ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    บทที่41 ข้อแลกเปลี่ยนที่คาดไม่ถึง



    เนื่องจากเรนเดลสำเร็จมหาเวทในระดับที่แปด เขาจึงมีความสามารถใช้มหาเวทเปิดประตูมิติเพื่อย่นระยะทางไปกลับ ระหว่างสถาณที่หนึ่ง กับอีกสถาณที่หนึ่งได้ โดยมีข้อแม้ว่าสถาณที่นั้นเขาต้องเคยเดินทางไปถึงมาแล้ว ทำให้เรนเดลสามารถไปเรียนหนังสือตามปกติ และกลับมายังฐานที่มั่นของอาราก้อนได้


    แรกๆอาราก้อนและทหารของเขาทุกคนต่างแปลกใจกับเวทเคลื่อนย้ายของเรนเดล แต่ภายหลังพวกเขาเห็นกันจนชินตาแล้ว หลังจากสู้รบร่วมกับเรนเดลมาหนึ่งอาทิตย์


    ประตูมิติถูกเปิดอีกครั้ง หลังเรนเดลเลิกเรียน เขามาพร้อมกับรถเข็นขนาดใหญ่ที่บรรทุกกล่องกระสุนและระเบิดพกพาสำหรับใช้รบในวันนี้ และวันนี้เรนเดลไม่ได้มาตัวคนเดียว แต่เพื่อนห้องหนึ่งของเขาทุกคนติดตามมาด้วย เพราะเรนเดลทนคำรบเร้าของเพื่อนๆไม่ไหว จึงคิดว่าจะพามาเที่ยว และส่งกลับโรงเรียนที่หลัง



    “สถาณการณ์วันนี้เป็นยังไงบ้าง” เรนเดลเอ่ยถามนายสิบคนหนึ่งที่มาขนอาวุธสงคราม ทหารนายนั้นก้มหัวก่อนจะเริ่มเล่าสถาณการณ์


    “พวกนั้นเริ่มนำมังกรจากวังหลวง ติดเครื่องทิ้งระเบิดใช้งานเลียนแบบเราครับ แต่พลซุ่มยิงของเราซึ่งดักรออยู่ก่อนแล้ว ทำการสอยมังกรได้มากกว่าครึ่ง ทางเราจึงไม่เสียหายมากนัก”


    “หน่วยสอดแนมที่ฉันส่งไปสืบข้อมูลกองทัพในเมืองหลวง เป็นยังไงบ้าง” เรนเดลเอ่ยถาม “มีวี่แววว่าอาณาจักรเสือขาวกับสาธารณรัฐเหยี่ยวดำจะส่งกำลังมาช่วยไหม นอกเหนือไปจากการส่งอาวุธสนับสนุน”


    โจแอนนา เซร่า และลูเธอร์รู้สึกไม่ค่อยดี เมื่อพวกเขาและเธอได้ยินว่าประเทศตัวเองมีส่วนในการช่วยเหลือกบฏ


    “เรียนตามตรงฝ่าบาท” ทหารคนนั้นกล่าว “สองอาณาจักรส่งทัพมาช่วยเหลือพวกราชวงศ์ใหม่แล้วครับ และรถถังทั้งสิบคันของราชวงศ์ใหม่ที่พวกเราทำลายมันในการสู้รบ ก็ได้รับการซ่อมแซมจนสามารถนำมาใช้งานได้แล้วครับ”


    “ทัพของพวกมันอยู่ระหว่างลำเลียงใช่มั้ย” เรนเดลถามเสียงเรียบ เขาไม่มีท่าทีตกใจเลยแม้แต่น้อย


    “จากที่หน่วยข่าวกรองส่งข้อมูลมาให้ล่าสุด ทั้งสองกองทัพที่มาสนับสนุน กำลังอยู่ในช่วงระหว่างเดินทาง”


    “รอก่อนนะ” เรียวจิกล่าว “เดี๋ยวฉันจะรีบกลับไปจัดเตรียมกองกำลังส่วนตัว สกัดพวกสาธารณรัฐเหยี่ยวดำเอาไว้ ส่วนนายนิโคลัส ช่วยต้านพวกเสือขาวได้ไหม”


    “ขอโทษนะ” นิโคลัสกล่าว “พ่อของฉันไม่อนุญาติน่ะ ฉันลองขอไปก่อนหน้านี้แล้ว ท่านว่าไม่ใช่เรื่องของอาณาจักรหมาป่าเทา”


    “งั้นนายก็ไปช่วยฉันต้านทัพเหยี่ยวดำ” เรียวจิกล่าว “ถ้ายังเห็นว่าเรนเดลเป็นเพื่อนอยู่ และหากนายยังคิดอยากให้พวกเราเป็นพันธมิตร หลังจากที่เรนเดลได้รับชัยชนะแล้ว”


    “ก็ได้” นิโคลัสกล่าวเสียงเรียบ ใบหน้าของเขาไร้ซึ่งการแสดงสีหน้าใดๆ ก่อนที่เรนเดลจะเปิดประตูวาร์ปให้พวกเขาทั้งสองคน และฮายาโตะกลับไปเตรียมกองทัพ


    “ฉันและทหารบางส่วนจะไปสกัดทัพของพวกเสือขาวเอง” เรนเดลกล่าว “ฝ่ากท่านอาราก้อนดูแลเพื่อนๆของฉันด้วยนะ”


    “ขอโทษนะคะ เรนเดล” เซร่ากล่าวเสียงเศร้า “คนของประเทศฉันสร้างความเดือดร้อนให้คุณแท้ๆเลยเชียว”


    “เธอไม่ผิดหรอก” เรนเดลกล่าวพลางส่งยิ้มให้อีกฝ่าย “ที่ผิดคือพวกนักการเมืองที่ตกลงผลประโยชน์แล้วต่างหากล่ะ”


    “ฉันจะไปกับนายด้วย” เร็นเสนอตัวช่วยเรนเดล “เห็นแบบนี้แต่ฉันเองก็เคยใช้อาวุธจริงต่อสู้กับศัตรูมาแล้วนะ ไม่ต้องห่วง”


    “ฉันเองก็จะขอไปกับเรนเดลค่ะ” โคโตโนฮะกล่าวพลางยกมือ “ไปกันแค่สองคนฉันเป็นห่วงน่ะ”


    “ขอถามก่อนที่จะติดตามฉันไปนะ” เรนเดลกล่าวเสียงเครียด พลางจ้องหน้าทั้งสองคน “เร็น โคโตโนฮะ ทั้งสองคนเคยฆ่าคนแล้วหรือยัง”


    “เคยค่ะ” โคโตโนฮะตอบด้วยน้ำเสียงสูงกว่าปกติ แววตาเธอสั่นไหว เรนเดลดูออกทันทีว่าเธอโกหก ส่วนเร็นปิดปากเงียบสนิท


    “พวกเธอทั้งสองคนเป็นแค่เด็กอายุสิบสี่ อนาคตยังอีกยาวไกล ไปคราวนี้อาจไม่ได้กลับ” เรนเดลด้วยน้ำเสียงห่วงใย “เรื่องนี้เป็นปัญหาของฉัน ฉันจะจัดการเอง พวกเธอหลบอยู่ที่นี่ดีกว่า”


    “แต่เรนเดลคะ นายเองก็อายุแค่สิบสี่นี่” โคโตโนฮะกล่าวแย้งทันที “ทีนายยังออกไปต่อสู้ได้เลย ทำไมฉันจะสู้ไม่ได้ล่ะ”


    “นั่นสิ” เร็นกล่าว “ทำไมเจ้าชายเรียวจินายยังไม่ห้ามเขาเลยล่ะ รายนั้นถ้าพลาดท่าตายไป นายนั่นแหละจะเดือดร้อน เรนเดล”


    “งั้นก็ได้” เรนเดลกล่าว ฉันจะนับหนึ่งถึงสาม ถ้าทั้งสองสามารถตั้งรับเวทของฉันได้ ฉันถึงจะอนุญาติให้ไป


    เร็นและโคโตโนฮะตั้งท่าพร้อมต่อสู้ทันที เมื่อได้ยินคำกล่าวของเรนเดล  เช่นเดียวกับโจแอนนา ลูเธอร์ เซร่าที่เดินเข้ามาใกล้ เพื่อจะรับการทดสอบจากเรนเดลด้วย


    “นี่มันอะไรกัน” เรนเดลกล่าวด้วยความประหลาดใจ “พวกเธอทั้งหมดคิดจะไปกับฉันหรือ”


    “ก็ใช่น่ะสิ” โจแอนนากล่าวด้วยน้ำเสียงภาคภูมิ “อย่าคิดว่าบุตรสาวคนโตของตระกูลไพรมารี่จะขี้ขลาดน่ะ”


    “ถ้าคุณหนูทั้งสองของไพรมารี่ไป” ลูเธอร์กล่าวสนับสนุน “ผมเองก็คงต้องไปด้วยแหละ”


    เรนเดลถอนใจ ก่อนจะหัวเราะในลำคอ ตอนแรกเขาตั้งใจจะใช้เวทสุดแรงซัดทั้งเร็นและโคโตโนฮะให้กระเด็นออกไป เพื่อที่ทั้งสองจะได้ไม่ต้องไปช่วย แต่ตอนนี้เรนเดลรู้แล้ว ว่าเขาไม่ควรปฏิเสธน้ำใจนั้น


    “ยังมีคนที่ฉันสามารถพึ่งพาได้ในยามยากสินะ” เรนเดลกล่าว “งั้นก็ตามใจ ตามฉันให้ทันแล้วกันล่ะ”


    ทางด้านของเรียวจิ นิโคลัส และฮายาโตะนั้น เมื่อเขาเดินออกจากวาร์ปของเรนเดลพวกเขาก็มุ่งตรงไปยังกองบัญชาการทหารองครักษ์ทันที


            “ในนามของเจ้าชายลำดับที่สี่ของจักรวรรดิ และองค์รัชทายาทลำดับที่สอง” เรียวจิกล่าวกับผู้บัญชาการทหารสูงสุดของจักรวรรดิ ที่ยืนตรงทำความเคารพเขาอยู่ “ฉันขอสั่งให้นายเตรียมกำลังทหารราบห้าพันนายให้ฉันทันทีเดี๋ยวนี้”  


            “เป็นสิทธิของพระองค์ที่จะบัญชาทหารราบห้าพันนายได้ทันที ตามยศฐาบรรดาศักดิ์ของพระองค์” ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกล่าว “แต่หม่อมฉันมีสิทธิที่จะรู้ ว่าพระองค์จะนำกำลังทหารไปทำอะไร เพราะนี่คือทหารหลวงส่วนกลาง ไม่ใช่ทหารจากเมืองที่พระองค์ปกครองอยู่”


            “ขืนรอเกณฑ์ไพร่พลจากเมืองที่ฉันปกครองอยู่ คงไม่ทันพอดี” เรียวจิกล่าว “ฉันจะนำกำลังไปช่วยเรนเดล ฟอกการ์ด จากการปราบปรามของพวกราชวงศ์ใหม่น่ะสิ”


            “อ่อ อย่างนี้นี่เอง” ผู้บัญชาการทหารสูงสุดกล่าว “หากจะสู้กับราชรัฐจิ้งจอกแดงที่มีพันธมิตร หม่อมฉันเกรงว่าทหารแค่ห้าพันนายคงไม่พอพะยะค่ะ ในฐานะทหาร หม่อมฉันคงไม่อาจให้พระองค์ไปเสี่ยงชีวิตได้”


            “จะห้ามฉัน หรือจะเข้าร่วมกับฉัน” เรียวจิกล่าว “ท่านผอบอสูงสุด ท่านคงรู้นะว่าทุกวันนี้กองทัพกบฏของเรนเดล ได้รับอาวุธสงครามสนับสนุนจากใคร หากไม่ใช่ฉันหรือท่านพี่”


            ผอบอทำท่าตะเบ๊ะทันที เมื่อได้ยินคำพูดของเรียวจิ


            “สาเหตุที่พระองค์ไม่ตรงกลับไปเมืองที่พระองค์ปกครองอยู่ แต่เลือกจะมาขอทหารจากส่วนกลาง ก็เพราะจะให้หม่อมฉันช่วยมิใช่หรือพะยะค่ะ”


            “ก็รู้นี่” เรียวจิกล่าวพลางยิ้มที่มุมปาก “เอาล่ะ เตรียมกำลังของจักรวรรดิเราให้พร้อม เราจะไปช่วยเรนเดลกัน หากเสด็จพ่อหรือองค์จักรพรรดินีทรงกริ้วขึ้นมา ฉันยินดีจะรับผิดชอบเรื่องทั้งหมดเอง”


            ในขณะที่เรียวจิกำลังจะยื่นมือให้ผอบอสูงสุดจับนั้น พวกเขาทั้งสองได้ยินเสียงรองเท้าส้นสูงดังมาแต่ไกล หญิงสาววัยสามสิบต้นๆ ในชุดคลุมผ้าไหมสีแดง ลงลายด้วยหงส์สีทองเดินมาอย่างรีบร้อน เรียวจิและนิโคลัสโค้งคำนับทันที ในขณะที่ผอบอและฮายาโตะต้องคุกเข่าลงกับพื้น


            “ถวายบังคมองค์จักรพรรดินี” เรียวจิกล่าวก่อนจะเงยหน้ามองหญิงสาวงดงามคนหนึ่ง ที่มีผมสีแดงเพลิง และมีดวงตาสีเขียวเข้มบนใบหน้าเรียวคม หากไม่มีใครรู้อายุเธอ จะต้องเดาว่าเธอมีอายุไม่ถึงยี่สิบปีแน่ๆ และจะยิ่งตกใจกว่านั้น ถ้าได้รู้ว่าลูกชายของเธอ รัชทายาทจุนอิจิมีอายุถึงยี่สิบปีแล้ว


            ถึงแม้เธอจะดูงดงาม และน่าหลงใหล แต่ตัวจริงของเธอนัั้นเป็นคนที่เข้มงวด และดุดัน คนในวังไม่มีใครกล้ามองเธอด้วยความเสน่ห์หาอย่างแน่นอน เพราะพวกเขารู้ถึงผลตอบแทนนั้นดี ว่าจะมีจุดจบอย่างไร


            “ขโมยอาวุธของประเทศไปให้เพื่อนยังไม่พอ” จักรพรรดินีกล่าวด้วยน้ำเสียงตำหนิ “ยังจะมาขโมยกองกำลังส่วนกลางไปช่วยพวกกบฏของราชรัฐจิ้งจอกแดงอีกหรือ”


            “หม่อมฉันช่วยเพื่อนจากการถูกขโมยบัลลังค์” เรียวจิกล่าวเสียงเรียบ เขาพยายามไม่สบตากับจักรพรรดินี เพราะนั่นจะทำให้นางเข้าใจว่าเรียวจิกำลังท้าทาย “เพื่อนของหม่อมฉัน เรนเดล ฟอกการ์ด มีค่าเพียงพอที่จะช่วยเหลือพะยะค่ะ”


            เรียวจิแอบเจ็บใจเล็กน้อย ที่พี่ชายต่างแม่ของเขา จุนอิจิ ดูเหมือนจะโยนขี้มาทางเขาหมดเลย เรื่องของอาวุธสงคราม จักรพรรดินีคงไม่รู้แน่ๆ ว่าลูกชายตัวเองแอบค้าอาวุธเถื่อน


            “องค์จักรพรรดิกำลังล้มป่วย อำนาจทั้งหมดอยู่ที่ข้า” จักรพรรดินีกล่าว “และข้าจะไม่อนุญาติให้เจ้านำกำลังไปช่วยเพื่อนของเจ้าแม้แต่คนเดียว เรียวจิ หากเจ้าฝ่าฝืนไม่ฟังคำข้า ข้าจะปลดเจ้าเป็นสามัญชนซะ และส่งกลับตระกูลโฮตารุของแม่เจ้า”


            เธอมองเรียวจิด้วยสายตาขุ่นเคือง ก่อนจะปรายตามองแขกที่เธอไม่รู้จัก นิโคลัสโค้งคำนับพอเป็นพิธี และไม่ได้พูดอะไรต่อ


            เรียวจิกำหมัดกัดฟันแน่น หนทางช่วยเรนเดลถูกตัด เขาไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อ หากเขาไม่ช่วยเรนเดลอาจต้องพ่ายศึก หรือถ้าหากเรนเดลบังเอิญชนะ จักรวรรดิมังกรไฟจะไม่ใช่พันธมิตรของราชรัฐจิ้งจอกแดงใหม่อีกต่อไป ไม่ว่าทางไหนเขาก็มีแต่เสียกับเสีย


            เรียวจิกัดฟันด้วยความเจ็บใจ ก่อนจะก้มลงคุกเข่าทันที


            “ก็ได้พะยะค่ะ องค์จักรพรรดินี” เรียวจิกล่าวเสียงขุ่น “แลกตำแหน่งเจ้าชายของหม่อมฉัน กับชัยชนะของเรนเดล หม่อมฉันยินดี ขอแค่ได้กองกำลังไปช่วยเขา”


            “ช่างโอหังยิ่งนัก” จักรพรรดินีกล่าว “ข้าห้ามเจ้าถึงเพียงนี้ ยังจะกล้าลองดีอีกหรือ ทหาร!! จับเจ้าชายเรียวจิและไอ้คนแปลกหน้านี่ไปขังคุกหลวงซะ”


            เหล่าองครักษ์นับสิบต่างกรูกันเข้ามาเตรียมจะจับกุมตัวเรียวจิทันที หลังสิ้นเสียงของจักรพรรดินี แต่เรียวจินั้นสะบัดทหารทุกคนออกมา ก่อนจะมองไปที่จักรพรรดินี


            “ขอให้ละเว้นเจ้าชายนิโคลัส แห่งอาณาจักรหมาป่าเทาด้วยพะยะค่ะ” เรียวจิอธิบายด้วยน้ำเสียงสิ้นหวัง “เขาไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้”


            “ก็ได้” จักรพรรดินีกล่าว “นำตัวเรียวจิและองครักษ์ของเขาไปขังคุก ส่วนเจ้าชายนิโคลัส เราจะติดต่อให้คนของอาณาจักรหมาป่าเทามารับตัวทีหลัง”


            “หม่อมฉันขอกลับเอง” นิโคลัสกล่าว “หากต้องรอคนของหม่อมฉันมารับ กลัวว่าจะไปแจ้งข่าวให้เรนเดลไม่ทันการ”


            “แจ้งข่าวอะไรหรือ” จักรพรรดินีเอ่ยถามด้วยความสงสัย


            “แจ้งว่าไม่มีกองกำลังเสริม ขอให้เขาพยายามด้วยตัวเองพะยะค่ะ องค์จักรพรรดินี”


            “ไม่จำเป็น” จักรพรรดินีกล่าว “ข้าจะขอรับรองความปลอดภัยของเจ้า เจ้าชายจากหมาป่าเทา ขืนปล่อยเจ้ากลับไปเองแล้วเสียชีวิตระหว่างทาง อาณาจักรหมาป่าเทาคงได้โทษราชวงศ์เราแน่ๆ”



            ว่าแล้วองครักษ์สองคนก็ประกบตัวของนิโคลัสทันที เพื่อบังคับให้เขาเดินไปยังห้องรับรอง ทำเอานิโคลัสมองหน้าจักรพรรดินีด้วยท่าทีเอาเรื่อง แต่อีกฝ่ายกลับส่งยิ้มอย่างสดใส พลางโบกมือให้


            เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย เรียวจิและฮายาโตะโดนขังคุก ส่วนนิโคลัสถูกนำไปห้องกักกัน รัชทายาทจุนอิจิก็ออกมาจากมุมห้องทันที ด้วยสีหน้าแห่งชัยชนะ


            “ขอบพระทัยเสด็จแม่” จุนอิจิกล่าวพลางทำความเคารพ “หากไม่ได้ท่านช่วยคลี่คลายสถานการณ์ ป่านนี้ธุรกิจของเรากับตระกูลราฟบลัด คงต้องล่มสลายแน่ๆ”


            “แม่ไม่ปล่อยให้ธุรกิจของเราล่มหรอก” จักรพรรดินีกล่าว “ส่งทหารเฝ้ายามเรียวจิและองครักษ์ของมันอย่างแน่นหนา ส่วนเจ้าชายนิโคลัสเราจะสังหารมัน และโทษว่าเป็นความผิดเรนเดล เท่านี้เราก็ไม่ต้องกลัวว่าอาณาจักรหมาป่าเทาจะสนับสนุนเรนเดลอีกแล้วล่ะ”


            “เสด็จแม่ช่างปราดเปรื่องยิ่งนัก” จุนอิจิกล่าวชมเชย “งั้นเราจะสังหารนิโคลัสยังไงดีล่ะ วางยามัน หรือตัดหัวมันแล้วส่งไปให้อาณาจักรหมาป่าเทา”


            “วางยาก็น่าสนนะ” เสียงของนิโคลัสดังข้างตัวรัชทายาทจุนอิจิ “ศพสวยด้วย ไม่น่ากลัวแบบผีหัวขาด”


            ทั้งจุนอิจิและจักรพรรดินีสะดุ้งโหยง เมื่อพบว่านิโคลัสเดินกลับมา ด้านหลังเขาพบองครักษ์นอนตัวงอเป็นกุ้ง ดูท่าจะถูกนิโคลัสเล่นงานเสียยกใหญ่


            “แก” จุนอิจิกล่าวด้วยน้ำเสียงโทสะ แต่ทว่านิโคลัสไวกว่า เขาเรียกดาบเวทสีเงินขนาดใหญ่กว่าสองเมตรออกมา ก่อนจะพุ่งเข้าไปเอาใบดาบพาดคอทั้งจุนอิจิและจักรพรรดินี


            “แกจะทำอะไร” จักรพรรดินีกล่าวเสียงสั่น “ยังไงแกก็ไม่รอดออกไปจากที่นี่หรอกนะ”


            “ละครลิงของท่านมันจบลงแล้วล่ะ จักรพรรดินี” คราวนี้เป็นเสียงของเรียวจิ ด้านหลังเขามีฮายาโตะและเร็นเดินตามมาติดๆ พร้อมกับองครักษ์ชุดเกราะซามูไรสีทองจำนวนกว่าสามสิบคน


            “องครักษ์เสื้อทอง” จุนอิจิกล่าวเสียงสั่น “กองกำลังของเสด็จพ่อนี่...แกบัญชาทัพของเสด็จพ่อได้ยังไง”


            “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ในเมื่อท่านพ่อมาด้วยตัวเองนี่”


            สิ้นเสียงของเรียวจิ เรนเดลก็ช่วยพยุงชายคนหนึ่งเดินเข้ามา ชายคนนี้อายุประมาณสี่สิบต้นๆ หน้าตาอิดโรย เขาสวมชุดผ้าไหมสีเหลืองปักลายมังกรทอง และยังมีโคโตโนฮะคอยกางฉัตรทองคำเอาไว้เหนือหัวชายคนนี้อยู่ตลอดเวลาอีกด้วย


            “เสด็จพ่อ” จุนอิจิกล่าวเสียงสั่น ในขณะที่จักรพรรดินีหน้าซีดเป็นไข่ต้ม


            “ข้าได้ยินเรื่องทุกอย่างแล้วล่ะ” องค์จักรพรรดิกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ต้องขอบคุณเจ้าชายเรนเดล ที่ช่วยรักษาพิษในตัวข้า จนข้าสามารถลุกขึ้นมาเดิน...และพูดได้อีกครั้ง”



            “เสด็จพี่” จักรพรรดินีกล่าวเสียงอ่อน “ท่านยังไม่แข็งแรง กลับไปพักเถอะนะเจ้าคะ ตรงนี้ข้าจะจัดการเอง”


            “เจ้าเรียกใครเสด็จพี่ นังคนทรยศ” องค์จักรพรรดิกล่าว “นับแต่นี้ไป ตัวข้า จักรพรรดิแห่งจักรวรรดิมังกรไฟ ยางามิ เรเซะ ขอปลดจักรพรรดินีจากตำแหน่ง ลดลงเหลือตำแหน่งสนม และปลดรัชทายาทจุนอิจิออกจากตำแหน่งรัชทายาท โดยข้าจะให้เรียวจิขึ้นเป็นรัชทายาทแทน...คำสั่งนี้จะมีผลทันที และเดี๋ยวนี้”


            สิ้นคำสั่งของจักรพรรดิ สองแม่ลูกก็เข่าอ่อนทันที จนองครักษ์ต้องมาช่วยประคองทั้งสองคนไปพัก ส่วนจักรพรรดิเรเซะเรนเดลช่วยประคองมานั่งที่โต๊ะ ก่อนจะร่ายเวทรักษาเพิ่มเติม เพื่อให้จักรพรรดิมีแรงมากกว่านี้


            “ข้าไม่คิดมาก่อนเลย ว่าจะมีคนรักษาข้าได้” องค์จักรพรรดิกล่าว “ข้าติดหนี้บุญคุณท่านแล้วสิ เจ้าชายเรนเดล”


            “หามิได้ ฝ่าบาท” เรนเดลกล่าว “ข้าเป็นเพื่อนกับเจ้าชายเรียวจิ ท่านเป็นพ่อของเพื่อนข้า ก็เสมือนเป็นพ่อของข้าด้วย มีหรือข้าจะไม่ช่วยเหลือท่าน หากช่วยได้”


            “งั้นก็ดี” จักรพรรดิกล่าวด้วยน้ำเสียงร่าเริง แม้ว่าเขาจะดูอิดโรย “ถือเสียว่าข้าได้ลูกชายเพิ่มมาอีกคน เอาล่ะ ข้ารู้ว่าท่านมีเรื่องจะขอร้องข้า ถึงดั้นด้นมาที่นี่...จงบอกมาเถิด แล้วข้าจะช่วยเหลือ”


            เรนเดลก้มหัวให้ ก่อนจะยิ้มที่ริมฝีปาก เขาคิดว่าหนทางในการกู้บัลลังค์ของเขา คงไม่ยากเย็นอะไรแล้ว หากได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าของประเทศโดยตรง


            “เรื่องที่หม่อมฉันจะขอมีเพียงเรื่องเดียวพะยะค่ะ” เรนเดลกล่าว “นั่นคือหม่อมฉันต้องการยืมกำลังทหารและอาวุธสงครามเต็มรูปแบบจากท่าน...แน่นอนว่าหม่อมฉันจะชดเชยให้อย่างงาม หลังทุกอย่างจบลง”


            “ปกติข้าไม่เคยช่วยเหลือใคร ด้านกำลังทหาร” องค์พระจักรพรรดิกล่าว “แต่เห็นแก่ที่ท่านช่วยเหลือข้า และมองว่าข้าเป็นพ่อคนหนึ่ง...ข้าจะช่วยเหลือสักครั้งหนึ่ง แต่ข้ามีข้อแม้”


            “ข้อแม้อะไรว่ามาเถอะฝ่าบาท” เรนเดลกล่าว “หากข้าทำได้ ข้าจะทำ”


            “จักรวรรดิมังกรไฟของข้า อยากจะดองเป็นญาติกับราชรัฐจิ้งจอกแดง...ดังนั้นราชินีของท่าน จะต้องเป็นคนของจักรวรรดิมังกรไฟ และเป็นตระกูลญาติของข้า”


            จักรพรรดิกล่าวก่อนจะมองไปที่โคโตโนฮะ พลางยิ้มน้อยๆ ทำเอาโคโตโนฮะก้มหน้าหลบด้วยความเขินอาย


            “เจ้าชายเรนเดล ข้าคิดว่าข้าเจอคนที่เหมาะสมและคู่ควรกับท่านแล้วล่ะ...บางทีธิดาของมิโกะศักดิ์สิทธิแห่งจักรวรรดิ น่าจะมีเกียรติและศักดิ์ศรีพอจะเป็นราชินีของท่านนะ”


            ทั้งเรนเดลและโคโตโนฮะหน้าแดงก่ำ เมื่อได้รับการจับคู่กับจักรพรรดิ ทำเอาทุกคนรอบข้างยินดีไปด้วย โคโตโนฮะนั้นอายจนหันหลังให้เรนเดลเสียแล้ว ในขณะที่เรนเดลเองก็ไม่กล้าทักอะไรอีกฝ่าย เพราะกลัวว่าจะทำโคโตโนฮะเขินอายไปมากกว่านี้


            “ฮ่าๆๆ ข้าเดาไม่ผิดจริงๆ” จักรพรรดิกล่าว “ตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเจ้าเดินมาหาข้าด้วยกัน ข้าก็ว่าแล้วล่ะ ว่าทั้งสองช่างเหมาะสมกันยิ่งนัก”


    คล้ายกับเรื่องถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic ที่คุณอ่าน