ฝุ่นควันคละคลุ้งจากการระเบิดเพิ่งจางลง ทีมของแกรนด์มองไปที่หลุมระเบิดอย่างตกตะลึง รัศมีร้อยกว่าเมตรจากจุดที่เกิดการระเบิดกลายสภาพจากป่าไปเป็นหลุมดิน ทุกอย่างภายในเขตนั้นถูกอานุภาพระเบิดกลืนกินหมดสิ้นไม่เว้นแม่แต่งูเหลือมหินที่เป็นสัตว์อสูรชั้นสูง แถมพลังป้องกันทางกายภาพของมันอยู่ในระดับท็อปของสัตว์อสูรในระดับเดียวกันอีกด้วย
“ไคลน์ เจ้าเป็นอะไรรึเปล่า?”
“ข้าไม่เป็นไรขอรับ”
แกรนด์ถามไคลน์ที่เดินกระเซอะกระเซิงมาหา ถ้าไม่ได้เกราะน้ำแข็งของเอเลน่าป้องกันไว้เมื่อครู่เขาอาจตายไปแล้วก็ได้ แม้จะอยู่แค่ใกล้ๆ รัศมีระเบิดก็ตาม เอาเลน่าใช้ยาฟื้นฟูกายให้ไคลน์ดื่มทันที อาการอาจจะไม่สาหัส แต่ผลกระทบจากแรงระเบิดทำให้อ่อนกำลังลงอย่างมาก
“ใครมันมาแย่งเหยื่อของเรากัน?”
แกรนด์จับสัมผัสพลังของใครไม่ได้เลยในบริเวณรอบๆ แถวนี้ นี่เป็นเรื่องที่ต้องระมัดระวังตัวเป็นพิเศษ คนที่ทรงพลังพอที่จะจัดการงูเหลือมกินได้ด้วยการโจมตีครั้งเดียวแบบนี้ต้องไม่ธรรมดาแน่ ทั้งตั้งแต่แรกเริ่มจนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครผิดสังเกตรึจับสัมผัสพลังของเขาคนนั้นได้เลย ครู่หนึ่งแกรนด์ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้เรื่องที่ชาวบ้านบอกก่อนหน้านี้ว่ามีชายหนุ่มอายุไล่เลี่ยกับพวกตนอาสาที่จะมาจัดการกับเจ้างูนี่ให้เมื่อหลายวันก่อน หรือว่าคนที่โจมตีเมื่อครู่นี้จะเป็นชายหนุ่มคนนั้น?
“วู้ววววว สำเร็จ! สุดยอด! สะใจสุดๆ ไปเลยว่ะ ฮ่าๆ ๆ”
เสียงชายผู้หนึ่งตะโกนอย่างดีใจจนออกนอกหน้าดังขึ้นมาใกล้ๆ หลุมระเบิดแห่งนี้ ฟังความหมายที่พูดออกมาแล้ว การระเบิดที่เพิ่งเกิดขึ้นน่าจะเป็นฝีมือของคนผู้นี้ สักพักทั้งสี่ก็มองเห็นร่างของชายหนุ่มผู้หนึ่งที่กำลังเดินตรงเข้ามาหาพวกเขา มองดูแล้วเป็นชายหนุ่มหน้าตาดี ผมดำเงา สวมชุดสีดำทั้งตัวคล้ายกับชุดพรางกายของพวกนักฆ่า และที่สำคัญ ชายหนุ่มผู้นี้ใส่แหวนมิติเงิน เขาเป็นบุคคลแรกที่แกรนด์เห็นใส่แหวนมิติเงินในเขตเมืองกลอเซน ขนาดคร็อกคัสหรือเอลรอนที่เป็นถึงทายาทในตระกูลขุนนางชั้นสูงยังใช้แค่แหวนมิติทองแดง เมื่อเห็นชายหนุ่มเดินตรงมาทางนี้บ็อบและไคลน์ตั้งท่าที่จะสู้ทันที
“โอ้ววว พวกเจ้าเองงั้นหรอที่ไล่เจ้างูนี่กลับถ้ำ ขอบคุณมากนะทุกคน ขอบคุณ ขอบคุณ”
ชายหนุ่มปริศนาวิ่งตรงดิ่งมาจับมือทุกคนเขย่าด้วยความดีใจพร้อมกับขอบคุณยกใหญ่ เรื่องเกินคาดเช่นนี้ทำให้ทุกคนมึนงง เรื่องแบบนี้มันอะไรกัน? จนกระทั่งชายหนุ่มปริศนาเดินมาถึงเอเลน่า
“ว้าว! มีสาวสวยอยู่ในกลุ่มด้วยเหรอเนี่ย ขอบคุณเช่นกันนะ หืม? ...........”
“เป็นเจ้าเองหรอกเหรอ ครีทัส”
“เฮ้ยๆ ๆ เจ้า ยัยแว่นปีศาจ!!”
“พวกเจ้ารู้จักกัน?”
แกรนด์หันไปถามเอเลน่าทันที จากปฏิกิริยาของทั้งคู่ยืนยันได้แน่ชัดเลยว่าสองคนนี้ต้องรู้จักกันแน่นอน
“เขาเคยเป็นเพื่อนร่วมชั้นเรียนของข้าน่ะ”
“ผู้ที่จบจากสถาบันศาสตร์การต่อสู้เมืองกลอเซน?”
แกรนด์ถามออกมาด้วยความสงสัย พลังที่รุนแรงเมื่อครู่นี้เห็นได้ชัดว่าอานุภาพของมันรุนแรงแค่ไหน แม้แต่ผู้ฝึกพลังคลาส 6 ถ้าโดนเข้าไปเต็มๆ แบบเจ้างูตัวนี้ก็คงต้องตายในชั่วพริบตาเแน่ ทั้งแอเรียเวทย์ที่ใช้เมื่อครู่เป็นทักษะของผู้ใช้เวทย์คลาส 6 ขึ้นไป ถ้าเขาเรียนที่สถาบันศาสตร์การต่อสู้ทำไมคนที่ถูกขนานนามว่าผู้ใช้เวทย์อัจฉริยะถึงไม่ใช่เขาแต่เป็นเอเลน่า?
“ไม่ใช่หรอก ครีทัสถูกไล่ออกก่อนน่ะ ตอนพวกเราอยู่ปี 3 ช่วงนั้นเป็นคาบเรียนวิชาเล่นแร่แปรธาตุ หมอนี่มันกำลังทำระเบิดส่งอาจารย์ ตอนทำเสร็จแล้วคิดอะไรอยู่ก็ไม่รู้ เอาระเบิดไปลองทดสอบดูก่อน วันนั้นอาคารทั้งหลังพังยับ พวกข้ารวมถึงอาจารย์เกือบตายยกชั้นเพราะความบ้าบอของเขานี่แหละ สุดท้ายแล้วหมอนี่เลยโดนไล่ออกจากสถาบัน”
แกรนด์ชักสงสัยเรื่องของชายหนุ่มผู้นี้ขึ้นมาอีกจึงใช้สกิลตรวจสอบออร่าพลังของครีทัส ผลที่ออกมาแทนที่จะไขข้อสงสัยบางประการได้ แต่กลับเป็นเพิ่มข้อสงสัยขึ้นมากกว่าเดิมอีก ครีทัสเป็นผู้ใช้เวทย์ธาตุไฟ คลาส 2 ขั้นกลาง พลังของเขาด้อยกว่าหัวหน้ากลุ่มนักล่าของหมู่บ้านบางคนด้วยซ้ำ เอเลน่าบอกว่าเขาเคยเรียนชั้นเดียวกับเธอ แสดงว่าในวันที่ทำการทดสอบ พลังของครีทัสสูงพอที่จะเข้าเรียนในชั้นเรียนผู้มีพรสวรรค์ได้ ซึ่งในวันที่ทดสอบผลการทดสอบอย่างน้อยก็ต้องระดับเดียวกับเอลรอนไม่ก็ต้องสูงกว่านั้น แล้วพลังที่ระเบิดเมื่อครู่นี้เป็นการระเบิดของจริงแน่นอน รึชายคนนี้จะมีทักษะในการพลางเพื่อซ่อนพลังเช่นเดียวกับแกรนด์?
“นี่ๆ สหาย ข้ามีอะไรจะเตือน เจ้าอย่าไปหลงเชื่อเอเลน่าล่ะ เธอกำลังหลอกพวกเจ้าไปเป็นหนูลองยา!”
ครีทัสเอ่ยเอ่ยเตือนแกรนด์ด้วยความหวังดี แต่ก่อนเขาเองก็เป็นหนึ่งในคนที่โดยจับเป็นหนูลองยาเช่นกัน
“ข้ารู้แล้ว ก็ไม่เห็นเป็นไรหนิ”
แกรนด์ตอบอย่างหน้าตาเฉยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ครีทัสหน้าแข็งค้างขึ้นทันที หรือไอ้หมอนี่มันจะยังไม่เคยเจอกับยาที่กลายเป็นพิษกัน
“เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง? แล้วแอเรียเวทย์ที่ว่านั่น? เจ้าเพิ่มพลังอย่างรวดเร็วขนาดนี้ได้ด้วยเหรอ?”
เอเลน่าก็สงสัยไม่ต่างกับแกรนด์ ครีทัสในความทรงจำของเธอนั้นพลังในการฝึกขึ้นช้าที่สุดในหมู่เพื่อนร่วมชั้น นอกจากนั้นยังขี้เกียจสันหลังยาวและไม่ค่อยยอมฝึกพลังเท่าไหร่ ดังนั้นจากปี 1 ถึง ปี 3 พลังของเขารั้งท้ายมาตลอด โดดเรียน หลับในห้อง คะแนนรวมวิชาต่างๆ ต่ำเตี้ยเรี่ยดินแถมพลังยังรั้งท้ายชั้นเรียนอีก ทักษะที่ครีทัสใช้มาจากคัมภีร์ดอกไม้ไฟรัตติกาล ถือว่าเป็น 1 ใน 3 วิชาสุดยอดที่มีในหอสมุดกลางของเมือง เป็นวิชาที่ฝึกได้ยากเย็นที่สุดในวิชาสายพลังเวทย์ เพราะอีกสองวิชาเป็นทักษะของนักรบ แต่พอครีทัสฝึกมันก็กลายเป็นที่หัวเราะขบขันของผู้คน เพราะนอกจากมันจะใช้ในการโจมตีไม่ได้แล้ว เวลาที่เจ้าตัวใช้แต่ละครั้งมันออกมาเพียงแค่ประกายไฟเท่านั้น อย่าว่าแต่โจมตีใครเลย แค่จะฆ่ามดยังต้องใช้ประกายไฟนั้นหลายครั้งกว่าที่มดจะตายหนึ่งตัว เรียกได้ว่าเอเลน่ากับครีทัสนั้นตรงข้ามกันอย่างสุดขั้ว แต่มีอย่างเดียวที่ทั้งสองมีคล้ายกันคือ ความหมกมุ่นในสิ่งที่ตนชื่นชอบ
“ข้าเช็คดูแล้ว เขามีพลังแค่คลาส 2 ขั้นกลาง”
“หา? ตอนที่เขาถูกไล่ออก ครีทัสมีก็อยู่คลาส 2 ขั้นต้นแล้ว เป็นไปได้ยังไงที่เวลาผ่านมาตั้ง 7 ปีพลังเขาจะเพิ่มขึ้นแค่นิดเดียว”
“หืม? เจ้ามีสกิลตรวจสอบด้วยหรอ? ก็อย่างที่บอกนั่นแหละ ข้ามีพลังแค่นั้นจริงๆ”
“เฮ้ย! ยอมรับง่ายๆ งี้เลย?”
“จริงๆ ข้าก็ไม่อยากปิดบังอะไรหรอกนะ ยังไงซะพวกเจ้าก็ล่อเจ้างูนั่นมาติดกับของข้า ถึงพวกเจ้าคิดจะจัดการข้าก็ไม่มีทางทำได้อยู่แล้ว”
ครีทัสเริ่มยืดอกพูดอย่างมั่นใจ แม้จะรู้ว่าอีกฝ่ายมีพลังที่สูงกว่าตนมากมายเท่าไหร่ แต่ก็ยังสามารถบอกได้เต็มปากว่าคนเหล่านี้ฆ่าเขาไม่ได้ง่ายๆ แน่นอน
“ก่อนอื่น ข้าขอถามพวกเจ้าก่อน พวกเจ้ามากันเยอะแยะเนี่ยมาทำภารกิจ?”
“ใช่ พวกเรามาตามภารกิจกำจัดงูเหลือมหิน แล้วเจ้าล่ะ มาตามภารกิจเหมือนกัน? คงไม่น่าใช่ เพราะตอนที่ข้าไปรับภารกิจมันไม่มีระบุว่ามีคนรับมาทำแล้ว”
“ไม่ใช่มาทำภารกิจอะไรนั่นหรอก ข้าแค่มาทดลองอะไรนิดหน่อย”
“ทดลอง?”
“ระเบิดเมื่อกี้ไง ข้าเพิ่งคิดค้นขึ้นมาใหม่ เลยหาอะไรทดสอบอานุภาพของมัน เห็นว่ามีสัตว์อสูรชั้นสูงที่มีพลังป้องกันกายภาพสูงอยู่แถวนี้พอดี ก็เลยจะใช้มันเป็นตัวทดสอบน่ะ แต่ติดอยู่ที่ว่าข้ามาสำรวจที่นี่หลายวันก่อนแล้วรอจนกว่ามันจะออกหากิน พอมันไปแล้วข้าก็เอาระเบิดไปฝังไว้หน้าถ้ำของมัน แต่เหมือนมันจะรู้สึกผิดสังเกตอะไรสักอย่าง หลายวันมานี้มันไม่ยอมกลับมาที่ถ้ำเลย จนพวกเจ้าไล่มันกลับมานี่แหละ แล้วเป็นไงล่ะ เห็นรึยัง อานุภาพของระเบิดลูกนี้ ขนาดสัตว์อสูรชั้นสูงยังแหลก พวกเจ้าจะปรบมือให้ข้าก็ได้นะ ไม่ต้องเขิน ฮ่าๆ ๆ ๆ”
ทั้งสี่ถึงกับมองหน้ากันด้วยความมึนงง อะไรของหมอนี่ มันใช่คนสติดีแน่เหรอ ใช้สัตว์อสูรชั้นสูงเป็นตัวทดสอบระเบิด มีใครหน้าไหนกล้าพอที่จะทำเรื่องแบบนี้กัน
“อ้อ ข้าลืมไป ขอแนะนำตัวก่อนแล้วกัน ข้าชื่อครีทัส เรียกสั้นๆ ว่า ครีท ก็ได้”
“ข้าว่าครีทัสมันก็สั้นแล้วนะ”
“เรียกครีทมันสั้นกว่า เจ้าอย่าเพิ่งขัดข้าสิ”
‘นี่ เพื่อนเก่าเจ้าไม่ใช่ว่ามันดมดินระเบิดจนสมองพังหมดแล้วเหรอ?’
‘ข้าก็คิดว่าอย่างงั้นนะ’
แกรนด์โน้มตัวไปกระซิบกับเอเลน่าเรื่องนี้ทันที นอกจากพฤติกรรมที่แปลกประหลาดแล้ว คำพูดที่พ่นออกมาก็เหมือนจะประหลาดไม่แพ้กัน หลังจากที่นั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันพักใหญ่ แกรนด์ก็ได้รู้ข้อมูลที่ชวนให้อึ้งในความคิดหลายๆ อย่างของชายหนุ่มที่ดูจะร่าเริงจนเกินเหตุตลอดเวลาคนนี้ อย่างเช่นว่า เขาฝึกทักษะเวทย์ชั้นสูงเพียงเพราะมันสามารถจุดประกายไฟระยะไกลได้ ซึ่งมันทำให้เขาจุดระเบิดระยะไกลได้เช่นกัน และนอกจากสะเก็ดไฟแล้วครีทใช้เวทย์อย่าอื่นไม่ได้เลย ถึงมันจะดูขัดแย้งกันอยู่บ้างแต่ความสามารถโดยรวมของเขาก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้มีพลังฝึกสูงส่งแต่อย่างใด
“เจ้าอยากมาเข้าร่วมกับกองกำลังของพวกเรารึเปล่า?”
แกรนด์มีความสนใจในตัวของครีทอย่างมากถึงกับเป็นฝ่ายออกตัวชวนให้มาเข้าร่วม ถึงครีทจะมีพลังฝึกที่อ่อนด้อยแต่ถ้ารวมความสามารถเฉพาะตัวทั้งหมดแล้วชายคนนี้อาจแข็งแกร่งกว่าแกรนด์ในตอนนี้ก็ได้
“เจ้ากำลังชวนข้า? ที่จริงข้าก็ไม่ได้รังเกียจอะไรหรอกนะ แต่ข้าอยากรู้ว่าพวกเจ้าจะให้อะไรตอบแทนที่พอจะทำให้ข้าตอบตกลงได้”
ครีทยื่นเงื่อนไขเพื่อหยั่งเชิงฝ่ายที่ออกปากชวนเขาทันที ถ้าไม่มีอะไรที่ตอบแทนให้อย่างสมเหตุสมผลเขาพร้อมที่จะปฏิเสธทันที ครีทใช้ชีวิตอย่างอิสระ เขาทุ่มเทเวลาศึกษาและทำระเบิดมาหลายปี ครีทเกิดในตระกูลคนงานเหมืองที่มีหน้าที่ขุดแร่มีค่าส่งให้กับทางการ ครั้งที่เขาผ่านการทดสอบได้เข้าศึกษาในสถาบันศาสตร์การต่อสู้ในฐานะของหนึ่งในไม่กี่คนของผู้มีพรสวรรค์ของรุ่น แต่ตัวเขาเองกลับไม่ชอบที่จะฝึกฝนอย่างอื่นที่เขาไม่สนใจ มีแต่วิชาเล่นแร่แปรธาตุที่เป็นวิชาที่ชื่นชอบอย่างเดียว ครั้งที่โดนไล่ออกนั้นพ่อแม่ของเขาก็ไม่ได้ว่าอะไร ถึงยังไงครีทก็เป็นที่ภาคภูมิใจของครอบครัวอยู่แล้ว ในตอนนี้ก็เช่นกัน เขามีสิทธิ์ที่จะไม่เข้าร่วมก็ได้ถ้าไม่มีค่าตอบแทนที่เพียงพอสำหรับเขา
“ที่นั่นมีอาหาร เหล้า รวมถึงงานฉลองแบบวันเว้นวันที่บ้านหลัก”
บ็อบยืดอกพูดอย่างภาคภูมิใจ
“อาหารรึเหล้ายาข้าหากินเองได้ เดินเข้าประตูเมืองไม่ถึงสิบก้าวก็เจอไม่รู้กี่ร้านแล้ว”
“มีบ้านให้พร้อมทั้งมีอาวุธชุดเกราะ”
ไคลน์เริ่มพูดโน้มน้าวขึ้นมาบ้าง
“บ้านข้าก็มี อาวุธข้าก็ทำเอง ชุดเกาะข้าไม่ใส่ มันหนัก ข้อเสนอนี้ไม่ดีพอ”
“ข้ามีวัตถุดิบสำหรับให้เจ้าศึกษาและทำระเบิดอย่างเต็มที่ ไม่ว่าเจ้าต้องการวัตถุดิบอะไร ถ้ามันมีในตลาดข้าสามารถหามาให้เจ้าได้”
แกรนด์ยิงข้อเสนอที่ไม่ว่าใครที่ได้ยินก็ต้องผึ่งหูฟังแน่นอน วัตถุดิบให้ศึกษาและทำได้ไม่อั้นทำให้ครีทเอามือจับที่คางคิดอยู่ชั่วครู่
“เป็นข้อเสนอที่น่าสนใจดี แต่ข้าขอเวลาคิดดูสักพัก”
“ที่นั่นมีสาวๆ”
“ห๊ะ!!!”
ครีทอุทานพร้อมกับหันมาทางเอเลน่าทันที แกรนด์ บ็อบและไคลน์ได้แต่หันหน้ามองตากันปริบๆ เอเลน่านั้นรู้จักครีทอยยู่พอสมควร หมอนี่มีนิสัยชีกอมาตั้งแต่เด็กๆ แล้ว ตอนนี้ก็คงไม่ต่างกับตอนนั้นเท่าไหร่ แล้วก็เป็นดังที่คาด ข้อเสนอนี้ทำให้ครีทเสียมาดที่เล่นตัวไว้ทันที
“ตกลง! ข้าตกลง! ไปวันนี้เลยก็ได้ แต่ข้าขอไปเก็บของที่บ้านก่อน”
เป็นข้อเสนอที่เรียกได้ว่าตกลงทันทีที่ผู้ชวนพูดจบประโยคเลยทีเดียว แกรนด์ถามครีทว่าจะเอายังไงกับหัวของงูเหลือมหิน เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นคนจัดการมันแต่เพียงคนเดียว ทีมของแกรนด์ทั้ง 4 คนสร้างความเสียหายให้มันได้ไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ ครีทเองไม่ได้สนใจงูตัวนี้อยู่แล้วจึงบอกว่าแล้วแต่จะจัดการแล้วกันเพราะเขามาแค่ทดสอบระเบิดเท่านั้นส่วนทั้งสี่ตั้งใจมาทำภารกิจ ทั้งห้าเดินทางไปแจ้งแก่ชาวบ้านว่ากำจัดงูเหลือมหินเรียบร้อยแล้วพร้อมกับเอาหัวของมันให้ดู หัวหน้าหมู่บ้านได้รับรองภารกิจสำเร็จพร้อมกับจ่ายค่าจ้างวานเรียบร้อยทั้งห้าก็มุ่งหน้าไปที่บ้านของครีท บ้านหลังนี้เป็นบ้านไม้ที่มีอุปกรณ์ในการขุดถูกจัดเรียงไว้มากมาย บริเวณไม่ไกลนักเป็นเหมืองที่ครอบครัวเขาทำงานอยู่ ส่วนมากเหมืองแห่งนี้จะขุดได้ถ่านหิน มีแร่อื่นๆ ปนอยู่บ้างแต่ไม่มากเท่าไหร่
เมื่อเสร็จธุระจากที่นี่แล้วบ็อบ ไคลน์และครีทก็มุ่งหน้าไปที่หมู่บ้านนักล่า ส่วนแกรนด์กับเอเลน่าเข้าไปในเมืองเพื่อส่งภารกิจและไปหาวัตถุดิบที่ครีทฝากซื้อ ซึ่งส่วนมากก็หนีไม่พ้นวัตถุดิบต่างที่เอามาผสมทำระเบิดชนิดต่างๆ
“ภารกิจกำจัดงูเหลือมหินได้รับการยืนยัน รวมแล้วท่านมีแต้มสะสมจากการทำภารกิจ 5 ดาวสำเร็จ 2 ภารกิจ ไม่ทราบว่าจะแลกของรางวัลตอนนี้เลยมั้ยคะ?”
“ไม่ล่ะ ไว้คราวหน้าแล้วกัน”
เอเลน่าโบกมือปฏิเสธ ตอนนี้ยังไม่มีธุระหรืออะไรที่อยากจะใช้แต้มภารกิจในการแลกสักอย่าง แกรนด์ซึ่งอยู่ในปราสาทกิลล์ภารกิจได้สอบถามข้อมูลเกี่ยวกับการที่ทางการส่งคนไปสอดแนมที่โบราณสถาน ซึ่งตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนการประเมินพลังของโอเกอร์และกำลังรบทั้งหมดที่อยู่ที่นั่น แกรนด์คาดว่าน่าจะต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 วันกว่ากองกำลังของทางการจะยกพลไปถล่มโบราณสถาน นี่เป็นโอกาสอย่างดีที่พวกเขาจะเตรียมแผนการลักลอบเข้าไปในห้องสมบัติของพวกมัน
“หวังว่าวันนี้จะไม่เจอพวกน่ารำคาญมาตอแยอีกนะ”
แกรนด์พูดขึ้นลอยๆ ในขณะที่เกิดออกมาจากปราสาทและกำลังมุ่งหน้าไปที่ร้านของอริส
“เจ้าจะให้ครีทอยู่ทีมเดียวกันกับเราจริงๆ เหรอ?”
“ใช่แล้วล่ะ ถ้ามีเขาอยู่การล่าคงง่ายขึ้นมาก”
“ยังไงเจ้าก็จัดบ้านให้เขาอยู่ห่างเราหน่อยก็ดีนะ เผื่อวันไหนมันคิดอะไรแผลงๆ ขึ้นมาอีกแล้วระเบิดบ้านตัวเองเล่นเราจะได้ไม่ตายไปด้วย”
“ผ่านมาหลายปีแล้วเรื่องนั้นยังหลอกหลอนเจ้าไม่หายอีกเหรอ ฮ่าๆ ๆ”
...เส้นทางไปหมู่บ้านนักล่า...
“ฮัดชิ้ว!!!”
“เจ้าเป็นหวัดรึไง เห็นจามมาสองสามรอบแล้ว”
บ็อบมองดูครีทที่จามจนจมูกแดง ก่อนหน้านี้ก็ยังดีๆ อยู่เลย
“ใครมันนินทาข้าลับหลัง รึว่าจะเป็นสองคนนั้น หนอย..อย่าให้ข้ารู้ละกัน”
“ถ้าจริงเจ้าจะไปทำอะไรสองคนนั้นได้ พลังของเจ้าแค่พอๆ กับทหารธรรมดาเอง”
“พูดแบบนี้เจ้าอยากลองอมระเบิดข้าดูสักลูกมั้ยเจ้ายักษ์แดง”
“มันอร่อยป่ะ?”
“ไม่รู้สิข้าไม่เคยชิม”
ไคลน์ที่เดินฟังบทสนทนาของสองคนนี้มาตลอดทางถึงกับเอามือกุมขมับอย่างช่วยไม่ได้ ถ้าได้ฟังบทสนทนาบ้าๆ บอๆ นี่ทั้งวัน กลับไปคงมิต้องนอนเอาเท้าก่ายหน้าผากเลยหรือ?