Ethereal เมื่อจอมเวทต้องสู้ระยะประชิด

    38 หัวขโมยแห่งแสง

    “ ฮ่าๆๆ ไอ้บ้านี่มันคิดอะไรกัน ทำไมถึงไม่ขี่ยาน อย่าบอกนะว่าเงินหมดหลังจากซื้อยา ฮ่าๆๆๆ ”


    เมสันกุมท้องด้วยท่าทางเจ็บปวดหลังจากเขาขำออกมาไม่หยุด วีดีโอที่กำลังได้รับความนิยมคือคลิปวีดีโอวิ่งของแอ็กเซลที่ถูกโพสต์ลงไปหลายสิบคลิป  บางคลิปเป็นมุมมองจากยานอวกาศ บางคลิปเป็นมุมมองจากยานพาหนะวิ่งตามเส้นทางคดเคี้ยวแซงแอ็กเซลที่กำลังวิ่งไป


    เมสันที่เห็นเพื่อนใช้มือจับต้นไม้เพื่อพักหายใจรู้สึกขำไม่หยุดเพราะเขาไม่คิดว่าการเดินทางมาเข้าสนามรบปฐมภูมิครั้งแรกของเพื่อนจะสร้างตำนานนักวิ่ง


    อย่างไรก็ตามเขากลับรู้สึกสนใจข่าวต่อไปที่กำลังถูกพูดถึงเป็นที่แพร่หลายในหมู่นักศึกษาที่เดินทางไปยังพื้นที่ป่าดินดำระดับ 3 ดาว


    นับเป็นเวลา 2 วันแล้วที่นักศึกษายกเรื่องป่าแห่งนี้ขึ้นมาพูดคุย เนื่องจากว่าพืชกลายพันธุ์หลายต้น หายไปอย่างปริศนาโดยที่ไม่สามารถตามหาผู้ลงมือได้


    ทุกครั้งที่มีการค้นพบพืชกลายพันธุ์และมีการสู้กันเพราะคนที่เจอมีมากกว่า 1 กลุ่ม มักจะเกิดแสงสีขาวแสบตายากจะมองเห็นรอบข้างขึ้นเสมอ หลังจากที่แสงจางหายไป พืชกลายพันธุ์ในตำแหน่งนั้นจะหายไปเช่นเดียวกัน โดยไม่มีใครสามารถตามหาร่องรอยของผู้ลงมือได้ ต่อให้จะวิ่งตามรอยเท้าผู้ลงมือไปก็ตาม สุดท้ายรอยเท้านั้นจะหายไปราวกับอีกฝ่ายมีปีก


    “ มีอะไรเหรอเมสัน ”


    “ อ๋อ ผมกำลังสนใจเรื่องที่ป่าดินดำครับรุ่นพี่ เพื่อนผมที่เคยเล่าให้ฟังเดินทางไปล่าที่นี่ ผมกลัวว่ามันจะไม่ได้อะไรติดมือเลยเพราะมีเหตุการณ์แปลกๆเกิดขึ้น ”


    “ เพื่อนแกที่ได้รับฉายานักวิ่งในตำนานนั่นน่ะเหรอ ”


    “ ใช่พี่ ผมยังไม่ได้รับการติดต่อจากมันเลย ดูเหมือนว่าจะอยู่ภายในป่า ”


    “ ฉันทึ่งไม่น้อยนะที่รู้ว่าเพื่อนของแกเป็นระดับ 2 แล้วยังล่าคนเดียว แต่อีกเดี๋ยวเขาก็คงล้มเลิกไปเองนั่นแหละถ้ารู้ว่าการฆ่าข้ามระดับไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย ”


    “ ผมก็ขอให้มันไม่ตายก็แล้วกัน ”


    เมสันอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงเพื่อน หากยอมเดินทางล่าช้าสัก 2 วัน แอ็กเซลสามารถล่าร่วมกับพวกเขาได้ นอกจากจะปลอดภัยแล้วยังมีเวลาปรับตัวให้เข้ากับสนามรบปฐมภูมิได้อีก การมาที่นี่เป็นครั้งแรกแล้วยังล่าเพียงคนเดียวจึงทำให้เมสันรู้สึกเป็นห่วงอีกฝ่าย


    ---------------------------------------------------------------


    “ เจอสักที หลบดีนักนะ ”


    แอ็กเซลถอนหายใจออกมาเบาๆ ตลอด 2 วันที่เขาเดินไปมาภายในเขตพื้นที่ป่าดินดำเพื่อตามหามอนสเตอร์ธาตุไม้ เขาเจอพวกมันเพียง 4 ตัวเท่านั้น ขาดอีกเพียงตัวเดียวเขาก็สามารถอัพเลเวล วันนี้เขาคิดว่าจะเลิกค้นหาแล้วเดินทางเข้าสู่ซากโบราณสถานกลับพบว่าระหว่างทางมีมันหลบซ่อนอยู่หนึ่งตัว โดยตอนนี้เจ้าตัวน้อยทั้ง 4 กำลังชี้มือไปที่มันเพื่อให้เขารู้ว่ามันกำลังพรางตัวไปกับต้นไม้แห้งตาย


    “ รู้แล้ว พวกแกเงียบๆก่อน ”


    แอ็กเซลห้ามไม่ให้เจ้าตัวน้อยทั้ง 4 ส่งเสียงจากนั้นเขาจึงอัญเชิญเวิร์ธรูทระดับ 3 ออกมาทั้งหมด 4 ตัวแล้วสั่งให้พวกมันเข้าไปทำลายต้นไม้ให้หักโค่นลงมา


    มอนสเตอร์ต้นไม้ที่เขาพบมีลักษณะเหมือนเถาวัลย์กาฝาก มันสามารถพรางตัวไปกับต้นไม้รอบๆได้ ทันทีที่ต้นไม้ใหญ่ล้มลงมานอนกองบนพื้นดิน เวิร์ธรูทก็เข้าไปกระทืบมอนสเตอร์ต้นไม้ที่เกาะอยู่บนต้น


    แอ็กเซลไม่เข้าไปโจมตีด้วยตนเองสาเหตุเป็นเพราะว่ามอนสเตอร์ตัวนี้อันตรายเกินไป มันไม่สามารถเดินได้ก็จริง แต่มันกลับมีกิ่งก้านที่สามารถยิงลำแสงโจมตีได้ เขาเกือบตายมาแล้วหนึ่งครั้งจากการถูกลำแสงนี้พุ่งเฉียดบริเวณท้อง ดังนั้นจึงใช้วิธีปลอดภัยที่สุดคือการให้เวิร์ธรูทของเขาเข้าไปจัดการ กระทั่งผ่านไป 5 นาทีที่มอนสเตอร์ธาตุไม้ถูกกระทืบ มันจึงเลิกดิ้นและไม่คิดยิงลำแสงออกมาอีก แอ็กเซลจึงเข้าไปจับมันทำพันธะสัญญากลายเป็นหนึ่งในมอนสเตอร์ของเขา


    “ ไหนดูซิ มันจะได้อะไรเพิ่มเติม ”


    หน้าต่างสถานะเปิดขึ้นมาดูด้วยท่าทางตื่นเต้น จากการหาข้อมูลภายในอินเทอร์เน็ต สกิลแตกหน่อยเลเวล 2 จะเพิ่มจำนวนการแยกร่างของมอนสเตอร์ในพันธะสัญญาได้ จากเดิมแยกร่างได้เพียงแค่ 2 ตัวเท่านั้น เมื่อเลเวล 2 จะทำให้แยกร่างเพิ่มได้อีก บางคนสามารถแยกได้ 5 บางคนแยกได้ 10 ทันทีที่แอ็กเซลอ่านรายละเอียดของสกิล บนใบหน้าของเขาถึงขั้นปรากฎความตื่นตะลึงเนื่องจากว่าสกิลแตกหน่อเลเวล 2 สามารถแยกร่างมอนสเตอร์ในพันธะได้ 50 ตัว 


    หมายความว่ากระบองเพชรทั้ง 2 ของเขาจะเพิ่มจำนวนขึ้นเป็น 100 ตัว พิกซี่ก็เช่นเดียวกัน เวิร์ธรูทที่ผ่านการใช้งานสกิลแตกหน่อเลเวล 1 มาแล้วนั้น พวกมันที่เหลือ 20 ตัวสามารถรับสกิลแตกหน่อเพื่อแยกร่างได้อีก แต่ละตัวสามารถแยกร่างได้มากถึง 50  ถ้าหากเขาใช้สกิลแตกหน่อกับพวกมันในตอนนี้ เขาจะมีเวิร์ธรูทในการครอบครองมากถึง  1,000  ตัว


    “ แตกหน่อ ”


    สกิลแตกหน่อเปิดใช้งานกับเถาวัลย์กาฝากที่พึ่งจับได้ รวมแล้วเขามีเถาวัลย์กาฝากทั้งหมด 10 ตัว แอ็กเซลกลับไม่คิดใช้งานสกิลแตกหน่อเลเวล 2 เพราะเขาคิดว่าตนเองกำลังจะพลาดช่วงเวลาที่ดีที่สุดไป


    หากเขาใช้งานสกิลแตกหน่อในตอนนี้ มอนสเตอร์ในพันธะจะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างมหาศาล เพียงแต่ว่าการเลื่อนระดับของมันจะยากยิ่งขึ้นเพราะต้องหารค่าประสบการณ์ แอ็กเซลจึงคิดว่าเขาจะใช้สกิลแตกหน่อเลเวล 2 กับพวกมันหลังจากเลื่อนระดับมอนสเตอร์ในพันธะทั้งหมดให้เป็นระดับ 3 ดาวหรือสูงกว่า เมื่อถึงตอนนั้นมอนสเตอร์ที่ได้รับสกิลแตกหน่อจะมีระดับสูง โดยที่เขาไม่ต้องใช้ทรัพยากรมากมายในการเลื่อนระดับพวกมัน


    “ ไปกันเถอะ ”


    แอ็กเซลชวนเจ้าตัวน้อยทั้ง 4 ออกเดินทาง เขารับรู้ได้ถึงหายนะเมื่อคิดได้ว่าพวกมันจะเพิ่มจำนวนมากยิ่งขึ้นกว่านี้


    มอนสเตอร์ที่เขาจับได้ตามสถานที่ต่างๆ ไม่มีการพูดจาใดๆ พวกมันเปรียบเสมือนหุ่น แต่พิกซี่และกระบองเพชรที่ได้มาหลังจากอาชีพของเขาเลื่อนระดับ กลับรู้จักพูด แม้จะฟังไม่รู้เรื่องก็ตามพวกมันยังพยายามจะสื่อสารให้เขาเข้าใจ การเพิ่มจำนวนของพวกมันขึ้นหลายร้อยคงจะเป็นหายนะสำหรับเขาแน่นอน


    มอ!


    ใบหน้าทั้ง 5 หันมองไปยังทิศทางที่ได้ยินเสียงพร้อมๆกัน เสียงกรีดร้องของไซส์มิกไบซันเรียกพวกเขาให้เดินไปหา แอ็กเซลจึงเปิดใช้งานสกิลวิ่งไปดูเนื่องจากว่าเสียงร้องมีมากเกินไป ทันทีที่เขามาถึงจุดที่มีมอนสเตอร์กรีดร้องออกมามากมาย เขาก็พบเข้ากับไซส์มิกไบซันราว 20 ตัวกำลังพุ่งชนร่างนักศึกษาหลายร้อยคน ใจกลางจุดที่มอนสเตอร์วิ่งวนมีร่างมอนสเตอร์ตัวหนึ่งนอนตาย มันถูกอาวุธบางอย่างแทงร่างกาย ดูจากร่องรอยน่าจะตายมาเป็นเวลา 1 อาทิตย์แล้ว


    อย่างไรก็ตามไซส์มิกไบซันตัวที่ตายกลับเป็นระดับ 4 ที่น่าจะเป็นจ่าฝูง ด้านข้างของมันมีอาวุธหล่นอยู่ชิ้นหนึ่ง มันคือโซลฟอร์ดที่กลั่นตัวออกมาจากร่างของมัน นักศึกษาราว 4 สถาบันจึงพยายามวิ่งฝ่าวงล้อมเข้าไปนำโซลฟอร์ดชิ้นนี้ออกมา


     “ โล่เหรอ  น่าจะมีโอกาสได้ใช้ในสักวัน ”


    แอ็กเซลลูบคางเบาๆ หลายวันนี้เขาสนุกกับการล่าเป็นอย่างมาก นอกจากจะได้เล่นบทล่าแล้ว เขายังได้เป็นหัวขโมย ของทุกอย่างที่เจอระหว่างทางล้วนกลายเป็นของเขาทั้งสิ้น ผลไม้กลายพันธุ์หลากหลายชนิดล้วนแล้วนอนนิ่งในแหวนเก็บของของเขา อย่างไรก็ตามนักศึกษากลุ่มนี้ดูประหลาดเกินไป ทุกคนระมัดระวังตัวเป็นอย่างมากเพราะสวมใส่แว่นตาดำ แอ็กเซลจึงรู้ได้ว่าพวกเขาเฝ้าระวังการมาของหัวขโมยที่ถูกตั้งฉายาว่าหัวขโมยแห่งแสง ทุกครั้งที่เขาปรากฎตัวจะมาพร้อมกับแสงแล้วขโมยของล้ำค่าไป


    “ แสงใช้ไม่ได้ งั้นก็ขโมยตรงๆเลยแล้วกัน ”


    แอ็กเซลถอดชุดเกราะเก็บเอาไว้ในแหวนเก็บของ จากนั้นก็นำผ้าคลุมและหมวกไอ้โม่งออกมาสวมใส่ หลังจากแต่งกายเสร็จเรียบร้อยเขาจึงวาดวงเวทใส่ลงไปบนฝ่าเท้าแล้วเปิดใช้งานสกิลเวทเสริมความเร็ว ในขณะที่นักศึกษาพยายามระดมโจมตี  ชายสวมใส่ชุดสีดำก็พุ่งออกมาจากด้านหลังต้นไม้ด้วยความเร็วไว โดยที่มือของเขามีบอลแสงปาเข้าใส่จุดที่มีการต่อสู้  


    ต่อให้นักศึกษาจะเตรียมการป้องกันมาเป็นอย่างดี มอนสเตอร์กลับไม่ได้มีสิ่งใดปกป้องดวงตาของมัน ทันทีที่บอลแสงทำงานพวกมันก็ตาบอดสนิทไม่สามารถมองเห็นสิ่งใดได้ 


    นักศึกษาที่พบเข้ากับบอลแสงหลังจากที่ใช้แว่นตากรองแสงออกไปได้มากก็พบเข้ากับชายแต่งตัวสีดำกำลังวิ่งผ่านพวกเขาไป อย่างไรก็ตามชายที่กำลังวิ่งผ่านกลับใช้งานบางสิ่งบางอย่าง พื้นดินรอบข้างที่เขาวิ่งผ่านได้ยกตัวสูงขึ้นสร้างเป็นกำแพงป้องกันจนไม่มีใครโจมตีเขาได้


    “ มันมาแล้ว ปิดทางหนี อย่าให้มันหนีออกจากที่นี่ไปได้ ”


    นักศึกษาที่พยายามแย่งกันเข้าไปเก็บโซลฟอร์ดระดับ 4 ร้องตะโกนด้วยท่าทางวิตกกังวล ทันใดนั้นหัวขโมยก็ได้หยิบโล่ระดับ 4 แล้วเก็บมันเอาไว้ในแหวนมิติ จังหวะที่หัวขโมยกำลังหนี นักศึกษาแต่ละสถาบันต่างก็พยายามสร้างรั้วป้องกันจนทุกทิศทางไม่มีช่องว่างให้วิ่งผ่านไปได้


    เพียงแต่ว่าหัวขโมยกลับปลดปล่อยเชือกพลังงานออกมาจากกลางฝ่ามือแล้วเหวี่ยงมันขึ้นไปบนอากาศดึงดูดทุกสายตาให้หันมองไป พริบตานั้นเองเชือกที่พุ่งออกจากมือหัวขโมยก็ได้มัดไปยังต้นไม้ต้นหนึ่ง เมื่อเขากระตุกมือร่างที่อยู่ท่ามกลางคนจำนวนมากก็ลอยขึ้นไปบนฟ้าหายไปด้วยความรวดเร็ว 


    นักศึกษาทั้งหมดล้วนตกใจกับสิ่งที่เห็น แต่ก่อนจะวิ่งตามไปไซส์มิกไบซันที่กลับมามองเห็นได้อีกครั้งก็ได้วิ่งชนนักศึกษาหลังจากพวกมันพบว่าโซลฟอร์ดถูกขโมยไปแล้ว


    มอ!


    “ วิ่ง! ”


    หลายคนเลือกที่จะวิ่งหนี บางคนเลือกจะไล่ตามหัวขโมยไป อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวของหัวขโมยกลับรวดเร็วมาก เพียงแค่เขาสะบัดเชือกพลังงานไม่กี่ครั้งร่างนั้นก็หายเข้าไปในป่า ต่อให้ป่าจะไม่ได้รกทึบก็ตาม ร่างชายชุดดำกลับเคลื่อนที่เร็วจนทิ้งห่างไปไกลจนมองไม่เห็น


    “ ไม่ทันแล้ว เขาหายไปแล้ว ”


    นักศึกษากลุ่มที่พยายามวิ่งตามหันมองหน้ากัน พวกเขาถูกทิ้งห่างจนไม่สามารถตามไปแย่งของกลับคืนมาได้  ถึงอย่างนั้นพวกเขากลับได้ข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวขโมยแห่งแสง เชือกพลังงานที่เขาใช้งานมีนักศึกษาเพียงสถาบันเดียวที่ใช้ได้ สถาบันนั้นก็คือโนวาไพร์ม แต่ไม่มีใครรู้อะไรเพิ่มเติม เพราะไม่มีใครรู้เกี่ยวกับระดับพลัง หรือความสามารถเสริมนอกจากการใช้บอลแสงและเชือกพลังงาน  ชายคนนี้จึงเป็นปริศนาต่อไป


    แอ็กเซลที่โหนเชือกพลังงานเส้นใหญ่มาไกล เขาจึงรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วรีบวิ่งไปยังโบราณสถานที่มีคนรวมกลุ่มกันเป็นจำนวนมาก หากคิดจะหาตัวของเขาคงยากเพราะที่นั่นมีนักศึกษาสถาบันโนวาไพร์มอยู่เช่นเดียวกัน นับว่าเป็นเรื่องโชคดีที่เขาไม่ได้ใช้ด้ายพลังงานแต่กลับเลือกใช้เชือกพลังงานแทน การจะระบุว่าเขาคือหัวขโมยแห่งแสงคงเป็นเรื่องยาก.