ตระกูลมู่ดูแล ต้อนรับพวกเราอย่างดีโดยเฉพาะน้าจินมี่ภรรยาของน้ามู่เหวินที่ตอนนี้ดูสนิทกับแม่เธออย่างมาก
"จื่อหลานตาขอโทษที่ทำให้เกิดเื่ยุ่งยากแบบนี้"
มู่หวางเอ่ยบอกอย่างรู้สึกผิดในตอนนี้เขายังโกรธตระกูลไป่ที่กล้าดีมาล้อมจับเขาอย่างนักโทษและยังไปนำครอบครัวของหลานบุญธรรมคนนี้มา การเดินทางคงใช้เวลามากเพราะหมู่บ้านในอำเภอหูกวางเป็อำเภอเล็กที่อยู่ห่างไกลจากมณฑลเหอเป่ยมากใช้เวลาขับรถเกือบแปดชั่วโมง สารเลวสิ้นดีทำให้เขาเสียความรู้สึกอย่างบอกไม่ถูก
"มันไม่ใช่ความผิดของคุณตาเลยค่ะ อีกอย่างคุณตาไป่เป็คนดีหนูไม่ถือโทษเื่นี้แต่ว่าการที่หนูรุนแรงเพราะพวกเขาเล่นสกปรกนำครอบครัวหนูมา ไม่ว่าด้วยวิธีไหนถ้าเขาทำให้ครอบครัวหนูเป็อะไรไปคงไม่โดนเพียงแค่นั้นหรอกค่ะ"
"ขอบใจที่หนูไว้ชีวิตพวกเขา ตาเห็นอาหวงมาั้แ่เด็กเขาเดินในเส้นตรงแต่เป็คนดื้อรั้นมากไม่ชอบฟังใครนอกจากตัวเองแต่เขาไม่ทำร้ายใครก่อนจนสำเร็จในหน้าที่การงานแต่มีส่วนที่ทำให้เขาก้าวหน้าคือครอบครัวฝั่งแม่และเมียด้วย"
"ความสำเร็จของเขาอยู่ที่ความพยายามของตัวเองเป็ส่วนใหญ่ค่ะ คนหัวรั้นอย่างเขาเป็หัวหน้าคนมักจะทำให้เรือล่มในหนองได้ง่ายหนูอยากให้เขาสำนึกถึงความที่ท้าทายวิชาของหนูจนล้ำเส้นจนยากที่จะอภัย"
จื่อหลานแววตาวาวโรจน์ไม่เชื่อเธอไม่ว่าเพราะอย่างน้อยน้องชายเขาก็เชื่อเลยทำให้พ่อเขารอดแต่ความมุทะลุของเขาใช้อำนาจพาครอบครัวเธอมาจากที่ห่างไกลต้องนั่งรถมาเท่าไหร่ ได้กินข้าวไหมเขาไม่คิดถึงแม้ไม่าเ็แต่ความรู้สึกที่ดีได้หายไปแล้ว
"ตาเข้าใจแล้วนี่ใกล้ค่ำแล้วจะกลับเลยเหรอ"
"หนูจะพาพ่อแม่น้องชายไปพักที่บ้านก่อนอีกสองวันจะไปเก็บของแล้วให้ท่านย้ายมาที่นี่ค่ะ"
จื่อหลานพูดเพราะเธอจะเปลี่ยนใบหน้าครอบครัวใหม่ถึงอย่างไรโลกนี้แซ่มักจะซ้ำกันแม้ไม่ใช่ญาติหรือสายเืเดียวกันก็ตาม แต่หน้าไม่สามารถเปลี่ยนได้เพียงแค่เธอซื้อยาความงามให้พวกท่านกินรูปโฉมเดิมที่ดูไม่ค่อยได้เพราะทำงานหนักก็จะหายไปสักที เมื่อลาตระกูลมู่เสร็จเธอเป็คนขับรถโดยพ่อนั่งข้างคนขับน้องชายและแม่นั่งด้านหลัง
"หนูอยากไปเรียนปักกิ่ง พ่อกับแม่อยู่เหอเป่ยกันได้ไหมคะ หนูจะให้อาหลางเรียนโรงเรียนชั้นนำของที่นี่ เปิดร้านบะหมี่ให้สักร้าน" เธอมองเห็นอดีตของแม่ชอบทำบะหมี่ไข่ให้พ่อที่ตอนครั้งาเ็มันเป็รสมือที่อร่อยมากแต่เราไม่ค่อยมีเงินเลยทำไม่ได้หรูหรามากแต่ตอนนี้เธอมีเงินแล้วบะหมี่ไข่ที่เราเคยกินจะต้องโด่งดังมากแน่นอน
"ลำบากลูกเกินไปไหมหลานหลาน" ผู้เป็แม่ถามขึ้น
"ไม่เลยค่ะแม่ร้าหนูไม่จำเป็ต้องซื้อเดี๋ยวจะมีคนเอามาให้เองอีกอย่างหนูมีเงินเก็บจากที่รักษาคนและตระกูลมู่มอบให้ยังมีอีกเยอะ"
"พี่ใหญ่ผมจะได้ไปเรียนเหมือนคนอื่นแล้วเหรอครับ" เด็กชายที่เงียบอยู่นานพูดขึ้นเมื่อได้ยินว่าตัวเองจะได้เรียน
"ใช่ถ้านายตั้งใจเรียนให้สมกับที่พี่ลำบากส่งไปเรียน พี่ก็จะส่งนายเรียนจนเป็นักประดิษฐ์ยานยนต์ผู้มีชื่อเสียงเลยล่ะ" จื่อหลานเปรยให้น้องชายผู้มีอนาคตไกลรู้ความสามารถและความชอบของตัวเอง
"ขอบคุณพี่ผมจะไม่ทำให้ผิดหวัง"
"ดีมากอาหลางของเราเติบโตสามารถพึ่งพาได้แล้ว"
จื่อหลานแหย่น้องชายวัยสิบขวบที่ตอนนี้ตาเปล่งประกายยิ้มกว้างทำให้พ่อแม่ยิ้มตามและไม่เอ่ยขัดสองพี่น้อง จื่อหลานรู้สึกโชคดีที่ครอบครัวนี้ไม่ถามความเป็มาเกี่ยวกับเื่ของเธออีกแล้วไม่ถามเื่เงินทองที่เธอหามาได้ว่ามีมากเท่าไหร่
"ว้าว พี่ใหญ่นี่บ้านเราเหรอครับ"
"ใช่แล้วต่อไปหลางน้อยนอนห้องคนเดียวแล้ว"
จื่อหลานยิ้มเธอลูบหัวน้องชายบ้านของเรามีห้องเดียวแต่กั้นห้องเราต่างนอนเรียงกันพ่อแม่ไม่ได้มีเวลาจู๋จี๋ เราสองพี่น้องนอนเบียดกันพ่อคิดอยากจะสร้างบ้านใหม่แต่ติดที่เธอเรียนหนังสือในตอนนั้น อีกอย่างเงินเก็บไม่ได้มีมากเพราะต้องพาน้องชายที่เป็โรคหืดหอบไปโรงพยาบาลบ่อยๆ
"หลานหลานนี่เป็บ้านที่ตระกูลมู่มอบให้เราเหรอ"
"ค่ะแม่ พวกเขามอบให้เพราะหนูทำประโยชน์ให้หลายอย่างตามจริงหนูไม่ได้อยากได้แต่ต้องรับมาเพราะอยากให้พ่อแม่และอาหลางอยู่สุขสบาย"
"ฮึก! เหนื่อยไหมลูกแม่ขอโทษที่ต้องพึ่งพาลูกตลอดเลย"
"ไม่เหนื่อยค่ะ" จื่อหลานยิ้มเธอกอดตอบผู้เป็แม่ส่วนพ่อไม่พูดท่านเดินมาโอบกอดเราทั้งสอง น้องชายกลัวน้อยหน้าได้แต่พยายามซุกตรงกลางจนทุกคนโอบกอดกันและกันปนไปด้วยความสุขและความอบอุ่นมันคือสิ่งที่ร่างนี้หลงเหลือความรู้สึกให้หวนคิดถึงมันดีมากจริงๆ