Santianamarir เซนเทียน่ามารีอาร์ 1 (ผู้ฟูมฟักจากโลกต้องห้าม)

    ภาพอดีต 1

    ภาพอดีต 1

            ทุ่งดอกไม้สีฟ้าม่วงเรืองแสงสลับไปมามีเกล็ดประกายแสงระยิบระยับลอยคลุ้งอยู่ในอากาศมันปรากฏแก่สายตาเด็กหญิงเมื่อเธอลืมตาขึ้น

            เนย่าพบว่าตัวเองอยู่ที่ไหนสักแห่งที่เธอไม่รู้จักแต่มันก็เป็นบรรยากาศคุ้นเคยอย่างแสนประหลาด เมื่อมองไปรอบ ๆดวงอาทิตย์กำลังจะลับฟ้า ดวงจันทร์สีนวล ๆกำลังจะโผล่ขึ้นมาพร้อมกับพกพาดาวดวงน้อยมาเป็นเพื่อน คล้ายกับเวลาโดยรอบให้หยุดหมุนเพื่อให้พระจันทร์และพระอาทิตย์ได้พบหน้ากันนี่เป็นโลกมนุษย์แน่แล้ว จากดวงจันทร์ที่อยู่ไกลแสนไกลขนาดนั้นไม่ผิดที่นี่คือโลกมนุษย์

            พื้นที่แถบนี้ช่างงดงามคล้ายต้องมนต์มันสวยราวกับภาพฝัน อาทิตย์ยามเย็นกำลังตก เหตุใดถึงมีดอกไม้งามขนาดนี้บานสะพรั่งไปทั่วกันนะ

            “ที่นี่ที่ไหนล่ะเนี่ย” เนย่าบ่นพึมพำสองมือกางออกพร้อมกับก้าวเดินสัมผัสดอกไม้อ่อนนุ่มที่คล้ายจะโน้มมาหามือเล็กนั้นอย่างจงใจ

            พวกมันมีอยู่เต็มพื้นที่ทุ่งกว้างนี้ทำเอาเด็กหญิงตัวน้อยแย้มยิ้มไม่หุบและกำลังเพลินเพลินกับการสูดกลิ่นหอมละมุนจากดอกไม้เล็ก ๆ เหล่านั้น

            “กลิ่นหอมจังเลย” เนย่าดูเหมือนจะชอบพวกมันมากเป็นพิเศษแต่ดูเหมือนเด็กหญิงจะไม่ได้มีคนเดียวที่ได้มายืนชื่นชมและสูดกลิ่นหอมจากพวกมัน

            “หืม...นั่นใครกันนะ” สายตาเนย่าเหลือบไปเห็นร่างหนึ่งยืนอยู่ไม่ไกลนักผมสีดำยาวพลิ้วไหวไปตามสายลม ยืนหันหลังให้เธอคล้ายกับกำลังรอใครอยู่

            เนย่าจึงรีบเดินไปหาเพื่อทักทายหญิงสาวนางนั้นเสี้ยวหน้าด้านข้างของคนตรงหน้าดูคุ้นตา แต่ยังไม่ทันที่เธอจะถึงตัวก็มีคนเอ่ยเรียกหญิงคนนั้นเสียก่อน

             “เนลล่า” เสียงชายผู้มาเยือนใหม่เอ่ยเรียกชื่อของหญิงนางนั้นจากด้านหลังของเธอเมื่อเนย่าหันไปชายหนุ่มคนนั้นก็เดินตรงมาหาเธอ

            “อ่ะ!...คุณ” พร้อมกับเดินทะลุผ่านร่างเธอไป

            “ไม่เห็นฉันหรือเนี่ย?” เนย่าถึงกับประหลาดใจที่ร่างกายเธอนั้นโปร่งใสจนไม่มีใครสังเกตเห็นเธอได้

            “เชย์ตี้” หญิงสาวที่ถูกเอ่ยหันมาเรียกชื่อผู้มาเยือนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม

            “ห่ะ! นั่นเรเนรอสไม่ใช่เหรอ?” เนย่าประหลาดใจเพราะใบหน้าผู้หญิงคนนั้นเหมือนเรเนรอสราวกับพิมพ์เดียวกันแตกต่างที่สีผิวและรูปร่างเรเนรอสตอนนี้เป็นราชินีปีศาจเงือกแม้ในตอนนี้จะงดงามราวกับเทพแห่งท้องทะเลแต่ตอนเธอเป็นมังกรของไทโซล์ก็มีผิวกายสีม่วงและดวงตาสีอำพัน ส่วนคนตรงหน้าดูจะเป็นมนุษย์ธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้นผมดำ นัยน์ตาสีเขียวมรกตสุกใส

            ส่วนชายหนุ่มร่างสูงก็งดงามหล่อเหลาสมชายเรือนผมสีขาวมุกสะอาดรับกับดวงตาสีฟ้าใสแต่งกายราวกับเจ้าชายที่หนีออกมาเที่ยวนอกราชวังเมื่อเนย่าแน่ใจว่าทั้งสองไม่เห็นเธอจึงหยุดตั้งข้อสงสัยและตั้งใจฟังเหตุการณ์ที่เป็นไปต่อจากนี้

            “ที่นี่สวยมากเลยค่ะฉันไม่เคยเห็นที่ไหนงดงามขนาดนี้มาก่อนเลย” หญิงสาวแย้มยิ้มอย่างพึงใจดวงตาคู่งามสบมองคนตัวสูงที่รวบมือเธอมากอบกุมไว้อย่างคิดถึงพร้อมกับจุมพิตหลังมือนุ่มเบาๆ

            “ผมจะบันดาลทุกอย่างให้ตามที่คุณต้องการ” เสียงทุ้มนุ่มกังวานเอ่ยกับหญิงสาวแสดงถึงความรักและเสน่ห์หาในตัวเธออย่างมากล้น

            “ฉันรู้ว่าคุณแสนพิเศษแต่ขอเพียงคุณไม่ละทิ้งหน้าที่ก็เพียงพอแล้วค่ะ ฉันไม่ต้องการอะไรไปมากกว่านี้แล้ว” หญิงสาวยกมือบางขึ้นสัมผัสใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา

            “คุณไม่รักผมหรือ ไม่อยากให้ผมอยู่เคียงข้างคุณหรือ?” ชายหนุ่มกุมมือบางที่ยกขึ้นมาแนบแก้มคล้ายกับจะออดอ้อน

            “คุณมีหน้าที่ที่ต้องทำและดูแลฉันเองก็มีหน้าที่เช่นกันค่ะ ฉันคอยดูแลรักษาคนป่วยในโลกนี้มันคือหน้าที่ที่ฉันภูมิใจ คุณเองก็ควรภูมิใจในหน้าที่ของคุณนะคะ” เธอแย้มยิ้มด้วยความเอ็นดูคนตรงหน้าที่แม้จะดูสง่างามสุขุมยิ่งใหญ่เพียงใดแต่เมื่ออยู่ต่อหน้าเธอเขาก็เปรียบเสมือนหนุ่มน้อยขี้อ้อนจนน่ารัก

            “ผมภูมิใจเสมอ จนกระทั่งผมได้พบคุณผมอยากให้ผืนฟ้าหดเล็กลงเหลือเพียงเท่าฝ่ามือ เพื่อจะได้อยู่ใกล้คุณได้ตลอดเวลา” เขาช่างสรรหาคำหยอดเอาใจเธอจนทำเอาร่างเล็กถึงกับอมยิ้มด้วยความเขินอาย

            “แค่นี้ก็มากพอแล้วค่ะ” หญิงสาวก้มหน้าหลบดวงตาสีฟ้าคู่นั้น

            “เนลล่า ตลอดชั่วอายุนานนับกาลนานของผมไม่เคยมีผู้ใดครอบครองหัวใจของผมได้ คุณไม่เพียงเข้าใจ ไม่กลัวที่ผมแตกต่างคุณยังเอาใจใส่และดูแลผมเป็นอย่างดี ขอบคุณนะครับที่เลือกผม” ชายหนุ่มเลื่อนมือเล็กมาวางไว้บนอกอุ่นใกล้กับหัวใจของเขา

            “ค่ะ ฉันอาจจะเกิดมาเพื่อเป็นของคุณก็ได้แม้จะผ่านไปนานแค่ไหน ฉันก็คงจะรอเพื่อเกิดมาเป็นของคุณ” หญิงสาวหยอดคำหวานบ้าง

            “คุณทำให้ผมมีความสุขมากจริง ๆ เนลล่า ดอกเรนดิลสัญลักษ์แห่งท้องฟ้า หากผมจะปลูกมันก็คงจะมีเพียงที่นี่ที่ที่ผืนฟ้าและแผ่นดินบรรจบ ที่ที่พระอาทิตย์และพระจันทร์ได้พบกันเป็นช่วงเวลาที่ดอกเรนดิลจะบานสะพรั่งและส่งกลิ่นหอมเพื่อคุณหากวันใดคุณคิดถึงผมตอนผมไม่อยู่ ถ้าไม่ลำบากเกินไปก็มาที่นี่เพื่อรอคอยผมนะดอกของมันสามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้สารพัดหากคุณจะนำไปใช้เพื่อรักษาพวกเขาผมก็ไม่ขัดข้อง” ชายหนุ่มเลื่อนมือไปจับปอยผมนุ่มสลวยพร้อมกับเด็ดดอกเรนดิลมาทัดหูให้แสงเรืองของมันยิ่งขับวงหน้าสวยให้งดงามยิ่งขึ้น

            “ขอบคุณนะคะ ที่คุณยังเมตตาพวกเขาอยู่บ้าง” หญิงสาวเอ่ยขอบคุณ พร้อมกับซบหน้าลงกับอกอุ่น ชายหนุ่มก้มลงสูดกลิ่นหอมของหญิงสาวอย่างรักใคร่

            “ขอแค่พวกเขาไม่รังแกคุณก็พอมนุษย์มีทั้งดีและไม่ดีแต่หลายคนที่นี่ก็เป็นคนดีคู่ควรแก่การที่คุณจะได้รักษาให้พวกเขามีชีวิตรอดแต่หากมีผู้ใดทำร้ายคุณ ผมจะไม่มีวันให้อภัย” ชายหนุ่มกอดร่างเล็กไว้อย่างหวงแหน พร้อมกับจูบกลุ่มผมนุ่มนั้น

            “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ พวกเขาแค่ไม่เข้าใจแค่นั้นเองหากวันหนึ่งพวกเขาเข้าใจ อะไร ๆ ก็จะดีขึ้นค่ะ” เธอแย้มยิ้มพร้อมกระชับวงแขนรอบเอวสอบขึ้นบ้าง

            “ไม่เข้าใจกับกลัวมันมีเส้นบาง ๆกั้นอยู่นะเนลล่า คุณเป็นหมอที่แสนวิเศษ การรักษาของคุณไม่มีใครเทียบเท่าได้พวกเขาบางคนเลื่อมใส แต่หลายคนก็กลัวคิดว่าคุณคือแม่มดหมอผีและจ้องจะทำร้ายผมไม่อยากให้เกิดเรื่องแบบนั้น หากวันใดผมไม่อยู่ใครจะปกป้องคุณได้” ชายหนุ่มเป็นห่วงคนรักเหลือเกินด้วยภาระหน้าที่หากเขาต้องหายไปนาน ๆ ก็เกรงว่าจะมีคนคิดไม่ดีกับคนรักของเขา

            “ไม่เป็นไรนะคะที่รัก มนุษย์เราน่ะมีความเชื่อว่าทำดีก็ต้องได้ดีค่ะ ฉันรักษาคนมาตั้งมากมายก็ต้องมีสิ่งดี ๆปกป้องคุ้มครองฉันบ้างล่ะค่ะ อย่างเช่นคุณไงคะ” หญิงสาวปลอบใจพร้อมกับเลื่อนมือเอื้อมไปลูบเสี้ยวหน้าที่เครียดขึงด้วยความกังวลของชายหนุ่มคำทิ้งท้ายของเธอว่าสิ่งดี ๆ นั้น เป็นเขาแค่นั้นก็ทำชายหนุ่มถอนหายใจอย่างยอมแพ้แล้วกระชับอ้อมกอดขึ้นอีก

            “เนลล่า ผมมีสองสิ่งจะมอบให้คุณ”

            “อะไรหรือคะ แค่นี้ก็มากมายพอแล้วนะคะ” หญิงสาวเงยหน้ามองคนตัวสูงอย่างสงสัยก่อนเขาจะค่อย ๆ คุกเข่าลงตรงหน้าหญิงสาว

            “แต่งงานกับผมนะครับ” 

            “หะ!” หญิงสาวยกมือปิดปากด้วยความไม่เชื่อหูเธอกับเชย์ตี้คบหากันอยู่หลายปีโดยไม่เคยมีใครรับรู้การคบกันของเขาและเธอไม่ใช่ความลับแต่เพียงแค่คนธรรมดาจะมองไม่เห็นชายหนุ่มแค่นั้นเอง

            “ได้ไหมครับ” ชายหนุ่มส่งสายตาอ้อนวอนพร้อมกับแหวนในมือมันสวยงามประกายแสงสีฟ้าสลับม่วงบนอัญมณีสวยเม็ดเล็กนั่น ราวกับมีละอองน้ำแข็งเล็กๆ ลอยอวลอยู่รอบ ๆ บางเบา

            “มันคือหัวใจของผมครับ” เขายื่นมันให้เธออีกครั้งก่อนจะจับหน้าอกด้านซ้ายของตนเองเพื่อให้หญิงสาวรู้ว่าที่เขาบอกว่ามันคือหัวใจของเขานั้นมันคือเรื่องจริงเขาลงทุนควักหัวใจตนเองมาทำแหวนให้เธอ

            “ค่ะ...คุณเจ็บหรือเปล่าคะ” หญิงสาวตอบรับเธอรู้สึกตกใจไม่น้อยที่คนตรงหน้าทำเช่นนี้แม้มันจะไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับคนพิเศษเช่นเขาแต่สำหรับเธอที่เป็นเพียงมนุษย์แล้ว การทำเช่นนี้คนตรงหน้าต้องเจ็บปวดแน่แล้วเธอลูบมือบางสัมผัสอกของเขาด้วยสีหน้าห่วงใย

            “ไม่หรอกครับ ผมเต็มใจ รักษาหัวใจของผมไว้นะหัวใจของผมจะอยู่กับคุณเสมอ” เขาแย้มยิ้มออดอ้อนก่อนจะบรรจงสวมแหวนลงบนนิ้วเรียวแล้วจุมพิตสำทับอีก

            “เชย์ตี้” หญิงสาวเข้าสวมกอดร่างที่คุกเข่าอยู่อย่างซาบซึ้งในสิ่งที่เขาทำให้เธอ

            จู่ ๆ ชุดที่เธอสวมใส่ก็เปลี่ยนไป ชุดสีขาวเหลือบมุกประดับด้วยคริสตัลสีฟ้าเรืองแสงระยิบระยับ บริเวณลาดไหล่และกระโปรงพลิ้วสวยนั้นคล้ายกับถักทอจากขนนกที่มีขนาดใหญ่มาก เรียงซ้อนกันจนเป็นชั้นฟูฟ่อง มันงดงามจับตา

            “สวยจังเลยค่ะเชย์ตี้” หญิงสาวยืดตัวมองชุดแต่งงานสีขาวสะอาดเหลือบมุกที่ทำจากขนนกนุ่มด้วยความปลาบปลื้ม มันสวยมากจริงๆ จนเธอไม่คิดฝันว่าจะได้สวมใส่มันมาก่อน คริสตัลเม็ดเล็ก ๆดูคล้ายกับดาวที่ประดับอยู่บนเมฆนุ่ม

            “ผมอยากให้คุณรู้ว่าผมรักคุณแค่ไหนมันทำจากขนปีกของผม ผมใช้เวลากับมันมากเป็นพิเศษ เพื่อจะได้เห็นคุณสวมใส่มัน” ชายหนุ่มยืนขึ้นมองร่างงามที่สวมชุดแต่งงานที่เขาตั้งใจทำให้อย่างชื่นชมเธองดงามราวกับนางฟ้า

            “โอ ...ที่รัก คุณช่างน่ารักแสนดีเหลือเกินค่ะ” หญิงสาวถึงกับน้ำตาเอ่อคลอความรักที่เขามอบให้เธอช่างมากล้นจนไม่รู้จะหาสิ่งใดมาเปรียบได้

            “ผมแค่เพียงอยากให้คุณรู้เท่านั้นว่าผมรักคุณมากแค่ไหน” ชายหนุ่มเชยคางมนให้มองสบตาหวานซึ้งของเขาพร้อมกับเกลี่ยไล้น้ำตาให้อย่างรักใคร่

            “ค่ะ ฉันรู้ค่ะ ฉันรู้” ทั้งสองกอดและมอบจุมพิตให้แก่กันภายใต้แสงแห่งท้องฟ้าในยามที่พระจันทร์และพระอาทิตย์บรรจบท้องฟ้าเป็นสีฟ้าแกมม่วงหวาน ราวกับจะเป็นสักขีพยานรักของทั้งสอง แสงจากดอกเรนดิลพราวระยับเกสรเล็กๆของมันต้องสายลมลอยพลิ้วอยู่ในอากาศให้ความรู้สึกราวกับหิ่งห้อยน้อยนับหมื่นที่ร่วมอวยพรคู่บ่าวสาวในค่ำคืนแห่งสุขนี้

            เนย่าถึงกับน้ำตาเอ่อคลอเด็กหญิงรู้สึกซาบซึ้งและปลาบปลื้มกับความรักที่ทั้งสองมอบให้กันยิ่งนักงดงามและแสนบริสุทธิ์ 

            เงาร่างใครคนหนึ่งแอบมองภาพหวานนั้นอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ไม่ไกลเนย่าเหลือบไปเห็นเข้าจึงรีบเดินไปดู หวังว่าจะไม่ใช่คนที่คิดไม่ดีกับทั้งสองเมื่อถึงตัวคนที่แอบอยู่ก็พบว่าเขาก็มองไม่เห็นเธอเช่นกันไม่ต่างจากสองคนที่ยืนพรอดรักกันอยู่

            “คุณไทโซล์” เนย่าอุทานชื่อของชายที่แอบมองภาพของคู่รักเขาไม่ได้มีเรือนผมสีเงินยวงเหมือนตอนที่เธอเห็นทุกวันนี้แต่มันกลับมีสีน้ำตาลอมเขียวรับกับใบหน้าหล่อเหลา

            สายตาที่มองไปที่ร่างทั้งสองคนนั้นทั้งเจ็บปวดและยินดีรอยยิ้มน้อย ๆ ทั้งน้ำตาทำเอาเนย่าสงสารจับใจ คุณไทโซล์คงจะแอบรักผู้หญิงคนนั้นเช่นกันแต่เธอคงเลือกชายที่นามว่าเชย์ตี้มากกว่าสินะ แต่ว่านามนี้...คุ้นหูเธอ แต่เธอก็นึกไม่ออกว่าเคยได้ยินที่ไหน

     

            ภาพตัดวูบไหวเฉียบพลัน จนเนย่าซวนเซ จากบรรยากาศหวานรักโรแมนติกเป็นภาพหญิงสาวที่ทำการรักษาผู้บาดเจ็บหรือป่วยจากโรคร้ายในหมู่บ้านจนหายเป็นปลิดทิ้งราวกับมีเวทมนตร์

            ชาวบ้านต่างชื่นชมและเอ็นดูหญิงสาวไม่น้อยแต่ก็มีสายตาบางคนที่มองมาด้วยความอิจฉาริษยา เพราะความงดงามและเก่งกาจของเธอจึงพากันปล่อยข่าวลือว่าเธอคือแม่มดที่มีความสวยเอาไว้ล่อหลอกชาวบ้านให้หลงไหลชื่นชม

                ภาพเมืองโดยรอบช่างคุ้นตา นี่คือไฮร์แอกค์เมืองที่เธอเคยอาศัยอยู่และขโมยของประทังชีวิตในวันเก่าก่อนไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดผู้คนในเมืองนี้ก็ยังมีพวกที่ไร้เมตตาและจิตใจดำมืดอยู่ดี

            ภาพตรงหน้าเปลี่ยนแปลงอีกครั้งเป็นบ้านหลังน้อยกลางป่าเป็นที่อาศัยของหมอหญิงผู้เลื่องชื่อ ชายผู้เป็นที่รักแวะเวียนมาหาไม่ขาดแม้จะมาไม่ได้บ่อย แต่ในหนึ่งสัปดาห์เขาก็จะมาหาเธอและคอยดูแลเป็นอย่างดีหญิงสาวช่างเป็นผู้หญิงที่โชคดีและมีความสุขยิ่งนักจนกระทั่งหญิงสาวตั้งท้อง

            “ลูกของเราผู้หญิงหรือผู้ชายคะ คุณพอรู้ไหม” หญิงสาวนั่งอยู่บนเก้าอี้โยกพร้อมกับถักไหมพรมในมือเอ่ยถามชายที่กำลังยกถ้วยซุบอุ่นๆ มาวางไว้ข้าง ๆ 

            “ผมอยากให้คุณรู้เอง แต่เขาจะเป็นเด็กดีและน่ารักมาก ๆ เหมือนคุณ” ชายหนุ่มคุกเข่านั่งลงลูบท้องของหญิงสาวพร้อมกับเอาหูแนบท้องที่ป่องนูนของเธออย่างรักใคร่เนย่าถึงกับยิ้มไม่หุบความรักของทั้งสองช่างสวยงามยิ่งนัก

            ภาพตัดมาในค่ำคืนหนึ่งเนย่านั่งมองหญิงสาวท้องแก่ที่หลับใหล เธอไม่อยากให้ภาพหมุนเปลี่ยนเลยเธอชอบที่จะอยู่ใกล้ผู้หญิงคนนี้ได้จ้องมอง ได้เห็นความรักของทั้งสองที่เป็นไปมันช่างแสนสุขและอบอุ่นอย่างประหลาด 

            ในค่ำคืนนี้ฝนตกหนักพอสมควร แต่อากาศภายในบ้านกลางป่าก็อุ่นสบายจากเตาผิงหญิงสาวเผลอหลับไปในขณะที่กำลังถักถุงเท้าคู่เล็กให้ลูกน้อยอยู่ จู่ ๆแสงสว่างวาบทาบทับบนท้องฟ้าก็ทำให้เนย่าผุดลุกขึ้นจ้องมองออกไปนอกหน้าต่างที่ทำจากกระจกใสบานเล็ก

            ดาวตกสองดวงตีคู่กันมาแสงของมันสว่างจ้าราวกับกลางวันก่อนจะพุ่งเข้าหาเธอที่ยืนมองอยู่ แสงมันสว่างจนเนย่าต้องยกมือขึ้นบังตามันพุ่งเข้ามาแต่เมื่อเธอลืมตาอีกครั้งก็พบว่ามันหายไปแล้ว 

            “นั่นมันแสงอะไรกัน นึกว่ามันจะระเบิดเสียอีก” เนย่ารู้สึกเป็นห่วงคนในบ้านแต่เธอก็สบายใจขึ้นเมื่อหันกลับมาก็ยังพบว่าหญิงสาวท้องแก่ยังคงหลับใหลไม่รู้สติว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้น 

            เนย่าเบาใจที่มันไม่มีอะไรระเบิดตูมตามเธอจึงกลับไปนั่งจ้องหน้าหญิงสาวอีกครั้ง ผมดำ ดวงตาสีเขียวในกรอบตาที่หลับพริ้มมอง ๆ ไปก็มีส่วนคล้ายเธออยู่ไม่น้อยแต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมคนตรงหน้าถึงดูเหมือนเรเนรอสราวกับพิมพ์เดียวกันเช่นนี้