ที่บ้าน
เย่เทียนตรวจสอบแผนผังค่ายกลรวบรวมลมปราณอย่างละเอียดก่อนจะรู้ว่าการจะจัดวางค่ายกลรวบรวมลมปราณได้นั้นไม่เพียงแต่ต้องเข้าใจรูปแบบค่ายกลถึง100 รูปแบบเท่านั้น แต่ยังต้องใช้หินปราณเพื่อเปิดใช้งานค่ายกลรวบรวมลมปราณอีกด้วย
“ค่ายกลทั่วไปไม่จำเป็นต้องมีหินปราณนั่นเพราะค่ายกลเหล่านั้นไม่มีคุณสมบัติในการรวบรวมพลังปราณมีเพียงค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับกลางเท่านั้นที่สามารถรวบรวมปราณปฐมแห่งฟ้าดินได้อย่างรวดเร็วด้วยความช่วยเหลือของหินปราณไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหอคอยแห่งการฝึกฝนถึงไม่มีค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับกลางเช่นนี้ที่แท้ก็เป็นเพราะมันต้องใช้หินปราณที่คนทั่วไปไม่สามารถครอบครองได้นี่เองถึงแม้ว่าจะมีค่ายกลนี้ก็ไม่สามารถเปิดใช้งานได้อยู่ดี!”
เย่เทียนเข้าใจในทันที
จากนั้นเขาก็หัวเราะอย่างมีความสุข
หินปราณหรือเขามีมันอยู่มากมาย!
ในเขตแดนลับเขาขุดหินปราณได้มามากกว่า 2,000 ก้อนซึ่งหินปราณหนึ่งก้อนก็สามารถเปิดใช้งานค่ายกลได้เป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว หินปราณ 2,000 ก้อน เขาจะใช้ได้ถึงกี่ปี?
ดังนั้นเย่เทียนจึงไม่จำเป็นต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย
“เป้าหมายต่อไปคือฝึกฝนวิชากายาโลหิตม่วงไปพร้อมๆกับทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งดาบและรูปแบบค่ายกล”แม้ว่ามันจะเป็นเป้าหมายที่ค่อนข้างหนัก แต่เย่เทียนก็มีความสุขกับมัน
ผ่านไปครึ่งเดือน
เขาใช้เวลาเพียงเล็กน้อยในการฝึกฝนทักษะกายาโลหิตม่วงแต่พละกำลังของเขาตอนนี้ก็มากกว่า 2 ช้างแล้วและในที่สุดเขาก็สามารถทำความเข้าใจเจตจำนงดาบได้ถึง 2 ส่วนแล้วซึ่งมันเป็นเงื่อนไขเบื้องต้นของการฝึกฝนทักษะดาบระดับเงิน
แต่ตอนนี้เย่เทียนยังไม่มีทักษะดาบระดับเงินแผนนี้จึงถูกพับเก็บไว้ชั่วคราว
สำหรับรูปแบบค่ายกลตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมาเย่เทียนสามารถจารึกรูปแบบค่ายกลได้ 71 รูปแบบแล้วนี่เป็นขีดจำกัดของจอมเวทค่ายกลระดับเริ่มต้นเพราะตราบใดที่เขาสลักรูปแบบค่ายกลได้ถึง 80รูปแบบและเรียนรู้รูปแบบค่ายกลระดับกลางอีกเล็กน้อย เขาก็จะกลายเป็นจอมเวทค่ายกลระดับกลางได้
แต่เย่เทียนก็สัมผัสได้ว่าหากเขาต้องการที่จะรูปแบบค่ายกล100 รูปแบบ อย่างน้อยเขาก็ต้องใช้ระยะเวลา 2-3 เดือน สำหรับเขาระยะเวลาขนาดนั้นมันนานเกินไป
“เราต้องคัดลอกพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงอีกครั้ง!”
เย่เทียนตัดสินใจ
พรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงสุดนั้นหาได้ยากแต่พรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงนั้นไม่ใช่เรื่องยากอีกอย่างพรสวรรค์ในการคัดลอกของเขาก็สามารถใช้งานได้อีกครั้งแล้วเวลานี้เขามีโอกาสคัดลอกพรสวรรค์ได้ถึง 2 ครั้ง
คราวนี้เขาเตรียมคัดลอกพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงเพื่อยกระดับพรสวรรค์ด้านค่ายกลของเขาให้เป็นพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงสุด
ตราบเท่าที่เขามีพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงสุดเขาก็จะสามารถจารึกค่ายกลได้ 100 รูปแบบในระยะเวลาอันสั้นและจากนั้นเขาก็จะเริ่มจัดวางค่ายกลรวบรวมลมปราณ
ในอนาคตหากเขาออกจากฐานทะเลมารเขาก็สามารถสร้างค่ายกลรวบรวมลมปราณที่ไหนก็ได้
เช้าวันต่อมา
เย่เทียนเดินเตร็ดเตร่ไปยังที่ฐานที่มั่นของกองกําลังต่างๆและหลังจากตรวจสอบโดยพรสวรรค์ในการคัดลอกในที่สุดเขาก็พบร่องรอยของผู้มีพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูง 2 คน ในสำนักงานใหญ่ของธนาคารทะเลมารหลังจากนั้นเย่เทียนก็คัดลอกพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงและมุ่งหน้ากลับบ้านเพื่อหลอมรวมพรสวรรค์ในทันที
ครึ่งชั่วโมงผ่านไป
เย่เทียนที่เหนื่อยล้าเล็กน้อยรีบตรวจสอบพรสวรรค์ด้านค่ายกลของเขาทันทีทันใดนั้นข้อมูลพรสวรรค์ของเขาก็ปรากฏขึ้นในจอประสาทตา
[พรสวรรค์ด้านค่ายกล: ระดับสูงสุด]
“พรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงสุดเราน่าจะสามารถจารึกค่ายกล 100 รูปแบบได้ภายในหนึ่งเดือนเมื่อถึงเวลานั้นเราก็จะสามารถจัดวางค่ายกลรวบรวมลมปราณได้ไม่เสียแรงที่เราเสียเวลาไปนานขนาดนี้!” เย่เทียนถอนหายใจ
เขายังคงทำความเข้าใจกับค่ายกลต่อไปเพื่อที่จะสลักอักขระอาคม100 รูปแบบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
และเพื่อบรรลุเป้าหมายให้สำเร็จโดยเร็วเย่เทียนได้ลดเวลาในการฝึกฝนกายาโลหิตม่วงและเลิกทำความเข้าใจเจตจำนงเเห่งดาบชั่วคราวดังนั้นหลังจากผ่านไป 26 วันเย่เทียนก็ใช้พรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงสุดสลักอักขระอาคมได้จนครบ 100 รูปแบบ
เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้วเย่เทียนก็ทำสมาธิและเตรียมจะหยิบแผ่นจานค่ายกลระดับสูงออกมาเพื่อเริ่มจารึกรูปแบบค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับกลาง
ค่ายกลรวบรวมลมปราณระดับกลางนั้นไม่ได้ง่ายดายอย่างที่คิดแม้ว่าเขาจะมีพรสวรรค์ด้านค่ายกลระดับสูงสุดแต่มันก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะสำเร็จ 100%
“เริ่ม!”
การจารึกค่ายกลแรกสำเร็จจากนั้นก็ค่ายกลที่สอง ที่สาม สี่…
เมื่อจารึกถึงรูปแบบที่42 เนื่องจากมีข้อผิดพลาดเล็กน้อย การจารึกอักขระจึงล้มเหลว แผ่นจานค่ายกลจึงถูกทำลายแต่เย่เทียนก็ไม่สนใจ เขาหยิบแผ่นจานค่ายกลออกมาและเริ่มจารึกต่อไปอีกครั้ง
หลังจากล้มเหลวไปถึง3 ครั้ง เย่เทียนก็สามารถจารึกและจัดวางค่ายกลรวบรวมลมปราณได้สำเร็จในครั้งที่สี่
จากนั้นเขาก็ฝังแผ่นจานค่ายกลไว้บนพื้นของห้องฝึกฝนและนำหินปราณวางลงบนแผ่นจานค่ายกลเพื่อเปิดใช้งานค่ายกลรวบรวมลมปราณ
ฟูม!!!!
ปราณปฐมแห่งฟ้าดินจำนวนมหาศาลไหลทะลักเข้ามาทำให้พลังปราณภายในค่ายกลค่อยๆ เข้มข้นขึ้น ผ่านไปประมาณครึ่งชั่วโมงความเข้มข้นของพลังปราณทั่วทั้งห้องฝึกฝนก็มากกว่าโลกภายนอกถึงหกเท่า
“ช่างเป็นปราณปฐมแห่งฟ้าดินที่เข้มข้นยิ่งนักเพียงแค่เราหายใจก็รู้สึกสดชื่นมากแล้ว!”
เย่เทียนพอใจกับผลของค่ายกลรวบรวมลมปราณเป็นอย่างมาก
ต่อจากนี้เขาก็สามารถทุ่มเทฝึกฝนได้อย่างเต็มที่แล้ว
ด้วยพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับดาราเทคนิครวบรวมลมปราณขั้นสูง เคล็ดวิชากายาโลหิตม่วง และค่ายกลรวบรวมลมปราณ
ความเร็วในการก้าวหน้าของเย่เทียนนั้นน่าเหลือเชื่อมากถ้าคนนอกรู้เข้าคงจะต้องเรียกเขาว่าสัตว์ประหลาดอย่างแน่นอน
หลังจากฝึกฝนมาหนึ่งวันเย่เทียนก็พึมพำกับตัวเอง
“ด้วยความเร็วในการฝึกฝนเช่นนี้เราจะสามารถเพิ่มพละกำลังได้ถึง 9 ช้างในหนึ่งเดือน!”
9ช้างต่อเดือน 10 เดือนก็จะมีพลัง 90 ช้าง เมื่อพิจารณาจากความเร็วในการฝึกฝนนี้อย่างช้าหนึ่งปีก็เพียงพอที่เขาจะเลื่อนขั้นเป็นปรมาจารย์ขั้นสูงได้
ไม่กี่วันต่อมาเย่เทียนก็มีโอกาสคัดลอกพรสวรรค์ได้อีกสองครั้ง
แต่เย่เทียนยังคงลังเลและไม่รู้ว่าจะคัดลอกพรสวรรค์อะไรดี?
“จริงสิพรสวรรค์ของเสี่ยวเซวี่ยนั่น เรายังไม่ได้คัดลอกเลย!” เย่เทียนนึกขึ้นได้
เสี่ยวเซวี่ยเป็นชื่อของมังกรโลหิตสงครามที่เขาตั้งให้มัน
เย่เทียนขยายขอบเขตของพรสวรรค์ในการคัดลอกและพบว่าเสี่ยวเซวี่ยกําลังเล่นกับเสี่ยวจินอยู่ด้านนอก
“เราจะคัดลอกพรสวรรค์ไหนดี?”
เย่เทียนลังเล
ในที่สุดสายตาของเขาก็จับจ้องไปที่พรสวรรค์ของเสี่ยวเซวี่ย
[พรสวรรค์ในการบิน: ระดับสูง]
[พรสวรรค์กระดูกโลหิต: ปานกลาง]
ไม่ใช่ว่าเย่เทียนไม่อยากคัดลอกพรสวรรค์อื่นๆแต่พรสวรรค์อื่นๆ ล้วนเกี่ยวข้องกับสายเลือดของมังกร เขาไม่มีสายเลือดมังกรหากเขาคัดลอกมันมา บางทีเขาอาจจะไม่สามารถดึงพลังของมันออกมาใช้ได้อย่างเต็มที่
“พรสวรรค์ในการบินนั้นค่อนข้างน่าสนใจเราอยากคัดลอกมันมานานแล้ว แต่เรารู้สึกว่าเรายังไม่ได้ออกจากฐานทะเลมารและไม่จำเป็นต้องใช้พรสวรรค์ด้านการบินเพราะงั้นจึงไม่ได้รีบร้อนที่จะคัดลอกมันตั้งแต่เเรกในเมื่อตอนนี้ไม่มีทางเลือกที่ดีกว่านี้แล้ว งั้นเราก็จะคัดลอกมัน!”
เย่เทียนพึมพำ
กระบวนการคัดลอกและหลอมรวมผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เย่เทียนมีพรสวรรค์ในการบินแล้วเขาพยายามทดลองบินไปมาในห้อง
ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือแม้ว่าเขาจะไม่มีปีกเหมือนสัตว์อสูรตัวอื่นๆแต่เขาก็สามารถลอยตัวขึ้นได้โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาพลังจากภายนอกใดๆ
หลังจากพักผ่อนชั่วครู่เย่เทียนก็เริ่มคัดลอกพรสวรรค์กระดูกโลหิตระดับกลาง
สำหรับพรสวรรค์นี้เขาได้ศึกษามันมาหลายครั้งแล้ว
พรสวรรค์ของกระดูกโลหิตเป็นพรสวรรค์ที่พิเศษมากเขาสามารถเลือกกระดูกชิ้นใดก็ได้ในร่างกายเพื่อหล่อเลี้ยงมันสุดท้ายมันจะกลายเป็นอาวุธกระดูกโลหิต
ซึ่งเขาจะสามารถนำมันออกมาจากร่างกายเพื่อใช้เป็นอาวุธและเก็บกลับไปในร่างกายเขาได้ตลอดเวลา
กุญแจสำคัญคือเมื่อหล่อหลอมจนกลายเป็นกระดูกโลหิตเขาจะสามารถเปลี่ยนกระดูกของเขาให้กลายเป็นอาวุธชนิดใดก็ได้
นอกจากนี้กระดูกโลหิตถูกกลั่นโดยเลือดและเมื่อนำมันออกมาใช้งานเป็นอาวุธกระดูกชิ้นใหม่ก็จะปรากฏขึ้นบริเวณเดิมโดยไม่กระทบต่อร่างกายใดๆ
โชคไม่ดีที่พรสวรรค์ของกระดูกโลหิตนี้เป็นเพียงพรสวรรค์ระดับกลางเท่านั้นเมื่อนำมันมาสร้างเป็นอาวุธ มันจะสามารถเทียบเท่ากับอาวุธเวทระดับสูงเมื่อเขาก้าวเข้าสู่ระดับราชา พรสวรรค์นี้ก็จะไร้ประโยชน์ไป
แต่การมีมันในตอนนี้ก็ดีกว่าไม่มีถ้าในอนาคตเขาโชคดีพอที่จะสามารถยกระดับพรสวรรค์กระดูกโลหิตได้พรสวรรค์นี้ก็จะกลายเป็นพรสวรรค์ที่ยอดเยี่ยมมาก