เมื่อปิ่นคำในร่างของเจ้านางละอองทองเข้าไปในคุกและพบยาติ่นอยู่ในห้องแยกออกจากนักโทษคนอื่นเจ้านางละอองทองก็บอกให้ยาติ่นรู้ว่าตนเองเป็นใคร และบอกกับยาติ่นว่ามาตามคำสั่งของแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมต้องการจะรู้ว่าพ่อครูจายเปิงอยู่ที่ไหน ยาติ่นนั่งคุกเข่าก้มหน้านิ่งก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงเช่นเดียวกับใบหน้าของเขา
“พวกท่านสู้แม่หญิงคนนั้นไม่ได้หรอก!”เจ้านางละอองทองได้ยินก็หรี่ตาอย่างสงสัย
“แม่หญิงรึ?”ยาติ่นนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมยากที่จะเดาอารมณ์ เขาได้แต่พยักหน้าก่อนจะพูดตามจริง
“ข้าเจ้าไม่รู้ว่าท่านอาจารย์หนีไปอยู่ที่ใดอาจจะบวชตามคำที่แม่หญิงผู้นั้นสาปเอาไว้ ไม่วัดใดก็วัดหนึ่ง?” ปิ่นคำในร่างของเจ้านางละอองทองยืนนิ่ง
“คำสาป!?” เจ้านางละอองทองงุนงงกับคำให้การของยาติ่น ก่อนจะถามอย่างที่ใจอยากจะรู้
“เกิดอะไรขึ้นในป่านั่นข้าได้ข่าวว่าหนานเมืองอินทร์ เจ้าภูแสน ชัยยันต์และอวยชัยตามสัปเหร่อคนหนึ่งเข้าป่าไปปราบโจรและพ่อครูจายเปิงที่ลอบเข้าป่าเพื่อไปตัดไม้แล้วมีแม่หญิงอะไรที่ไหนกันรึ?” ปิ่นคำในร่างของเจ้านางละอองทองถามอย่างไม่รีรอและจากคำถามทำให้ยาติ่นนึกรู้ว่าในคุ้มหลวงคงจะไม่รู้ความจริงทั้งหมดว่าเรื่องนี้มีส่วนเกี่ยวข้องกับทรัพย์สมบัติมหาศาลที่อยู่ในถ้ำ ยาติ่นมองหน้าเจ้านางผู้สูงศักดิ์ก่อนตอบนิ่งๆ
“ข้าเจ้าไม่รู้ว่าใครเป็นใครแต่รู้ว่ามีแม่หญิงมากับคณะเดินทางของตาสัปเหร่ออุ่นพรหม แม่หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาเพราะแม่หญิงนั่นคือคนที่จับโจรได้ทั้งหมด และถอนอาคมสะกดผีหมดทั้งป่าแม้แต่พ่อครูจายเปิงอาจารย์ของข้าก็ยังพ่ายแพ้ให้กับนาง” ดวงตาของเจ้านางละอองทองวาววาบเมื่อได้รู้ความจริงแท้จริงแล้วมันมีใครบางคนที่เล่นงานพวกหมอผีลูกน้องของพ่อครูจายเปิง ซึ่งพ่อครูจายเปิงนี่เองที่เป็นลูกศิษย์ของแม่หมอธรรมคำหอมอีกทอดหนึ่งด้วยยาติ่นยังคงเล่าต่อ
“ฝีมือแม่หญิงผู้นี้ไม่ได้มีแค่วิชาปราบผีแต่ยังมีชั้นเชิงในการต่อสู้ เป็นแม่หญิงตัวคนเดียวแต่เอาชนะเสือสมิงได้ตั้งห้าตัวเจ้านางคิดว่าธรรมดาหรือไม่เล่า?” เมื่อเจ้านางละอองทองได้ยินมาถึงตรงนี้ก็รีบเก็บคำบอกเล่าของยาติ่นชนิดละเอียดยิบๆเพื่อจะเอาไปเมาส์ให้กับแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมได้รับฟังสมองของผู้หญิงไม่ว่าจะยุคใดสมัยใด มักจะทำงานได้ดีเวลาที่ได้ยินข่าวเด็ดมันเป็นรอยหยักที่แสนจะอัจฉริยะ เพราะสมองส่วนนี้จะทำงานดุจเมมโมรี่การ์ด 70% ส่วนอีก 30% คือการใส่สีตีไข่ซึ่งแน่นอนจะไม่ได้เล่าเป๊ะๆ เหมือนที่ได้ยินมา
เมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดเจ้านางละอองทองก็ค่อนข้างพึงพอใจในระดับหนึ่งแต่อีกระดับหนึ่งที่ยังไม่พึงพอใจนั่นคือ ไม่รู้ว่าพ่อครูจายเปิงหนีเตลิดไปบวชอยู่ที่ไหนและการเช่นนี้ก็เป็นดังที่แม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมได้ทำนายเอาไว้นั่นจึงทำให้เจ้านางละอองทองยื่นห่อผ้าสีดำในมือไปตรงหน้ายาติ่น เจ้านางละอองทองพูดเสียงเฉียบ
“หาทางหนีออกไปจากที่นี่ภายในคืนนี้ไปสืบข่าวมาให้ข้าว่าพ่อครูจายเปิงอยู่ที่ใด อีก 15 วัน ข้าจะมารอฟังข่าวจากเจ้าที่หลังกำแพงคุ้มแต่ถ้าหากไม่มาแกคงจะรู้ว่าแม่เฒ่าหมอธรรมคำหอมก็คงไม่ปล่อยลูกเมียแกไว้แน่”ยาติ่นกลืนน้ำลายทันที เขาจะต้องกลายเป็นนักโทษแหกคุกหรือนี่ไม่น่าเอาชีวิตมาแลกกับอะไรแบบนี้เลย แว้บหนึ่งยาติ่นก็นึกไปถึงอลินตาแม่หญิงผู้มาในคืนนั้น ถ้าแม่หญิงคนนั้นอยู่เขาคงจะขอคำปรึกษาได้ เขาไม่น่าเลือกเส้นทางชีวิตที่ผิดพลาดแบบนี้เลยตอนนี้มันมีทางเลือกใดให้เขาได้หรือเพราะดูก็รู้ว่าถ้าไม่ทำตามคำของเจ้านางผู้สูงศักดิ์คนนี้อย่าว่าแต่ชีวิตลูกเมียเขาเลย ชีวิตของเขาก็คงจะหาไม่ตามลูกเมียไปด้วยเป็นแน่!!!
เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ยาติ่นก็ตัดสินใจรับห่อผ้าสีดำจากเจ้านางละอองทองเมื่อเปิดห่อผ้าออกดูก็พบว่าในห่อผ้านั้นมีกุญแจ 3 ดอกด้วยกัน เจ้านางละอองทองยิ้มสมใจที่ทำงานสำเร็จก่อนจะเดินนวยนาดกลับออกไปจากคุกอันแสนจะทึบทึมและเหม็นอับ...
ในขณะที่โลกยุคปัจจุบันคฤหาสน์อันโอ่อ่าของโหราตระกูล เป๋าและหมิงสองเพื่อนรักที่เก็บกระเป๋าข้าวของเข้าห้องเรียบร้อยแล้วก็พากันมาเคาะประตูเรียกเจ้านายสาวของตัวเองไปกินข้าวเคาะประตูไม่นาน อลินตาก็เปิดประตูออกมาหาทุกคน
“ไปกินข้าวกันค่ะคุณอลิน”เป๋าจีบปากเอ่ยชวน ทำยังกับว่ามาเที่ยวหย่อนใจที่รีสอร์ท อลินตายิ้มนิดๆแววตาเจ้าเล่ห์หน่อยๆ ก่อนตอบ
“ไม่ล่ะ ไม่หิวพวกเธอไปหาอะไรกินกันที่ครัวนะ แล้วก่อนจะขึ้นมาก็อุ่นนมร้อนๆ มาให้ฉันสักแก้วก็พอ”เป๋าและหมิงพยักหน้ารับรู้ ก่อนที่เป๋าจะพูดขึ้น
“คุณอลินจะกินนมร้อนเหรอคะเป๋าว่าที่นี่อากาศมันอับๆ ร้อนๆ ยังไงไม่รู้สินะคะ ถ้าเป็นเป๋า เป๋าจะปั่นนมเย็นๆกินให้ชื่นใจเลยค่ะ” เป๋าพูดตามความรู้สึก อลินตายิ้มๆก่อนจะพูดตบท้าย
“รู้สึกว่าคนชะตาขาดอย่างเป๋าตุงจะเซนส์ดีกว่าคนดวงแข็งอย่างหมิงเต๋อซะอีกนะ”ทั้งสองได้ยินที่อลินตาพูดก็ไม่รู้ว่าจะดีใจดีหรือไม่กับคำพูดเปรียบเปรยของเจ้านายตัวเองขณะที่ทั้งสองกำลังจะทำท่าเดินลงไปหาอะไรกินในครัวอลินตาก็รีบแตะเบรกหัวทิ่ม
“เดี๋ยว!” เป๋ากับหมิงหันหน้ามามองคนแตะเบรกด้วยสีหน้าสงสัยอลินตากอดอกยืนพิงขอบประตู ก่อนจะชี้นิ้วไปที่ห้องของทั้งสองพร้อมกับเอ่ยเสียงเรียบๆ
“เอาแว่นที่ฉันให้ ใส่ไปด้วยและอย่าถอดจนกว่าจะขึ้นมาบนห้อง..”เป็นน้ำเสียงเรียบๆ แต่ว่าค่อนข้างมีน้ำหนักพอสมควรทั้งสองปฏิเสธไม่ได้ก็รีบเข้าไปเอาแว่นตามาใส่เมื่ออลินตาเห็นว่าลูกน้องของตนใส่แว่นเรียบร้อยแล้วก็ยิ้มพึงใจ ก่อนจะบอกสั้นๆ
“อย่าลืมนมร้อนของฉันด้วยล่ะ..ไม่รู้ว่าจะได้กินหรือเปล่า!?” ประโยคสุดท้ายทิ้งคำพูดอย่างน่าสงสัยพูดจบก็หมุนตัวกลับเข้าห้องปิดประตูลงกลอนแน่นหนาหมิงเห็นเจ้านายสาวเข้าห้องไปแล้วก็ถามกับเป๋า
“คุณอลินให้พวกเราใส่แว่นทำไมวะแกพอจะรู้ไหม?” เป๋าส่ายหน้าเพราะไม่รู้เหตุผลจริงๆแต่ก็ตอบส่งเดช
“คุณอลินคงเห็นว่าพวกเราเนี่ยพอใส่แว่นแล้วออร่าความปังมันพุ่งก็ได้มั้งแก ไปๆ อย่าไปสนใจเลยคุณอลินเค้าคงมีเหตุผลของเค้าแหละ เราก็ไปหาไรกินกันดีกว่าจะได้รีบขึ้นห้องฉันว่าบรรยากาศบ้านคุณอลินนี่มันพิลึกจะตายเหมือนบ้านผีสิงมากกว่าจ้างให้เดินเล่นก็ไม่เอาอ่ะ” เป๋าพูดพลางเดินออกหน้าหมิงไปไม่ได้คิดอะไร แต่หมิงกลับเริ่มแปลกๆ ในคำพูดของอลินตา รู้สึกวูบวาบในอกอย่างไรไม่รู้สิน่า
ซึ่งเหตุผลของอลินตาที่คะยั้นคะยอให้เป๋าและหมิงใส่แว่นก็เพราะว่าหญิงสาวอยากให้ทั้งสองคนไปสัมผัสบรรยากาศบ้านและคนที่นี่แบบใกล้ชิดชนิดสมจริงด้วยตัวเองโดยไม่ต้องมานั่งอธิบายให้ยากว่าอะไรเป็นอะไรก็คงจะง่ายขึ้นอย่างที่คนโบราณว่าเอาไว้ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็นนั่นเอง เหอ เหอ...!
อลินตาได้แอบสั่งทำแว่นตาที่ใช้เลนส์จากกระจกส่องวิญญาณใส่ไว้ด้วยหากว่ามีพลังงานที่ผิดปกติหรือว่าวิญญาณผ่านมาทางสายตาก็จะเห็นร่างแท้วิญญาณตนนั้นโดยที่ไม่ต้องใช้แว่นขยายใดๆอย่างแน่นอน เรียกได้ว่า อลินตาแกงลูกน้องของตัวเองหม้อใหญ่เบ้อเร่อ...!