ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูหน้าห้องของเอดังขึ้นมา ทำให้เขารู้สึกตัวตื่น เอบิดี้เีแล้วค่อยๆเดินอย่างงัวเงียไปยังประตู
“คร๊าบ ครับ เอเลน่า ตื่นแต่เช้าจังเลยนะครับ” เอเปิดประตูออกไปแต่ที่เขาเจอกลับไม่ใช่เอเลน่า แต่กลับเป็แม่ของเขาเองเมื่อแม่ของเขาได้ยินเสียงลูกชายร้องเรียกหาสาวที่แม่ไม่รู้จัก แม่ของเอเลยตื่นเต้นเอามือปิดปากแล้วร้องเรียกพ่อของเอ
“พะ พ่อ พ่อ พ่อมึง”
“อะไรแม่ อะไร ร้องซะเสียงหลงเชียว” เสียงของพ่อรีบวิ่งเข้ามาในบ้านอย่างรวดเร็วก่อนที่จะรีบขึ้นบรรไดมาหาแม่
“ไอ้หมาน้อยของเรานะซิ มันทักแม่เป็ชื่อสาว”
“จริงหรอแม่” พ่อของเขาหันควับมามองหน้าเอซึ่งตอนนี้เอกำลังเขินจนหน้าแดงถึงหู และพวกท่านก็คุยกันอย่างออกรสโดยไม่สนเอว่ายืนหัวโด่มองพวกท่านคุยกันอยู่จนเขาได้แต่คิดในใจ
‘พลาดแล้ว พลาดแล้วไง พลาดแล้วงานนี้ได้อายยันลูกบวชแน่ๆ’
“โถ่ว์แม่ ไม่มีอะไรหรอกแค่ชื่อคนรู้จักในเกมเท่านั้นเอง” เออธิบายออกไปซึ่งดูเหมือนว่าตอนนี้เอจะไม่สามารถเข้าไปในโลกของคนทั้งสองได้แล้ว เขาจึงพยายามแอบปิดประตูแต่แล้วทันใดนั้นก็มีมือของพ่อเข้ามาขวางประตูเอาไว้
“ไหนบอกพ่อแก่สิว่าสาวที่แม่ พูดถึงเป็ใคร” ในขณะที่เอกำลังจะพูดเขาก็ได้ยินเสียงแม่ลงบรรไดไปชั้นล่างก่อนที่จะไปคุยกับลุง ป้า น้า อา จนเอได้แต่เอามือปิดหน้าอย่างอายๆและจนมุม
“เอาละๆ พ่อเดียวผมค่อยเล่าครั้งเดียวตอนกินข้าวเช้านะ เดียวมันจะได้พูดหลายรอบ”
“โถ่ว์เอ๋ยไอ้ลูกหมาจะกั๊กไว้ทำไม”
“ไม่ได้พ่อเดียวผมจะลงไปอาบน้ำแล้ว”
“เออก็ได้ ข้าจะรอตอนกินข้าวนะเว้ย” หลังจากพลักพ่อออกจากห้องได้สำเร็จเขาก็นั่งลงเอามือปิดหน้า ทำใจซักพักก่อนที่เขาจะเดินออกไปอาบน้ำ
8.10 น. ณ แคร่ไม้ไผ่ใต้ต้นมะม่วง เอโดนศาลสูง(วัย)สอบปากคำเื่สาว
“ไหนเล่ามาให้ข้าฟังสิ” พ่อของเอกล่าวอย่างสนอกสนใจ
“คือแบบนี้พ่อจำได้ไหมที่ว่าผมบอกพ่อว่าจะเล่นเกมนะ”
“ไอ้เกมฟอ ฟอ เล่น เล่น อะไรซักอย่างนั้นใช่ไหม”
“ใช่พ่อ คือผมไปแบ่งเช่าบ้านที่ผมได้คำแนะนำจากยามลาดตระเวน”
“แล้วเ้าของบ้านคงเป็สาวที่เอ็งพูดชื่อใช่ไหม”
“ใช่ครับ” เมื่อเอตอบแบบนั้นไปเสียงรอบข้างก็กระหึ่มเลยทีนี้
“แล้วหน้าตาลูกสะใภ้ข้าเป็แบบไหนเล่ามาให้ฟังหน่อยซิ”
“ครับ เธอตัวค่อยข้างสูงนะพ่อประมาณ 170ได้ ผมยาวสีทองสว่างสไว ตานี้สวยอย่างกะน้ำทะเล เข้ากับรูปหน้าจัดได้ว่าสวยสง่าเลยละครับ”
“ว๊าว!!!”x6
“แล้วเธอชื่ออะไร บอกมาซะดีๆ”
“เอเลน่าครับ อ่อ! แล้วเธอมีน้องสาวด้วยคนนึงชื่อมาริน่า”
“ฮาเร็ม!!”
“โอ๊ย!! แม่ใจเย็นๆสิจะหยิกกันทำไมเนี่ย”
“ฮึ่ม!!!”
“เอาละๆ พอเลยทั้งสองคน” แม่มองหน้าพ่อด้วยหางตาแล้วก็หันมาถามเอ
“แล้วลูกเล่นเกมอะไรนั้นเป็ยังไงบ้างลองเล่ามาให้ฟังหน่อย”
“ได้ครับ ตอนแรกผมก็ไปยังหมู่บ้านเริ่มต้น……” พอเอเล่ามาถึงตอนที่เจอกับกวางมูสพ่อถึงกับหัวเราะลั่น
“ฮ่าๆ ไอ้หมาน้อยข้ายังจำวันนั้นได้อยู่เลยนะ ตอนนั้นพาแกไปสวนสัตว์แต่แกดันดื้อปีนเข้าไปหากวางในกรงแล้วยังมีหน้าหันมาเรียกข้าเอ็งเลยโดนกวางเตะลอยละลิ่วหน้าจูบพื้น เห็นหน้าแกตอนนั้นละอดขำไม่ได้ โอ๊ย!! แม่ ใจเย็น ใจเย็น” หลังจากพ่อขายลูกชายของเขาแล้วเขาก็รีบวิ่งไปหาคุณย่าจนคุณย่าดุเอา
“เอ๋! ไอ้ลูกคนนี้นิ คนกำลังฟังเ้าเอเล่าดีๆทำเสียเื่หมด เอาเอลูกเล่าต่อเลย”
“ครับ ….” พอเอเล่าถึงถึงจิติญญาแห่งความแค้นทั้งหมดก็อุทานออกมาพร้อมกัน
“ผีโป่งค่าง นี้มันผีโป่งค่างชัดๆ” พอเอเล่าถึงว่าเขาวนออกจากป่าไม่ได้ทั้งหมดก็ดูเหมือนจะมีความเห็นว่าเอได้ข้ามเครือเขาหลงโดยไม่รู้ตัว เมื่อเอเล่าไปจนจบพวกเขาก็เข้าใจว่าทำอะไรไปบ้าง
“เ้าเอก็ต้องระวังตัวไว้นะลูกถึงมันจะไม่ตายจริงแต่ก็ต้องระวังเอาไว้”
“ครับคุณย่า” หลังจากนั้นพวกเราทั้งหมดก็ต่างออกไปทำงานของตัวเองจนเผลอแป๊ปเดียวก็ตกเย็น เอนอนอยู่บนที่นอนก่อนที่เขาจะหลับตาไป
ณ ปราสาทแห่งหนึ่งในอาณาจักรภูลิอันชายร่างสูงล้ำผมสีฟ้านั่งอยู่บนบัลลังก์ด้วยท่าทางสง่างามเบื้องล่างของเขามีผู้คนสี่ห้าคนยืนอยู่ เขาเอ่ยวาจาอย่างดุดัน
“รายงาน”
“ครับ ท่านเ้า ตอนนี้เรามีนักพจนภัย 3500 คนครับ แบ่งเป็สายดาบ 2000 คน สายเวทย์ 450 คน สายธนู 650 คน และสายพิเศษอีก 400 คน ตอนนี้พวกเขาระดับยังต่ำเกินไปที่จะได้รับการเลือกคลาสครับ” เมื่อคนนี้รายงานเสร็จคนต่อไปก็ก้าวออกมารายงานต่อ
“ท่านเ้าขอรับ ตอนนี้ค่าเฉลี่ย lv ของนักพจนภัยอยู่ที่ 10 ครับ การเงินเฉลี่ยอยู่ที่ 50 เหรียญทองแดงครับ”
“ท่านเ้าขอรับตอนนี้รายการเควสที่ทำสำเร็จ 3400 เควส เฉลี่ยจะอยู่ที่คนละเควสครับ” เมื่อได้ฟังแล้วชายคนนั้นก็นิ่งไปซักพักก่อนที่จะกล่าวออกมา
“ท่านเ้าขอรับตอนนี้รายได้จากการที่นักพจนภัยทำเควสสำเร็จทำให้เรามีงบประมาณมากพอแล้วครับ”
“กองทัพของเราพร้อมแล้วหรือยัง”
“พร้อมแล้วขอรับ”ชายร่างกำยำสวมเครื่องแบบทหารกล่าว
“เอาละ ข้าขอเปิดโอเปอเรชั่นูเาทมิฬนะบัดนี้”
“ครับ!!!”
“ขอรับ”
“จากนี้ไปพวกเ้าจงเตรียมการให้พร้อมเราจะออกเดินทางตอน 15.00 น. ”