ร่างบางเจ้าของดวงตาสีทับทิมดูล้ำค่าเงียบคิดเรื่องราวต่าง ๆ ที่นางได้เห็นอย่างไม่รีบร้อน ก่อนที่จะเอ่ยปากถามความต้องการของวิญญาณสาวตรงหน้า
“ลองเอ่ยความต้องการของเจ้าในการใช้บริการกับทางร้านของเราในครานี้ดูสิ”
“ท่านช่วยลบตระกูลเจินและตระกูลซูออกไปจากดินแดนที่ข้าน้อยจากมาได้หรือไม่เจ้าคะ” วิญญาณสาวตอบ
เจ้าของร้านสาวพยักหน้าเข้าใจความต้องการของอีกฝ่ายในทันที
“จะว่าได้ก็ได้ล่ะนะ เพราะเป็นความต้องการของลูกค้าเช่นเจ้า แต่วิธีที่จะจัดการให้ทั้งสองตระกูลหายไปนั้นเราคงไม่สามารถทำตามความปรารถนาของเจ้าได้เช่นกัน” ฟางหรงเอ่ยกับวิญญาณสาวตรงหน้าอย่างรู้ทัน
“ท่านฆ่าล้างตระกูลพวกมันให้สิ้นชื่อไปเลยในคราวเดียวไม่ได้หรือเจ้าคะ พวกมันวางแผนทำให้ข้าน้อยต้องตายอย่างไร้ความปรานี เหตุใดมันจึงตกตายแบบที่ข้าน้อยต้องการบ้างไม่ได้” วิญญาณสาวถามขึ้นด้วยความคับข้องใจ ในขณะเดียวกันน้ำตาของนางก็ไหลอาบแก้มเต็มไปหมดอย่างน่าสงสาร
“หลินฟางซินจงฟังเรา เจ้าทนทุกข์อยู่ในโลกวิญญาณด้วยความคับข้องใจในเรื่องนี้ร่วมหลายปี เหตุใดเจ้าจึงปรารถนาเพียงแค่การตกตายของคนชั่วเหล่านี้เพียงเท่านั้นเล่า ไม่ดีกว่าหรือที่คนพวกนั้นจะต้องทุกข์ทรมานก่อนจะต้องตกตายจากไปอย่างน่าอดสูแทน เราจะทำให้พวกมันอยู่ไม่สู้ตายและต้องทนทุกข์ให้สาสมกับสิ่งที่พวกมันเคยทำกับเจ้าก่อนที่จะตายไปจากภพนั้นเอง จงเชื่อใจเรา” เจ้าของร้านสาวเกลี้ยกล่อมลูกค้าของนางด้วยความใจเย็นพร้อมกับหว่านล้อมนางอย่างเต็มกำลัง
แม้วิธีที่นางเสนอให้หลินฟางซินนั้นจะต้องใช้เวลานิดหน่อย แต่มันก็เป็นหนทางที่ดีและสาสมใจไม่น้อยที่จะได้เห็นคนเหล่านั้นทุกข์ทรมานและได้รับผลกรรมในสิ่งที่พวกมันทำเอาไว้
อีกอย่างคือเจ้าของร้านผู้งดงามไม่สามารถบอกลูกค้าของนางไปตรง ๆ ว่านางไม่สามารถเข่นฆ่าคนเหล่านั้นตามที่หลินฟางซินต้องการได้ เนื่องจากเสด็จพ่อของนางได้ตั้งเงื่อนไขในการทำภารกิจเอาไว้ว่าห้ามสังหารใครตรง ๆ โดยเด็ดขาด
แต่ถึงอย่างนั้นนางเข้าใจความเคียดแค้นที่หลินฟางซินมีต่อคนพวกนี้เป็นอย่างดี เพราะการกระทำของคนเหล่านี้นั้นเป็นสิ่งที่ลบล้างด้วยการแก้แค้นให้ได้รับบทเรียนเพียงอย่างเดียวไม่ได้
การตกตายไปของคนพวกนี้เท่านั้นจึงจะสาสมกับสิ่งที่พวกมันได้ทำกับหลินฟางซินเอาไว้และสามารถดับไฟแค้นในใจวิญญาณสาวได้อย่างหมดจดดั่งคำที่ใครว่าไว้ว่าชีวิตย่อมต้องแลกด้วยชีวิตนั่นเอง
‘เสด็จพ่อเพคะ ลูกจะไม่ฆ่าพวกมันตรง ๆ ตามที่ได้รับปากกับเสด็จพ่อเอาไว้ แต่หากพวกมันถูกคนอื่นที่ไม่ใช่ลูกฆ่าย่อมไม่นับนะเพคะ’ หญิงสาวรีบเอ่ยแก้ตัวกับผู้เป็นบิดาในใจตั้งแต่ก่อนจะเริ่มภารกิจในครั้งนี้เสียอีก
หลินฟางซินนิ่งคิดตามในสิ่งที่อีกฝ่ายต้องการจะบอกนางด้วยความใจเย็น
“ข้าน้อยเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ การทำตามที่ท่านเสนอมาก็เป็นทางเลือกที่สาสมใจไม่น้อย” หลินฟางซินตอบเจ้าของร้าน
“เราไม่ทำให้เจ้าผิดหวังแน่นอน แต่ข้อตกลงของเราหวังว่าเจ้าจะยอมรับได้เช่นกันนะ”
“ข้าน้อยยอมรับเจ้าค่ะ หากท่านทำให้คำขอของข้าน้อยเป็นจริงได้ ข้าน้อยยินยอมที่จะมอบอายุขัยทั้งหมดที่มีให้ท่านและเข้าสู่การเวียนว่ายตายเกิดอีกครั้งด้วยความเต็มใจเจ้าค่ะ” วิญญาณสาวตอบกลับด้วยความนอบน้อมที่แฝงไปด้วยความตั้งใจแน่วแน่ในเรื่องที่นางได้ตัดสินใจ
“งั้นก็ดี เจ้ารอดูเรื่องสนุกที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ได้เลย” ฟางหรงเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้ามั่นใจ
“ลำบากท่านแล้วเจ้าค่ะ ขอให้งานนี้ของท่านลุล่วงไปได้ด้วยดีนะเจ้าคะ” หลินฟางซินคำนับหญิงสาวตรงหน้าของนางพลางอวยพรด้วยความจริงใจ
“ขอบใจเจ้ามาก” ฟางหรงเอ่ยรับคำด้วยรอยยิ้มก่อนที่ร่างของนางจะหายไปจากโลกวิญญาณอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
‘หวังว่าจะย้อนกลับไปในตอนที่ทุกอย่างยังไม่เลวร้ายมากเกินไปนะ’ ฟางหรงคิดในใจอย่างปลง ๆ ก่อนที่นางจะรู้สึกตัวอีกครั้งในเวลาต่อมา
ฟางหรงมองไปยังห้องโถงตรงหน้าที่มีโลงศพและกระถางธูปวางอยู่ด้วยสายตาเรียบเฉย หญิงสาวกำลังรวบรวมข้อมูลทุกอย่างและความทรงจำของหลินฟางซินในช่วงก่อนหน้านี้ไปอย่างเงียบ ๆ ด้วยความมีสมาธิ
ในยามนี้นางย้อนกลับมายังช่วงเวลาที่หลินเทียนผู้เป็นจิตรกรเอกแห่งยุคเพิ่งจากโลกนี้ไป งานนี้เป็นงานไว้อาลัยที่ตระกูลหลินจัดขึ้นโดยมีคุณหนูหลินนั่งอยู่เงียบ ๆ เป็นเพื่อนบิดาของนางมาตลอดทั้งงาน
“คุณหนูหลินโปรดอย่าโศกเศร้าจนเกินไป นายท่านเจินฝากบ่าวมาแจ้งกับคุณหนูว่าคุณหนูยังมีครอบครัวตระกูลเจินที่เป็นตระกูลของท่านแม่ของคุณหนูเหลืออยู่ ตระกูลเจินจะไม่ทำให้ท่านต้องรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจอย่างแน่นอน” ชายวัยกลางคนสวมใส่เครื่องแต่กายที่ดีกว่าบ่าวทั่วไปของจวนขุนนางเอ่ยขึ้นกับนางด้วยน้ำเสียงที่ไม่เบานัก
การปลอบใจของเขานั้นสร้างความสนใจให้กับลูกศิษย์คนอื่น ๆ ของหลินเทียนที่มาร่วมงานวันนี้ไม่น้อยเช่นกัน
‘หนวกหูยิ่งนัก เจ้ามนุษย์ตรงหน้าทำเอาเรารวบรวมความทรงจำสะเปะสะปะไปหมด แบบนี้เราก็ต้องเสียเวลาในการรวบรวมความทรงจำมากขึ้นไปอีก’ หญิงสาวคิดในใจพลางขมวดคิ้วมุ่น
แต่หญิงงามทำสิ่งใดก็ยังถูกมองว่างาม แม้กระทั่งการขมวดคิ้วเพียงเล็กน้อยของนางก็ยังถูกมองว่านางคงกำลังเสียใจกับการจากไปของบิดาเพียงเท่านั้น
“เศร้าโศกก็ส่วนเศร้าโศก การจากไปของบิดาเพียงคนเดียวมีผู้ใดบ้างที่จะไม่เสียใจ แต่การรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจนั้นตระกูลเจินคงจะคิดมากเกินไปแล้ว เพราะเดิมทีตั้งแต่ท่านแม่แต่งออกมา ตระกูลเจินก็ไม่ได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับครอบครัวเราอีก ทั้งในยามสุขและยามทุกข์ ดังนั้นการมีอยู่หรือไม่มีอยู่ของตระกูลเจิน ก็ไม่ได้มีผลอันใดกับข้าเลยแม้แต่ทางเดียว รบกวนเจ้าไปบอกนายท่านเจินด้วยว่าน้ำใจของตระกูลเจินที่มีต่อข้าในยามนี้นั้น ข้ารับรู้เอาไว้แล้ว” หญิงสาวเอ่ยวาจาเชือดเฉือนออกไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบอย่างคนรู้ทัน
การกระทำของนางนั้นทำเอาคนอื่น ๆ ที่ลอบฟังอยู่ยังต้องสูดหายใจเข้าปอดอย่างตื่นตะลึงกับความตรงไปตรงมาในความสัมพันธ์ภายในตระกูลที่พวกเขาบางคนเพิ่งจะได้รู้กันเลยทีเดียว
“เอ่อ บ่าวเข้าใจแล้ว บ่าวจะกลับไปแจ้งนายท่านเจินตามที่คุณหนูบอกมาอย่างไม่ขาดตกบกพร่องแน่นอนขอรับ” พ่อบ้านชราตอบกลับสตรีตรงหน้าที่แววตาของนางเปลี่ยนไปจากตอนที่เขาเข้ามาในตอนแรกอย่างเห็นได้ชัดด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“รบกวนเจ้าแล้ว” หญิงสาวตอบออกไปอย่างไม่ได้ยำเกรงชายชราที่เป็นถึงพ่อบ้านใหญ่ตระกูลขุนนางเลยแม้แต่น้อย
#อีกนิดยัยน้องจะเป็นเซลล์แล้วค่ะ เสนอแพ็คเก็จการแก้แค้นให้ลูกค้าได้ลื่นไหลไม่ไหว
༼ つ ◕◡◕ ༽つ
#อะไรคือการแก้ตัวในใจกับพ่อตั้งแต่ยังไม่ทันได้เริ่มภารกิจคะเถ้าแก่
(❍ᴥ❍ʋ)
#เพิ่งมาถึงก็วีนชาวบ้านไปแล้วหนึ่งกรุบเบา ๆ ค่ะ แค่กๆ
╏ : ◉ ∧ ◉ : ╏
#ขอบคุณที่ติดตามมากนะคะ
ʕ•ᴥ•ʔ