“ท่านอาจารย์ ข้าเป็นนักหลอมยาระดับ 3 ได้หรือยัง”
ตงฟางจับไปยังปากตัวเอง การพูดคำว่าข้า ท่าน คำพูดดูโบราณสำหรับเขารู้สึกเหนื่อยมาก แต่ก็ต้องทำเพราะมันเป็นกฎ ตอนนี้เขาไม่รู้เลยว่าอาจารย์ที่อยู่ชั้นบนสุดของห้องแห่งนี้หน้าตาเป็นยังไงแล้วกำลังทำอะไรกับเม็ดยาทั้ง 5 เม็ดที่เขาหลอมในการสอบเป็นนักหลอมยาระดับ 3 ทำได้เพียงแค่รออยู่เงียบๆข้างข้างเตาหลอมยา หากไม่ผ่านเขาก็เป็นได้แค่นักหลอมยาระดับ 2 ที่พึ่งสอบผ่านไป
“เจ้าเป็นนักหลอมยาระดับ 3 แล้ว”
“จริงเหรอท่านอาจารย์!” ท่าทางดีใจแสดงออกมาจากตงฟาง
“ใช่ เม็ดยาทั้ง 5 ที่เจ้าหลอมมีคุณภาพ 7 ส่วน ถือว่าผ่าน”
“ท่านอาจารย์ ข้าอยากทดสอบความเข้าใจในการเป็นนักหลอมยาระดับสูงกว่า 3 ข้าจะทำได้ไหม”
“ไม่ เจ้าไม่ใช่ศิษย์ในสังกัดตึกยาและสมุนไพร แต่ข้าจะให้สิทธิกับเจ้าเพราะข้าอยากรู้ความสามารถของเจ้าว่าจะไปได้ไกลมากแค่ไหน”
“จริงเหรอท่านอาจารย์” ตงฟางดีใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม
“ใช่ เอาล่ะ เจ้าเห็นประตูที่อยู่ใกล้ๆไหม เดินเข้าไปแล้วข้าจะรอเจ้าที่ห้องนั้น”
ตงฟางรีบคำนับแล้วเดินเข้าไปในประตูด้านข้างจนมาพบเข้ากับห้องขนาดใหญ่มีคริสตัลสีเขียวส่องสว่างเหมือนมีหิ่งห้อยอยู่ข้างใน จึงเดินเข้าไปใกล้ๆเพราะอาจารย์ที่คุยกับเขายืนรออยู่หน้าคริสตัล
“เจ้าชื่อตงฟางสินะ”
“ใช่แล้วท่านอาจารย์ ท่านชื่อ…”
“ข้าไม่บอกชื่อใครง่ายๆหรอกนะ เอาล่ะข้าจะเล่าเกี่ยวกับการทดสอบให้เจ้าฟัง” ตงฟางพยักหน้ารับ
“สิ่งที่อยู่ตรงหน้าเจ้าคือหินแห่งการรู้แจ้งในการหลอมยา มันเป็นอาวุธที่ถูกสร้างมาตั้งแต่เจ้านิกายรุ่นแรก มีความสามารถในการสร้างสมุนไพรต่างๆขึ้นมาจากพลังวิญญาณ แต่ทุกอย่างเป็นเพียงแค่การสร้างขึ้นมาจากความคิดเท่านั้น ไม่สามารถจับต้องสิ่งที่สร้างขึ้นมาได้ หากเจ้าถูกส่งเข้าไปข้างใน เจ้าสามารถใช้ความรู้เรื่องยาหยิบจับสมุนไพรที่เกิดจากพลังวิญญาณมาหลอมยาได้ มันไม่ต้องใช้พลังวิญญาณของเจ้าเลยสักนิด ต่อให้เจ้าจะเป็นระดับก่อตั้งวิญญาณก็สามารถหลอมยาระดับ 10 ได้ขอเพียงแค่มีความรู้ความเข้าใจ”
ตงฟางอึ้งกับคำอธิบายสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามีความสามารถไม่ต่างจากคอมพิวเตอร์ที่คำนวณความเป็นไปได้ในการทดลองขึ้นมา เขาเพียงแค่ป้อนข้อมูลเข้าไปเท่านั้น โดยข้อมูลที่เขาต้องป้อนเป็นขั้นตอนวิธีการหลอมยา การเติมสมุนไพร ปริมาณไฟที่เขาต้องใช้ จากนั้นทุกอย่างจะถูกคำนวณเพื่อวัดผลว่าสิ่งที่เขาหลอมจะออกมาเป็นยาคุณภาพกี่ส่วน
“ท่านอาจารย์ ข้าสามารถทดสอบเป็นนักหลอมยาได้ถึงระดับไหน”
“หินแห่งการรู้แจ้งสามารถทดสอบการหลอมยาของเจ้าได้ถึงระดับ 7 เพียงแต่ข้าจะไม่ให้เจ้าหลอมยาไปถึงระดับนั้น เพราะมันเป็นสูตรลับของทางสถาบันมีเพียงแค่เหล่าอาจารย์ที่รู้”
“แสดงว่าข้าจะทดสอบไปจนถึงระดับ 6”
“ไม่ เจ้าทำได้เพียงแค่ระดับ 5 เพราะคนที่รู้สูตรยาระดับ 6 ได้คือเหล่าอาจารย์ ถึงอย่างนั้นข้าก็ให้เจ้าเรียนรู้วิธีหลอมยาเทียบเท่ากับศิษย์สายตรงของข้า เอาล่ะ เจ้าจะทำได้หรือไม่ขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว หากเจ้าผ่านการทดสอบระดับ 5 ในอนาคตที่พลังวิญญาณของเจ้าพร้อมหลอมยาตามระดับ เจ้าสามารถมารับตราของนักหลอมยาระดับ 5 ไปได้”
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอเวลาอ่านหนังสือหลอมยาก่อน”
ตงฟางมองไปยังหนังสือหลอมยาระดับ 4 และระดับ 5 แล้วเริ่มทำความเข้าใจในสูตรต่างๆของตึกยาแห่งนี้ แม้การทดสอบในหินแห่งการรู้แจ้งในการหลอมยาจะอยู่ในโลกของพลังวิญญาณที่เขาถูกส่งเข้าไป ตงฟางกลับไม่คิดจะนำสูตรของตระกูลหลี่ออกมาใช้เพราะมันมีค่ามากๆ
“ท่านอาจารย์อี้ ทำไมท่านถึงลงมาจากชั้นบน นานมากแล้วที่ท่านไม่ลงมา”
หญิงสาวสวมใส่ชุดอาจารย์เดินเข้ามาในห้องหินแห่งการรู้แจ้งในการหลอมยา เธอสงสัยมากกับการที่อาจารย์ของเธอยอมลงมาจากชั้นบนที่หมกตัวอยู่หลายสิบปี ตั้งแต่มอบหน้าที่ดูแลตึกยาและสมุนไพรให้ เธอแทบจะนับจำนวนครั้งที่อาจารย์ของเธอเดินลงมา
“จื่อรั่ว ข้าเห็นบางอย่างที่น่าสนใจจึงลงมาดู”
“เด็กคนนั้นหรือ เขาไม่ใช่ศิษย์ในสังกัดของเราเลยด้วยซ้ำ เขามีอะไรน่าสนใจกัน”
“เจ้าดูยาพวกนี้สิ เขาหลอมมันด้วยตัวเอง”
จื่อรั่วมองเม็ดยาระดับ 1 ถึงระดับ 3 เธอรู้สึกได้ถึงคุณภาพของมันทันทีที่มองจ้องแต่ยังไม่เห็นความพิเศษในเม็ดยา
“เจ้าเชื่อไหม เขาอ่านตำราหลอมยาระดับ 1 ถึงระดับ 3 ของเราเพียงแค่ 3 ชั่วโมงเท่านั้น แล้วก็ปรับเปลี่ยนเปลวไฟเล็กน้อยจนหลอมยาได้เร็วกว่าของเรา ผลที่ออกมายังดีเทียบเท่าศิษย์สายตรงของเราอีก แล้วข้ายังเห็นเขาพยายามทำให้เม็ดยามีคุณภาพตามที่เขาต้องการด้วย”
“นักหลอมยาทุกคนล้วนแล้วทำให้เม็ดยามีคุณภาพตามที่พวกเขาต้องการ เขาต่างจากคนอื่นอย่างไรหรือท่านอาจารย์”
“เขาต่างแน่นอน คนอื่นต้องการทำให้ยาของพวกเขามีคุณภาพสูงถึง 10 ส่วน แต่เขาต้องการทำให้ยามีคุณภาพน้อยกว่า 10 ส่วน นี่จึงเป็นเหตุให้ข้าสนใจเขา”
“เขาปกปิดฝีมือไม่ให้เรารู้วิธีที่เขาใช้หลอมยา ท่านอาจารย์อี้แล้วตอนนี้ท่านให้เขาอ่านหนังสือหลอมยาระดับ 4 และระดับ 5 นี่มันผิดกฎนะท่านอาจารย์”
“ข้าก็แค่อยากเห็น เอาล่ะถ้ามีอะไรผิดพลาดข้าจะรับผิดชอบเอง ข้าจะไม่ให้เดือดร้อนเจ้าของตึกอย่างเจ้าแน่นอน”
“ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนท่านอาจารย์”
หญิงสาวผมเขียวอ่อนเดินออกไปจากห้องหินแห่งการรู้แจ้งช้าๆ ปล่อยให้การทดสอบอยู่ในการควบคุมของอาจารย์เธอ
“ท่านอาจารย์ ข้าเข้าใจวิธีการหลอมระดับ 4 และระดับ 5 ที่ตึกแห่งนี้ใช้กันแล้ว”
“เจ้าแน่ใจ” ตงฟางใช้เวลา 5 ชั่วโมงในการอ่านหนังสือซ้ำๆ ยิ่งสมุนไพรมีระดับสูงมากก็ยิ่งใช้ทักษะที่สูงขึ้นไปเช่นเดียวกัน ขั้นตอนของมันยังต้องละเอียดทำให้เขาต้องอ่านหลายครั้งเพื่อที่เขาจะได้หลอมยาตามสูตรในหนังสือ
“ถ้าอย่างนั้น ข้าจะให้เจ้าหลอมยาระดับ 4 จำนวน 20 ชนิดด้วยกัน”
คิ้วของตงฟางย่นเข้าหากัน ยาระดับ 3 เขาหลอมเพียงแค่ 5 เม็ด ยาระดับ 4 เขากลับต้องหลอมถึง 20 เม็ด ด้วยคำพูดนี้สร้างความตกใจให้เขาไม่น้อย
“เจ้าจะตกใจอะไรกัน การหลอมยาครั้งนี้เจ้าไม่เสียพลังวิญญาณเลยสักนิด เพียงแค่ทำตามความเข้าใจของเจ้าก็พอแล้ว ข้าจึงให้เจ้าหลอมเยอะเป็นพิเศษ หากให้หลอมเพียงแค่ 5 ชนิด ข้ากลัวว่าเจ้าจะจดจำสูตรมาใช้ มากกว่าใช้ความเข้าใจในการหลอม”
“ถ้าอย่างนั้นข้าต้องทำยังไงหรือท่านอาจารย์”
“เข้าไปข้างใน แล้วก็จินตนาการถึงสมุนไพรที่อยากจะได้ในการหลอมยา แล้วก็เริ่มทำการทดสอบ ตามตัวยาที่ข้าอยากให้เจ้าหลอม”
ตงฟางพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปสัมผัสหินแห่งการรู้แจ้งในการหลอมยา จนเขาพบเข้ากับแสงสีเขียวพุ่งกระทบดวงตา ภาพรอบๆตัวของเขาก็ดับลงก่อนจะปรากฎห้องสีเขียวขนาดใหญ่เต็มไปด้วยพลังวิญญาณ
“เอาล่ะ เริ่มได้แล้ว ข้าจับตามองเจ้าอยู่”
“ข้าเข้าใจแล้วท่านอาจารย์”
ตงฟางมองไปยังเตาที่ตั้งอยู่ในห้องแห่งนี้ มันจะต้องเป็นเตาหลอมยาอย่างแน่นอน เขาจึงทดลองจุดไฟด้วยมือปรากฎว่ามือของเขามีเปลวไฟปรากฎออกมา แล้วเขายังสามารถเร่งความร้อนของมันให้เป็นเปลวไฟระดับ 5 ที่เกินความสามารถของเขาไปได้ แล้วเขายังเร่งไปจนถึงระดับ 7 สร้างความดีใจให้เขาไม่น้อยเพราะไม่เปลืองพลังวิญญาณเลยสักนิดเดียว
“เอาล่ะ คงต้องใช้เวลามากพอสมควร”
ตงฟางมองไปยังรายชื่อยาที่เขาจำเป็นต้องหลอม มันไม่มีสมุนไพรเตรียมไว้ให้ ไม่มีรายละเอียดของสมุนไพรเขียนระบุไว้ สิ่งที่เขาต้องทำคือดึงความรู้ในหัวออกมาใช้ ไม่ว่าจะเป็นสร้างสมุนไพร เตรียมพวกมันให้พร้อม จากนั้นก็โยนลงเตาหลอมทำตามสูตรในหนังสือ
พรึ่บ~!
“โสมอัสนี หนึ่งหัว”
ตงฟางลองจินตนาการไปถึงสมุนไพรที่เขาต้องการหลอม ปรากฎว่าพลังวิญญาณรอบๆสร้างสมุนในจินตนาการของเขามาวางเอาไว้บนมือ เขาจึงจินตนาการถึงสมุนไพรต่างๆที่ใช้ในยาตัวแรกจนครบ 9 ชนิด จากนั้นก็เริ่มโยนพวกมันทีละต้นลงไปในเตาหลอมยาแล้วเคี่ยวพวกมันด้วยไฟในมือตามสูตร
“เหมือนเล่นเกมเลย”
ใบหน้าของตงฟางเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ตอนนี้เขามีความรู้สึกเหมือนเล่นเกมทำอาหาร สิ่งที่เขาต้องทำคือโยนสมุนไพรลงไปในเตาหลอมยาตามสูตรแล้วก็ควบคุมเปลวไฟเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องใช้ความพยายามมากเลย ใช้เพียงแค่ความคิดของเขาก็สามารถหลอมยาที่เขาต้องการได้ กระทั่งผ่านไปราว 35 นาทียาเม็ดแรกของเขาก็ปรากฎเหนือเตาหลอมยา พร้อมคุณภาพและระดับของมันที่ถูกหินแห่งการรู้แจ้งตรวจสอบ
“เม็ดยาระดับ 4 คุณภาพ 8 ส่วน ไม่เลวๆ”
อาจารย์อี้มองตงฟางด้วยความรู้สึกชอบใจ ในหนังสือหลอมยาของพวกเขาหากใช้งานทุกขั้นตอนไม่ให้ตกหล่น ภายในหินแห่งการรู้แจ้งจะประเมินเม็ดยาไว้ที่คุณภาพ 8 ส่วน หากนำวิธีหลอมยานี้ไปทำภายนอก คุณภาพ 8 ส่วนจะเป็นโอกาสที่น้อยมากในการได้มันมา หลายครั้งเม็ดยาจะมีคุณภาพที่ 6 ส่วนเป็นอย่างต่ำ อาจารย์อี้ที่เห็นตงฟางรักษาคุณภาพเอาไว้ที่ 8 ตามการหลอมของหนังสือจึงเฝ้ามองต่อไป
“ลูกพี่จะเป็นยังไงบ้างนะ” ฉานถามด้วยความวิตกกังวลกลัวตงฟางจะไม่สามารถสอบเป็นนักหลอมยาได้
“ระดับลูกพี่ต้องผ่านแน่นอน” เป่าตอบด้วยความมั่นใจ ตามมาด้วยการพูดเสริมของจ้าน
“ใช่แล้ว ระดับลูกพี่ต้องผ่านแน่นอน ตอนนี้น่าจะกำลังลงทะเบียนอยู่แน่ การเข้าไปตั้งแต่เช้าจนค่ำแล้วยังไม่ออกมา แสดงว่าจะต้องมีอะไรที่ยิ่งใหญ่รออยู่แน่นอน”
“หวังว่ามันจะไม่ไปเดินเตะเตาหลอมยาของอาจารย์แล้วถูกทำโทษให้ทำความสะอาดจนมืดค่ำหรอกนะ” ลู่จิวพูดสิ่งที่มีโอกาสเป็นไปได้สูงให้ทุกคนฟัง ทันใดนั้นพวกเขาต่างมองจ้องไปยังปลายยอดของตึกยาและสมุนไพร หลังจากมีแสงสีเขียวพุ่งขึ้นไปบนฟ้าสูงเกิดเป็นเสาพลังงานขนาดใหญ่ส่องสว่างไปทั่วสถาบัน
“นั่นมันอะไรกัน”
ต่างคนต่างสงสัยเกี่ยวกับเสาพลังงานสีเขียวที่พุ่งทะลวงก้อนเมฆ ศิษย์ทั่วไปที่ไม่รู้เรื่องแสง ต่างหันมองแล้วทำเป็นไม่สนใจ ทางฝั่งศิษย์สายนอกพวกเขาก็ไม่คิดมากเกี่ยวกับแสง แต่สำหรับศิษย์สายในและศิษย์สายตรงที่เห็นแสง พวกเขารู้ได้ในทันทีเลยว่าการทดสอบมีนักหลอมยาระดับ 5 ปรากฎตัวขึ้นในสถาบันของพวกเขาแล้ว
“ท่านอาจารย์อี้ นี่เขา”
“จื่อรั่ว ข้ามองคนไม่ผิดจริงๆ แม้วิญญาณยุทธ์ของเขาจะเสียหายแต่ความเข้าใจในการหลอมยาของเขากลับสูงมาก ข้าคิดว่าระดับ 5 คงไม่ใช่ระดับสูงสุดของเขาแน่นอน แต่น่าเสียดายข้าให้เขาทดสอบได้เท่านี้”
“แล้วเราจะทำยังไงกับเขาดีท่านอาจารย์อี้”
“จื่อรั่ว ทำไมเจ้าไม่รับเขาเป็นศิษย์สายตรงอีกคนล่ะ”
“แต่พลังวิญญาณและวิญญาณยุทธ์ของเขามัน…” อาจารย์จื่อรั่วทำหน้าวิตก ความเข้าใจในการหลอมยาของตงฟางสูงมาก เพียงแต่พลังวิญญาณและวิญญาณยุทธ์ของเขาต่ำกว่าศิษย์สายตรงคนอื่นๆไม่เพียงเท่านั้นยังต่ำกว่าศิษย์สายในคนอื่นด้วยเช่นกัน เธอจึงไม่มั่นใจเกี่ยวกับตงฟางว่าจะเพิ่มพลังเป็นระดับจารึกได้ก่อนอายุ 25 ปี
“ไม่เป็นไร ตอนนี้พลังของเขาอาจยังคงต่ำ เจ้าก็ไม่สามารถรับเขาได้ งั้นข้าจะดูแลเขาไปก่อนก็แล้วกัน หากวันใดเขาพร้อมเจ้าค่อยรับเขาเป็นศิษย์สายตรง ว่ายังไง”
“ข้าคิดเช่นเดียวกันท่านอาจารย์ การเป็นศิษย์สายตรงไม่ใช่เรื่องง่ายเพราะต้องถูกจ้องมองตลอดเวลา หากเขาอ่อนแอจะถูกท้าทายได้ทุกเมื่อ ข้าคิดว่าเรายังไม่ควรดึงเขาเข้ามาในจุดนี้”
“อืม ข้าจะดูแลเขาเอง”