“ไปกันเถอะ เรากลับไปที่รถก่อน”
เมื่อเจียงจืออวี๋เอ่ยปากไป๋ฉางเซิงก็อดไม่ได้ที่จะมองเธอด้วยความสงสัยราวกับจะถามว่าไม่ต้องกลับไปช่วยเหรอ
เจียงจืออวี๋อ่านสายตาของไป๋ฉางเซิงออกจึงพยักหน้าเล็กน้อยแล้วตอบว่า
“วางใจเถอะ แม้รุ่นพี่ซินกับรุ่นพี่จางจะาเ็แต่ด้วยความสามารถของพวกเขา การจะถอนตัวออกมาไม่ใช่เื่ยาก”
“ด้วยกำลังของพวกเราสองคน ต่อให้กลับไปก็ช่วยอะไรไม่ได้มาก”
“สู้กวนน้ำให้ขุ่นไปเลยดีกว่า!”
เจียงจืออวี๋พึมพำออกมาในใจของเธอตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว
กวนน้ำให้ขุ่น?
ไป๋ฉางเซิงได้ยินคำนี้ก็ยังไม่เข้าใจว่าเธอคิดจะทำอะไรแต่ไม่นานเขาก็ได้รู้
“ราชันหมาป่ากระดูกเหล็กอยู่ที่อุโมงค์เหมืองทางใต้สุดทีมอัคคีล้างผลาญชิงมันไปได้แล้ว!”
“เพื่อไม่ให้เื่รั่วไหลพวกเขายังคิดจะฆ่าซินซวงกับจางสิงจากสุ่ยมู่อีกด้วย!”
ในเมืองที่การค้นหาไม่เป็ผลเริ่มมีทีมผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากขึ้นที่รู้ตัวและเริ่มมุ่งหน้ามายังเขตเหมือง
ทุกครั้งที่เจอทีมผู้ฝึกยุทธ์เจียงจืออวี๋จะพูดสองประโยคนี้ซ้ำๆ
และทีมผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนที่ได้ยินคำนี้ต่างก็มุ่งหน้าไปยังทิศทางที่เจียงจืออวี๋ชี้โดยไม่หยุดพักแม้แต่วินาทีเดียว
ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าหลังจากนี้จะเกิดอะไรขึ้นในอุโมงค์เหมืองแห่งนั้น
การทำให้เื่บานปลายและกวนน้ำให้ขุ่นจะทำให้ซินซวงกับจางสิงอาศัยความวุ่นวายถอนตัวออกมาได้ทิ้งให้ทีมอัคคีล้างผลาญต้องเผชิญหน้ากับแรงกดดันจากทีมผู้ฝึกยุทธ์จำนวนมากเพียงลำพัง
น่าแปลกที่ไป๋ฉางเซิงกลับแอบหวังอยู่ลึกๆไม่ให้คนของทีมอัคคีล้างผลาญตายไปจริงๆ
“พวกแกต้องรอดให้ได้นะ รอให้ฉันเป็คนไปจัดการพวกแกเองกับมือ!”
ไป๋ฉางเซิงเหลียวหลังกลับไปมองอุโมงค์เหมืองที่อยู่ไกลออกไปและทีมผู้ฝึกยุทธ์ที่กำลังแห่กันไปที่นั่นพลางนึกในใจ
ดูเหมือนจะััได้ถึงสิ่งที่ไป๋ฉางเซิงคิดเจียงจืออวี๋จึงเอ่ยขึ้นว่า “วางใจเถอะอย่างมากก็อีกสามเดือน ฉันจะพานายกลับมาถล่มทีมอัคคีล้างผลาญเอง!”
“ถ้าพวกมันยังมีชีวิตรอดอยู่ถึงตอนนั้นนะ”
เจียงจืออวี๋ไม่ใช่คนใจอ่อนขี้สงสารแน่นอน
คนที่จะก้าวขึ้นเป็จักรพรรดินีได้จะเป็คนดีที่ไร้เขี้ยวเล็บได้อย่างไร?
หากมองในมุมนี้นิสัยของเจียงจืออวี๋กับไป๋ฉางเซิงถือว่าเข้ากันได้ดีทีเดียว
ไม่ฆ่ามั่วซั่วแต่ก็จะไม่ปล่อยวางกับใครก็ตามที่หมายจะเอาชีวิตพวกตน
ตลอดทางไม่มีการพูดจาใดๆจนกระทั่งกลับมาถึงรถออฟโรดที่จอดทิ้งไว้นอกเขตเมือง เพียงรอไม่กี่นาทีซินซวงกับจางสิงก็กลับมา
แม้สภาพจะดูสะบักสะบอมไปบ้างแต่โชคดีที่ไม่ได้าเ็อะไรร้ายแรง
“หลังจากพวกเธอออกไปได้ไม่นาน ก็มีทีมผู้ฝึกยุทธ์หลายทีมกรูกันเข้าไป”
“พวกนั้นะโบอกให้คนของทีมอัคคีล้างผลาญส่งซากราชันหมาป่ากระดูกเหล็กออกมา”
“ฉันกับจางสิงเลยอาศัย่ที่ชุลมุนแอบหนีออกมาได้”
“ดูท่าทางแล้ว คนทั้งสามของทีมอัคคีล้างผลาญหลังจากนี้คงอยู่อย่างลำบากแน่”
กลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคนนี้ไม่เพียงช่วยให้ซินซวงกับจางสิงถอยออกมาได้อย่างปลอดภัยแต่ยังสร้างปัญหาใหญ่ให้ทีมอัคคีล้างผลาญ โดยที่ฝั่งตนเองไม่ต้องออกแรงเลยสักนิดความคิดอ่านของเจียงจืออวี๋ช่างล้ำลึกสมกับที่เป็ว่าที่จักรพรรดินีจริงๆ
ไป๋ฉางเซิงมองเจียงจืออวี๋แวบหนึ่งก่อนจะมุดเข้าไปในถุงกักิญญาเพื่อพักฟื้นอาการาเ็
ก่อนหน้านี้เพราะซินซวงกับจางสิงยังมาไม่ถึงและเจียงจืออวี๋ก็อยู่ในสภาวะพลังจิตอ่อนล้าจนสู้ไม่ไหวไป๋ฉางเซิงจึงต้องอยู่เฝ้าข้างๆ
ตอนนี้ทั้งสองคนกลับมาแล้วไม่มีธุระอะไรของเขาอีก จึงขอกลับไปนอนหลับสักตื่นดีกว่า
การค้นหาและต่อสู้ด้วยความเข้มข้นสูงแถมยังได้รับาเ็ ทำให้ไป๋ฉางเซิงรู้สึกเหนื่อยล้าจนถึงที่สุด
เจียงจืออวี๋กับอีกสองคนไม่ได้รั้งอยู่ที่นี่นานหลังจากขึ้นรถก็รีบมุ่งหน้ากลับไปยังเมืองผู้ฝึกยุทธ์ทันที
หากยังอยู่ในทุ่งร้างเพื่อชิ้นส่วนสัตว์อสูรแล้ว ทีมผู้ฝึกยุทธ์อื่นๆ ย่อมไร้ซึ่งข้อผูกมัดและพร้อมทำทุกอย่างแต่ตราบใดที่กลับเข้าสู่เมืองผู้ฝึกยุทธ์ ย่อมมีกฎหมายคุ้มครองผู้ฝึกยุทธ์ที่หยิ่งผยองแค่ไหนก็ไม่กล้าฝ่าฝืน
“รุ่นน้องเจียง ราชันหมาป่ากระดูกเหล็กตัวนี้เป็จ้าวอสูรระดับต้น ส่วนที่มีค่าที่สุดคือโครงกระดูกและิัทั้งหมด รองลงมาคือเนื้อและเื”
“มูลค่ารวมน่าจะอยู่ที่ประมาณหนึ่งล้านแปดแสนเหรียญ”
“ตลอดการล่าครั้งนี้ เธอและสัตว์เลี้ยงิญญาออกแรงมากที่สุดโดยเฉพาะในตอนจบถ้าเธอไม่ลงมือ ฉันกับจางสิงคงต้องไปอยู่ในท้องมันแล้ว”
“ตามกฎแล้ว เธอรับไปหกส่วน ส่วนฉันกับจางสิงแบ่งกันที่เหลืออีกสี่ส่วน”
“เธอรับได้ไหม?”
หกส่วนของหนึ่งล้านแปดแสนก็คือหนึ่งล้านแปดหมื่นเหรียญพอดิบพอดี พูดได้เลยว่าเงินก้อนโตขนาดนี้หากเทียบกับความเร็วในการหาเงินของเธอกับไป๋ฉางเซิงก่อนหน้านี้ต้องใช้เวลาสี่เดือนถึงครึ่งปีเลยทีเดียว!
นั่นคือกรณีที่ไม่มีปัจจัยอื่นมารบกวนด้วยนะ
หากมีเื่อื่นแทรกหรือเกิดาเ็ขึ้นมาเวลาก็คงต้องยืดออกไปอีก
รวยเละในคืนเดียวจริงๆ!
เมื่อได้ยินตัวเลขนี้แม้แต่ไป๋ฉางเซิงที่อยู่ในถุงกักิญญายังอดไม่ได้ที่จะลืมตาขึ้นมา
ทว่าเจียงจืออวี๋กลับส่ายหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“ไม่ต้องมากขนาดนั้นหรอกค่ะ การโจมตีตัดสินผลเป็ฝีมือฉันก็จริงแต่คนที่ออกแรงหนักจริงๆคือรุ่นพี่ซินกับรุ่นพี่จางที่ช่วยผลาญพลังและล่อเป้าไว้ให้”
“สัตว์อสูรระดับจ้าวอสูรเริ่มมีทักษะการโจมตีทางจิตบ้างแล้วหากมันรู้ตัวก่อน การโจมตีสุดท้ายของฉันก็คงไม่ได้เข้าเป้าง่ายๆ แบบนี้”
“หกส่วนมันมากไป แบ่งครึ่งกันเถอะค่ะ”
หกส่วนคือหนึ่งล้านแปดหมื่นแต่ถ้าแบ่งครึ่งก็จะได้เก้าแสน
คำพูดเดียวเธอก็สละเงินออกไปถึงหนึ่งแสนแปดหมื่นน้ำใจของเจียงจืออวี๋กว้างขวางกว่าที่ใครจะคาดคิดมากนัก
ซินซวงกับจางสิงเมื่อได้ยินดังนั้นก็แอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก
พวกเขาไม่ใช่พวกทีมอัคคีล้างผลาญที่จะไปแย่งชิงของคนอื่นมาหน้าด้านๆ
ตอนแรกยังกังวลว่าเจียงจืออวี๋จะเรียกราคาเสียสูงลิ่วจนลำบากใจทั้งสองฝ่าย
ตอนนี้ดูเหมือนว่านิสัยของเจียงจืออวี๋จะดีกว่าที่พวกเขาคิดไว้มาก
“เอาอย่างนี้แล้วกันรุ่นน้องเจียง”
“ไม่ต้องมาเกี่ยงว่าจะเป็หกส่วนหรือห้าส่วนหรอก”
“ปัดเป็ตัวเลขกลมๆ ไปเลย หนึ่งล้านเหรียญพันธมิตรแบบนี้เธอก็ไม่ขาดทุนเกินไปนัก”
“ถ้าเธอตกลง ฉันจะโอนเงินให้เดี๋ยวนี้เลย”
ซินซวงพูดด้วยความจริงใจอย่างยิ่งและราคาที่เสนอมาก็ถือว่ายุติธรรมสุดๆ
แต่เจียงจืออวี๋ได้ยินแล้วกลับยิ้มออกมา“รุ่นพี่คิดจะเอาซากราชันหมาป่ากระดูกเหล็กไปขายให้มหาวิทยาลัยเหรอคะ?”
ซินซวงชะงักไปครู่หนึ่งแต่ก็ไม่ได้คิดจะปิดบัง “สัตว์อสูรระดับจ้าวอสูรถือว่าอยู่ในเกณฑ์ที่มหาวิทยาลัยรับซื้อแล้วล่ะ”
“มหาวิทยาลัยรับซื้อ นอกจากจะได้เงินสดแล้วยังจะได้แต้มผลงานเป็รางวัลด้วย”
“ซึ่งแต้มผลงานพวกนี้สามารถนำไปแลกเวลาเข้าห้องฝึกฝน ซื้อเคล็ดวิชาหรือแม้แต่จ้างอาจารย์มาสอนแบบตัวต่อตัวได้”
“ดังนั้นในมุมหนึ่ง มันจึงมีค่ามากกว่าเหรียญพันธมิตรเสียอีก”
เจียงจืออวี๋พยักหน้าเข้าใจ“เชิญรุ่นพี่ตามสบายเลยค่ะ”
“งั้นรุ่นน้องเจียงช่วยบอกเลขบัญชีธนาคารมาหน่อย ฉันจะโอนให้ตอนนี้เลย”
เจียงจืออวี๋บอกตัวเลขชุดหนึ่งซินซวงจัดการบางอย่างบนกำไลต่อสู้ของเธอเมื่อตระหนักได้ว่าเจียงจืออวี๋ไม่มีกำไลต่อสู้เธอจึงยกแขนขึ้นให้เจียงจืออวี๋ดูข้อความยืนยันการโอนเงินสำเร็จ
กำไลต่อสู้อันหนึ่งราคากว่าหมื่นเหรียญแต่มันช่วยรับประกันการสื่อสารในทุ่งร้างได้
ราคาที่สูงลิ่วขนาดนั้นเจียงจืออวี๋คนก่อนคงไม่มีปัญญาจ่ายแต่เมื่อมีเงินหนึ่งล้านเข้าบัญชี ตอนนี้เธอก็ซื้อได้แล้ว