แสงจันทร์สีเืสาดส่องลงมายังลานประลองกลางของ โรงเรียนยุทธ์มรณะ บรรยากาศเต็มไปด้วยความกดดันที่มองไม่เห็น วันนี้คือวันทดสอบย่อยประจำเดือนของเหล่าศิษย์รับใช้และศิษย์ฝ่ายนอก ทว่าความพิเศษของวันนี้คือการที่เหล่าอาจารย์ตัดสินใจนำ "สัตว์อสูรโลกันตร์" ที่ถูกกักขังไว้ในคุกใต้ดินออกมาเพื่อใช้เป็คู่ซ้อม
เยี่ยฉินยืนสงบนิ่งอยู่ในมุมมืดของลานประลอง ดวงตาของเขาที่ผสานกับ "เนตรสัจจะ" มองเห็นเส้นใยพลังงานสีแดงเข้มที่โยงใยอยู่รอบกรงเหล็กขนาดมหึมา มันไม่ใช่แค่กรงขังธรรมดา แต่เป็ค่ายกลกระตุ้นความบ้าคลั่งที่วิหารเทพแอบติดตั้งไว้เพื่อทดสอบขีดจำกัดของเหล่าศิษย์
‘พวกมันกำลังเล่นกับไฟ... สัตว์อสูรตัวนี้มีสายเืของ "กิเลนทมิฬ" หากกระตุ้นมันมากเกินไป ค่ายกลระดับนี้เอาไม่อยู่แน่’ เยี่ยฉินแค่นยิ้มในใจ
การดูแคลนของอัจฉริยะจอมปลอม
ซ่งเจี้ยนเดินเข้ามาพร้อมกลุ่มบริวาร พลางชี้มาที่เยี่ยฉิน "เฮ้! ไอ้ขยะฉิน วันนี้เ้าโชคดีนักที่อาจารย์อนุญาตให้ศิษย์รับใช้อย่างเ้าลงสนามด้วย ข้าอยากรู้นักว่าเ้าจะวิ่งหนีหางจุกตูดหรือจะกลายเป็อาหารว่างของอสูรตัวนี้!"
หลินเสี่ยวรู่ที่ยืนอยู่ข้างเยี่ยฉินกำหมัดแน่น พลังจากวิชา "เงาสังหารนิลกาฬ" ที่นางฝึกฝนตามคำสอนของเยี่ยฉินเริ่มไหลเวียนอย่างรุนแรงในเส้นชีพจร "ท่านฉิน ให้ข้าจัดการมันเถอะเ้าค่ะ"
"ใจเย็นไว้เสี่ยวรู่" เยี่ยฉินกระซิบ "ขยะอย่างมันไม่คู่ควรให้เ้าเปิดเผยพลังตอนนี้
"เริ่มการทดสอบ!" เสียงของผู้าุโม่อดังกังวาน
ประตูกรงเหล็กถูกเปิดออก พร้อมกับเสียงคำรามที่ทำให้แผ่นดินสั่นะเื ร่างของ "หมาป่าอเวจีสามหัว" พุ่งทะยานออกมา ดวงตาของมันแดงฉานด้วยความคลั่งจากการถูกกระตุ้นด้วยค่ายกล มันพุ่งเข้าฉีกร่างศิษย์ฝ่ายนอกคนหนึ่งจนกลายเป็ชิ้นเนื้อภายในพริบตา
ความแตกตื่นครอบงำลานประลองทันที ศิษย์หลายคนพยายามหนีแต่ประตูลานประลองกลับถูกปิดตายด้วยค่ายกลป้องกัน "นี่คือการทดสอบจริง! ใครที่รอดชีวิตคือผู้ที่คู่ควร!" ผู้าุโบนอัฒจันทร์กล่าวอย่างเ็า
ซ่งเจี้ยนหน้าซีดเผือดเมื่อเห็นหมาป่าตัวนั้นพุ่งตรงมาที่มัน "ไม่! พ่อข้าจ่ายเงินให้พวกเ้าดูแลข้า! ทำไมถึงปล่อยตัวแบบนี้ออกมา!" มันชักกระบี่เพลิงออกมาฟันสะเปะสะปะ แต่กลับถูกกรงเล็บอสูรตบจนกระบี่หักสะบั้นและร่างกระเด็นไปกระแทกกำแพงหิน
เยี่ยฉินก้าวออกไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางความวุ่นวาย เขาไม่ได้เรียกกระบี่อนธการนิรันดร์ออกมา เพราะนั่นจะทำให้ตัวตนของเขาถูกเปิดเผย เขาเพียงแค่หยิบกิ่งไม้แห้งจากพื้นขึ้นมาหนึ่งกิ่ง
ในสายตาของเยี่ยฉิน เขาเห็นจุดรวมพลังงานสีดำที่คอหอยของหมาป่าอสูร มันคือจุดที่ค่ายกลบ้าคลั่งเข้าไปฝังตัวอยู่ เขาหายตัวไปจากสายตาของทุกคนด้วยวิชา "ก้าวพริบตากาลเวลา"
ฉับ!
กิ่งไม้ธรรมดาในมือเยี่ยฉินอาบด้วยปราณันิรันดร์เพียงบางเบา แต่มันกลับแหลมคมยิ่งกว่ากระบี่ระดับปฐี เขาแทงกิ่งไม้เข้าที่จุดดับของหมาป่าอย่างแม่นยำ พลังงานที่บ้าคลั่งถูกชักนำให้ะเิออกภายในร่างของมันเอง
ตูม!
ร่างของหมาป่าอเวจีะเิออกเป็เสี่ยงๆ เืสีดำสาดกระจายไปทั่วลานประลอง เยี่ยฉินกลับมายืนที่เดิมอย่างรวดเร็วราวกับไม่เคยขยับเขยื้อน ทิ้งให้ทุกคนตกตะลึงกับภาพที่เห็นอสูรร้ายะเิตัวเองตายไปต่อหน้า
ผู้าุโม่อพุ่งลงมาที่ลานประลองทันที เขามองซากศพอสูรแล้วหันมาจ้องมองกลุ่มศิษย์ สายตาของเขาหยุดที่เยี่ยฉิน "เ้า... เมื่อครู่เ้าเห็นอะไรหรือไม่? ทำไมอสูรถึงะเิตัวเอง?"
เยี่ยฉินทำท่าทางสั่นกลัว "ข้า... ข้าน้อยเห็นมันคำรามเสียงดังแล้วก็บึ้มไปเลยขอรับท่านผู้าุโ สงสัยเทพเ้าจะคุ้มครองข้าน้อย!"
ผู้าุโม่อขมวดคิ้วอย่างหนัก เขาตรวจสอบร่องรอยปราณแต่เยี่ยฉินใช้ ภูตแกนกลางกาลเวลา ลบเลือนร่องรอยทั้งหมดไปแล้ว "ชิ... สงสัยค่ายกลกระตุ้นจะทำงานผิดพลาดจนทำให้แก่นอสูรรับไม่ไหว"
ซ่งเจี้ยนที่าเ็สาหัสถูกหามออกไป แต่มันยังไม่วายส่งสายตาอาฆาตมาที่เยี่ยฉิน "แก... ไอ้ดวงแข็ง... ข้าจะให้พ่อข้าฆ่าแก..."
เยี่ยฉินเดินเข้าไปใกล้เปลหามของมันแล้วกระซิบเบาๆ พอให้ได้ยินกันสองคน "พ่อของเ้า... กู่เทียน... ตอนนี้กลายเป็ขี้เถ้าไปแล้ว เ้าคิดว่าตระกูลซ่งที่เหลือจะช่วยอะไรเ้าได้รึ?"
ซ่งเจี้ยนเบิกตากว้างด้วยความสยดสยอง "เ้า... เ้ารู้เื่เ้าเมืองกู่... เ้าคือ...!"
เยี่ยฉินใช้นิ้วแตะริมฝีปาก "ชู่ววว... เก็บความลับนี้ไปบอกยมบาลในนรกนะ"
เขาแอบส่งปราณ หยาดน้ำสังหาร เข้าไปทำลายฐานรากิญญาของซ่งเจี้ยนอย่างถาวร ต่อจากนี้ซ่งเจี้ยนจะกลายเป็คนพิการที่ฝึกยุทธ์ไม่ได้อีกต่อไป—ความตายที่ยังมีลมหายใจคือการแก้แค้นที่เยี่ยฉินโปรดปรานที่สุด
เหยื่อที่ฉลาดจะซ่อนตัวในฐานะผู้รอดชีวิต
คืนนั้น หลินเสี่ยวรู่เข้ามาพบเยี่ยฉินในห้องพัก "ท่านฉิน... ท่านทำลายซ่งเจี้ยนไปแล้ว หลังจากนี้ตระกูลซ่งและวิหารเทพต้องส่งคนมาสืบแน่ๆ"
"นั่นคือสิ่งที่ข้า้า" เยี่ยฉินนั่งสมาธิพลางเรียกเนตรสัจจะออกมา "เมื่อพวกมันส่งยอดฝีมือมาสืบ ข้าจะใช้พวกมันเป็ 'ปุ๋ย' ในการเลื่อนระดับสู่ ราชันย์นภา และเมื่อถึงวันประมูลศิลาิญญา... ข้าจะมอบของขวัญที่ทำให้ทั้งนครหลวงต้องลุกเป็ไฟ"
เยี่ยฉินหยิบเศษแก่นอสูรที่เขาแอบเก็บมาจากลานประลองขึ้นมาดูดซับ พลังของเขากำลังขยับเข้าใกล้จุดสูงสุดของระดับราชันย์ปฐีเข้าไปทุกที
การฆ่าศัตรูด้วยมือตนเองนั้นง่าย แต่การทำให้ศัตรูพินาศด้วยแผนการของพวกมันเองคือศิลปะ จอมมารเริ่มสนุกกับการสวมหน้ากากลูกแกะในรังอสูร และทุกหมากที่เขาเดิน กำลังนำพาความฉิบหายมาสู่ผู้
ที่บังอาจท้าทายอำนาจของเขาในอดีต