มหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book)

    ตอนที่ 44 บอกให้รีบเอาของมีค่าออกมาไง (1)

    สิบนาทีก่อนหน้านี้



    “การเดินทางเป็นยังไงบ้าง?” เสียงของผอ.ธาวิสที่คุ้นหูดังออกมาจากลูกแก้ว



    “ค่ะ ทุลักทุเลนิดหน่อยค่ะ” ดารินตอบขณะมองผอ.ของเธอที่อยู่ในลูกแก้ว



    “แล้วเจ้าหญิงล่ะ? ขอฉันคุยกับเธอหน่อย” ใบหน้าผอ.ธาวิสที่อยู่ในลูกแก้วทำท่าทางพยายามมองผ่านไปด้านหลังของดาริน



    ดารินยังคงพูดด้วยสีหน้าปกติราวไม่มีอะไรเกิดขึ้น “อย่างที่บอกไปค่ะว่าการเดินทางของพวกเราทุลักทุเลนิดหน่อย ตอนนี้พวกเราพลัดพรากจากกันค่ะ”



    ผอ.ธาวิสยิ้มบิดเบี้ยวออกมาเมื่อได้ยิน เขาเพิ่งรู้ตัวว่าถามคำถามผิดไปหน่อย ผอ.ธาวิสจึงเรียบเรียงคำพูดใหม่ “เออ...ฉันถามผิดเอง รายงานสถานการณ์ปัจจุบันมาหน่อย”



    เมื่อได้ยินคำสั่งจากผู้บังคับบัญชาของเธอใหม่ ดารินจึงอธิบายทุกอย่างที่เกิดขึ้นเท่าที่เธอรู้ในตอนนี้ให้กับผอ.ธาวิสฟังใหม่ เธอเล่าย้อนไปถึงเรือบินเจอเข้ากับกองเรือบินรบของศิขาที่มาล้อมจับที่มาพร้อมกับอสูรจักรราศีเมษ เธอเล่าในส่วนของปลายฝนว่ายังติดต่อไม่ได้ เนื่องจากเธอคิดว่าน่าจะมาเจอปลายฝนกับอานนท์ที่เมืองอนิลบุรี แต่สภาพเมืองดูย่ำแย่เกินกว่าจะอยู่อาศัยได้ จึงไม่รู้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันของปลายฝนเป็นอย่างไร



    ส่วนในฝั่งของดารินเองนอกจากเรื่องที่ไปถล่มป้อมธารเพลิง กลุ่มของเธอก็ยังไม่พบเจอกับปัญหาอย่างอื่นอีกตลอดการเดินทางมายังเมืองอนิลบุรี แต่ตอนนี้พวกเธอแบ่งกันเป็นสองกลุ่มเพื่อออกตามหาปลายฝนและอานนท์ภายในอาณาเขตเมืองอนิลบุรีเผื่อจะเจอเบาะแสว่าพวกเขามาถึงแล้วหรือไม่ หรือเจอเข้ากับอะไรหรือเปล่าจึงหายตัวไปเช่นนี้ ส่วนนี้เธอเองยังไม่มีแผนใดที่จะดำเนินการต่อหลังจากนี้




    “เจ้าหญิงอยู่กับอานนท์งั้นเหรอ?” ใบหน้าผอ.ธาวิสในลูกแก้วกำลังพยักหน้าเบา ๆ เขาเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดแล้ว “ก็คงไม่ต้องห่วงอะไรมาก”



    เมื่อได้ยินแบบนั้นดิเรกที่ออกสำรวจพื้นที่กับดารินก็มีสีหน้าบูดบึ้งทันที เขาโวยวายใส่ลูกแก้วที่อยู่ในมือดารินเสียงดัง “จะไม่ให้ห่วงองค์หญิงได้ไงท่าน เธออยู่กับคนที่ไร้ประโยชน์อย่างนั้น กระผมได้ข่าวมาว่าหมอนั้นห่วยแตกถึงขนาดก่อรูปเวทมนตร์ให้เป็นดาบยังไม่ได้เลย แบบนั้นองค์หญิงจะไปหวังพึ่งคนแบบนั้นได้ยังไง หมอนั้นคงจะคอยถ่วงแข้งถ่วงขาจนทำให้เจ้าหญิงไปไม่รอดมากกว่า”



    แตกหูดารินแทบจะแตกเพราะเสียงตะโกนของดิเรก แต่เธอก็เบื่อที่จะเถียงกับเขาเรื่องนี้แล้ว ดูเหมือนผอ.ธาวิสจะพอดูออกถึงปัญหาเรื่องนี้ แม้แต่เขาเองก็ไม่น่าจะพูดอะไรให้อีกฝ่ายเชื่อได้มากนัก เพราะเจ้าตัวปัญหาชอบทำตัวอย่างที่ดิเรกพูดจริง ๆ



    “เอาเป็นว่ามีเขาอยู่ก็ยังดีกว่าเจ้าหญิงอยู่ตัวคนเดียวแล้วกันนะ” นี่คงเป็นคำพูดที่ดีที่สุดที่ผอ.ธาวิสจะปลอบดิเรกได้ดีที่สุดแล้ว



    ก่อนที่ใครจะพูดอะไรต่อ ผอ.ธาวิสก็ชิงพูดออกมาก่อน “ฉันขอคุยเป็นการส่วนตัวกับเธอหน่อยดาริน”



    เมื่อได้ยินเช่นนั้นดิเรกก็คำรามอยู่ในคออย่างช่วยไม่ได้ ถึงอย่างไรเสียเขาก็ยังถือเป็นคนนอกเกินกว่าจะรับรู้ทุกกิจการภายในของโรงเรียน เขาจึงหันไปมองทางอื่นเพื่อสังเกตการณ์และเพื่อกลบอารมณ์ที่ขุ่นเคือง



    ส่วนดารินไม่ได้สนใจอะไรกับท่าทีของดิเรก เธอเพียงแค่ทำตามคำสั่งผอ.ของเธอเท่านั้น เธอใช้นิ้วกดลงไปบนลูกแก้วสื่อสาร ราวกับเธอหยิบดึงอะไรบางอย่างออกมาจากลูกแก้วสื่อสาร มันเป็นเหมือนลูกแก้วสื่อสารขนาดย่อส่วน ที่น่าแปลกใจคือ มันถูกดึงออกมาจากลูกแก้วสื่อสารที่ดูเหมือนของที่มีสสารเป็นแก้วได้



    ดารินหยิบลูกแก้วสื่อสารจิ๋วออกมาใส่ที่ไปที่รูหู มันดูราวกับหูฟังที่ใช้ฟังเสียง มันปิดรูหูของดารินได้อย่างพอดิบพอดี



    “ฟังสิ่งที่ฉันจะพูดต่อไปนี้ให้ดี” ดารินพยักหน้าให้กับผอ.ธาวิสที่ยังอยู่ในลูกแก้วในมือเธอ มีเพียงเธอเท่านั้นที่ได้ยินเสียงของผู้บังคับบัญชาการเธอ ดารินรู้ว่าเธอมีเพียงหน้าที่ฟังสิ่งที่ผอ.ของเธอพูดเท่านั้น เพื่อกันข้อมูลรั่วไหล การไม่พูดหรือแสดงข้อโต้เถียงใดซึ่งอาจจะกลายเป็นข้อมูลที่คนอื่นจะคาดเดาได้จะดีที่สุด



    เสียงผอ.ธาวิสดังขึ้นผ่านลูกแก้วจิ๋วในหูของดารินต่อ “ตอนนี้สถานการณ์ที่อาณาจักรเริ่มไม่สู้ดีนัก ฝ่ายวสุธาเริ่มกดดันฝั่งเราอย่างหนักเรื่องของเจ้าหญิง เรื่องนั้นยังไม่เท่ากับมีขุนนางบางคนใช้โอกาสนี้กดดันเรื่องของดิเรกหายตัวไปจากคุกอย่างไร้ร่องรอยด้วย พวกเขาพยายามโยงเพื่อให้เข้ากับเจ้าหญิง เขาพยายามอ้างเหตุผลร้อยแปดเพื่อให้เจ้าหญิงปรากฏตัวต่อพวกเขาให้ได้ พระราชาเองก็พยายามอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานาเพื่อเลี่ยงบาลีเช่นกัน ฝ่าบาทเชื่อว่าอีกไม่นานพวกเขาต้องรู้แน่ว่าเจ้าหญิงไม่ได้อยู่ในอาณาจักร และเมื่อถึงตอนนั้นอาจเกิดความวุ่นวายที่ร้ายแรงเกินกว่าจะหยุดได้”

    คล้ายกับเรื่องมหากาพย์ดาบอนันต์มนตรา ภาค : โลกมนตรากฤตยา (มี E-Book) ที่คุณอ่าน