ซ้ำยังไม่มีงานเทศกาลรื่นเริงอะไรให้เที่ยวเล่น แต่หลังจากพี่หลันหลันหรือท่านหญิงหลันหลันของข้า ได้บุกเบิกริเริ่มสร้างหอสังสรรค์มู่อ้ายขึ้นมา ก็นับเป็จุดเริ่มต้นที่ทำให้เมืองแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองขึ้น
พวกท่านคงไม่รู้ว่าพี่สาวของข้าเก่งแต่ปานใด เมื่อก่อนนางเป็สตรีชาวบ้านที่เป็กำพร้า และถูกญาติใจร้ายทั้งหลายขายให้เป็บ่าวคุณชายใหญ่สกุลมุู่ ตอนที่นางเจอกับข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้วด้วยซ้ำ ตอนนั้นข้ากับนางแล้วยังมีท่านลุงท่านป้า ไม่ได้รับการเหลียวแลจากสกุลมู่ในเมืองหลวง พวกเราอาศัยอยู่ในบ้านเก่า ๆ หลังหนึ่ง ไม่มีเงิน ไม่มีเสบียง อนาคตเรียกได้ว่ามืดมนสุดๆ
ทว่าพี่สาวหลันหลันของข้า ก็ได้ขึ้นเขาเก็บสมุนไพรเอามาขายในเมือง จนกระทั่งพวกเรามีเงินซื้อข้าวกิน ทั้งยังได้บังเอิญเจอพี่ชายเจียงหวง หลงจู๊ใหญ่แห่งร้านมู่อ้าย ทำให้นางได้สุราให้คุณชายใหญ่สกุลลู่ทั้งยังได้ขายสูตรอาหารให้กับภัตตาคารเซียงปิงโหล่ว เก็บเงินได้ก้อนใหญ่มานางก็เปิดหอสังสรรค์มู่อ้าย เปิดร้านหม้อไฟสี่ดรุณี ร้านสะดวกซื้อที่ไม่เหมือนใครอย่างร้านจูเจียง สินค้าในร้านนางก็ทำเอง ทั้งยังเปิดโรงงานบ่มสุรา และโรงงานทำเครื่องปรุง ที่ช่วยจ้างงาน สร้างอาชีพให้กับคนในหมู่บ้านสกุลมู่ พวกท่านไปดูสิว่าหมู่บ้านสกุลมู่เป็อย่างไร บ้านเรือนใหญ่โตทำมาจากอิฐน้ำเงินทุกหลัง เสบียงอาหารในแต่ละบ้าน เต็มอยู่ตลอดเวลา แล้วพวกเขามีเงินทองส่งเสียให้บุตรหลานเรียนได้
เท่านั้นยังไม่พอ ระบบขนส่งสาธารณะในเมือง ที่ตอนนี้ขยายเส้นทางเพิ่มขึ้นไกลจากเมืองสุยโจวไปได้เกือบสามร่อยหลี่แล้ว นี่ก็เป็ผลงานของนางเช่นเดียวกัน อย่างที่ข้าบอกไว้ว่า เมื่อก่อนสุยโจวเป็เพราะว่าใกล้เมืองหลวงมากเกินไปเราจึงถูกลืม จะเดินทางไปเมืองหลวงแต่ละทีก็ต้องเหน็ดเหนื่อยยิ่งนัก โดยเฉพาะคนที่ไม่มียานพาหนะ ตอนนี้พวกเรามีรถม้าประจำทางแล้ว ต่อให้คนที่บ้านไม่มีรถใช้ ก็ยังสามารถเสียค่าโดยสารไปยังเมืองต่าง ๆ โดยรอบได้ ตอนนี้ถึงสุยโจวจะไม่ขาดแคลนอะไร แต่การเดินทางเข้าเมืองหลวงนั้นง่ายแสนง่ายจริง ๆ
ระบบการศึกษานอกโรงเรียนที่ท่านตาเผยได้นำแิจากพี่สาวหลันหลันพูดขึ้น พวกท่านดูตอนนี้คนที่อยู่อาศัยในเมืองสุยโจวกว่าแปดส่วนล้วนอ่านออกเขียนได้ อีกสองส่วนที่เหลือแม้ไม่ได้อ่านออกเขียนได้ในวันนี้ ทว่าทุกคนก็ต้องมีประสบการณ์การเข้าเรียนในห้องเรียนเคลื่อนที่มาแล้ว ขอเพียงไม่เหลวไหลและโง่งมจนเกินไปนัก ภายภาคหน้าก็ต้องอ่านออกเขียนได้อย่างแน่นอน
คนที่อ่านออกเขียนได้ไม่จำเป็ต้องไปสอบขุนนางเท่านั้น แต่ยังสามารถพัฒนาได้ด้านอื่น ๆ ได้ด้วยนะเ้าคะ อย่างน้อย ๆ ท่านป้าข้างบ้านข้า ก็สามารถอ่านป้ายราคาสินค้า และไม่ถูกคนหลอกเวลาต้องลงนามในสัญญาต่าง ๆ อีกทั้งเรายังมีโรงเรียนสอนเด็กเล็กด้วย โรงเรียนสอนเด็กเล็กจะช่วยให้พ่อแม่ที่เป็กำลังสำคัญ ในการทำงานสร้างครอบครัว สร้างเมือง สร้างแคว้น ได้มีเวลาทำงานอย่างเต็มที่ ไม่ต้องเป็ห่วงบุตรหลานมาก เพราะแน่ใจแล้วว่าเด็ก ๆ จะอยู่ในที่ปลอดภัย ได้รับการดูแล สั่งสอนที่ดี”
พูดจบแล้วก็ชี้ไปที่ร้านมู่อ้ายแห่งใหญ่
“ที่นี่มีสิ่งที่เรียกว่าเตาปิ้งย่างเ้าค่ะ น้ำจิ้มอร่อยมาก พูดแล้วก็เปรี้ยวปาก แต่่นี้พี่สาวหลันหลันของข้า ตามสามีไปบุกเบิกการค้าเส้นทางเหนือ ยังไม่กลับมาเลย สุราใหม่ ๆ ของร้านมู่อ้ายก็เลยขาด่ไป แต่พวกท่านไม่ต้องห่วงนะเ้าคะ ต่อให้ไม่มีสุราใหม่ ๆ แต่ก็มีสูตรน้ำผลไม้หลากหลายอย่าง ไว้แวะมากินกันได้”
ว่าแล้วก็เดินเที่ยวรอบเมืองอีกหนึ่งรอบใหญ่ ผ่านหอหมื่นมาลีที่เป็หอคณิกาที่ไม่เหมือนที่ไหน ๆ ผ่านโกดังที่สามสิบเอ็ดที่มีคำว่าคาสิโนติดอยู่้าแทนคำว่าโรงพนัน นี่เป็คำเรียกเฉพาะที่หลันหลันให้ไว้ สมกับการยกระดับโรงพนันขึ้นมา และสุดท้ายเสี่ยวฮวาฮวาก็พาทุกคนมาหยุดที่ร้านขายสินค้าที่ระลึกของตำหนักจันทราสั่นไหวเพราะสายลม ที่เป็ร้านขายของที่ระลึกที่เน้นขายภาพวาดหญิงงาม บุรุษหล่อเหลา
ท่านหญิงรองยิ้มมุมปาก...แล้วปล่อยให้คนเข้ากลุ่มทัศนาจรแนะนำเมืองสุยโจวเข้าไปจับจ่ายในร้านของตนเอง
“หากมีคำถามอะไรถามข้าได้เลย” นางบอกอย่างใจกว้าง ในขณะที่คนเริ่มทยอยเข้าไปดูของในร้านค้า จู่ ๆ ก็มีแม่นางน้อยคนหนึ่งโพล่งขึ้นว่า
“ท่านหญิงหลันพบรักกับท่านชายฉินได้อย่างไร” นางพูดจบทุกคนก็ใหัขวับ!
เหมยฮวา “...”
ตอนนี้สายตาทุกคู่กำลังมองนาง และทุกคนก็ลืมสินค้าของตำหนักจันทราสั่นไหวเพราะสายลมไปเสียสนิท เดินกลับเขามารุมฟังคำตอบเหมือนเดิม เด็กสาวตัวน้อยหันไปทางคนที่ถาม เห็นว่าแม่นางน้อยคนนั้นยิ้มเจื่อน ๆ นางรีบพูดต่อไปว่า
“ข้าแค่สงสัยเฉย ๆ เมื่อก่อนท่านชายฉินนับเป็ชายงามอันดับหนึ่งของเมืองหลวง แต่ข้าได้ยินว่าการจะได้เจอเขา แล้วเข้าใกล้เขาไม่ได้ง่าย ๆ มีสตรีหลายคนถึงกับโดนเขาโยนออกจากประตูเรือนเลยด้วยซ้ำ พวกที่้าใช้อุบายสาวงามตกน้ำแล้วรอให้เขาช่วยเหลือก็มีไม่น้อย แต่ข้าก็ได้ยินว่าสตรีเ่าั้ตกน้ำต่อหน้าท่านชาย ท่านชายก็เดินผ่านแล้วปล่อยให้คนอื่นเข้าไปช่วยเหลือ ไม่ปรายตามองเลยสักนิด...”
เหมยฮวาพยักหน้าหงึกหงัก ทำนองว่านั่นเป็พฤติกรรมของพี่ชายบุญธรรมของนางอย่างแน่นอน จากนั้นก็ถอนใจเบา ๆ
“ข้าจะบอกความจริงให้เ้าฟัง พี่สาวน่ะเจอพี่ชายบนูเา นางลากเขาที่าเ็ลงมา แล้วก็ทำอาหารให้กิน เหมือนพี่ชายได้จะกินเห็fย่างก่อนอย่างแรกเลยนะ จากนั้นทั้งสองก็รักกันน่ะสิ”
ทุกคน “....”
เจอกันทีู่เา!!
ลากท่านชายฉินลงมา!!
กินเห็ดย่าง....
“ทะ...ทำ ทำเช่นนี้จะได้ใกล้ชิดกับชายรูปงาม และได้รักกับเขาจริง ๆ เหรอเ้าคะ”
เหมยฮวาพยักหน้าอย่างหนักแน่น “นี่ข้าไม่ได้แกล้งหรอกนะ อืม...ดูเหมือนในนิยายหลายเื่ที่ข้าเคยอ่านก็มีฉากประมาณนี้อยู่ด้วย เห็นทีจะหาหนุ่มหล่อก็คงต้องไปหาตามป่าเขาเสียแล้ว” นางสรุป
สีหน้าจริงจังของเหมยฮวาทำให้คนเชื่อเต็มเปา สุดท้ายแล้วการเที่ยวเมืองในวันนั้นก็สรุปด้วย เกิดเหตุการณ์ที่จู่ ๆ สตรีหลายคนต่างนิยมขึ้นเขากันมากขึ้น...