เช้าของวัน นรินรีบขับรถไปทำงานแต่เช้า วันนี้ฉันอยู่ในชุดกระโปรงลูกไม้ฟูฟ่องเหมือนกับที่ใส่ในทุก ๆ วัน ตามมาด้วยแว่นตาหนาเตอะที่เธอมักใส่มันอยู่เป็ประจำ
ทำไมเธอต้องแต่งตัวแบบนี้นะเหรอ ก็เพื่อป้องกันคนในบริษัทเขม่นกันเองนะสิ เธอไม่ชอบแต่งตัวเด่นในที่ทำงาน ให้พวกเขาคิดว่าเธอเป็เพียงเด็กสาวหน้าตาใส่ซื่อนั่นแหละดีแล้ว
นรินเลี้ยวรถของเธอเข้าจอดในซองก่อนเธอจะประตูลงจากรถ วันนี้เธอเปลี่ยนรองเท้าเป็ส้นสูงเสริมส้นขึ้นมานิดหน่อยจากรองเท้าคัทชูธรรมดาที่ใส่ในทุกวันเพราะมันใส่สบายและเดินสบายกว่ารองเท้าส้นสูงทั่วไปที่สูงยาวไปจนถึงพระรามแปด
เธอก้าวขาลงจากรถด้วยท่าทางสง่าราวกับนางพญาหงส์ก็ไม่ปาน ปิดประตูรถลงเดินเตาะแตะเข้าไปในที่ทำงานยกบัตรพนักงานขึ้นแตะคีย์การ์ดสแกนเข้าทำงานตามระบบบริษัท ยกมือขึ้นดันกรอบแว่นตาของตัวเองเบา ๆ ตามสไตล์สาวเฉิ่มคนชิก
ลาลั้นลา~
เดินเตาะแตะฮัมเพลงเบา ๆ ในลำคอด้วยท่าทางอารมณ์ดี บั้นท้ายส่ายไปมา วันนี้นรินเลือกทาสีลิปสติกบนริมฝีปากสีจางออกไปทางชมพูติดกรอสนิด ๆ ฉีดน้ำหอมกลิ่นบ้าน ๆ ธรรมดาโดยต่างจากลุคเมื่อคืนโดยสิ้นเชิงที่มาในนางแมวสาวยั่วสวาทจนผู้ต้องเหลียวหลัง
แอด~
“สวัสดีค่ะ พี่ตุ๊กตา” พี่ตุ๊กตาเป็หัวหน้าแผนกของนรินที่เธอทำงานด้วย นรินเอ่ยทักทายเป็กันเองเมื่อเห็นว่าพี่ตุ๊กตากำลังเดินถือแฟ้มเอกสารพะรุงพะรังเต็มมือหอบหิ้วแทบไม่ไหวเดินมาทางเธอ
“อ้าวริน มาแต่เช้าเลย พี่ฝากชงกาแฟมาให้ที่โต๊ะหน่อยสิ”
พี่ตุ๊กตายกยิ้มพยักหน้าส่งให้ ใช้ให้ฉันไปชงกาแฟมาให้
“ได้ค่ะหัวหน้า รอแป๊บนะคะ”
ฉันตกปากรับคำ ก่อนเดินเอากระเป๋าสะพายใบจิ๋วไปวางไว้ยังโต๊ะทำงานของตัวเอง เดินตัวปลิวไปยังเครื่องชงกาแฟที่ทางประธานบริษัทเตรียมเอาไว้ให้เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พนักงาน จะได้ไม่ต้องออกไปซื้อด้านนอกเข้ามาแถมยังเป็การประหยัดตังค์ไปในตัวให้กับทางพนักงานไปอีกด้วย
ไม่พอยังมีโซนพักผ่อนให้พนักงานได้นั่งเล่น มีโต๊ะสนุกเพื่อให้พนักงานทุกคนเอ็นจอยกับเพื่อนร่วมงานในแผนกตัวเอง ออกมาจอยกันเพื่อคลายเครียดในทำงานระหว่างวัน
นรินหยิบกาแฟออกมาชง เนื่องจากเธอทำมันแบบนี้ทุกวันและรู้ว่าทุกคนในที่ทำงานมักใช้ให้เธอชงกาแฟให้อยู่เป็ประจำ
คิดในใจ นี่เธอเป็พนักงานหรือเป็ขี้ข้าของพวกเขากันแน่ ใช้ให้เธอชงกาแฟอยู่ได้ทุกวันแถมยังให้ทำนั่นทำนี่ยัดเหยียดงานที่ตัวเองทำไม่ได้มาให้เธอทำอีก งานกองท่วมหัวไม่เว้นแต่ละวันจนไม่มีเวลากินข้าว ทุกคนสบาย ส่วนเธอนั่นนั่งทำงานงก ๆ จนจะเป็โรคกระเพาะตายเพราะข้าวไม่ได้กิน
ฉันละอยากจะะโออกไปดัง ๆ ว่าฉันไม่ใช่ขี้ข้านะโว้ยยยยย ใช้กันอยู่ได้ลาออกแม่ง!!! หงุดหงิด ได้แต่ทำใจท่องไว้เพื่อความมั่นคงของตัวเองอดทน เธอจึงปากกัดตีนถีบมาได้จนทุกวันนี้
มานรินคนนี้ขอสู้ตายถวายหัวให้กับงาน
เมื่อได้กาแฟแล้ว นรินจึงรีบยกกาแฟเข้าไปยังห้องทำงานของพี่ตุ๊กตาทันที มืออีกข้างถูกยกขึ้นเคาะที่ยังประตูหน้าห้องเบา ๆ
ก๊อก ก๊อก
“เข้ามาได้เลยจ้า” เสียงของพี่ตุ๊กตาดังเล็ดลอดออกมาจากในห้อง บอกให้หญิงสาวเดินเข้าไปด้านใน
นรินจึงเปิดประตูเข้าไปทันทีที่ได้รับอนุญาตจากหัวหน้างาน
“กาแฟได้แล้วค่ะพี่ตุ๊ก”
“ขอบใจจ้ะ” พี่ตุ๊กตาเงยหน้าขึ้นเอ่ยขอบคุณฉันและส่งยิ้มอ่อนให้อีกเช่นเคย
ทีอย่างงี้ล่ะยิ้มหวานให้กันเชียว
“รินวันนี้งานเยอะหรือเปล่า พอดีพี่จะวานรินเอาแฟ้มงานที่พี่ตรวจเสร็จขึ้นไปให้บอสข้างบนหน่อย”
“เอ่อ ว่างค่ะ” ด้วยความปากไว ลืมนึกไปว่าบอสที่เธอต้องเจอหน้าคือประธานบริษัทตัวเองที่เธอเพิ่งจะวันไนท์สแตนด์กับเขามาเมื่อคืน
อือ งานเข้าล่ะไง โอ้ย!! ปากหน๋อปากอยากตีปากตัวเองจริง ๆ แล้วแบบนี้เธอจะทำยังไงล่ะ
“นี่จ้ะ” พี่ตุ๊กตายื่นแฟ้มเอกสารที่เซ็นแล้วบนโต๊ะยกขึ้นมาวางแหมะลงบนมือของฉัน ฉันส่งยิ้มแห้งให้พี่ตุ๊กตาไปเบา ๆ เฮอ ๆ ยังไงดีนรินแกจะทำยังไงดี
“เอาขึ้นไปส่งให้ถึงมือบอสเลยนะ บอสน่าจะคุยงานอยู่ชั้นบนกับคุณทิม”
หืม? คุณทิมเท่าที่นรินรู้มา เหมือนเขาจะเป็เพื่อนสนิทของคุณกายเ้านายของเธอ ไม่รู้ว่าสนิทกันถึงมากแค่ไหน แต่เธอคิดว่าก็น่าจะระดับหนึ่งเพราะเธอเห็นเขาเข้ามาที่บริษัทอยู่บ่อย ๆ
“เอ่อคือ พี่ตุ๊กตาคะ พิมว่าให้คนอื่น..ไป..”
“รีบไปได้แล้วเดี๋ยวบอสรอ เสร็จแล้วก็รีบลงมาช่วยงานพี่ พี่มีงานให้เธอต้องไปทำต่อ” พี่ตุ๊กตาไม่ได้ฟังคำขอของเธอเลยยังไม่ทันพูดจบก็ต้องหน้าเจื่อนลงไปตามปริยาย
กลายเป็ว่าฉันในตอนนี้มายืนหยุดอยู่หน้าห้องทำงานของคุณกายเ้านายแล้วเรียบร้อย
สองเท้ายืนแทบไม่มั่นคงมันออกจะสั่นเล็กน้อยด้วยซ้ำ ไม่คิดว่าจากสาวมั่นจะกลายเป็สาวเฉิ่มตามคาแรคเตอร์ไปซะงั้น
ฮือ T^T ชีวิตคนสวยอย่างฉันจะทำยังไงดี ถ้าไม่ติดว่าเมื่อคืนเธอดันเล่นด้วยแล้วล่ะก็เธอคงเดินเปิดประตูเข้าไปในห้องทำงานแล้วเรียบร้อย
แต่นี่มันผู้ชายที่เธอนอนด้วยเลยนะ กลัวว่าเขาจะจำเธอได้นี่สิ เฮ้อ ~
แอด ~
เสียงประตูหน้าห้องทำงานถูกเปิดออกเผยให้เห็นชายรูปร่างสูงโปร่งเดินออกมาจากห้องทำงาน เปรยสายตามองมายังเด็กสาวตรงหน้า ดวงตาสีเทาสะท้อนอยู่ในกรอบแว่นทำงานหญิงสาวอย่างนรินเชยตาขึ้นไปมองราวกับต้องมนต์สะกดจากชายตรงหน้า
ผู้ชายคนนี้ดูดี สุขุม และร้ายกาจไปในทางเดียวกันลุคดูออกไปทางแบดกายสูงราว ๆ หนึ่งร้อยแปดสิบอัปเมื่อเทียบกับหญิงสาวที่ใส่ส้นสูงเสริมส้นแล้วเธอยังดูเตี้ยไปเลยเพราะเธอสูงเพียงหัวไหล่ของเขาเท่านั้น
ฮือ ~ หล่อ จนน่าหลงใหล ละสายตาออกห่างไม่ได้เลย
นรินมองอีกฝ่ายตาค้างความเร่าร้อนในตัวของเธอพลุ่นพล่านระอุอยู่ในทรวงอก
ไฟร้อนรุ่มเนื้อตัวรู้สึกกระดี๊กระด๊าเมื่อเจอผู้ชายหล่อเขาคนนี้คือคุณทิมเพื่อนของคุณกายเ้านายของเธอนั่นเอง
“มาหาไอ้กายเหรอ เข้าไปสิ”
“ยืนบื้ออยู่ทำไม”
วืดดด เมื่อชายตรงหน้าพ่นคำพูดออกมาเท่านั้นแหละ ทำเอานรินวืดหน้าเหวอเรียวคิ้วกระตุกไปเลย
เหอะ! หล่อชะเปล่า แต่ปากแบบนี้ใครจะไปเอากันล่ะยะ เสียบุคลิกหล่อแบดหมด
หมดกันความหล่อเบ้าหน้าฟ้าประทานของคุณพี่แก
“นี่ยัยเฉิ่ม ได้ยินที่ฉันพูดหรือเปล่า”
ห๊ะ เขาเรียกฉันว่าอะไรนะ ยัยเฉิ่มอย่างนั้นเหรอ โหย คุณพี่!!!
นรินแทบหันขวับเงยหน้าขึ้นไปมอง
“เอ่อคือ...”
“ไอ้กายมันรับพนักงานเงอะ ๆ แบบเธอเข้ามาทำงานได้ไงวะ พูดด้วยแล้วยังเงอะงะตอบช้าอีก หลบไป ๆ ฉันต้องไปละ” ร่างสูงจับตัวเธอให้หลบออกห่างจากประตูยกมือขึ้นโบกมือไล่เดินไปกดลิฟต์
ติ๊ง ~
เสียงประตูลิฟต์ถูกเปิดออกร่างสูงก้าวขาเข้าลิฟต์ไป เล่นเอานรินมองตามจนตาแทบถลนออกมา
ยกกำปั้นทำท่าจะเตะขาออกไป
หน็อยยย เรียกยัยเฉิ่มยังพอทน แต่ไม่เห็นกันอยู่ในสายตาแถมพูดจาหมาไม่แดกแบบนี้นริน ริน คนนี้รับไม่ได้
อยากจะกรีดร้องออกมาดัง ๆ เดินกระทืบเท้าตึงตังด้วยความโมโหเข้าไปในห้องทำงานของเ้านายหนุ่ม
“คุณกายคะ คุณตุ๊กตาให้ดิฉันมาส่งเอกสารให้คุณค่ะ”
จากที่กลัวว่าเขาจะจำเธอได้ไม่กล้าเข้ามากลับกลายเป็ว่าเธอดันโมโหเพื่อนของเ้านายไปเมื่อกี้เอาความเหวี่ยงนั้นกล้าเดินเข้าห้องมา
กายยังคงเซ็นเอกสารอยู่บนโต๊ะทำงานและไม่ได้เงยหน้าขึ้นมามองเธอสักนิด
“วางไว้บนโต๊ะ”
ชายหนุ่มจรดปากกาเซ็นลายเซ็นลงบนกระดาษเสร็จแล้วจึงเงยหน้าขึ้นมามองหญิงสาวที่เอาเอกสารมาส่ง
แต่เขาเป็ต้องขมวดคิ้วเรียวหนาตัวเองเข้าหากัน พนักงานคนนี้หน้าตาท่าทางจืดชืดทำไมถึงได้คุ้นนัก รูปร่างสัดส่วนดูคุ้นไปหมดราวกับเขาเคยเจอกับเธอที่ไหน ว่าแต่เขาเคยรับพนักงานหน้าตาแบบนี้เข้าทำงานด้วยเหรอทำไมถึงไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนหรือเขาเลือกมันส่งเดชไป คงงั้นมั้ง กายครุ่นคิดกับหน้าตาพนักงานสาวตรงหน้า
“เอ่อ ค่ะ” ฉันรีบก้มหน้าก้มตาเดินหน้าเหวี่ยงก้าวขาขึ้นมาบนโต๊ะทำงานก่อนวางแฟ้มเอกสารลงเมื่อวางเสร็จแล้วจึงรีบหันหลังเตรียมก้าวขาออกไป
“เดี๋ยว” ชายหนุ่มเรียกรั้งเธอเอาไว้
หญิงสาวหลับตาลงนึกว่าจะหลบพ้นซะแล้ว ทำไมเขาต้องมาเรียกเธอไว้กันนะ นรินก้มหน้าหันหน้ากลับมา ทำเอากายงุนงงว่าเธอก้มหน้าทำไม ไม่กล้าสบตาเขาอย่างนั้นเหรอ ร่างสูงจึงลุกขึ้นจากเก้าอี้เดินเข้ามาหาเธอใกล้ ๆ ทำให้นรินได้กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ จากตัวของชายหนุ่ม
กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยจากเมื่อคืนที่เธอสูดดมจนเก็บเอาไปฝัน
โอ้ยยย ตั้งสติแป๊บ ><
“คะ”
“เธอ”
ร่างสูงขยับตัวเข้ามาใกล้เล่นเอานรินก้าวขาถอยไปด้านหลังตามมาด้วยร่างสูงก้าวเตาะแตะตามมา
“เอ่อ คุณกายมีอะไรหรือเปล่าคะ” สาวแว่นยังคงก้มหน้าก้มตาไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมามองนึกในใจ
เขาคงจำเธอไม่ได้หรอกมั้ง
ปึก~ ร่างของนรินชนเข้ากลับขอบโต๊ะทำงานของเ้านายทำเอาเธอไม่มีทางหลบหนีไปได้แล้ว
ร่างสูงเอียงคอมองร่างบางอ้อนแอ้นเด็กสาวตรงหน้าผ่านกรอบแว่นเมื่อเขานั้นสูงกว่าเธออยู่มาก มองไล่ระดับลงมายังต้นขอระหง ก่อนกระตุกยิ้มออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นรอยจ้ำสีม่วงจาก ๆ
หึ รอยแบบนี้มีเพียงเขาเท่านั้นที่ทำมัน ถึงจะมีคอนซีลเลอร์ปกปิดแต่ยังไงมันก็ปิดสายตาดุจเหยี่ยวของเขาไม่มิดอยู่ดี
เลื่อนสายตาลงไปมองยังบัตรพนักงานที่ห้อยอยู่บนคอของสาวตรงหน้า
มุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มเ้าเล่ห์ โน้มมือทางสองข้างทาบลงไปกับขอบโต๊ะเล่นเอาตัวนรินเอนหลบไปด้านหลัง หัวใจของเธอเต้นตุบ ๆ เสียงดังโครมครามด้วยความตื่นเต้น
งื้อ ~ คะ คุณ กายเขา ตึกตัก ตึกตัก
หนีกันไปหน้าตาเฉย แถมยังมาโผล่ในที่ทำงานของเขาด้วยหน้าตาเด็กสาวใสซื่อธรรมดา หึ เธอมันร้าย
ร่างสูงโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้แนบชิดกับใบหูเล่นเอาหัวใจของนรินกระตุกไหววูบ ไม่แม้แต่จะกล้าขยับตัว
“ลีลาเด็ดขนาดนี้ ไม่คิดว่าคุณจะทิ้งผมกลับไปไม่บอกกันเลยนะครับคนสวย”
อ๊ะ ~ ฉันใเงยหน้าขึ้นไปมองคุณกายทำให้เราทั้งคู่สบตากันและเกือบริมฝีปากแตะโดนกันไปอีก
“ทำไมครับ จำกันไม่ได้แล้วเหรอคุณ” กายเปรยตาลงมามองหญิงสาวผ่านแว่นตาหนาเตอะ
ขะ เขา จำได้ยังไง