ตอนที่ 53 ตกหลุมใหญ่
ตอนที่ 53 ตกหลุมใหญ่หลังจากที่หวังเป่าหลงกำหนดแผนการระดมทุนเพื่อสร้างห้องได้แล้ว จึงค่อยได้ไปทำงานเหตุการณ์ก็เหมือนกับเมื่อวาน เมื่อหวังเป่าหลงมาถึงห้องทำงานได้ไม่นาน เขาก็โดนล้อมไว้แล้วยังเป็นคนพวกนั้นที่มาเมื่อวาน คนพวกนี้รู้สึกว่าก่อนที่แผนการจัดสรรที่จะสร้างห้องพักสวัสดิการของหวังเป่าหลงยังไม่ได้คำตอบ ก็จะไม่มีทางปล่อยหวังเป่าหลงไปเป็นอันขาดเมื่อคืนนี้ได้ปรึกษากับหวังซินและหวังจวนอยู่ทั้งคืน ในที่สุดก็หาแผนการที่สามารถแก้ปัญหาได้แผนหนึ่ง แม้ว่าจะไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ แต่ก็สามารถทำได้แค่เท่านี้ โดยที่เอาเปรียบคนฝ่ายเบื้องหลังของตัวเองเป็นการชั่วคราว“หวังเป่าหลง เรื่องการสร้างห้องพักสวัสดิการ ที่จริงแล้วคุณจะจัดการยังไงกันแน่?” ยังคงเหมือนกับเมื่อวาน ที่พึ่งจะออกมาจากห้อง หวังเป่าหลงก็ถูกซักถามแล้วเมื่อมองคนพวกนี้ที่ล้อมตัวเองอยู่ตรงด้านหน้า หวังเป่าหลงก็รู้สึกปวดหัวไปชั่วขณะ ความโลภของมนุษย์ได้ปรากฏอยู่ในตัวของพวกเขาอย่างเห็นได้ชัด สิ่งสำคัญคือตัวเองกลับยังไม่สามารถบอกอะไรแก่พวกเขาได้น่ะสิ“ยกเลิกการก่อสร้างห้องพักสวัสดิการครับ!” ประโยคนี้ของหวังเป่าหลง ทำให้คนที่อยู่รอบ ๆ ถึงกับชะงักไปยกเลิกการสร้างห้องพักสวัสดิการงั้นเหรอ?เท่ากับว่าหลังจากยกเลิกก็จะไม่สร้างห้องแล้วงั้นเหรอ? นี่จะเป็นไปได้ยังไงกัน ทุกคนมองเห็นถึงประโยชน์ของการสร้างห้องพักสวัสดิการจึงค่อยได้มาหาหวังเป่าหลง ตอนนี้คุณจะมาบอกว่ายกเลิก หวังเป่าหลงนี่คุณกำลังล้อเล่นกับทุกคนอยู่รึไง! “หวังเป่าหลง การสร้างห้องพักสวัสดิการดี ๆ อย่างนี้ ถือเป็นผลลัพธ์ที่จากการปรึกษาหารือของทางสถานีโทรทัศน์ คุณจะมาบอกว่ายกเลิกก็จะยกเลิกเลยได้ไง ได้ถามความคิดเห็นของพวกเราแล้วหรือยัง?” คุณป้าที่สุขภาพดีอีกคนหนึ่งตะโกนเสียงดังใส่หวังเป่าหลงในใจของหวังเป่าหลงเต็มไปด้วยไฟของความโกรธ โดยไม่พูดถึงกลุ่มคนพวกนี้ที่ล้อมตัวเองเมื่อวานไว้ทั้งวัน ตอนนี้คิดไม่ถึงว่ายังจะมาโวยวายอย่างไม่มีเหตุไม่มีผลอีก“การสร้างห้องพักสวัสดิการได้ถูกยกเลิกแล้ว ตอนนี้จะดำเนินการตามแผนการชุดที่สอง ระดมเงินทุนสร้างห้องพัก ถ้าพวกคุณยินยอมออกเงินสร้างห้องก็มาได้ ถ้าไม่ยินยอมก็ให้คิดหาวิธีกันเอาเอง” หวังเป่าหลงระงับความโกรธที่อยู่ในใจ แล้วพูดต่อทุกคนที่อยู่ในที่นั้นเมื่อทุกคนได้ยินหวังเป่าหลงพูดแบบนี้ ก็ต้องโมโหขึ้นมาอยู่แล้ว และยังคิดที่จะล้อมหวังเป่าหลงต่อไป แต่หวังเป่าหลงกลับแหวกฝูงชนออกมาทันที โดยที่ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับคนพวกนี้อีกเมื่อเห็นหวังเป่าหลงที่เดินจากไปอย่างรวดเร็ว คนอื่น ๆ ต่างก็ได้แต่อยู่ในอาการตกตะลึงท่าทีในตอนนี้ของหวังเป่าหลงแตกต่างจากเมื่อวานไปโดยสิ้นเชิงเลยไม่ใช่หรอกเหรอไง? แต่อีกไม่นานหวังเป่าหลงก็ได้เดินออกมาอีกครั้ง แล้วพูดแผนการระดมเงินทุนสร้างห้องของตัวเองออกมา หลังจากที่ทุกคนได้ยินแผนการระดมเงินทุนสร้างของหวังเป่าหลงแล้ว ก็มีคนขมวดคิ้ว และมีคนโกรธ แต่ก็ไม่ได้สร้างความลำบากใจให้กับหวังเป่าหลงอีกอย่างไรก็ดีเงินทุนสำรองสองล้านกว่าในฝ่ายเบื้องหลังจากแผนกของหวังเป่าหลง ก็ค่อยระดมเงินทุนในการสร้างห้องอีก ก็แค่พวกเขาลงทุนส่วนหนึ่งก็สามารถพักอาศัยอยู่ในห้องพักที่สร้างขึ้นมาได้แล้วจนกระทั่งมีบางคนที่คิดขึ้นได้ ตอนนี้ก็รอให้ห้องสร้างให้เสร็จก่อน ซึ่งหลังจากที่รอห้องสร้างเสร็จแล้วก็ค่อยไปโวยวายแต่ในแผนการของหวังเป่าหลงก็ได้ระงับความเป็นไปได้นี้ไว้โดยตรงแล้ว หากจ่ายเงินก่อนตอนนี้ ค่อยระดมทุนอีก คนที่ไม่จ่ายเงินหรือเงินไม่พอ สามารถใช้รูปแบบการผ่อนชำระได้ โดยหลังจากนั้นจะหักจากเงินเดือนโดยตรงซึ่งในขณะนี้ก็มีคนลังเลแล้วพวกเขาใช่ว่าไม่มีห้องให้พักอาศัย แต่สำหรับห้องที่ได้มาโดยที่ไม่เสียเงินแล้ว มีหรือที่จะไม่อยากได้ห้องมาโดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายอะไรกันเลยล่ะแต่แผนการของหวังเป่าหลงก็ได้ตัดความเป็นไปได้นี้ที่จะพักอาศัยอยู่โดยไม่ต้องจ่ายเงิน ซึ่งในเวลานี้ก็ถึงกับมีบางคนลังเลขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อเห็นกลุ่มคนที่ลังเล หวังเป่าหลงจึงพูดอีกว่า: “สองวัน ผมให้เวลาพวกคุณแค่สองวัน คนที่ยอมระดมทุนสร้างห้อง ก็ให้จ่ายเงินมา คนที่ไม่ยินยอม จากนี้อีกสองวันก็จะถือว่าสละสิทธิ์ไปในทันที วันหลังก็ไม่ต้องมาหาผมอีก” หลังจากได้บอกเล่าแผนการทิ้งไว้หวังเป่าหลงก็ได้เดินจากไปหลังจากนั้นสองวัน ก็ได้มีหนึ่งในสามส่วนของคนที่สร้างความวุ่นวายก่อนหน้านี้ยอมจ่ายเงินมาให้แล้ว ถ้าเพิ่มด้วยเงินสองล้านกว่าในมือของหวังเป่าหลง เรื่องการระดมเงินทุนสร้างห้องก็สามารถทำได้สำเร็จอยู่แล้วสำหรับคนพวกนั้นที่ไม่ได้ออกเงินทุน ก็ถือว่าสละสิทธิ์ ถ้าวันหลังยังมาโวยวายอีก ก็ไม่มีเหตุผลอะไรแล้วก็เป็นอย่างนี้ เดิมทีเรื่องที่จัดการได้ยากมาก แต่หวังเป่าหลงก็สามารถข้ามผ่านปัญหาการจัดสรรห้องมาได้อย่างปลอดภัยด้วยวิธีการนี้ผู้อำนวยการสถานีมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่หวังเป่าหลงได้ทำลงไป แผนการแก้ปัญหาของหวังเป่าหลงแม้จะไม่สมบูรณ์แบบ แต่ก็ไม่สามารถหาวิธีที่จะปลอบขวัญให้กับพนักงานได้ดีไปกว่านี้แล้วสำหรับด้านความสามารถของหวังเป่าหลงแล้ว ผู้อำนวยการสถานีก็ไม่มีความเคลือบแคลงสงสัยอีกต่อไป แม้แต่ลูกชายก็เก่งกาจถึงขนาดนั้น อย่างเรื่องพวกนั้นที่ทำอยู่อย่างลับ ๆ ถ้าจะบอกว่าไม่ได้รับการอบรมสั่งสอนจากหวังเป่าหลงมา ก็คงจะไม่เกิดผลลัพธ์ตามมาอย่างที่เห็นอยู่นี้อย่างแน่นอนในครั้งนี้หวังเป่าหลงได้ประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาการจัดสรรห้องได้ แล้วก็สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถของหวังเป่าหลงอย่างเต็มที่ ตอนนี้สิ่งที่ผู้อำนวยการคิดก็คือเพิ่มภาระงานให้หวังเป่าหลงต่อไป โดยมุ่งเน้นที่จะปลูกฝังหวังเป่าหลง“เป่าหลง เรื่องการจัดสรรห้องครั้งนี้คุณทำได้ไม่เลวเลย คุณมีความสามารถ อายุก็ยังน้อย ภาระหน้าที่ของคุณ ผมอยากจะเพิ่มให้คุณอีกสักหน่อย” ที่ห้องทำงานผู้อำนวยการสถานี ซึ่งผู้อำนวยการสถานีได้ยอมรับต่อการทำงานของหวังเป่าหลง“นี่ก็คือการปลูกฝังของสถานีโทรทัศน์” หวังเป่าหลงยิ้มแล้วยิ้มอีก แต่สำหรับภาระงานที่ผู้อำนวยการเพิ่มให้ ทำให้เขาไม่เข้าใจเล็กน้อย“ตั้งแต่วันนี้ไปต้นไป การจัดการผู้ใช้งานเคเบิลทีวีส่วนนี้ผมก็ส่งต่อให้คุณละกัน คุณต้องรับงานนี้ไปนะ!” ผู้อำนวยการสถานีตบไหล่ของหวังเป่าหลง และไม่ให้โอกาสหวังเป่าหลงได้คัดค้าน จึงพูดว่า: “ทุกปีในความเสียหายส่วนนี้ของเคเบิลทีวีก็สูงถึงเก้าล้านหยวน เมืองซีจิงของพวกเราที่มีคนใช้เคเบิลทีวีอยู่หนึ่งแสนสองหมื่นครัวเรือน ในทุกปีคนที่จ่ายค่าธรรมเนียมก็ยังไม่ถึงหนึ่งหมื่นเลย ในหนึ่งปีสามารถเก็บได้หนึ่งล้านก็ถือว่าดีแล้ว” เรื่องนี้หวังเป่าหลงก็รู้ แต่เมื่อฟังความหมายของผู้อำนวยการสถานีแล้ว ก็ดูเหมือนว่าจะไม่พอใจกับค่าธรรมเนียมหนึ่งล้านที่เก็บได้ทุก ๆ ปี “ทำไมสถานีโทรทัศน์ของเราถึงได้ขาดทุนทุกปีกันล่ะ?แค่ในส่วนนี้ ก็ขาดทุนมากเกินไปแล้ว ถ้าสามารถปิดช่องโหว่ของเก้าล้านนี้ได้ งั้นพวกเราก็สามารถเปลี่ยนการขาดทุนให้เป็นกำไรได้ในไม่ช้าแล้ว” หวังเป่าหลงบ่นอยู่ในใจ ซึ่งในส่วนนี้หากต้องการเอาเงินเก้าล้านที่เหลือรวบรวมขึ้นมานั้นก็ยากกว่าการปีนขึ้นไปบนท้องฟ้าซะอีก เรื่องนี้หากส่งให้ตัวเขาเองจัดการจริง ๆ ละก็ จะต้องลำบากมากแน่นอน“ผู้อำนวยการครับ คุณให้ผมไปรวบรวมเงินเก้าล้านที่เหลือนี้ ซึ่งยากที่จะหลีกเลี่ยงการบีบบังคับให้คนไปทำเรื่องที่ลำบากใจแล้วล่ะ สถานการณ์ที่มีการดึงสายสัญญาณส่วนตัวนี้ถูกห้ามมาหลายครั้งแล้ว ก็ยังไม่เกิดผลใด แม้จะใช้อำนาจในการบีบบังคับ แล้วจะสามารถบังคับได้กี่บ้านกันล่ะ” หวังเป่าหลงคิดไม่ถึงว่าที่ผู้อำนวยการสถานีจะเรียกว่าภาระสำคัญที่จะส่งมาให้ตัวเองเป็นคนทำเมื่อรู้ถึงความยากลำบากที่อยู่ในนั้น หวังเป่าหลงจึงไม่เต็มใจเป็นอย่างมากที่จะรับภาระนี้“เป่าหลง ยิ่งยากลำบากก็ยิ่งง่ายต่อการฝึกฝนคนหนึ่งคน คุณก็เป็นสมาชิกผู้บริหาร เรื่องหลักการของผู้บริหารก็คือจะต้องไม่กลัวอันตรายและความยากลำบาก ผมเชื่อคุณ เรื่องนี้คุณจะต้องทำได้อย่างเหมาะสมแน่นอน” “ผู้อำนวยการครับ เก้าล้านที่เหลือนี้แทบจะไม่มีทางรวบรวมได้เลยนะครับ!” ใบหน้าของหวังเป่าหลงมีความลำบากใจ ซึ่งภาระหน้าที่นี้ก็หนักเกินไปแล้ว เกรงว่าสถานีที่ให้ผู้อำนวยการสถานีแบกรับภาระนี้ไว้ โดยเขาก็แบกรับภาระนี้ไม่ไหวเช่นกัน“เก้าล้านไม่ค่อยจะตรงกับความจริงซะหน่อย แบบนี้ละกัน สามล้าน นี่คือเป้าหมายที่ผมให้คุณ ทุกปีจะต้องเก็บเงินค่าธรรมเนียมสามล้านจากมือของผู้ใช้งาน” ผู้อำนวยการสถานีไม่ได้ให้หวังเป่าหลงเก็บรวบรวมเงินเก้าล้านที่เหลือแต่ว่าสามล้านสำหรับหวังเป่าหลงแล้ว ก็ยังเป็นปัญหาใหญ่อยู่เลยนี่หมายความว่าอย่างน้อยจะต้องมีสองหมื่นครัวเรือนที่ยินดีจะจ่ายถึงจะสามารถบรรลุเงื่อนไขนี้ได้“เอาล่ะ ผมเชื่อในความสามารถของการทำงานของคุณ ต่อจากนี้คุณก็ค่อย ๆ จัดการล่ะ” ครั้งนี้ผู้อำนวยการสถานีไม่อนุญาตให้หวังเป่าปฏิเสธ ดังนั้นจึงได้รีบออกจากห้องทำงานไปก่อนเมื่อเห็นผู้อำนวยการสถานีออกไปแล้ว หวังเป่าหลงก็อึ้งไปเลยแม้ว่าตอนนี้จะจัดการมากขึ้นอีกหนึ่งแผนก ซึ่งก็เท่ากับว่าอำนาจก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย แต่ว่าหากพูดกลับกันแล้วความยากก็เพิ่มมากขึ้นด้วยเช่นกัน! ในด้านการจัดการผู้ใช้งานของสถานีโทรทัศน์นี้ เป็นปัญหาที่ยากมาโดยตลอด เมื่อเทียบกับสถานการณ์ของฝ่ายเบื้องหลังก่อนหน้านี้แล้วก็ถือว่ายากพอ ๆ กันเลย ซึ่งตอนนี้ก็คาดไม่ถึงว่าผู้อำนวยการจะมอบภารกิจสำคัญนี้ให้กับตัวเองอีก! แต่ในใจหวังเป่าหลงก็มีความสุขมากเช่นกัน ในเวลานี้ตัวเองก็ถือว่าได้เลื่อนขั้นแล้ว ซึ่งก็มีอำนาจเพิ่มขึ้นมาอีกทางหนึ่ง สถานะในอีกสักพักจากรองผู้อำนวยการสถานีคนที่สี่ก็จะได้เลื่อนขึ้นเป็นรองผู้อำนวยการสถานีอันดับแรก จึงถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับตัวเองในวันเดียวกัน เอกสารการจัดการผู้ใช้งานที่หวังเป่าหลงรับผิดชอบอยู่ก็ถูกประกาศออกมาอีกครั้งในไม่ช้า ซึ่งในขณะนี้ก็ได้กลายเป็นรองผู้อำนวยการสถานีอันดับแรกอย่างเหมาะสมแล้วถึงแม้ว่ารองผู้อำนวยการสถานีอีกสามคนจะอิจฉาตาร้อน แต่ก็ไม่มีวิธีใดที่จะสกัดไว้ได้ โดยในทางกลับกัน พวกเขาก็ยินยอมที่จะดูเรื่องที่น่าอายของหวังเป่าหลงมากกว่า ซึ่งค่าธรรมเนียมเคเบิลทีวีในส่วนนี้ ก็เป็นปัญหายากของสถานีโทรทัศน์มาโดยตลอด และถ้าหวังเป่าหลงไม่สามารถเก็บรวบรวมมาได้ งั้นก็น่าสนุกแล้วในตอนเย็น หวังเป่าหลงที่กลับถึงบ้านก็คิดอยู่ตลอดว่าทำยังไงถึงจะสามารถบรรลุเป้าหมายสามล้านหยวนได้ ใบหน้าจึงเต็มไปด้วยความกลุ้มใจเมื่อหวังซินกลับถึงบ้าน ก็ได้เห็นท่าทางของพ่อ แล้วยังเข้าใจว่าเรื่องการจัดสรรห้องพักได้เกิดปัญหาขึ้นอีกแล้ว จึงรีบถามสาเหตุในเรื่องนั้นกับพ่อทันที ถึงได้รู้ว่าปัญหาเกิดจากการที่พ่อมีอำนาจเพิ่มขึ้นมาอีกอย่างหนึ่ง“พ่อครับ เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีนี่ครับ รองผู้อำนวยการสถานีอันดับหนึ่ง ไม่แน่ว่าปลายปีก็สามารถนั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีได้แล้ว” คำพูดของหวังซินไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ ซึ่งตามการพัฒนาของเหตุการณ์แล้ว ปลายปีผู้อำนวยการก็จะเลื่อนขั้นไปรับตำแหน่งที่อื่นแล้ว การที่หวังเป่าหลงจะนั่งในตำแหน่งผู้อำนวยการสถานีก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล“แกจะไปเข้าใจอะไร การเก็บค่าธรรมเนียมของเคเบิลทีวีส่วนนี้ ก็เป็นปัญหายากของสถานีโทรทัศน์มาโดยตลอด!” หลังจากนั้นหวังเป่าหลงก็เอาสถานการณ์การเก็บค่าธรรมเนียมของเคเบิลทีวีพูดไปอีกรอบหนึ่งหลังจากที่เข้าใจสถานการณ์การจัดการผู้ใช้งานเคเบิลทีวีจากทางพ่อแล้ว ก็ตกตะลึงอยู่ตรงนั้น ซึ่งรู้สึกได้ว่าพ่อได้กระโดดลงไปในหลุมใหญ่อีกหนึ่งครั้งหวังเป่าหลงก็ได้รู้สถานการณ์ของตัวเอง ซึ่งการจัดการผู้ใช้งานในส่วนนี้ ก็จัดการได้ยากมากตอนนี้ผู้ใช้งานเคเบิลทีวีในเมืองซีจิงอยู่ที่ประมาณหนึ่งแสนสองหมื่นคน ผู้ใช้ในแต่ละครัวเรือนจะชำระเงินแปดหยวนต่อเดือน ซึ่งถ้าชำระทั้งหมด คำนวณดูแล้วในหนึ่งปีก็คือสิบล้านหยวนแต่สิบล้านนี้ก็เป็นแค่ตัวเลขทางทฤษฎีเท่านั้น เงินที่สถานีโทรทัศน์สามารถเก็บได้จริง ๆ ในแต่ละปี มีแค่ประมาณหนึ่งล้านหยวน ซึ่งในนั้นก็ยังขาดอีกเก้าล้านหยวนผู้อำนวยการสถานีได้รับรู้ถึงความยากในด้านนี้ ดังนั้นจึงไม่ได้กำหนดให้หวังเป่าหลงต้องเก็บเงินรวมสิบล้านหยวนให้ได้จริง ๆ ในแต่ละปี จำนวนเงินที่เขากำหนดให้หวังเป่าหลงก็คือสามล้านหยวนเท่านั้นอย่างไรก็ตามแม้ว่าจะเป็นแค่สามล้านหยวน หวังเป่าหลงก็ยังร้อนใจอยู่ เดิมทีนี้จึงไม่สามารถทำให้สำเร็จได้ผู้ใช้งานที่ดึงสายส่วนตัวของสถานีโทรทัศน์นั้นก็ร้ายแรงเป็นพิเศษ ผู้ใช้งานที่ชำระค่าธรรมเนียมในแต่ละปีก็มีไม่ถึงหนึ่งหมื่นครัวเรือน ซึ่งการที่สามารถเก็บได้หนึ่งล้านหยวนก็นับว่าดีแล้ว“พ่อครับ งานนี้ของพ่อก็ยากเกินกว่าที่จะจัดการได้ในวงกว้าง” หลังจากที่หวังซินได้ยินพ่อพูดถึงปัญหาที่ยากในการจัดการผู้ใช้งานส่วนนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะนวดหน้าผากไปมาแท้ที่จริงแล้วนี่ก็เป็นปัญหายาก คนที่ดึงสายส่วนตัว พ่อคงไม่สามารถตัดสายสัญญาณที่ดึงมาใช้ส่วนตัวของคนอื่นได้โดยตรงหรอกใช่ไหม?พูดอีกอย่าง ปัญหาการดึงสายสัญญาณส่วนตัวนี้เดิมทีก็ไม่สามารถแก้ไขได้ และก็ยากมากที่จะแก้ไข การมีโทรทัศน์ให้ดูฟรี ใครยังจะยอมจ่ายเงินงั้นเหรอ? “ใช่ไง ผู้อำนวยการสถานีเอาส่วนนี้ทิ้งให้พ่อ ซึ่งไม่ให้พ่อปฏิเสธเลยแม้แต่น้อย” ในใจของหวังเป่าหลงเต็มไปด้วยความรู้สึกที่มากมายหลายอย่าง ซึ่งเรื่องที่กลายเป็นรองผู้อำนวยการสถานีอันดับหนึ่งก็เป็นเรื่องดีที่ แต่ถ้าจะให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมโทรทัศน์กับผู้ใช้งานหนึ่งแสนสองหมื่นคน ก็เป็นปัญหาที่ยากเหมือนกัน สถานการณ์ที่ดึงสายสัญญาณส่วนตัวก็ร้ายแรงเกินไป ยากที่จะหยุดได้...