่าวนำของของท่านไปจัดไว้ให้เรียบร้อยแล้ว บ่าวหญิงทั้งสองจะคอยดูแลท่านเวลาที่อยู่ที่นี่”
“ขอบคุณท่านมาก ข้าขอดูอาการท่านอ๋องอีกระยะแล้วจะให้พวกนางพากลับ”
เมื่อทุกคนออกไปก็เห็นเปาเปาน้อยที่เดินมาั้แ่เมื่อใดก็ไม่ทราบมาโผล่อยู่ข้างเตียงแล้ว เด็กน้อยยืนมองหน้าท่านพ่อของตนไม่วางตาจนดูน่าสงสารจับใจ เสิ่นลี่อิงจึงเอื้อมมือไปลูบหัวเปาเปาก่อนจะสังเกตว่ามือของท่านอ๋องกระตุกพร้อมๆ กับที่เปาเปาน้อยเองก็เห็นเช่นกัน
“ท่านอ๋อง! / ท่านพ่อ!”