ตอนที่ 120 ขบวนทัพลัทธิกระหายชีวา
*****ไม่อนุญาตให้นำนิยายไปดัดแปลงหรือเผยแพร่ช่องทางอื่นทุกกรณีนะครับ*****
อีวาและเฟิร์สใช้ชีวิตอยู่กับครอบครัวของอีวาที่หมู่บ้านเควนอันสงบสุข
วันที่พวกเขากลับมาเฟิร์สไม่ได้เปิดเผยการบ่มเพาะของตนเองออกมา ทำให้เขายังดูเหมือนหญิงสาวธรรมดาที่ไม่ธรรมดา เพราะท่วงท่าและการแสดงออกของเขานั้นดูสง่างามยิ่ง แม้จะมีหน้าตาเหมือนเดิมก็ตาม
ร่างของอีวาในตอนนี้แม้จะสวมชุดสาวชาวบ้านก็ยังดูสูงส่งเหนือคนทั่วไป นั่นเป็นผลมาจากการย้อนคืนสู่สายเลือดนั่นเอง
เฟิร์สและครอบครัวของอีวากลับมายังหมู่บ้านเควนด้วยความสมถะ ชาวบ้านที่พบว่าเดวิดและโซเฟียถูกปล่อยตัวแล้วก็ต่างมายินดีกับพวกเขา แล้วเอ่ยชมว่าอีวาสวยขึ้น ทั้งๆ ที่ใบหน้าของเธอยังเหมือนเดิม สิ่งที่เปลี่ยนก็แค่เรือนผมและคิ้วที่เป็นสีขาวเท่านั้น
ทั้งหมู่บ้านไม่มีใครรู้เลยว่าอีวาคือนายท่านที่ห้าและเป็นถึงผู้บ่มเพาะขอบเขตราชวงศ์ขั้นกลาง แม้แต่เหล่าครูฝึกที่ไม่อาจสัมผัสถึงได้
เฟิร์สได้ปล่อยให้อีวาได้ใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างมีความสุข แม้ในบางวันเขาจะต้องเข้ามาอยู่ในร่างนี้ เขาก็ไม่ได้ทำหน้าที่ของอีวาอย่างขาดตกบกพร่อง
จนกระทั่งในวันหนึ่ง ซึ่งเป็นวันที่อีวาได้อยู่ในร่าง จาชาเอลเจ้าเมืองฟิราเดเฟียร์ได้ขี่สัตว์พาหนะตรงมาที่บ้านของเธอ
สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านของหมู่บ้านเควนเป็นอย่างมาก
“นั่นมันท่านเจ้าเมืองไม่ใช่หรอ? ทำไมท่านถึงมาที่นี่กัน?”
“เขาตรงไปที่บ้านของเดวิด หรือว่าเขาจะมาจับสองผัวเมียนั่นกลับไป?”
“พวกเขาหลบหนีมาอย่างนั้นหรอ?”
“เจ้าเมืองมาที่นี่ด้วยตัวเองจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน พวกเรารีบไปดูกันเถอะ”
ชาวบ้านต่างมีความอยากรู้อยากเห็นมากขึ้นจึงพากันไปที่บ้านของอีวา
แต่เมื่อเขาไปถึง ภาพที่เห็นนั้นต่างไปจากที่พวกเขาคิด เพราะเจ้าเมืองกำลังตะโกนวิงวอนอย่างร้อนรน
“นายท่านที่ห้า? นายท่านที่ห้านั้นคือใครกัน ทำไมเขาถึงมาเรียกนายท่านที่ห้าอยู่หน้าบ้านของเดวิด?”
“ข้ารู้จักแต่นายท่านทั้งสี่ของจอมปราชญ์ แต่ไม่รู้จักนายท่านที่ห้าที่ว่าเลย”
ในขณะที่ผู้คนกำลังถกเถียงกัน ประตูบ้านก็ถูกเปิดออก สตรีผู้มีเรือนผมและคิ้วสีขาวในชุดหญิงชาวบ้านธรรมดาก้าวออกมา
จาชาเอลไม่รอช้าเขารีบทามมือไว้กลางอกแล้วโค้งเคารพทันที
“พบนายท่านที่ห้า!”
ผู้คนเมื่อเห็นท่าทางที่เคารพนอบน้อมของเจ้าเมืองต่ออีวาก็พากันตกตะลึงจนอ้าปากค้าง คางยานจนจะถึงพื้น
“นะ ... นั่นเขาเรียกอีวาว่านายท่านที่ห้า! แล้วการแสดงความเคารพแบบนั้นมันหมายความว่ายังไงกัน?”
อีวาที่เคยอาศัยอยู่ในร่างของเฟิร์สและเจอเหตุการณ์แบบนี้มามากแล้ว เธอจึงดูสงบนิ่งและเยือกเย็นเป็นอย่างมาก
ดวงตาคู่งามมองไปที่ชายชราร่างอ้วนและเอ่ย “มีเรื่องอะไร เจ้าถึงมาหาข้าที่นี่”
“เรียนนายท่านที่ห้าเกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว ที่เมืองโอลาซึ่งเป็นชายแดนของอาณาจักรดัชชิมได้มีกองกำลังลึกลับบุกทำลาย ผู้คนต่างหนีตายมาทางนี้และกองทัพนั้นก็ตรงมาที่นี่ด้วย” จาชาเอลรีบกล่าวรายงาน
หัวคิ้วของอีวาขมวดเข้าหากันในทันที
“พวกมันไม่ได้โจมตีเพียงเมืองเดียวแต่กำลังมุ่งมาที่นี่อย่างนั้นหรอ? แล้วทางอาณาจักรเล่าพวกเขาทำยังไงกับเรื่องนี้?”
“เหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก ข้าพึ่งส่งคนไปแจ้งทางอาณาจักร แต่กองทัพของศัตรูนั้นเคลื่อนที่เข้ามาเร็วมาก พวกมันกวาดผ่านสองเมืองตามรายทางอย่างรวดเร็ว และอีกไม่นานพวกมันก็จะมาถึงเมืองฟิราเดเฟียร์ของพวกเราแล้ว”
“พวกมันเป็นกองทัพที่มากับเมฆดำใช่หรือไม่?”
“ท่านรู้?” จาชาเอลกล่าวอย่างทึ่งๆ
ดูเหมือนว่าตอนนี้อีวาจะคาดเดาได้แล้วว่ากองกำลังพวกนั้นคือกองทัพของลัทธิกระหายชีวา
ตลอดเวลาเนื่องจากเธอไม่ได้รับใช้อาณาจักรจึงไม่ได้รับรู้สถานการณ์ของอาณาจักรรอบข้างและยิ่งไม่รู้ด้วยว่าทางอาณาจักรมีแผนที่จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
เหตุการณ์นี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่กะทันหันเป็นอย่างมาก ซึ่งอีวาก็รับรู้ถึงอานุภาพของกองทัพผู้กลืนกินเป็นอย่างดีว่าพวกเขาสามารถจัดการเมืองๆ หนึ่งได้ง่ายดายเท่าใด
การที่จะโจมตีอย่างไม่ได้ตั้งตัวแล้วรุกคืบได้รวดเร็วขนาดนี้จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจ
อีวาไม่ได้ตอบคำถามของจาชาเอล เธอเอ่ยถามต่อว่า “อีกนานเท่าใดมันจะมาถึงเมืองฟิราเดเฟียร์?”
“พวกมันเดินทางด้วยรวดเร็วนัก คาดว่าอีกเพียงไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงก็จะมาถึงที่นี่แล้ว หากเป็นเช่นนั้นทั้งเมืองฟิราเดเฟียร์และหมู่บ้านโดยรอบคงจะไม่รอดพ้นจากพวกมันแน่”
“หืม ...” อีวาพ่นลมหายใจ หยุดไปครู่หนึ่งแล้วเอ่ยต่อว่า “เช่นนั้นเจ้าก็นำทางข้าไปยังทิศทางที่พวกมันเดินทางเข้ามา”
“ฮะ? วะ ... ว่าไงนะขอรับ?” จาชาเอลตกใจจนรนราน เขาไม่คิดว่าตนเองจะไปเผชิญหน้ากับกองทัพเช่นนั้น
“เจ้านี่มันไม่ได้เรื่องเลยจริงๆ” อีวาเอ่ยอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนที่เธอจะก้าวเข้าไปหาเขาแล้วคว้าคอเสื้อ ร่างกายกระพริบถี่ๆ แล้วหายไปจากที่นั่น
ผู้คนที่มองดูต่างขนลุกชูชัน แม้แต่เดวิดและโซเฟียที่เป็นพ่อแม่ของอีวาก็ยังต้องตกใจในอำนาจของลูกสาว
“ทะ ... เธอหายไปแล้ว หายไปพร้อมกับเจ้าเมือง ...”
“นายท่านที่ห้า ... หรือว่าเธอจะเป็นลูกศิษย์คนที่ห้าของท่านจอมปราชญ์จริงๆ”
“เดวิด โซเฟีย เรื่องราวมันเป็นยังไงกันแน่?”
ผู้คนเริ่มหันไปสนใจสองผัวเมียที่ยืนอยู่หน้าบ้าน แล้วต่อจากนั้นพวกเขาก็เริ่มซักถาม ซึ่งพวกเขาก็ตอบกลับไปอย่างไม่ปิดบัง เพราะยังไงเรื่องนี้ก็ไม่สามารถปิดได้อยู่แล้ว
ทันทีที่ได้รู้ความจริงผู้คนก็ต่างเปลี่ยนสายตาเริ่มมองทั้งคู่อย่างมีความเคารพ
นี่คือพ่อแม่ของนายท่านที่ห้า พวกเขาที่เป็นชาวบ้านธรรมดาย่อมไม่กล้าที่จะล่วงเกิน
ขณะเดียวกันที่เมืองฟิราเดเฟียร์ บนท้องฟ้าเหนือเมืองคนทั้งสองก็ได้มาปรากฏขึ้นที่นี่
ด้วยอำนาจของขอบเขตราชวงศ์ การเคลื่อนย้ายพริบตาจึงเป็นเรื่องที่ธรรมดานัก
ทันทีที่มาถึง บนน่านฟ้านั้นอีวาก็มองเห็นเงามืดที่กำลังคืบคลานเข้ามา นี่คือครั้งที่สองที่เธอได้เห็นกับภาพนี้
“ที่นั่นสินะ”
อีวาร่อนลงไปด้านล่างแล้ววางจาชาเอลลง
“ขอรับ มันใกล้เข้ามาแล้ว ... ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเคลื่อนเข้ามาเร็วกว่าที่ข้าคิด ไม่นานพวกมันคงจะมาถึงที่นี่แล้ว!” จาชาเอลเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่สั่นเทา
เขานั้นหวาดกลัวเป็นอย่างมาก ว่ากันว่าอาณาจักรได้ส่งดยุกหลายคนไปประจำที่เมืองชายแดน แต่พวกมันก็ยังสามารถบุกทำลายมาถึงที่นี่ได้
อีกไม่นานเมืองของเขาก็คงไม่ต่างจากเมืองอื่นๆ ชีวิตของเขาคงหาไม่ไปตามๆ กัน
ชายชราร่างอ้วนหันไปมองหญิงสาวผู้มีเรือนผมและคิ้วสีขาวอย่างมีความหวัง เขารู้ว่าอีวาคือขอบเขตราชวงศ์ เมื่อขอบเขตราชวงศ์ปรากฏตัวที่นี่แล้ว ภัยร้ายที่คืบคลานเข้ามาเขาหวังว่ามันจะหายไป
“จงไปนำผลึกฟ้าทั้งหมดมาที่นี่ ข้าจะสร้างค่ายกลปกป้องเมืองนี้ไว้ เร็วเข้า!” อีวาออกคำสั่ง
“ระ ... รับทราบขอรับ”
จาชาเอลรีบทำทุกอย่างอย่างรวดเร็ว เขาสั่งให้คนนำเอาผลึกฟ้าขนมาที่ยอดหอคอยของปราสาทเป็นจำนวนมากเท่าที่เขาจะทำได้
“ไม่มีเวลาแล้ว เอาแค่นี้แหละ”
อีวารีบผนึกมุทราสร้างวงแหวนอักขระออกมาทันที
เนื่องจากเธอที่แลกเปลี่ยนความทรงจำกับเฟิร์สอยู่แล้ว ความสามารถในด้านอักขระจึงพัฒนาขึ้นมาอย่างเท่าเทียม
เพียงเวลาไม่นาน วงแหวนอักขระที่ใช้พลังของผลึกฟ้าก็ครอบคลุมทั้งเมือง
หมู่บ้านเควนอยู่อีกฟากหนึ่งของเมือง หากเธอสามารถจัดการกองทัพลัทธิกระหายชีวาได้ก่อนที่พวกมันจะมาบุกเมือง ชีวิตพ่อแม่ของเธอก็จะปลอดภัย
ผู้คนต่างมองดูนายท่านที่ห้าวางม่านพลังป้องกันเมืองอย่างทึ่งๆ ในดวงตามีความยำเกรงในสตรีผมขาวตรงหน้านี้
“ข้าจะไปจัดการพวกมันด้วยตนเอง” อีวาเอ่ยก่อนที่ร่างของเธอจะกระพริบและหายไปจากตรงนั้น
“นายท่านที่ห้า!”
ผู้คนมากมายต่างซาบซึ้งในตัวตนของหญิงสาว
“นายท่านแห่งยอดเขาฮาดาลงมือด้วยตนเอง เธอต้องหยุดยั้งกองทัพปีศาจนั้นได้แน่”
ผู้คนต่างภาวนาให้อีวาทำมันได้สำเร็จ
ขณะเดียวกันความมืดก็ปกคลุมท้องฟ้าอีกฟากฝั่งหนึ่งและคืบคลานเข้ามาอย่างรวดเร็ว
ความมืดนั้นคล้ายเมฆหมอกแต่มันกลับหาใช่ไม่
มีเพียงปรมาจารย์จารึกระดับสูงเท่านั้นถึงจะมองออกว่ามันคือวัตถุจารึกที่ทรงพลังอย่างหนึ่ง ซึ่งสิ่งนั้นก็คือ “ยานหมอกฟ้าทมิฬ” ยานพาหนะที่ใช้ลำเลียงกองทัพของลัทธิกระหายชีวานั่นเอง
แม้อีวาจะไม่รู้จักชื่อของมัน แต่ก็พอมองออกได้ว่ามันคือวัตถุจารึกชิ้นหนึ่ง ซึ่งผู้ควบคุมมันจะต้องเป็นตัวตนที่ไม่ต่ำกว่าขอบเขตราชวงศ์อย่างแน่นอน
ตอนนั้นเองร่างของหญิงสาวผู้มีเรือนผมและคิ้วสีขาวก็ได้ปรากฏขึ้นบนท้องฟ้าซึ่งห่างจากขบวนทัพลัทธิกระหายชีวาไม่ไกลนัก
“ผู้ใดกันกล้าขวางทางกองทัพลัทธิกระหายชีวา!” น้ำเสียงที่แหบแห้งดังกระหึ่มกึกก้องออกมาจากความมืดนั้น ก่อนที่ร่างอันผอมแห้งจนผิวหนังติดกระดูกจะเผยตัวออกมา
ใช่แล้ว ... เขาก็คือสัตว์ประหลาดเฒ่าที่เฟิร์สเคยพบในตอนนั้น!