สวี่มั่วที่โกรธจัดรีบหันไปมองไม่ไกลนัก มีป่าละเมาะเล็กๆ อยู่ เสียงเมื่อครู่ก็ดังมาจากตรงนั้นเอง
หมู่บ้านจัดสรรนี้มีขนาดใหญ่ การจัดสวนก็ทำได้ดีอีกทั้งด้านหลังยังมีป่าละเมาะเล็กๆ คล้ายสวนสาธารณะ
สวี่มั่วเงี่ยหูฟังอีกครั้งคราวนี้ฟังออกชัดว่าเป็นคู่รักที่กำลังทำเรื่องเร้าใจอยู่ในป่า
โว้ย! คนสมัยนี้กล้าขนาดนี้เลยรึ ป่าละเมาะกลางหมู่บ้านก็กล้าทำ?
เพลิงโทสะพลุ่งพ่านอยู่ในใจสวี่มั่วไม่ใช่เพียงเพราะความคิดเมื่อครู่ถูกขัดจังหวะ แต่เพราะรู้สึกถึงความอาฆาตลึกๆของหมาโสดจากโลกก่อน
เวลาแบบนี้ควรทำยังไง แอบถอยไปไม่รบกวนให้เขาได้สมหวัง? ทำเป็นไม่เห็นไม่รู้ไม่ชี้?
จะเป็นไปได้ยังไงฟะ!!
สวี่มั่วยิ้มเย็น หันหัวเดินตรงไปทางป่าละเมาะ
ท่ามกลางป่าละเมาะอันมืดสลัวเงาร่างชายหญิงคู่หนึ่งกำลังทำเรื่องที่ไม่อาจบรรยายได้
เพราะแสงไม่พอ จึงเห็นเพียงฝ่ายหญิงกำลังยันมือกับต้นไม้ต้นหนึ่งส่วนฝ่ายชายยืนอยู่ด้านหลัง โอบกอดร่างเธอพลางซุกไซ้
ทั้งคู่แนบชิดกันจนแทบอดกลั้นไม่ไหว
ในขณะที่ฝ่ายชายกำลังจะดึงซิปกางเกงลง…
“บรู๋ว...”
เสียงหอนของหมาป่าดังก้องขึ้นจากความมืดไม่ไกลทำเอาทั้งคู่สะดุ้งโหยง!
“กรี๊ด!!” หญิงสาวร้องลั่นเงยหน้ากระแทกศีรษะใส่ชายด้านหลังจนเซถอยไป
ชายหนุ่มก็แทบหมดแรงค้างคาที่ ความตกใจทำให้เงยหน้ามองไปรอบๆพลางพึมพำด้วยความหวาดระแวง “เสียง…เสียงอะไรน่ะ!”
หญิงสาวรีบจัดเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ย กำแขนชายหนุ่มแน่นด้วยความกลัว“เหมือน…เหมือนเสียงหมาป่าหอนเลย?”
ชายหนุ่มพูดว่า “ล้อเล่นอะไรน่ะ แถวนี้จะมีหมาป่าได้ยังไง…”
แซ่ก… แซ่ก…
ทันใดนั้น ทั้งคู่ก็ได้ยินเสียงแผ่วเบาอีกครั้งคล้ายมีบางสิ่งกำลังเคลื่อนเข้ามา ทำเอาทั้งสองสะดุ้งเฮือก
หญิงสาวเอ่ยเสียงสั่น “มี…มีอะไรบางอย่างกำลังเข้ามา!!”
“ใคร! ใครอยู่ตรงนั้น!!”ชายหนุ่มคิดว่าอาจเป็นใครสักคนแกล้ง จึงรวบรวมความกล้าตะโกนออกไป “ออกมา!ใครอยู่ตรงนั้น!”
แซ่ก…แซ่ก…
เสียงนั้นยิ่งใกล้เข้ามา ทั้งคู่ถึงกับเห็นพงหญ้าไม่ไกลนักสั่นไหวและทันใดนั้น ดวงตาสีเขียวคู่หนึ่งก็ปรากฏขึ้นในความมืดจ้องมองพวกเขาอย่างเยือกเย็น…
“บรู๋ว...”
เสียงหอนดังขึ้นอีกครั้ง ดวงตาสีเขียวนั้นสั่นไหวก่อนที่เงาร่างหนึ่งจะเผยเค้าโครงออกมา
“กรี๊ดดด!!”
“หมาป่า!!”
“ช่วยด้วย!!”
“ที่…ที่รัก รอฉันด้วย!!”
คู่รักคู่นั้นถึงกับขวัญเสียรีบหนีตายกรีดร้องพลางวิ่งหนีออกจากป่าละเมาะไป
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนวิ่งหนี ชายหนุ่มกลับทิ้งหญิงสาวไว้วิ่งหนีเอาตัวรอดก่อนเสียเอง
หลังจากทั้งคู่หายลับไปจากป่าละเมาะ เงาร่างหนึ่งก็โผล่ออกมาจากพงหญ้าแน่นอนว่าเป็นสวี่มั่วนั่นเอง
สวี่มั่วมองตามทิศที่คนทั้งคู่หนีไป แล้วแค่นหัวเราะเย็นในใจ
ฮึ! สมควรแล้ว ดันออกมาเล่นอะไรพิเรนทร์กลางดึกแบบนี้!
เหตุการณ์นี้ทำให้อารมณ์ที่หม่นหมองเมื่อครู่ของเขาคลายลงไปมากจึงเลิกคิดถึงเรื่องน่าหนักใจ แล้วตั้งใจว่าจะลองออกไปเดินเล่นบนถนนดูบ้าง
เขาไม่ได้มีจุดหมายใหญ่โตอะไร เพียงอยากสำรวจให้ชัดเจนขึ้นว่าโลกคู่ขนานนี้เป็นเช่นไร อีกทั้งที่นี่อาจเป็นสถานที่พำนักของเขาไปอีกนานอย่างน้อยก็ควรทำความคุ้นเคยกับบริเวณรอบๆ ไว้บ้าง
“บ้าฉิบ! มันวิ่งไปไหนแล้ว!”
“เหมือนจะวิ่งกลับเข้าหมู่บ้านไปแล้ว!”
“โธ่โว้ย! วิ่งเก่งจริงๆ!”
“มันโดนลูกดอกยาสลบไป วิ่งได้ไม่ไกลแน่! รีบตามไป!”
“ไปทางนี้! ประตูด้านหลังอยู่ทางนี้!ตรงนั้นแหละที่มันเคยวิ่งออกมาจากรูหมา!”
“แม่ม! รีบไปกันเร็ว!”
ขณะที่สวี่มั่วกำลังจะเดินออกไปจากป่าละเมาะเสียงประหลาดก็ดังขึ้นที่ข้างหู ทำให้เขาต้องหยุดก้าว
อะไรอีกล่ะเนี่ย คนที่นี่ชอบวิ่งเข้าป่ากลางดึกกันนักหรือไง
สวี่มั่วประหลาดใจ เงี่ยหูฟังจนรู้ว่าเสียงนั้นดังมาจากลึกเข้าไปในป่า
พูดก็พูดเถอะ มองไปทีไรก็เจอแต่ป่า ทำไมป่านี้ถึงกว้างใหญ่ขนาดนี้ฟะ
[ติ๊ง! มีภารกิจใหม่ปรากฏ ต้องการตรวจสอบหรือไม่]
ทันใดนั้นเอง เสียงระบบก็ดังขึ้นในหัวของสวี่มั่วอีกครั้ง
สวี่มั่วถึงกับตาเป็นประกาย...ไม่คิดเลยว่าจะมีภารกิจใหม่เข้ามาเร็วขนาดนี้!
“ตรวจสอบ!”
[เนื้อหาภารกิจ: ช่วยเหลือทิเบตันมาสทิฟ ‘ต้าเวย’เวลาจำกัด 30 นาที ต้องการรับหรือไม่]
“หืม?” สวี่มั่วชะงัก “ทิเบตันมาสทิฟ?ต้าเวย? ทำไมฟังดูคุ้นๆ”
จริงสิ! ก็เจอเจ้าตัวนั้นตอนบ่ายในหมู่บ้านนี่ไม่ใช่หรือที่มากับโจวเหล่ยคนนั้น?
ทำไมถึงมาโผล่ในภารกิจของฉันได้ล่ะ แถมยังเป็น ‘ช่วยเหลือ’หมายความว่าอะไรกัน
สวี่มั่วเต็มไปด้วยความสงสัย แต่ไหนๆ ภารกิจก็มาแล้วจะยังไงก็ต้องรับไว้ก่อน
เขาคิดในใจว่า “รับ!”
[รับภารกิจสำเร็จ เริ่มนับเวลา กรุณาทำภารกิจให้เสร็จภายใน 30 นาที]