บทที่20 าครั้งใหญ่ของเมืองพยัคฆ์คราม (5)
แต่กลับมีคนที่เร็วกว่าหานกู่
ระหว่างที่วานรเหล็กไหลกำลังจะทุบกำปั้นไปที่ทหารนายหนึ่งหญิงสาวชุดเขียวก็เข้ามาป้องกันไว้ได้ทันเวลาพอดี!
คนนั้นก็คือลู่จื้อนั้นเอง,ลู่จื้อกระตุ้นเคล็ดวิชาลมปราณหยกเทวะเต็มกำลังพร้อมกับฟาดฝ่ามือเข้าปะทะกับกำปั้นของวานรเหล็กไหลแต่เป็วานรเหล็กไหลที่ถอยหลังไปถึง5ก้าวในขณะที่ลู่จื้อยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับเลยแม่แต่ก้าวเดียว
วานรเหล็กไหลที่ถอยหลังไป5ก้าวก็จ้องมองมาที่ลู่จื้อพร้อมกับคำรามออกมาแล้วพุ่งเข้าใส่ลู่จื้อทั้นที
หานกู่เห็นว่ามีคนมารับมือกับวานรเหล็กไหลแล้วก็กลับไปควบคุมกองทัพต่อทันทีการที่สามารถทำให้วานรเหล็กไหลถอยหลังไปได้ถึง5ก้าวย่อมต้องมีฝีมือที่สูงส่งหานกู่จึงวางใจกลับมาทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างสบายใจ
วานรเหล็กไหลพุ่งเข้ามาหาหาลู่จื้อพร้อมกับชกใส่ด้วยหมัดขวาเต็มแรงคราวนี้ลู่จื้อไม่ได้ตอบโต้แต่อย่างใดนางกับกระตุ้นเคล็ดวิชาลมปราณหยกเทวะเต็มกำลังแล้วใช้เพียงเกราะลมปราณคุ้มกันรอบตัวหมัดขวาขนาดใหญ่ของวานรเหล็กไหลต่องเข้าใส่เกราะลมปราณอย่างจังแต่มันกลับไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนแต่อย่างใดวานรเหล็กไหลยังคงโจมตีใส่เกราะลมปราณอย่างต่อเนื่องส่วนลู่จื้อก็ยังคงครุ่นคิด ความแข็งแกร่งของเกราะลมปราณนั้นมากกว่าที่นางคิดไว้มากสมกับที่วิชานี้บอกไว้ว่าเป็วิชาที่เน้นไปที่การป้องกันกับโจมตีไม่ได้พลิกแพลงหรือพิศดารแต่อย่างใดกับเน้นการใช้กำลังเข้าข่มศัตรูโดยตรง
นางมั่นใจแล้วว่าสัตว์อสูรระดับ5ขั้นกลางไม่มีทางโจมตีทะลุเกราะลมปราณของนางได้อย่างแน่นอนหรือต่อให้เป็ระดับ5ขั้นสูงก็คิดว่าสามารถป้องกันได้พอสมควร
ลู่จื้อเริ่มที่จะขยับตัวพร้อมกับซัดฝ่ามือเข้าใส่วานรเหล็กไหลอย่างรัวๆเสียงของฝ่ามือที่ปะทะเข้ากับเกราะลมปราณของวานรเหล็กไหลดังอย่างต่อเนื้อง
"ปัง! ปัง!"
"ปัง!"
"ปัง!"
"ปัง! ปัง! ปัง!""
"เพล้ง!"
เพียงไม่นานเกราะลมปราณของวานรเหล็กไหลแตกละเอียด
"ตุบ!"
"ตุบ!"
"ตุบ!"
"ตุบ!"
ลู่จื้อยังคงซัดฝ่ามือทั้งซ้ายและขวาใส่วานรเหล็กไหลอย่างต่อเนื้องวานรเหล็กไหลที่มีพลังป้องกันสูงส่งก็ไม่อาจทนฝ่ามือที่อัดแน่นไปด้วยลมปราณหยกเทวะของลู้จื้อได้ก็ได้กระอักเืออกมาพร้อมกับล้มลง
"พรวด!"
"ตึง!"
หลังจากที่วานรเหล็กไหลล้มลงลู่จื้อเดินเข้าไปไกล้พร้อมกับใช้ดัชนีหยกเทวะโจมตีไปที่หัวใจของวานรเหล็กไหลทันที
"ดัชนีหยกเทวะ!"
"ซวบ!"
ดัชนีหยกเทวะทะลุผ่านหัวใจของวานรเหล็กไหลทำให้มันตายลงทันทีหลังจากที่ตายแล้วิัของมันก็ไม่ได้แข็งเหมือนก่อนลู่จื้อสามารถควักเอาแกนอสูรออกมาเก็บใส่แหวนมิติของนางได้อย่างง่ายดาย
ผู้คนบนกำแพงเองก็สังเกตุการต่อสู้ของลู่จื้ออยู่ทั้งหมดต่างก็ตื่นใในพลังฝีมือของผู้จัดการของสมาคมการค้าต้าเป่าอย่างมาก
"แม่นางลู่จื้อนางกับสามารถจัดการสัตว์อสูรระดับ5ขั้นกลางได้อย่างง่ายดาย!"
"แต่เท่าที่ข้าจำได้นางอยู่เพียวระดับ4ขั้นต้นเองมิใช่หรือ? หรือว่าข้าจำผิดไป?"
"ข้าก็จำได้ว่านางอยู่เพียวระดับ4ขั้นต้นเหมือนกัน!"
"แต่เหตุใดนางจึงมาอยู่ในสนามรบกัน? นางควรจะหนีกลับไปสาขาหลักแทนมิใช่หรือ?"
"นั้นสิข้าก็คิดเช่นเดียวกันกับท่าน!"
หัวหน้าตระกูลต่างๆ สนทนากันอย่างงุนงง!
"อย่างไรก็นับว่าเป็เื่ดีถ้าเป็ไปได้ข้าอยากให้นางมาช่วยกันรับมือกับพยัคฆ์เพลิงระดับ6ตัวนั้นมากกว่า!" เ้าเมืองพูดด้วยสีหน้ายินดีพร้อมกับสั่งให้คนไปเชิญลู่จื้อมาพบทันที
"พวกเ้าให้คนไปตามแม่นางลู่จื้อมาพบข้าทีถ้ามีนางช่วยการรับมือกับพยัคฆ์เพลิงระดับ6จะง่ายขึ้นอีก!"
ทหารข้างกายเ้าเมืองก็พุ่งลงไปที่สนามรบทันที
"ฟุบ!"
ทางด้านของหม่าซินรุ่ยกับรั่วชิงยังคงใล่ฆ่าสัตว์อสูรอย่างต่อเนื่องจำนวนที่พวกนางสังหารไปนั้นรวมกันคงร่วม1,000ตัวเข้าไปแล้ว,ด้วยการที่มีของเหลวจิติญญาทำให้พวกนางไม่กลัวที่จะพลังปราณหมดแต่อย่าใดบวกกับการต่อสู่อย่างดุเดือนตลอด2ชั่วยามบวกกับการที่กินของเหลวจิติญญาอยู่ตลอดหม่าซินรุ่ยก็ทะลวงเข้าสู่แก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ระดับ4แล้วทำให้นางแข็งแกร่งขึ้นอีกมาก!
แต่ทว่าสถานการณ์ในสนามรบกลับแย่ลงเรื่อยๆผู้คนเริ่มที่จะหมดแรงเข้าไปทุกที
ลู่จื้อเองก็เช่นกันนางเองก็ยังมีของเหลวจิติญญาระดับ4เหลืออีก10หยดนางจึงใล่ฆ่าสัตว์อสูรได้อย่างต่อเนื่องเหมือนกับพวกของรั่วชิง,แต่ลู่จื้อนั้นสบายกว่ามากด้วยการที่มีเกราะลมปราณอันแข็งแกร่งนางจึงไม่ต้องป้องกันการโจมตีของสัตว์อสูรแต่อย่างใด,นางสามารถพุ่งเข้าไปโจมตีจุดตายสังหารในชั่วพริบตาได้อย่างราบรื่นเป๋าหมายของลู่จื้อคือสัตว์อสูรระดับ4ขึ้นไปเท่านั้น,เพราะสัตว์อสูรระดับตำกว่า4ทหารและคนจากตระกูลใหญ่ต่างรับมือได้ไม่ยากเย็นนัก
ลู่จื้อใล่ฆ่าสัตว์อสูรอยู่สักพักก็มีทหารนายหนึ่งเข้ามาหานางพร้อมกับบอกนางว่า
"แม่นางลู่จื้อข้าน้อยรับคำสั่งท่านเ้าเมืองให้มาเชิญท่านไปพอสักครู่!"
"ข้าพอจะทราบแล้วว่าท่านเ้าเมือง้าพอข้าเื่ใด,เ้ากลับไปบอกท่านเ้าเมืองว่าเมืองพยัคฆ์ครามไม่ได้เกี่ยวอันใดกับข้าสิ่งที่ข้าทำอยู่นี่ก็ถือได้ว่าตอบแทนเมืองพยัคฆ์ครามแล้ว,ส่วนเื่ที่ท่านเ้าเมืองจะให้ช้าช่วยนั้นข้าขอดูสถานการณ์ก่อนถ้ามันไม่เหลือบ่ากว่าแรงข้าก็จะช่วยเท่าที่ช้าจะช่วยได้!" ลู่จื้อตอบกลับนายทหารไปน้ำเสียงและสีหน้าที่เรียบเฉย
ทหารนายนี้ได้ยินคำตอบของลู่จื้อก็รีบกลับไปรายงานเ้าเมืองทันที
...
"ทุกอย่างก็เป็อย่างที่ข้าพูดไปขอรับ" ทหารนายนั้นได้กลับมารายงานสิ่งที่ลู่จื้อพูดออกมาทั้งหมดแก่เ้าเมืองทุกถ้อยคำ
"ช่างมันเถอะสิ่งที่นางพูดก็นับว่าไม่ผิดแค่นางช่วยจัดการสัตอสูรระดับสูงให้ก็ช่วยพวกเรามากมายแล้ว! เฮ้อ.." เ้าเมืองพูดพร้อมกับถอนหายใจ
........
ทางด้านของกองทัพสัตว์อสูร
พยัคฆ์เพลิงระดับ6ยังคงสังเกตุสนามรบด้วยสีหน้าที่เบิกบานข้างกายรายล้อมไปด้วยสัตว์อสูรระดับ5ขั้นสูงอีกสองตัวตัวหนึ่งคือกระทิงปฐีสูงกว่า5เมตรอีกตัวหนึ่งคืองูเหลือมั์สีขาวลายสีทองขนาดตัวที่ใช้มากกว่าสิบคนถึงจะโอบได้มิดและยาวไม่ต่ำกว่า30เมตร
"กองทัพของมนุษย์เริ่มที่จะหมดแรงแล้วสินะ!,ได้เวลาที่พวกเราต้องออกโรงแล้ว!,พวกเ้าทั้งสองรวบรวมสัตว์อสูรระดับสูงทั้งหมดบอกให้พวกมันเจาะทะลวงบาเรียเข้าไปกวาดล้างกองทัพมนุษย์ให้สิ้นซาก!"
สัตว์อสูรทั้งสองตัวข้างกายของพยัคฆ์เพลิงระดับ6ได้ยินคำสั่งแล้วก็ตอบรับพร้อมกับจากไปอย่างรวดเร็ว
"มออ!"
"ฟ่ออ!"
โดยการนำของกระทิงปฐีระดับ5ขั้นสูงกับงูเหลือมทองั์ระดับ5ขั้นสูงมีสัตว์อสูรระดับ4ขั้นต้นถึงขั้นสูงกว่าพันตัวและระดับ5ขั้นกลางลงมาอีกกว่าแปดสิบตัว
กองทัพสัตว์อสูรระดับต่ำที่กำลังโจมตีบาเรียอยู่บ่างส่วนได้หยุดโจมตีพร้อมกับหลีทางให้กับกระทิงปฐีกับงูเหลือมทองั์นำกองทัพสัตว์อสูรระดับสูงรวมตัวกันที่หน้าบาเรียคุ้มกันเมืองพร้อมกับรุ่มโจมตีอย่างรุนแรง!
ทางด้านฝั่งของมนุษย์ที่เห็นกองทัพสัตว์อสูรระดับสูงที่กำลังโจมตีบาเรียเพื่อฝ่าเข้ามาต่างก็หน้าซีดเผือดไปตามๆกัน
"ท่านเ้าเมืองแบบนี้ไม่ดีแน่พวกเราไม่สามารถยืนดูอยู่เฉยๆได้อีกต่อไปแล้ว!,พวกมันไม่ต้องจำเป็ต้องทำลายค่ายกลคุ้มกันเมืองเพื่อใช้จำนวนเข้าสู้อีกต่อไปแล้วแค่กองทัพสัตว์อสูรระดับสูงคราวนี้ก็มากพอที่กวาดล้างทหารทั้งหมดของเราในสนามรบได้แล้ว!"
หม่าจือฉวนพูดด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ
"ดูเหมือนว่าการที่พวกสัตว์อสูรนั้นมีผู้นำทำให้ความได้เปรียบทางด้านยุทธวิธีของพวกเราลดลงอย่างเห็นได้ชัด!" กัวเจ๋อเทาก็พูดด้วยสีหน้าที่หวาดกลัว
"ในเมื่อมาถึงขั้นนี้แล้วพวกเราก็ทำได้แค่สู้ให้สุดกำลัง!,พวกท่านทั้งหลายศึกตัดสินได้มาถึงแล้วโปรดอย่าได้เก็บงำฝีมือแสดงความยิ่งใหญ่ของพวกเราเผ่ามนุษย์ให้พวกสัตว์อสูรด้อยปัญญาได้เห็นว่าใครกันแน่ที่สมควรจะเป็ผู้ปกครองของดินแดนแห่งนี้!..ฆ่าพวกมันให้สิ้น!"
เ้าเมืองส่งเสียงดังก้องไปทั่วเพียงแค่คำพูดเดียวของเ้าเมืองพยัคฆ์คราม,ก็ทำให้เกิดเสียงโห่ร้องที่ดังลั่นไปทั่วผู้ทรงพลังระดับสูงที่ต่างดูลาดเลาอยู่ก็พร้อมใจกันพุ่งเข้าสู่สนามรบ,ถึงแม้จะไม่ชนะาครั้งนี้แต่ผู้ที่มีพลังระดับสูงต่างก็มั่นใจว่าสามารถหนีได้ทันถ้าเหตุการเลวร้ายลงมากกว่านี้
หานกู่เองก็ได้สั่งการกองทัพ
"ทหารระดับสูงจงฟังพวกเ้าไม่จำเป็ต้องสู้แลกชีวิตพยามใช้จำนวนที่มากกว่าลุมจัดการเป็ตัวๆไปหรือพุ่งเป้าไปที่สัตว์อสูรที่อ่อนแอกว่าตัวเอง,ปล่อยสัตว์อสูรระดับสูงให้คนที่แข็งแกร่งกว่าจัดการส่วนทหารระที่พลังต่ำกว่าระดับ3ลงไปให้อยู่ห่างๆคอยจัดสัตว์อสูรระดับต่ำหรือสัตว์อสูรที่าเ็แทนเข้าใจหรือไม่!?"
"รับทราบบบบบบ!" ทหารต่างตอบรับด้วยความพร้อมเพรียง