ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบหก เปรียบมวย
ด้วยเสียงตามสายของเจ้าอาวาสและการป่าวประกาศของลูกเด็กเล็กแดงและพวกป้าๆในตลาดและลูกค้าร้านเสริมสวยที่เป็นศูนย์รวมข่าวสารของหมู่บ้าน
ไม่นานข่าวก็กระจายไปทั่วตำบลนั้นนับว่าน่าทึ่งมากสำหรับยุคสมัยที่ยังไม่มีสื่อต่างๆอย่างอินเตอร์เน็ต
แต่หากมองกลับกันมันเท่ากับว่าเมื่อมีข่าวที่เราจะรับรู้ได้น้อยประชาชนในหมู่บ้านก็จะฟังข่าวลือข่าวคราวและข่าวคาวของคนในหมู่บ้านกันมากกว่า ว่าลูกชายลูกสาวบ้านนั้นคบกันอยู่บ้านนี้ทำไมไม่บวชเรียนหรือเมียของบ้านนี้หอบผ้ากลับไปบ้านแม่ของตนเองแล้วฯลฯ
ล้วนเป็นข่าวที่ชาวบ้านอยากรู้และแสวงหาที่จะรู้ทั้งสิ้น
ไม่ต้องพูดถึงข่าวที่ได้ประกาศจากเสียงตามสายของทางวัดที่ตามสายตาของชาวบ้านนั้นไม่ต่างจากเสียงสวรรค์ที่ประกาศอะไรออกมาล้วนเป็นความจริงเสมอ
ซึ่งก็จริงเพราะทางวัดประกาศว่าจะจัดงานเทศกาลอะไรเวลาไหน ก็จะเป็นไปตามนั้น
“คืนที่จะถึงนี้จะมีการเปรียบมวย!!!
ไอ้เจิดปะทะยอดเพชรเกล็ดมังกรแดงปะทะกันมันจัด ปะทะกันแน่นอน ปะทะกันแน่นอน
พ่อแม่พี่น้องที่สนใจไปชมกันได้ ”
และมีรถที่ใช้ลำโพงประกาศที่เจิดใช้คนให้ประกาศไปตามสถานที่ต่างๆด้วยจะได้มีคนมาชมเยอะๆเขาจะได้ใช้วิชา
Company script
เงินบริษัท
แอบเอาเงินบริษัทมาใช้ในการเล่น “มหรสพ”ต่างๆที่จะเป็นการแพร่กระจายค่าเงินของเขาได้ในอีกรูปแบบหนึ่ง
เขาได้ให้ลูกน้องเตรียมตั้งเต็นท์และการละเล่นต่างๆที่จะพยายามกระจายค่าเงินของเขาให้กระจายไปในวงกว้างที่สุดและจำนวนมากที่สุดในค่ำคืนที่จะถึงนี้
อย่าปล่อยหายนะให้สูญเปล่า
อย่างที่วินสตัน เชอร์ลิลกล่าวเอาไว้
เพราะหายนะหรือวิกฤตินั้นมันเปิดโอกาสให้เราทำในสิ่งที่ภาวะปรกติเรานั้นไม่สามารถทำได้
เช่นเราต้องการให้มีคนตายก่อนถึงจะจัดงานศพและหากิจกรรมที่เป้นข้ออ้างมารวมตัวกันและพูดคุยกันได้
และลูกน้องของเจิดก็ได้เตรียมการละเล่นและงานต่างๆเอาไว้เรียบร้อยแล้วเพื่อกระจายค่าเงินของเจิดให้อยู่ทั่วหมู่บ้านและตำบลนี้
“หึหึหึ ดี ดีเลย เอ็งประกาศให้คนรู้วงกว้างมกาเท่าไรทุกคนจะได้รู้ว่าข้ายอดเพชร เกล็ดมังกรแดงเหนือกว่าเอ็งแค่ไหน”
ยอดเพชรเกล็ดมังกรแดงกอดอกชมรถเสียงตามสายรถพุ่มพวงขายของชำต่างๆที่ประกาศการประชันมวยของตนเองกับไอ้เจิดที่จะถึงนี้