อ๋องชิงที่ยังคงมึนหัวเพราะเมื่อวานดื่มมากไป เขาพยายามทำตัวปกติ แต่ภายในจิตใจของเขาเต็มไปด้วยความว้าวุ่น เขารู้สึกว่านางพยายามหนีห่างจากเขาไปไกลเรื่อยๆ ยิ่งเขาพยายามจะเข้าใกล้ นางก็ยิ่งผลักเขาให้ไปไกลกว่าเดิม เมื่อวานเขาคิดว่าจะมาคุยกับนางเื่ที่เขาจะต้องเดินทางไปทำภารกิจลับ ที่เมืองเป่ย แต่ยังไม่ได้พูดก็ทะเลาะกันเสียแล้ว ทำมันให้เขารู้สึกหนักใจ ทุกครั้งที่เขามองนาง เขามีความสุขที่เห็นนางยิ้ม หึงหวงเมื่อนางเข้าใกล้ผู้ชายคนอื่น เขาต้องยอมจำนนว่าเขาชอบนางเข้าให้เสียแล้ว
เช้าวันนี้ แสงแดดอ่อนๆ ส่องลงมาที่ระเบียง อ๋องชิงยืนอยู่ที่นั่น มองดูเฟยเฟยเดินเก็บดอกไม้ในสวนกับมีเสี่ยวเฉียวยืนอยู่ใกล้ๆ ลมเย็นพัดผ่านใบไม้ทำให้เกิดเสียงกระซิบเบาๆ บรรยากาศเงียบสงบแต่ในใจของเขากลับวุ่นวายและเต็มไปด้วยความกังวล ความงดงามและความสงบของเฟยเฟยที่เขาเห็นทำให้หัวใจของเขาว้าวุ่นเขาถอนหายใจหนักๆ รู้สึกถึงความหนักอึ้งในอกที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เขารู้สึกไม่แน่ใจว่านางเองจะชอบเขาเช่นกันหรือไม่ การจากลาในครั้งนี้อาจเป็การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่สำหรับทั้งเขาและเธอ
เขาเดินไปหาเธอในสวนและพยายามรักษาสีหน้าให้ปกติ แม้ว่าภายในใจจะเต็มไปด้วยความไม่แน่ใจและความหวาดหวั่น “พรุ่งนี้ข้าต้องไปทำภารกิจต่างเมือง อาจจะไม่ได้กลับมานานหน่อย” เขาพูดเสียงเบาและราบเรียบ
เฟยเฟยมองหน้าเขาแววตาสงสัย และเอ่ยปากถามว่า “ท่านจะไปนานแค่ไหน”
เขาตอบว่า “ข้าก็ไม่รู้ แต่น่าจะหลายเดือนทีเดียว”
นางพยักหน้าแล้วไม่ได้พูดอะไร
เขาพูดกับเธอว่า
“ข้าจะเข้าไปในวังแล้วจะกลับมากินข้าวเย็นกับเ้า”
แล้วเขาก็เดินออกจากจวนขึ้นรถม้าเดินทางไปวังหลวง
เฟยเฟยเดินกลับไปที่ห้อง เธอรู้สึกใจหายเมื่อคิดว่าจะไม่ได้เจอเขาอีกตั้งหลายเดือน เธอชินกับชีวิตที่เขาไปเสียแล้ว แม้เขาจะไม่ค่อยพูดแต่เธอก็รู้สึกปลอดภัยและอบอุ่น ความคิดหลายอย่างผุดขึ้นมาในหัวเธอ เขาไปที่ไหน ไปทำอะไร อันตรายหรือไม่ จะปลอดภัยหรือเปล่า? ผุดขึ้นเต็มหัวเธอ
เธอจำได้ว่าเดือนที่แล้วเคยไปขอพรที่วัดและได้ยันต์ป้องกันตัวมา ตอนเย็นขณะที่บ่าวกำลังเก็บของ เฟยเฟยแอบเอายันต์ห่อไว้ในผ้าเช็ดหน้าและใส่ไปในหีบเสื้อผ้าของเขา เธอไม่กล้าให้เขาตรงๆ กลัวว่าเขาจะขว้างทิ้งเหมือนถุงหอมที่เธอเคยให้ เธอเห็นตอนที่เขาขว้างมันทิ้งพอดี จึงแอบใส่ไว้ดีกว่า ถ้าเขาเอาทิ้งโดยไม่เห็นเธอก็ไม่รู้ก็ไม่ต้องเสียใจ
่หลังมานี้เขากลับมากินข้าวกับเธอเกือบทุกวัน แม้จะไม่ได้พูดอะไรมาก เพราะเขาเป็คนเงียบๆ แต่เฟยเฟยก็รู้สึกอบอุ่นใจและปลอดภัยไม่กังวล
วันนี้เฟยเฟยมานั่งรอเขาที่โต๊ะอาหาร อาหารถูกสาวใช้ยกขึ้นมาตั้งจนเต็มโต๊ะ นางสั่งในครัวทำอาหารให้เยอะหน่อย
อ๋องชิงกลับมาแล้วเดินไปหาเธอที่โต๊ะ เขาวางกาสุราลง หยิบจอกมาแล้วรินเหล้าบ๊วยให้เธอ และรินให้ตัวเอง ขณะกินข้าวทั้งสองก็ไม่ได้พูดอะไรกันต่างคนต่างนั่งกินข้าวเงียบๆ จมอยู่ในความคิดของตัวเอง
หลังกินข้าวเสร็จ เฟยเฟยก็อาบน้ำ อ๋องชิงยังไม่เข้ามา ผ่านไปสักพักใหญ่ เขาเดินเข้ามาเขาพูดกับนางว่า
“ระหว่างที่ข้าไม่อยู่ข้าสั่งให้องครักษ์มาเฝ้ายามทั้งกลางวันและกลางคืนเ้าไม่ต้องกลัวนะ”
เขาพูดเสร็จก็เดินไปอาบน้ำ จากนั้นก็ไปตรวจดูสัมภาระ นางจึงพูดขึ้นว่า
“ตอนนี้เริ่มหนาวแล้ว ข้าจึงสั่งให้บ่าวเตรียมเสื้อผ้าหนาๆ ให้มากหน่อย ไม่รู้เมืองเป่ยอากาศเป็ยังไง”
เขาพยักหน้าช้าๆ เป็สัญญาณว่ารับทราบ แล้วจึงเดินไปล้มตัวนอนลงที่เก้าอี้มุมห้อง เฟยเฟยจึงเอ่ยขึ้นว่า
“พรุ่งนี้ท่านเดินทางไกล วันนี้ท่านมานอนเตียงเถอะ ข้าจะไปนอนเก้าอี้นั่นเอง”
เขาตอบว่า “ไม่เป็ไร”
เฟยเฟยจึงสอดตัวเข้าไปในผ้าห่ม วันนี้เข้าสู่ฤดูหนาว อากาศเริ่มเย็น เธอนึกเป็ห่วงเขาจึงเอ่ยว่า “ท่านอ๋อง ไม่อย่างนั้นข้ากับท่านนอนด้วยกันบนเตียงดีหรือไม่”
อ๋องชิงเงียบไป สักพักเขาเดินมาข้างเตียง เธอเห็นดังนั้นจึงเขยิบตัวเข้าไปด้านใน อ๋องชิงสอดตัวเข้าไปในผ้าห่มผืนเดียวกัน ทันใดนั้นเขาดึงเธอมากอด เฟยเฟยมองหน้าเขา เขามองหน้าเธอด้วยแววตาหลากหลายความรู้สึก เธอจึงบอกว่า “ท่านนอนเถิด พรุ่งนี้ต้องเดินทางแต่เช้า นอนเร็วหน่อย” แล้วเธอก็นอนหันหลังให้เขา
อ๋องชิงกอดเธอจากด้านหลัง แล้วถามเสียงเบาว่า “เ้าไม่ชอบข้าขนาดนั้นเลยเหรอ ถึงขนาดไม่ยอมมองแม้แต่หน้าข้า”
เฟยเฟยคิดในใจ อีตาขี้เก๊กนี่บื้อหรือเปล่า ผู้หญิงที่อนุญาตให้นายมานอนบนเตียงเธอ จะไม่ชอบได้ไง เธอเงียบไม่ตอบ
อ๋องชิงกอดเธอจากด้านหลัง แล้วบอกว่า “เ้าก็รู้ว่าพรุ่งนี้ข้าไปอีกนาน เ้าจะไม่พูดอะไรกับข้าเลยเหรอ”
เฟยเฟยหันกลับมามองหน้าเขาตรงๆ แล้วถามว่า “ท่านจะให้ข้าพูดอะไร”
เขามองเธอแล้วพูดคำที่เธอไม่อยากเชื่อว่าเขาจะพูดออกมา “งั้นเ้าไม่พูดก็ได้แต่เ้าจูบข้าหน่อยได้หรือไม่”
เธอมองอึ้ง แล้วตอบเขาว่า “ท่านให้ข้าจูบท่าน ท่านไม่รู้สึกผิดต่อคนรักของท่านหรือ”
อ๋องชิงงงถามกลับ “ใครคือคนรักของข้า”
เฟยเฟยตอบด้วยความโมโห “ก็แม่นางฟางโม่ไง”
อ๋องชิงคิดอยู่สักพักแล้วบอกว่า “แม่นางคนที่เ้าจิกหัวเธอแล้วตบกลางตลาดคนนั้นนะหรือ ข้าไม่เคยคุยกับนางด้วยซ้ำไป วันนั้นข้าเดินอยู่ตลาด นางสะดุดจะล้ม ข้าเลยเข้าไปพยุงที่แขน แล้วเ้าก็พุ่งตัวมาจากไหนก็ไม่รู้เข้ามาตบหน้านางกลางตลาดเป็ที่ ฮือฮาพักใหญ่”
เฟยเฟยอึ้งกับคำตอบ นั่งนิ่งบื้อ จนอ๋องชิงถาม “นี่เ้าจำเื่นั้นไม่ได้เหรอ”
เฟยเฟยแก้ตัว “ก็ข้าได้ยินมาว่าพวกท่านทั้งสองเป็คู่รักฟ้าประทาน”
อ๋องชิงนั่งเงียบ แล้วพูดเปรยๆ ว่า “ข้าก็ได้ยินมาเหมือนกันว่าเ้ากับอาจารย์เหวินคือคู่รักเทพเซียน”
เฟยเฟยมองหน้าเขา คิดในใจ ตานี่รู้ได้ไง เธอจึงกระแอมแก้เขิน แล้วบอกว่า
“จะยังไงก็ช่าง ท่านขอให้ผู้หญิงจูบท่านนี่ออกจะเกินไปหน่อย”
แล้วเขาก็หัวเราะดึงเธอมากอดแล้วพูดว่า
“งั้นข้าจะจูบเ้าได้หรือไม่ เหมือนเ้าเคยบอกว่าเ้าจะให้เฉพาะคนที่เ้าชอบจูบ ข้าเลยขอให้เ้าจูบข้า เพราะข้าเองก็ไม่รู้ว่าเ้าชอบข้าหรือไม่”
เฟยเฟยคิด ตาขี้เก๊กนี่พูดได้มากขนาดนี้ั้แ่เมื่อไหร่กัน ยังไงเสียตอนนี้เธอรู้สึกดีใจที่เื่ที่ติดอยู่ในใจว่าเขามีคนรักแล้วได้คลี่คลายลงไป เธอคิดในใจ "เอาเถอะ ตาขี้เก๊กซื่อบื้อนี่คงจะชอบเธอจริงๆ" เธอจึงมองหน้าเขา ทั้งสองมองหน้ากัน ทันใดนั้นเฟยเฟยก็จุ๊บที่ปากเขาเร็วๆ หนึ่งที ด้วยความประหม่า
เขายิ้มแล้วก้มลงมาจูบเบาๆ ที่หน้าผาก จากนั้นก็เคลื่อนมาจูบที่จมูก และสุดท้ายเขาก็จูบที่ริมฝีปากของเธอเบาๆ มือของเข้าเคลื่อนมาลูบไล้ที่เอวของเธอ เขาเริ่มเอาหน้ามาซุกไซร้ที่คอของเธอ เล็มเลียใบหูขาวๆ เฟยเฟยอ่อนระทวยไปทั้งตัว ทันใดนั้นเขาก็กลับมาจูบเธอแรงขึ้น เขาพยามยามดันลิ้นของเขาเข้ามาในปาก ลิ้นของเขาพันกับวุ่นวายกับลิ้นของเธอ เขาดูดลิ้นเธอเริ่มจากเบาๆ และเริ่มแรงขึ้นเรื่อยๆ เฟยเฟยหอบหายใจ เขาเคลื่อนมือมาบีบตรงหน้าอก และพยายามถอดเสื้อเธอออก เฟยเฟยมึนงงกับสถานการณ์ เธอหายใจไม่ออกและไม่มีแรง เธอผลักเขาเบาๆ เขาจึงหยุดการกระทำแล้วมองหน้าเธอ
เฟยเฟยบอกเขาเสียงเบาว่า “วันนี้ไม่ได้ ข้ามีรอบเดือน”
อ๋องชิงเอามือลูบหัวเธอและหัวเราะเบาๆ ดันตัวเองขึ้นนั่งพิงหัวเตียง ตัวของเขาชื้นไปด้วยเหงื่อเธอััได้ สักพักเขาก็ลุกขึ้นจากเตียงเดินไปอาบน้ำอีกครั้งเพื่อคลายความร้อนในกาย
เฟยเฟยเองแม้ไม่เคยมีประสบการณ์เื่นี้ แต่ในยุคของเธอเื่พวกนี้ก็ไม่ใช่จะไม่รู้เสียเลย พอเขากลับมาเธอจึงพูดปลอบใจเขาว่า
“พอท่านกลับมาจากเมืองเป่ยแล้ว ข้าจะให้รางวัลท่านอย่างงามเลย เพราะฉะนั้นท่านรีบกลับมาอย่างปลอดภัยนะ”
แล้วเธอก็ซุกตัวเข้าไปในวงแขนเขา เขาลูบหลังเธอเบาๆ แล้วบอกว่า “ต่อไปเ้าเรียกข้าว่า ชิงเหยี่ยน ดีหรือไม่”
เธอพึมพำเรียกชื่อเขาเบาๆ “ชิงเหยี่ยน”
เขายิ้มแล้วกอดเธอเฟยเฟยซุกตัวหลับอยู่ในอ้อมกอดของเขาอย่างอบอุ่น
ตอนเช้าเฟยเฟยง่วงมาก ได้ยินเสียงเขาลุกจากเตียงเขาจูบที่ริมฝีปากเธอเบาๆ แล้วลุกไปข้างนอก เฟยเฟยเอามือขยี้ตาแล้วเรียกเสี่ยวเฉียวเตรียมล้างหน้าล้างตาแต่งตัวให้เธอ
หลังกินข้าวเช้าเสร็จได้เวลาออกเดินทาง เฟยเฟยเดินไปส่งเขาที่หน้าประตู เขาดึงเธอมากอดแล้วจูบหัวเธอ เฟยเฟยน้ำตาคลอ เธอกอดตอบแล้วบอกกับเขาว่า “ข้าจะรอท่านกลับมานะ ชิงเหยี่ยน”
เขายิ้มให้เธอ และควบม้าออกไปพร้อมหน่วยอคงรักษ์ เฟยเฟยมองส่งเขาจนหายลับไปสุดสายตา