เมื่อไป๋ฉีกลับเข้าไปในเครื่องบิน แน่นอนสิ่งที่เขาต้องรับมือก็คือคำถามจากลูกศิษย์อย่างหมิงหรงที่ถูกยิงออกมาเป็นชุดด้วยความตื่นเต้นเหลือล้น
ไป๋ฉีค่อยๆตอบเธอไปทีละคำถาม คำถามไหนที่ตอบไม่ได้เขาก็เลือกที่จะบ่ายเบียงไป ซึ่งตัวของหมิงหรงเองก็ไม่ได้ถามต่อเพราะเธอรู้ขีดจำกัดของตนเองดีว่าควรหยุดถามที่ตรงไหน
"ระหว่างที่บุกเบิกพวกเธอเจออะไรที่น่าสนใจกันหรือเปล่า"เมื่อตอบคำถามหมิงหรงจนหมดแล้ว ไป๋ฉีก็หันไปถามภรรยาทั้งห้าคนที่อยู่ใกล้ๆ
"ก็ปกติดีนะ เจออบิสระดับเทพสงครามสามถึงสี่ตัวต่อวันกับระดับอื่นที่ต่ำกว่านั้นอีกนับไม่ถ้วน"เซอินเหมือนเป็นตัวแทนกล่าวออกมา ภรรยาคนอื่นๆของไป๋ฉีก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วยกับคำพูดนั้น
"งั้นหรือ"
ไป๋ฉีคิดว่าภรรยาของตนเองจะได้พบเจอกับอะไรที่พิเศษอย่างจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติบ้าง ทว่าเมื่อได้ยินคำตอบเช่นนี้ก็รู้สึกอยากหัวเราะเยาะตัวเองเสียจริงๆ เพราะเขาพึ่งคิดขึ้นมาได้ว่าจิตวิญญาณแห่งธรรมชาติเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย หากมันมีมากมายก็คงไม่เรียกว่าเป็นสมบัติล้ำค่า
หลังจากที่การพูดคุยถึงเรื่องราวต่างๆกับภรรยาสาวอยู่พักใหญ่เขาก็ให้พวกเธอไปพักผ่อน ส่วนตัวไป๋ฉีก็เดินออกไปด้านนอกและทำสมาธิอย่างสงบนิ่งอีกทั้งยังต้องทำความเข้าใจทักษะอัญเชิญที่พึ่งใช้ไป
ตอนนี้ในหัวของเขาปรากฏทักษะออกมาสองทักษะ หนึ่งคือการอัญเชิญ และอีกทักษะหนึ่งคือเทพอสูรผสานกาย
ทักษะอัญเชิญแน่นอนความสามารถก็ตรงตัวของมันนั่นคือการเรียกสัตว์ในพันธะสัญญาออกมา ส่วนทักษะเทพอสูรผสานกายนั้นหลังจากที่ไป๋ฉีได้ศึกษาอย่างถ้วนถี่ก็ได้ล่วงรู้ถึงความมหัศจรรย์ของมัน
เพราะทักษะนี้จะทำให้รูปร่างของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อยแลกมากับการที่ตัวของเขาสามารถใช้ทักษะของอสูรในพันธะสัญญาได้
"ช่างน่าสนใจจริงๆ งั้นฉันลองใช้ดูเลยก็แล้วกัน"ไป๋ฉีลองเรียกใช้ทักษะเทพอสูรผสานกายกับอุโรโบรอสโดยพลัน ทำให้เส้นผมกลายเป็นสีฟ้าคราม ดวงตาของชายหนุ่มเองก็มีสีฟ้าเช่นเดียวกันอีกทั้งยังมีลักษณะคล้ายกับงู
เมื่อเข้าสู่สภาวะนี้ ในหัวของไป๋ฉีก็มีทักษะโผล่ขึ้นมาอีกสามทักษะโดยอัตโนมัติ ทักษะแรกคือทักษะโจมตีเป็นวงกว้างโดยใช้หยดน้ำโหมกระหน่ำโจมตีศัตรูเหมือนดังที่ไป๋ฉีเคยโดน ทักษะที่สองคือการทำให้ร่างกายมีสถานะเป็นของเหลวและทำให้การโจมตีทะลุผ่านตัวได้ ส่วนทักษะที่สามหรือก็คือทักษะสุดท้ายนั่นคือการฟื้นฟูบาดแผลทางกายภาพ
ด้วยทักษะพวกนี้มันวิเศษราวกับจะทำให้ไป๋ฉีเป็นอมตะในการต่อสู้เลยก็ว่าได้ ทว่าในเมื่อมีข้อดีมากมายเช่นนี้ก็ย่อมต้องมีข้อจำกัดเป็นธรรมดา
สำหรับทักษะการเปลี่ยนร่างกายเป็นของเหลวนั้นมีข้อจำกัดอยู่ที่ ไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไปและต้องใช้ทักษะก่อนถูกโจมตีห้าวินาทีเพื่อให้ร่างกายปรับสภาพกลายเป็นของเหลวและมันจะคงอยู่ได้เพียงห้าวินาทีเช่นเดียวกัน ดังนั้นจึงต้องกะเวลาให้แม่นยำในการใช้งาน
ส่วนทักษะฟื้นฟูบาดแผลทางกายภาพนั้นเป็นทักษะติดตัวตอนที่อยู่ในสภาวะนี้อยู่แล้ว และด้วยความที่มันเป็นทักษะติดตัวนี้เองทุกๆครั้งที่ไป๋ฉีมีบาดเจ็บมันจะดึงเอาพลังฟรอสของเขามารักษาตัวเองโดยอัตโนมัติ
ฟังแล้วอาจจะคิดว่ามันดีไร้ที่ติ แต่มันก็มีจุดบกพร่องใหญ่ๆคือมันจะกระตุ้นฟรอสไปหล่อเลี้ยงทุกส่วนของร่างกายตลอดเวลาเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการฟื้นฟู ซึ่งบอกได้เลยว่ามันเป็นการสิ้นเปลืองพลังงานเป็นอย่างมาก
สุดท้ายการคือทักษะเม็ดฝนโหมกระหน่ำซึ่งเป็นทักษะโจมตีเพียงหนึ่งเดียวของไป๋ฉีในสภาวะนี้ มันมีข้อจำกัดใหญ่ๆเพียงหนึ่งข้อเท่านั้น นั่นคือต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีน้ำอยู่ไม่เช่นนั้นจะแสดงประสิทธิภาพออกมาได้ไม่เต็มที่
เพราะต้องไม่ลืมว่าไป๋ฉีไม่มีคอสมิคฟรอสธาตุน้ำอยู่ในร่างกายการที่จะเปลี่ยนสถานะของฟรอสและกลายเป็นน้ำก็ทำได้ค่อนข้างจำกัด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้สภาพแวดล้อมที่มีน้ำเป็นตัวช่วยในทักษะนี้
ไป๋ฉีลืมตาขึ้นมาและส่ายหัวเบาๆ "สมกับเป็นอบิสธาตุน้ำ ทักษะส่วนใหญ่จึงร้ายกาจมากเวลาอยู่ในสถานที่ๆมีน้ำ แต่พอนำมาใช้บนบกประสิทธิภาพของมันก็ลดลงมากเลยทีเดียว"
"ฮิฮิ แต่มันก็เป็นสัตว์อสูรที่มีเอกลักษณ์นะเจ้าคะ หากอยู่ในน้ำก็แทบจะไร้เทียมทานเลยก็ว่าได้"
"สำหรับสัตว์อสูรอัญเชิญหรืออสูรพันธะสัญญาอีกหกตนที่เหลือ เสี่ยวไป๋แนะนำว่าให้นายท่านเลือกตัวที่มันมีเอกลักษณ์หน่อย เอาแบบที่มีทักษะแปลกๆและสามารถใช้งานได้จะดีมาก"เสี่ยวไป๋โผล่มานั่งบนไหล่พร้อมกับกล่าวแนะนำ
ไป๋ฉีเองก็พยักหน้าตอบรับกลับไป "ตัวฉันเองไม่คิดจะจับอบิสในโลกใบนี้อีกแล้วล่ะ เก็บโควต้าพวกนี้ไปจับสัตว์อสูรอวกาศจะดีกว่าเธอว่างั้นไหม"
"ฮิฮิ สมเป็นนายท่านของเสี่ยวไป๋ คิดการใหญ่แบบนี้แหละดีแล้วเจ้าค่ะ"เสี่ยวไป๋กล่าวชมเชยออกมา ในที่สุดนายท่านของนางก็คิดการใหญ่กับเขาบ้างเสียที
สัตว์อสูรบนโลกใบนี้ในสายตาของเธอนั้นยังอ่อนแออยู่มากหากเทียบกับบนจักรวาลอันกว้างใหญ่ แถมสายเลือดของพวกมันก็ธรรมดาๆทั่วไปไม่ได้ยิ่งใหญ่อะไรนัก ต่อให้ไป๋ฉีจับไปมันก็ได้ไม่คุ้มเสียอยู่ดี
และถ้าหากถามว่าทำไมเสี่ยวไป๋ถึไม่ห้ามตอนที่ไป๋ฉีจับอุโรโบรอสที่เป็นสัตว์อสูรของโลกใบนี้ เหตุผลก็เพราะเจ้าอสูรตนนี้มันพิเศษจนเธอยอมรับให้เป็นสัตว์อสูรในพันธะสัญญาของไป๋ฉีได้
อีกทั้งเธอยังมองออกว่าสายพันธุ์ของมันนั้นหาได้ธรรมดาสามัญไม่ แม้สายเลือดมันจะไม่บริสุทธิ์แต่เธอก็มั่นใจว่าเจ้าตัวนี้เป็นสายพันธุ์โบราณที่หายากยิ่ง