บทที่ 41 ผู้เยียวยาปรากฏตัว
เพื่อความสุขของตนเอง และเพื่อความปลอดภัยของพี่น้อง หานซานได้ทุ่มเททุกสิ่งทุกอย่าง ลดระยะเวลาลงอย่างมาก ตัวอย่างเช่นยันต์ส่งตัวที่ใช้หนีตาย คราวนี้เพียงครั้งเดียวก็ใช้ไปสิบกว่าอัน และใช้ไปกับการเดินทางทั้งหมด ของมีค่าอื่น ๆ ก็ใช้ไปไม่น้อย
ของมีค่าของเหล่าผู้บำเพ็ญชั้นสูงหลายคน อาจคาดว่าคงมีไม่มากเท่าหานซาน เด็กหนุ่มผู้นี้เป็นเศรษฐีที่ซ่อนตัวอยู่
หลังจากสิบกว่าลมหายใจ ผู้เยียวยาที่สวมชุดกระโปรงยาวสีดำก็ปรากฏตัวขึ้น สวมผ้าคลุมหน้าสีเข้ม เห็นเพียงดวงตาและหน้าผากเท่านั้นดูลึกลับอย่างยิ่ง
หานซานหอบหายใจเดินตามหลังผู้เยียวยา ท่าทางเหนื่อยราวกับสุนัข ยิ่งขับเน้นให้เห็นถึงคุณลักษณะอันสูงส่งของผู้เยียวยา
“ผู้เยียวยา! พี่หญิง~ ในที่สุดท่านก็มาแล้ว!” เฉินชิงหยวนเดินไปหาผู้เยียวยาที่ยืนอยู่ที่ประตู ก่อนจะเริ่มฟ้องทุกข์
“ข้าบอกคนพวกนี้ตั้งหลายครั้งแล้วว่าอาการบาดเจ็บของข้าเป็นท่านรักษาให้หาย แต่พวกเขาไม่เชื่อเลย! ยังจะค้นวิญญาณของข้าอีก แบบนี้รังแกกันเกินไปแล้ว!”
“?” ผู้เยียวยาสบตากับเฉินชิงหยวน ได้ยินเขาเรียกตนว่า ‘พี่หญิง’ ครั้งแล้วครั้งเล่าก็ชะงักไปเล็กน้อย ในหัวเต็มไปด้วยคำถาม
‘เฉินชิงหยวน ข้ากับเจ้าไปสนิทกันตั้งแต่เมื่อไหร่?’
ผู้เยียวยานึกถึงตอนที่มีเซียนกระบี่ฉางเกิงอยู่ ท่าทีของเฉินชิงหยวนก็ไม่ได้เป็นเช่นนี้
แล้วตอนนี้ล่ะ?
เฉินชิงหยวนเรียกว่า ‘พี่หญิง’ ครั้งแล้วครั้งเล่า กลัวว่าจะไม่มีใครรู้ว่าความสัมพันธ์ของเขากับผู้เยียวยาสนิทสนมขนาดไหน นี่มันเป็นการอาศัยเสือเพื่อข่มสุนัขชัด ๆ
เด็กหนุ่มผู้นี้ ช่างไร้ยางอายจริง ๆ!
ผู้เยียวยารู้สึกว่าจิตใจของนางดีขึ้นมากแล้ว แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเฉินชิงหยวนก็ยังคงพ่ายแพ้ได้ง่ายอยู่ดี
“นางคือผู้เยียวยา? ผู้เยียวยาเป็นสตรีงั้นหรือ?” ทุกคนมองผู้เยียวยาอย่างไม่หยุดยั้ง สายตาเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ สีหน้าตกตะลึงปรากฎให้เห็น
“ตามข่าวลือ ผู้เยียวยาควรจะเป็นคนแก่น่าเกลียดมิใช่หรือ?”
แต่ถึงกระนั้นก็ไม่มีใครเคยเห็นใบหน้าที่แท้จริงของผู้เยียวยา ว่ากันว่าเวลานางรักษาคนไข้ นางจะไม่เปิดเผยโฉมหน้าที่แท้จริง ใช้วิชาอำพรางรูปร่างหน้าตา ลึกลับยิ่ง
“อาจจะเป็นของปลอม ที่เจ้าเฉินชิงหยวนนั่นหามา อย่าได้หลงกลเชียว!!”
ในใจลึก ๆ ของผู้คน เชื่อว่าผู้เยียวยาเป็นชายแก่อัปลักษณ์ที่มีอารมณ์แปรปรวน แต่ถึงอย่างไร กระแสนอกรีตเกี่ยวกับผู้เยียวยาก็ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก
เฉินชิงหยวนมีความคิดแปลก ๆ มากมาย อีกทั้งยังชอบหลอกคน จึงไม่ง่ายที่ทุกคนจะเชื่อว่าคนตรงหน้าคือผู้เยียวยาตัวจริง
ไม่เพียงแต่เสิ่นฉือเจี๋ยและคนอื่น ๆ จะสงสัย แม้แต่คนในสำนักเสวียนชิงก็แสดงความไม่เชื่อ คิดว่านี่เป็นคนที่ศิษย์น้องเล็กหามาเพื่อข่มขวัญแต่ละสำนักก็เท่านั้น
ตงเหวินจวิน ผู้อาวุโสปกปักสำนักคิดในใจว่า ‘ศิษย์น้อง ครานี้เจ้าประมาทเกินไป ถึงจะต้องการข่มขวัญทุกฝ่าย ก็ไม่ควรให้หญิงสาวอ่อนแอมาแสดงเป็นผู้เยียวยาสิ!’
อย่างน้อยก็ควรเป็นคนแก่ที่ดูชราภาพ จึงจะทำให้คนเกรงกลัวได้
หญิงสาว ทั้งยังรูปร่างดีเยี่ยมเช่นนี้ ยากที่จะทำให้คนเชื่อถือ
“เฉินชิงหวน พวกเราสนิทกันขนาดนั้นเชียวหรือ?” ผู้เยียวยานามว่ากงซุนหนาน ไม่สนใจคนอื่นที่อยู่ที่นั่น สายตาจ้องมองเฉินชิงหยวนตลอด และกล่าวกับเขาด้วยเสียงเย็นชา
“สนิทสิ! ใกล้ชิดมากเชียวล่ะ” เฉินชิงหยวนไม่อายเลยแม้แต่น้อย ไม่สนใจภาพลักษณ์ตัวเอง ทั้งยังยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายจนตาหยี
“ฮึ่ม!” กงซุนหนานส่งเสียงฮึดฮัดในลำคอ ทนท่าทางของเฉินชิงหยวนไม่ไหวจริง ๆ
“ถ้าอยากให้ข้าเป็นพยานให้เจ้า ก็หุบปากซะ ได้ยินเสียงเจ้าแล้วข้ารำคาญ!!” หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าท่านเซียนกระบี่ฉางเกิง และคำพูดของท่านเมื่อครั้งก่อน กงซุนหนานไม่มีทางเดินทางมาไกลถึงที่นี่เด็ดขาด
เช่นนั้นกงซุนหนานเป็นใครกัน? ในแต่ละดินแดนของทวีปเป่ยหวง นางล้วนมีชื่อเสียง และข่าวลือว่าแม้แต่เซียนผู้บำเพ็ญเพียรขั้นสูงก็ต้องให้เกียรตินางสักหน่อย
เพื่อเฉินชิงหยวน กงซุนหนานถึงกับต้องมาเป็นพยานด้วยตนเอง ช่างเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงจริง ๆ
ก็เพราะตำแหน่งและสถานะของผู้เยียวยานั้นสูงมาก ดังนั้นทุกคนจึงไม่เชื่อเลยว่าเฉินชิงหยวนจะสามารถเชิญผู้เยียวยามาได้
เฉินชิงหยวนซ่อนตัวอยู่หลัง กงซุนหนานกลัวว่าพวกที่ไม่รู้จักจะโจมตีกะทันหัน และทำให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ
เมื่อกงซุนหนานมาถึง ภูเขาที่อยู่ในใจของเฉินชิงหยวนก็ค่อย ๆ ถูกทลายลง เขาพูดกับเหล่าผู้แข็งแกร่งของแต่ละสำนักอย่างไร้ความกลัว
“ท่านทั้งหลาย ข้าต้องใช้ความพยายามอย่างมากเพื่อเชิญท่านพี่หญิงมาเป็นพยาน หลังจากรับค่าเสียหายทางจิตใจของพวกท่านไปแล้ว ข้ารู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ ดังนั้นเรามาพูดให้ชัดเจนกันในครั้งเดียวเลยดีกว่า พวกท่านสามารถถามคำถามอะไรก็ได้ แต่ข้าจะตอบไหมอันนี้มิอาจรู้ได้”
ทุกคนอึดอัดจนหน้าแดงก่ำ ทนรับสีหน้าเจ้าเล่ห์และต่ำช้าของเฉินชิงหยวนไม่ไหวจริง ๆ อยากจะตบเขาสักฉาดหนึ่ง
“เด็กผู้หญิงที่ยังไม่ทันโตงั้นรึ ข้าไม่เชื่อหรอกว่านางจะเป็นผู้เยียวยา” ผู้อาวุโสคนหนึ่งหัวเราะเย็นชา พูดความในใจออกมาตรง ๆ
“กล้าปลอมตัวเป็นผู้เยียวยามาหลอกลวงพวกเรา ช่างบ้าระห่ำเสียจริง” ทุกคนไม่เชื่อ มองไปที่เฉินชิงหยวนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรังเกียจ
ไม่นานก่อนหน้านี้ สติปัญญาของทุกคนถูกเฉินชิงหยวนถูไถจนหมดคม ตอนนี้ยังจะมาหลอกลวงพวกเขาอีก แน่นอนว่าพวกเขาไม่อาจยอมรับได้
“ถึงแม้ข้าจะมองไม่ออกว่าเจ้ามีรากฐานบำเพ็ญสูงเท่าใด แต่เจ้าต้องใช้วิธีลับหรือของวิเศษบางอย่างแน่ ๆ เฉินชิงหยวน! เจ้าเด็กหนุ่มคนนี้ให้ผลประโยชน์อะไรเจ้างั้นหรือ? ถึงกล้าหลอกลวงพวกข้า ไม่คิดถึงผลที่ตามมาบ้างเลยรึ?”
หลิวรั่วอีจาก ตำหนักบูรพาสุขตบที่วางแขนของเก้าอี้ข้างตัวอย่างหนัก ลุกขึ้นยืน จนความเย็นเยียบแผ่ออกมาจากดวงตา สีหน้าของนางเย็นชาดุจน้ำแข็ง
เฉินชิงหยวนเองก็เผยสีหน้าเย้ยหยัน ครานี้เขาไม่ได้หลอกจริง ๆ ทั้งยังเชิญตัวจริงของผู้เยียวยามา
“หากพวกท่านไม่ยอมเชื่อ ความขัดแย้งและปัญหาที่เกิดขึ้นภายหลัง ก็ไม่เกี่ยวอะไรกับข้าแล้วนะ ยังไงข้าก็พูดชัดเจนมากแล้ว!”
“ผลที่ตามมางั้นหรือ?” กงซุนหนานเดินไปหาหลิวรั่วอีสองสามก้าว มือทั้งสองข้างแตะเบา ๆ ที่ด้านหน้าร่างกาย ปราณวิญญาณที่มองไม่เห็นทำลายแรงกดดันของหลิวรั่วอี
“ข้าเองก็อยากฟังเช่นกันว่าเจ้ามีดีอะไร?”
แปลก!
“ข้าคิดว่าพวกเจ้าไม่ควรข่มขู่ข้า มันเป็นสิ่งที่ไม่ฉลาดเท่าไหร่”
กงซุนหนานหัวเราะ บางทีอาจเป็นเพราะคิดว่าคนพวกนี้ไม่รู้เรื่องรู้ราว หรือบางทีอาจเป็นเพราะในใจของนางเกิดความโกรธเล็กน้อย
“ท่านพี่หญิง พวกเขาโง่จริง ๆ เลย ไม่ว่าจะพูดอย่างไรก็ไม่ยอมเชื่อ” เฉินชิงหยวนยืนอยู่ทางด้านหลังของกงซุนหนาน และกล่าวเสียงเบาว่า
“ลงโทษพวกเขาสักหน่อยสิ ให้พวกเขารู้ว่ายังเหนือฟ้ายังมีฟ้า”
“เจ้าหนุ่มน้อย นี่เจ้าอยากจะใช้ข้าเป็นอาวุธสินะ!” กงซุนหนานหันหลังกลับไปมองที่เฉินชิงหยวนด้วยสายตาเย็นชา
“ข้าไม่กล้าหรอก!” เฉินชิงหยวนรีบส่ายหัว และปฏิเสธเสียงดังว่า
“หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่หน้าท่านผู้นั้น ข้าคงจัดการเจ้าไปด้วยแล้ว” กงซุนหนานเอ่ยเตือนประโยคหนึ่ง