สายลมเย็นะเืพัดผ่านทิวไม้ที่บิดเบี้ยวในป่าอสูรหมอกทมิฬ หอบเอากลิ่นคาวเืของพยัคฆ์ลายเมฆาให้คลุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ท่ามกลางบรรยากาศที่เงียบสงัดจนน่าขนลุก กลุ่มทหารรับจ้าง 'เขี้ยวหมาป่า' ทั้งห้าคนกำลังยืนล้อมรอบร่างของเด็กหนุ่มที่ดูแสนจะอ่อนแอและเปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเืและดินโคลน
"ฮ่าๆๆ! ์และปฐีช่างมีตาเสียจริง! วันนี้พวกเราไม่ต้องออกแรงล่าสัตว์อสูรให้เหนื่อยเปล่า กลับมีเหยื่อชั้นดีมาประเคนผลประโยชน์ให้ถึงที่!" หลางต้า หัวหน้าทหารรับจ้างผู้มีรอยแผลเป็บนใบหน้าหัวเราะร่า แววตาของมันเต็มไปด้วยความละโมบเมื่อจ้องมองซากพยัคฆ์ลายเมฆา ก่อนจะปรายตามองมู่เฉินราวกับมองมดปลวกตัวหนึ่งที่ไร้ค่า
"ลูกพี่หลาง... จะเอายังไงกับไอ้สวะนี่ดี? ถึงมันจะเป็สวะ แต่มันก็คือคุณชายของตระกูลมู่เชียวนะ หากพวกเราลงมือแล้วเื่แดงขึ้นมา..." สมุนคนหนึ่งเอ่ยถามด้วยความลังเลเล็กน้อย มือของมันกำด้ามดาบสั่นๆ
"ตระกูลมู่แล้วอย่างไร!" หลางต้าตวาดเสียงกร้าว น้ำลายกระเซ็น "ที่นี่คือป่าอสูรหมอกทมิฬ! ดินแดนที่ไม่มีกฎหมาย ไร้ซึ่งการควบคุม! ต่อให้เป็องค์ชายจากเมืองหลวงมาตายที่นี่ ก็ไม่มีใครหาศพเจอ! ยิ่งมันเป็แค่ขยะที่ถูกตระกูลทอดทิ้ง ฆ่ามันทิ้งแล้วโยนศพให้หมาป่ากิน ก็ถือเป็การทำความสะอาดโลกใบนี้แล้ว!"
มู่เฉินที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนพื้นดินแสร้งทำเป็ตัวสั่นเทา เขาไอออกมาอย่างรุนแรงราวกับคนใกล้ตาย ทว่าภายใต้เส้นผมที่ปรกหน้า ั์ตาสีรัตติกาลกลับสงบนิ่งและเย็นเยียบประดุจผิวน้ำในฤดูเหมันต์ที่ซ่อนห้วงลึกอันไร้ก้นบึ้งไว้เบื้องล่าง
‘์และปฐีช่างกว้างใหญ่ ทว่าสันดานของมนุษย์กลับคับแคบและโสมมยิ่งนัก... ผู้อ่อนแอคือเนื้อสมัน ผู้เข้มแข็งคือราชสีห์ นี่สินะ กฎเกณฑ์แห่งเต๋าที่แท้จริงของโลกหล้า ความเมตตาปรานีเป็เพียงถ้อยคำหลอกลวงที่ผู้แข็งแกร่งสร้างขึ้นเพื่อปลอบประโลมเหยื่อก่อนที่จะถูกกลืนกิน’ มู่เฉินรำพึงในใจอย่างเ็า
มือขวาที่ซ่อนอยู่ใต้แขนเสื้อของเขากำด้ามมีดสั้นเหล็กดำไว้แน่น ปราณดาราสีดำประกายเงินในจุดตันเถียนที่เพิ่งทะลวงเข้าสู่ระดับสี่ เริ่มหมุนวนอย่างช้าๆ รอคอยจังหวะปลดปล่อยพลังทำลายล้างที่อัดแน่นอยู่ภายใน
"อาซาน... ไปจัดการเชือดคอมันซะ แล้วค้นตัวดูว่ามียันต์หรือแหวนมิติอะไรซ่อนไว้อีกหรือไม่ ส่วนพวกเ้าที่เหลือ ไปชำแหละเอาหนังและกระดูกของพยัคฆ์ตัวนี้มา!" หลางต้าออกคำสั่งอย่างเยือกเย็น
"รับทราบลูกพี่!" ชายร่างผอมแห้งผิวคล้ำที่ชื่ออาซานแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม มันชักดาบสั้นที่เอวออกมาและเดินเข้าไปหามู่เฉินอย่างเชื่องช้า ปลายดาบสะท้อนแสงสลัวดูน่าหวาดหวั่น กลิ่นอายของขั้นรวบรวมปราณระดับสี่แผ่ออกมาจากร่างของมัน
"คุณชายมู่... อย่าโกรธแค้นพวกข้าเลยนะ ชาติหน้าก็เกิดมาเป็คนที่มีเส้นชีพจรดีๆ จะได้ไม่ต้องมาตายอนาถเยี่ยงสุนัขข้างถนนเช่นนี้!" อาซานหัวเราะเยาะ พลันเงื้อดาบขึ้นสูงหมายจะบั่นคอของมู่เฉินให้ขาดสะบั้นในดาบเดียว
ทว่า!
ในเสี้ยววินาทีที่คมดาบกำลังจะแหวกอากาศลงมาบดขยี้ลำคอของมู่เฉินนั้นเอง บรรยากาศรอบกายของเด็กหนุ่มพลันเกิดการบิดเบี้ยวอย่างรุนแรง! ร่างที่เคยนอนสั่นเทาอย่างอ่อนแอหายวับไปจากสายตาของอาซานราวกับภูตผีที่กลืนหายไปในเงามืด!
"หืม? มันหายไปไห..."
คำพูดของอาซานยังไม่ทันหลุดออกจากลำคออย่างสมบูรณ์ พลัน! ปรากฏเงาดำสายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นมาจากพื้นดินทางด้านซ้ายของมันด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ! มู่เฉินมิได้ใช้กระบวนท่าที่สวยงามหรือซับซ้อนใดๆ มีเพียงสัญชาตญาณดิบเถื่อนและการเคลื่อนไหวที่ดุดัน มีดสั้นเหล็กดำที่ห่อหุ้มด้วยปราณดาราสีทมิฬตวัดวาดเป็เส้นโค้งที่ไร้ความปรานี!
ฉั๊วะ!!
เสียงเนื้อและหลอดลมถูกตัดขาดดังชัดเจนท่ามกลางความเงียบ อาซานเบิกตากว้างจนแทบถลนออกจากเบ้า มือที่ถือดาบชะงักค้างกลางอากาศ รอยเส้นสีแดงบางๆ ปรากฏขึ้นที่ลำคอของมัน ก่อนที่โลหิตสาดกระเซ็นจะพุ่งกระฉูดออกมาดั่งน้ำพุร้อน ย้อมหมอกสีเทาให้กลายเป็สีแดงฉาน!
ร่างของอาซานล้มตึงลงกับพื้น ชักกระตุกเพียงสองสามครั้งก็สิ้นลมหายใจ ทิ้งไว้เพียงดวงตาที่เบิกโพลงด้วยความตกตะลึงสุดขีด มันตายโดยที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าสวะที่มันกำลังจะฆ่า ลงมือสังหารมันได้อย่างไร!
มิคาด! เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในเวลาเพียงไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ! ทหารรับจ้างที่เหลืออีกสี่คนรวมถึงหลางต้าต่างยืนตัวแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่า พวกมันมองร่างที่ไร้ิญญาของอาซานสลับกับร่างของมู่เฉินที่ค่อยๆ ยืนหยัดขึ้นอย่างสง่างาม
"ไอ้สวะ... จ... เ้าทำอะไรลงไป!" หลางต้าตวาดลั่น ความหวาดกลัวเริ่มคืบคลานเข้ามาในจิตใจ ทว่าความโกรธแค้นและสัญชาตญาณเอาตัวรอดกลับมีมากกว่า
มู่เฉินสะบัดคราบเืออกจากปลายมีดสั้นช้าๆ หยดเืตกลงกระทบพื้นหินเสียงดังติ๋ง ใบหน้าที่หล่อเหลาและเ็าของเขาค่อยๆ เงยขึ้น ั์ตาสีรัตติกาลที่ทอประกายแสงสีเงินจ้องมองกลุ่มคนเบื้องหน้าประดุจมัจจุราชที่กำลังมองดูรายชื่อคนตาย
"ข้าก็แค่... ส่งสุนัขรับใช้ของเ้าไปรอที่ปรโลกก่อนล่วงหน้าเท่านั้น" มู่เฉินกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่ากลิ่นอายที่แผ่ออกมากลับหนักอึ้งและเต็มไปด้วยรังสีฆ่าฟันที่เย็นเยียบถึงกระดูก
"บังอาจนัก! ฆ่ามัน! สับมันเป็ชิ้นๆ ซะ!" หลางต้าคำรามลั่น มันชักดาบเล่มใหญ่ออกมาจากกลางหลัง พลังปราณขั้นรวบรวมปราณระดับเจ็ดปะทุขึ้นอย่างเต็มที่ ปราณสีเหลืองคล้ำห่อหุ้มร่างกายของมันราวกับเกราะหนา
ทหารรับจ้างอีกสามคนที่เหลือซึ่งมีระดับพลังอยู่ที่ขั้นรวบรวมปราณระดับสี่และระดับห้า ต่างพุ่งทะยานเข้าหามู่เฉินพร้อมกันจากสามทิศทาง อาวุธในมือของพวกมันเปล่งประกายปราณหมายจะรุมสังหารเด็กหนุ่มให้ดับดิ้น
"พวกขยะที่ไม่รู้จักเจียมตัว..." มู่เฉินแค่นเสียงเย็น
ครืนนนน!!
ในวินาทีนั้นเอง กลิ่นอายที่มู่เฉินพยายามสะกดข่มไว้ก็ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ! พลังปราณดาราสีดำประกายเงินะเิออกจากจุดตันเถียน พุ่งทะยานขึ้นสู่ฟ้าดุจัทมิฬที่ตื่นจากการหลับใหล แรงกดดันอันมหาศาลแผ่ซ่านครอบคลุมพื้นที่รัศมีสิบวา ทำให้ใบไม้แห้งบนพื้นถึงกับแหลกละเอียดเป็ผุยผง!
"น... นี่มันพลังบ้าอะไรกัน! ข... ขั้นรวบรวมปราณระดับสี่?! แต่ทำไมความกดดันมันถึงได้น่ากลัวขนาดนี้! มันข่มปราณระดับห้าของข้าจนแทบจะหยุดไหลเวียน!" ทหารรับจ้างคนหนึ่งกรีดร้องด้วยความหวาดผวา ร่างกายของมันสั่นสะท้านและก้าวขาไม่ออกเมื่อต้องเผชิญกับปราณดาราที่สูงส่งและป่าเถื่อน
นี่คือความอหังการของวิชา 'กลืนดารา์'! พลังหยินหยางของดวงดาวมีความบริสุทธิ์และหนาแน่นกว่าปราณฟ้าดินทั่วไปหลายสิบเท่า แม้มู่เฉินจะเพิ่งทะลวงผ่านเข้าสู่ระดับสี่ ทว่าพลังรบที่แท้จริงของเขานั้นเหนือล้ำยิ่งกว่า!
มู่เฉินไม่เปิดโอกาสให้พวกมันได้ตั้งตัว เขาใช้ออกด้วย 'ก้าวเท้าดารา' ร่างของเขาแยกออกเป็เงาสายประสาน พุ่งเข้าหาทหารรับจ้างที่อยู่ใกล้ที่สุด หมัดซ้ายที่อัดแน่นไปด้วยปราณสีดำกระแทกเข้าที่หน้าอกของศัตรูอย่างจัง!
เปรี้ยง!!
เสียงกระดูกซี่โครงและแผ่นอกยุบตัวลงดังก้องสนั่น พลังปราณดาราทะลวงจุดเข้าสู่ร่างกายของทหารรับจ้างผู้นั้น บดขยี้อวัยวะภายใน ทั้งหัวใจและปอดจนแหลกเหลว! ร่างของมันปลิวละลิ่วไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่จนลำต้นหักโค่น โลหิตสาดกระเซ็นออกมาจากปากก่อนจะสิ้นใจคาที่ในหมัดเดียว!
"อ๊ากกก! ปีศาจ! มันคือปีศาจชัดๆ!" ทหารรับจ้างอีกสองคนที่เหลือขวัญหนีดีฝ่อ ความละโมบมลายหายไปสิ้น พวกมันทิ้งอาวุธและหันหลังวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต
"ในเมื่อรนหาที่ตายแล้ว คิดว่าจะหนีพ้นกฎเกณฑ์แห่งเต๋าไปได้รึ?" มู่เฉินแสยะยิ้มอำมหิต เขาเตะเศษดาบดาบที่ตกอยู่บนพื้นด้วยปลายเท้า ดาบพุ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสูง ทะลวงเข้าที่กลางหลังของทหารรับจ้างคนหนึ่งจนทะลุออกหน้าอก ร่างของมันล้มกลิ้งไปกับพื้นเืไหลนอง
ส่วนอีกคนหนึ่งที่กำลังจะวิ่งหนีหายไปในม่านหมอก มู่เฉินพุ่งตามไปประชิดตัวราวกับเงาตามตัว เขาตวัดมีดสั้นเหล็กดำในมือขวาตัดขั้วหัวใจของมันจากด้านหลังอย่างไร้ปรานี!
เพียงไม่กี่ลมหายใจ ทหารรับจ้างสี่คนถูกสังหารเรียบ!
เหลือเพียงหลางต้า หัวหน้ากลุ่มที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่เื้ั ใบหน้าของมันซีดเผือดราวกับกระดาษ ดาบเล่มใหญ่ในมือที่เคยหนักแน่นบัดนี้กลับสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ มันมองดูซากศพของลูกน้องด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวระดับสลายิญญา
"จ... เ้าไม่ใช่สวะ... ข่าวลือนั่นมันหลอกลวง! เ้ามันคืออัจฉริยะปีศาจ!" หลางต้าก้าวถอยหลัง ปราณระดับเจ็ดของมันถูกข่มขวัญจนไม่กล้าแม้แต่จะโจมตี
"ในโลกนี้ไม่มีผู้ใดเป็สวะ มีเพียงผู้ที่แข็งแกร่งและผู้อ่อนแอเท่านั้น" มู่เฉินก้าวเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ รังสีฆ่าฟันแผ่ซ่านออกจากร่าง ราวกับยมทูตที่กำลังนับถอยหลังอายุขัย "และในวันนี้... เ้าคือผู้อ่อนแอ!"
"อย่าเข้ามานะเว้ย! ข้าสู้ตายแน่!" หลางต้าถูกต้อนให้จนตรอก มันรู้ดีว่าไม่อาจหลบหนีได้ มันะเิพลังทั้งหมดที่มีในชีวิตออกมา ดาบใหญ่ถูกฟาดฟันลงมาด้วยกระบวนท่าที่แข็งแกร่งที่สุด 'ดาบหมาป่าคลั่งบดขยี้ภูผา!'
คลื่นปราณสีเหลืองคล้ำพุ่งแหวกอากาศเข้าหามู่เฉิน ก่อตัวเป็เงาหัวหมาป่าขนาดั์ที่อ้าปากกว้างหมายจะกลืนกินเด็กหนุ่มเข้าไป นี่คือการโจมตีแลกชีวิตของผู้ฝึกยุทธ์ระดับเจ็ด!
มู่เฉินมองการโจมตีนั้นด้วยสายตาว่างเปล่า เขาไม่ได้หลบหลีก ทว่าเพียงแค่ง้างกำหมัดขวาขึ้น ปราณดาราสีดำควบแน่นที่หมัดจนเกิดเป็วังวนขนาดย่อมที่ดูดกลืนแม้กระทั่งแสงสว่าง ก่อนจะชกออกไปปะทะกับเงาหมาป่าสีเหลืองนั้นตรงๆ!
ตู้มมมม!!
เสียงะเิกัมปนาทดังก้องป่าอสูร คลื่นพลังงานกระแทกกระจายออกไปรอบทิศ ถอนรากถอนโคนต้นไม้ใบหญ้าในรัศมีหลายสิบวา ทว่าภาพที่เกิดขึ้นกลางฝุ่นควันกลับทำให้หลางต้าต้องสิ้นหวัง เมื่อหมัดที่หุ้มด้วยปราณดาราของมู่เฉิน บดขยี้คลื่นดาบของมันจนแตกซ่านเป็เศษเล็กเศษน้อยราวกับกระจกที่ถูกค้อนเหล็กทุบ!
"เป็ไปไม่ได้!!" หลางต้ากรีดร้องสุดเสียง
มู่เฉินพุ่งทะลวงฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย เข้าประชิดตัวหลางต้า มือซ้ายของเขาคว้าหมับเข้าที่ลำคอของชายร่างใหญ่ ยกมันขึ้นลอยเหนือพื้นดินอย่างง่ายดายราวกับยกเศษฟาง ปราณดาราสีดำไหลผ่านแขนของมู่เฉินเข้าไปปิดผนึกจุดตันเถียนของหลางต้าในพริบตา ทำให้มันกลายเป็เพียงคนธรรมดาที่ไร้ทางสู้
"อ่อก... ป... ปล่อยข้าเถอะ คุณชายมู่... ข้ามีตาหามีแววไม่... ข... ข้ายอมมอบเงินทั้งหมดให้ท่าน... โปรดไว้ชีวิตข้าด้วย ข้ายังมีครอบครัวต้องดูแล!" หลางต้าดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง แววตาของมันเต็มไปด้วยการอ้อนวอน น้ำตาและน้ำมูกไหลเปรอะเปื้อนใบหน้า
มู่เฉินจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของมัน ั์ตาของเขาไร้ซึ่งความสงสาร "ครอบครัวงั้นรึ? ยามที่เ้าเข่นฆ่าปล้นชิงผู้อื่น เ้าเคยคิดถึงครอบครัวของพวกเขาหรือไม่? กฎเกณฑ์แห่งโลกผู้ฝึกตน... ผู้ที่คิดจะชักดาบสังหารผู้อื่น ต้องเตรียมใจที่จะถูกบั่นคอเสียเอง"
สิ้นคำกล่าว แสงสีน้ำเงินเข้มพลันสว่างวาบขึ้นที่ฝ่ามือของมู่เฉินที่บีบลำคอของหลางต้าอยู่ เคล็ดวิชา 'กลืนกิน' ของวิชากลืนดารา์ถูกเปิดใช้งานอย่างเต็มรูปแบบ!
"อ๊ากกกกกก!!"
หลางต้าร้องโหยหวนด้วยความเ็ปแสนสาหัสประดุจตกนรกทั้งเป็ เมื่อััได้ว่าปราณิญญาและแก่นแท้โลหิตในร่างของมันกำลังถูกสูบออกไปอย่างบ้าคลั่ง! พลังงานสีแดงเข้มผสมกับปราณสีเหลืองไหลผ่านแขนของมู่เฉินเข้าสู่จุดตันเถียน ร่างกายอันกำยำของหลางต้าเหี่ยวแห้งลงอย่างรวดเร็วจนเหลือเพียงหนังหุ้มกระดูกภายในเวลาไม่กี่สิบลมหายใจ
เมื่อหยาดโลหิตหยดสุดท้ายถูกกลืนกิน มู่เฉินก็สะบัดมือ โยนร่างแห้งกรังไร้ิญญาของหลางต้าทิ้งลงพื้นอย่างไม่ไยดีราวกับทิ้งเศษขยะ
"ฟู่..." มู่เฉินพ่นลมหายใจสีขาวขุ่นออกมา ััได้ถึงพลังปราณที่พลุ่งพล่านและเดือดดาลในร่าง แก่นโลหิตและปราณสะสมของผู้ฝึกยุทธ์ระดับเจ็ดช่างอุดมสมบูรณ์นัก มันไหลบ่าเข้าไปหล่อเลี้ยงเส้นชีพจรดาราที่ขยายตัวใหม่ของเขา ทำให้กลิ่นอายระดับสี่ของเขามั่นคงและแข็งแกร่งขึ้นจนเกือบจะแตะระดับห้า!
นี่คือเส้นทางที่มู่เฉินเลือก เส้นทางแห่งการกลืนกินที่ปูลาดด้วยกองกระดูกและสายเืศัตรู!
เขาเดินไปค้นตัวศพของหลางต้าและลูกน้อง ได้ถุงเงินิญญามาทั้งหมดสามถุง และแหวนมิติระดับต่ำหนึ่งวง เมื่อตรวจสอบดูพบว่ามีเหรียญิญญารวมกันประมาณแปดร้อยเหรียญ และมีสมุนไพรระดับล่างอีกจำนวนหนึ่ง
"แปดร้อยเหรียญ... บวกกับชิ้นส่วนของพยัคฆ์ลายเมฆา น่าจะพอมีมูลค่าบ้าง" มู่เฉินประเมินค่าในใจอย่างเยือกเย็น
เขาจัดการชำแหละเอาหนัง กระดูก และเขี้ยวของพยัคฆ์ลายเมฆาเก็บใส่แหวนมิติอย่างรวดเร็ว ก่อนจะหันมามองศพของทหารรับจ้างทั้งห้า มู่เฉินแบมือออก ปราณดาราสีดำปะทุขึ้นกลายเป็เปลวเพลิงสีนิลที่ร้อนระอุ เขาโยนมันใส่ซากศพเ่าั้ เปลวเพลิงดาราลุกลามและแผดเผาซากศพจนกลายเป็เถ้าธุลีภายในเวลาไม่กี่อึดใจ ทำลายหลักฐานและร่องรอยการต่อสู้ทั้งหมดอย่างหมดจด
มู่เฉินยืนมองกองเถ้าถ่านที่ถูกสายลมพัดปลิวหายไป ั์ตาสีรัตติกาลทอประกายลุ่มลึก การเข่นฆ่าในวันนี้มิได้ทำให้เขารู้สึกหวาดกลัวหรือรู้สึกผิดแม้แต่น้อย กลับกัน มันยิ่งทำให้เขาตระหนักถึงสัจธรรมที่โหดร้ายของโลกใบนี้อย่างถ่องแท้
หากวันนี้เขาเป็เพียงสวะที่ไร้พลัง ศพที่ถูกเผาเป็เถ้าธุลีก็คงจะเป็ตัวเขาเอง และศัตรูของเขาก็คงจะเสวยสุขอยู่บนความตายของเขา
"โลกใบนี้... คือเตาหลอมขนาดใหญ่ และข้า... จะต้องเป็ผู้ควบคุมไฟ!"
มู่เฉินหันหลังให้กองเถ้าถ่าน ร่างเงาสีดำของเขากระโจนหายเข้าไปในส่วนลึกของป่าอสูรหมอกทมิฬที่หมอกลงจัดยิ่งกว่าเดิม มุ่งหน้าสู่ภยันตรายที่ยิ่งใหญ่กว่า เพื่อแสวงหาทรัพยากรและพลังอำนาจที่จะใช้สั่นะเื์และปฐี!