“ปล่อยให้เขาพูด” ถังหว่านพูดซ้ำ“เชื่อฉันเถอะ ปล่อยเขาพูดให้จบ”
ผมดิ้นรนอีก แต่นิ้วถังหว่านกำแน่นควบคุมผมไว้
ผมเป็คนเชิญป้ากวนมาถ้าผู้เฒ่าท่านนั้นพูดต่อไปไม่หยุด ผมวิตกว่าอาจทำให้ป้ากวนาเ็
“ถังหว่าน อย่าทำให้ป้ากวนเป็อันตราย” ผมพูดเบาๆ
“เชื่อฉันสิ โปรดเชื่อฉัน ฉันไม่มีเจตนาร้ายสักนิดขอแค่ให้เื่ราวกระจ่างก็พอ” ถังหว่านรีบอธิบาย
“ก็ได้ ผมเชื่อคุณ” ผมเอาชนะความลังเลในใจแล้วพยักหน้ากับเธอ
“ขอบคุณค่ะ” ถังหว่านถอนหายใจยาว ค่อยๆปล่อยมือ
ที่จริงเธอไม่จำเป็ต้องอธิบาย เพราะเรี่ยวแรงเธอเหนือกว่าผมนอกจากขยับปากแล้วผมไม่มีแรงจะต่อต้านที่เธอยอมเสียเวลาอธิบายเป็การเห็นแก่หน้าผมขณะเดียวกันก็เป็การสร้างสะพานเชื่อมสำหรับความไว้วางใจระหว่างเรา
“ผู้าุโ เชิญพูดต่อผู้เยาว์อยากรู้ว่าศึกที่สะพานฝูเฉียวที่ลั่วโข่วเจิ้นเมื่อวันตงจื้อปี 1937 สภาพการรบเป็อย่างไรผลของการสู้รบเป็อย่างไร” ถังหว่านพูดเสียงดัง
ผมรู้ว่าจี่หนานตกอยู่ใต้เกือกเหล็กของโจรญี่ปุ่นอย่างเป็ทางการคือวันที่ยี่สิบเจ็ดธันวาคม ปี 1937 กองทัพจีนยอมล่าถอยอย่างไม่มีการต่อสู้แต่ในหมู่ชาวบ้านมีการจัดตั้งกองกำลังต่อต้านญี่ปุ่นกู้ชาติมีการสู้รบต่อต้านโจรญี่ปุ่นในแถบลั่วโข่วเจิ้นและแม่น้ำชิงเหอทางทิศเหนือของจี่หนานทิ้งเื่ราวมากมายที่เอาไข่ไปกระทบหิน พลีชีพเพื่อชาติอย่างน่าเศร้าและน่ายกย่อง
ผู้เฒ่าท่านนั้นไม่ได้ตอบทันทีแต่ถอนหายใจเบาๆ เจ็ดแปดครั้งก่อน แล้วพูดด้วยน้ำเสียงระคนเศร้าว่า“ยอดฝีมือชาวจีนปะทะกับโจรญี่ปุ่น หนึ่งต่อหนึ่งชนะแน่นอน หนึ่งต่อสิบชนะแน่นอนหนึ่งต่อร้อยชนะแน่นอน หนึ่งต่อพันย่อมจบชีวิตไปพร้อมกัน ศึกครั้งนั้นฉันทยอยใช้การวางค่ายกลฝังทุ่นะเิ ขุดหลุมพราง วางธนูกลและหินกลิ้ง สังหารข้าศึกไปกว่าร้อยยังซุ่มโจมตีที่ดงกก ฆ่าศัตรูนับร้อย จากนั้นฉันปะทะกับข้าศึกตรงๆ ที่สะพานฝูเฉียวสังหารข้าศึกอีกนับร้อย...”
ทันใดนั้นคำพูดตอนนี้ก็สะกิดใจผม ผมเดาได้รางๆถึงฐานะของท่านผู้เฒ่าแล้วเพราะตอนเด็กพี่ใหญ่เคยเล่าเื่ราวที่ตื่นเต้นระทึกใจให้ผมฟัง เื่เ่าั้เล่าถึงยอดฝีมือชาวจีนท่านหนึ่งซึ่งเร้นกายอยู่ในหมู่ชาวบ้านเคยต่อสู้แบบหนึ่งต่อพันสร้างความเสียหายอย่างหนักแก่ผีญี่ปุ่นผู้รุกราน
นับจากที่ผมจำความได้จนพี่ใหญ่เสียชีวิตอย่างน่าอนาถเขาเล่าเื่ราวเ่าั้ให้ผมฟังอย่างน้อยหลายร้อยครั้ง ยังพูดย้ำซ้ำๆว่านี่เป็เื่จริงที่ไม่ได้บันทึกลงในหนังสือประวัติศาสตร์ไม่มีคนเห็นการต่อสู้ ไม่มีการถ่ายรูปบันทึกยิ่งไม่มีการสืบหาชื่อและประวัติความเป็มาของยอดฝีมือท่านนั้น ตำราประวัติศาสตร์พูดไม่ได้คนเป็ผู้ทำ ฟ้าดูอยู่สกุลเซี่ยทุกคนต้องจดจำวีรบุรุษอันดับหนึ่งแห่งหัวเซี่ยแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ท่านนี้ตลอดไป
ถังหว่านตั้งใจฟังจ้องมองใบหน้าป้ากวนไม่วางตา
“แม้ข้าศึกนับพันนับหมื่น ฉันยังมุ่งไปคนเดียวต้านข้าศึกนับพัน สู้รบไม่ท้อถอย สะใจจริงๆ ฉันยังจำได้ว่าวันนั้นเมฆครึ้มหิมะไม่ตกลมหนาวพัดกระหน่ำ มืดครึ้มหนาวจับใจ ฝั่งเหนือของแม่น้ำเหลืองโจรญี่ปุ่นนับพันนับหมื่นตั้งทัพเป็พรืด แต่ไม่สามารถขัดขวางให้ฉันบุกทะลวงไปมา สังหารยอดฝีมือสำนักดาบอิตโตริวนั่นเป็การต่อสู้ที่ฉันรอมานาน โจรญี่ปุ่นรุกรานเราหัวเซี่ยนานแล้วประเทศใหญ่อย่างเราจะมีเพียงชีจี้กวงที่ปราบโจรญี่ปุ่นเท่านั้นหรือจะมีเพียงหลินเจ๋อสวีที่สามารถเผาฝิ่นที่ประตูหู่เหมินเท่านั้นหรือ”ท่านผู้เฒ่าพูด
ถังหว่านประสานมือสองข้าง ค้อมคารวะต่ำๆ
ผมไม่มีท่ากระทำใดๆ แต่ดวงตาเปียกรื้นแล้ว
สมัยนี้คำว่า “รักชาติ” กลายเป็การกระทำ“ที่เป็การโอ้อวด” ถูกผู้คนหัวเราะเยาะไปแล้วทุกคนทำทุกอย่างเพื่อเงินเพื่อชื่อเสียง ประชาชนทุกคนกลายเป็พ่อค้าเ้าเล่ห์ มุ่งแต่ผลประโยชน์คนส่วนใหญ่โยนคัมภีร์ของจอมปราชญ์และการอบรมตามแบบแผนประเพณีทิ้งไปแล้วมุ่งแต่การแสวงหาชื่อเสียงผลประโยชน์
แม้ผมจะไม่มีเงิน ไม่มีอิทธิพลไม่มีความสามารถและไม่มีเส้นสาย แต่ในใจผมนั้นรักประเทศจีนอย่างเร่าร้อน จากปี1937 ถึงปัจจุบัน ก็แค่แปดสิบปีเท่านั้นถ้าหากลืมอดีตน่าเศร้าที่ประเทศชาติถูกลบหลู่รังแกและประชาชนถูกจับเป็ทาสได้เร็วอย่างนี้เราอาจจะเดินซ้ำรอยเดิม จมลงไปในปลักโคลนแห่งวัฏจักรทางประวัติศาสตร์อีกครั้ง
พูดให้ชัดก็คือถ้าเราคนจีนไม่รักประเทศจีนแล้วใครจะมารักประเทศจีน
ดังนั้นผมจึงเคารพความรักชาติอย่างแรงกล้าที่แสดงออกมาในคำพูดของท่านผู้เฒ่าอย่างมากรู้สึกละอายที่ตนเองเทียบไม่ได้ ประเทศจีนในปี 1937 ถ้าประชาชนทุกคนเป็ทหารทั้งประเทศต่อต้านญี่ปุ่น แล้วจะเกิดสภาพที่เหนือความคาดหมายที่ธงกอเอี๊ยะ[1]โบกไปครึ่งประเทศจีนได้อย่างไร
ถ้าท่านผู้เฒ่าเคยเป็วีรบุรุษต่อต้านญี่ปุ่นจริงย่อมคู่ควรที่จะได้รับการเคารพยกย่องจากคนรุ่นหลังแต่ท่านกลับเป็ดวงิญญาที่อาศัยอยู่ในร่างผู้อื่นอย่างไม่ถูกต้องคิดแล้วก็น่าเสียดาย
“ผู้าุโ แล้วผลสุดท้ายของการสู้รบล่ะคะ”ถังหว่านก็เริ่มสะอื้นไห้
“แน่นอนว่าคือ...แน่นอนว่าคือ...แค้กๆ...”ท่านผู้เฒ่าเริ่มไออีก
“ผมรู้ว่าเขาเป็ใคร” ผมพูดกับถังหว่าน
ตอนเป็เด็กผมไม่เข้าใจ คิดว่าพี่ใหญ่เล่าเื่ในหนังสือแต่เวลานี้ผมเป็ผู้ใหญ่แล้ว เข้าใจถึงสาเหตุที่พี่ใหญ่เล่าเื่นี้แล้ว
คนเก่งรุ่นหลังของแต่ละตระกูลล้วนรู้สึกภาคภูมิใจกับวีรบุรุษที่เคยเกิดขึ้นในตระกูลของตนทั้งยังถือเป็แบบอย่างที่จะมุ่งมั่นก้าวหน้าเพื่อสร้างความรุ่งโรจน์แก่ตระกูลยิ่งขึ้นผมเคยตรวจดูปูมตระกูล ย้อนขึ้นไปสามรุ่นทวดของผมเซี่ยเสินโจวเกิดในยุคสมัยที่บ้านเมืองวุ่นวายใน่ที่ทัพต่างชาติแปดประเทศบุกเมืองหลวงจนถึงผีญี่ปุ่นบุกลงใต้ั้แ่วัยหนุ่มท่านได้ติดตามประธานหันทำศึก...มีเพียงท่านเท่านั้นจึงจะสามารถเล่าเื่ราวในอดีตที่ท่านผู้เฒ่าเล่ามา
ถังหว่านพยักหน้า “ฉันเองก็รู้แล้วแต่ฉันละอายใจจริงๆ ถึงกับไม่ตระหนักถึงเื่นี้แต่แรก ผู้าุโท่านนี้ก็คือ...”
“ท่านก็คือทวดของผม” ผมพูด
ถังหว่านพูดด้วยความตื่นเต้น “ใช่ค่ะฉันเองก็เชื่อเช่นนั้น”
ทวดผมเซี่ยเสินโจวทิ้งข้อมูลให้กับตระกูลน้อยมากนอกจากที่พี่ใหญ่เล่าให้ผมฟังแล้ว ในปูมตระกูลเซี่ยที่เก่าขาดมีจดหมายที่เหลืองเก่าสอดไว้บ้างในนั้นเอ่ยถึงเหตุการณ์ที่ท่านทวดติดตามประธานหันบุกเหนือตีใต้เป็่ๆไม่ต่อเนื่อง
ขณะนี้ผมสงสัยมากว่าถังหว่านเคยตรวจสอบประวัติครอบครัวผมไม่เช่นนั้นเพียงเจอกันโดยบังเอิญเธอจะรู้เื่ราวในอดีตของบรรพชนผมอย่างแม่นยำได้อย่างไร
“ที่น่าเสียดายที่สุดก็คือฝีมือฉันอ่อนด้อยเกินไปช่วยท่านไม่ได้ ไม่มีวิธีที่ชักนำไปในทางที่ดี” ถังหว่านถอนหายใจด้วยความเสียดาย
มนุษย์รู้เื่โลกแห่งิญญาน้อยมากแม้จะได้ยินท่านผู้เฒ่าพูด แต่กลับไม่สามารถช่วยอะไรท่านได้
ท่านผู้เฒ่าหยุดไอแล้ว หายใจหอบสิบกว่าที จึงฝืนเล่าต่อได้“ศึกคราวนั้น...ฉันไปพร้อมกับการตัดสินใจที่จะสละชีพเพื่อชาติ ฆ่าหนึ่งคนก็เท่าทุนฆ่าสองคนกำไรหนึ่ง ถ้าหากเพื่อนในวงนักเลงทางใต้และทางตะวันออกของเมืองสามารถมาช่วยฉันตามที่นัดหมายไว้บางทีเราอาจจะสามารถกำจัดยอดฝีมือของสำนักดาบอิตโตริวในกองทัพกวนตงได้อย่างสิ้นซากน่าเสียดาย เฮ้อ น่าเสียดาย ขณะที่บ้านเมืองเผชิญหายนะ จี่หนานประสบภัยพิบัติชายชาตรีที่ห้าวหาญกลับกลายเป็เต่าที่หดหัวอยู่ในกระดอง หลบซ่อนอยู่ในเมือง รอจนเมืองแตกปล่อยให้โจรญี่ปุ่นฆ่าฟันตามอำเภอใจ...ถึงฉันตายก็ไม่นึกเสียดาย แต่นึกเสียดายที่ชาวจี่หนานทั้งหมดที่เป็คนดีต้องตกอยู่ในอันตราย...และเพราะความห่วงใยนี้ฉันถึงกับไม่รู้ว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่หรือตายแล้ว รู้สึกสับสนจนถึงเดี๋ยวนี้...เวลานี้เวลานี้ดีแล้ว บ้านเมืองเจริญรุ่งเรือง ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนสงบสุขชาวบ้านมีชีวิตที่ดี ท้องฟ้าจี่หนานแจ่มใสอย่างสมบูรณ์แล้ว...”
เสียงของป้ากวนเงียบไปนานแล้วแต่ผมรู้ว่าิญญาท่านทวดไม่อาจร่างนี้นาน จะต้องถึงเวลาที่ท่านต้องหายไปแต่ป้ากวนก็จะยังคงเป็ป้ากวน ไม่อาจเปลี่ยนจากหญิงกลายเป็ชาย
“ท่านทวด!” ผมคุกเข่าลง ร้องไห้สะอึกสะอื้น
นับจากปี 1937 นักรบปฏิวัติและวีรชนรุ่นก่อนนับไม่ถ้วนได้สู้รบละเลงเืเพื่อปลดปล่อยจี่หนานเพื่อปลดปล่อยประเทศจีนใช้ชีวิตของตนเองเข้าแลกเพื่อสภาพการณ์ที่รุ่งโรจน์ของวันนี้ท่านทวดเป็วีรบุรุษนิรนามอย่างแท้จริง นอกจากคนรุ่นหลังของสกุลเซี่ยจะจำท่านได้อย่างเลือนรางแล้วชาวจี่หนานลืมฉากนั้นไปนานแล้ว ยิ่งไม่อาจรู้ว่าเซี่ยเสินโจวคือใคร
การคุกเข่าของผมเป็การแสดงความเคารพต่อบรรพบุรุษในตระกูลยิ่งกว่านั้นยังเป็การแสดงความเคารพชดเชยให้กับวีรบุรุษที่แท้จริงในาต่อต้านญี่ปุ่น
คนในเหตุการณ์มักสับสน คนนอกเห็นชัดเจนขณะที่ผมกำลังะเืใจกับเื่ราวของท่านทวด ถังหว่านยังคงเยือกเย็น เธอถามว่า“ผู้าุโคะ ท่านช่วยบอกเราได้ไหม วันเช็งเม้งไหว้บรรพบุรุษของทุกปีจะต้องไปเซ่นไหว้ที่สุสานของท่านค่ะ”
ผมเช็ดน้ำตา แล้วเหลือบตาขึ้นมองป้ากวน แน่นอนว่าเท่ากับมองทวดผมเซี่ยเสินโจว
ในเมื่อิญญาท่านอยู่นี่ถ้างั้นร่างท่านถูกฝังไว้ที่ไหน
“ฉันอยู่ที่...” ทันใดนั้นป้ากวนก็ขยับตัวทำท่าก้มลงมองดูรอบๆ
“อยู่ที่ไหนคะ” ถังหว่านถามอีก
“ที่นี่รอบๆ เป็ต้นอู๋เจี่ยวเฟิง (ต้นเมเปิ้ลซานตง)ฉันเห็นในสนามนอกบ้านปลูกต้นอิงฮวา (ต้นซากุระ) เต็มไปหมดบนต้นไม้แขวนแผ่นไม้เขียนคำอวยพร” ท่านผู้เฒ่าตอบ
“ที่ประเทศญี่ปุ่นหรือคะ” ถังหว่านถามอีก
ต้นซากุระและแผ่นไม้อวยพรมักทำให้นึกถึงญี่ปุ่นทันทีขณะที่ดอกซากุระบานในฤดูใบไม้ผลิที่ญี่ปุ่นได้กลายเป็ทัศนียภาพที่งดงามน่าชมของนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกเดือนเมษาของทุกปีซานตงมีนักท่องเที่ยวมากมายนั่งเรือโดยสารหรือขึ้นเครื่องบินไปญี่ปุ่นเพื่อชมความงามของดอกซากุระ
“ฉันไม่รู้แต่ทำไมฉันจึงไปยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นของคนญี่ปุ่นได้ล่ะ” ท่านผู้เฒ่าพึมพำ
ลองคิดตรองดูตอนนั้นทวดคนเดียวต่อสู้กับคนของสำนักดาบอิตโตริวหลังจากแพ้ท่านคงจะถูกจับไปประเทศญี่ปุ่น ไปทำการวิจัยอย่างอื่นเมื่อร่างท่านไปจากประเทศจีน ถูกส่งไปที่หมู่เกาะญี่ปุ่นแน่นอนว่าิญญาท่านย่อมถูกกักขัง
“ฟ้าสว่างแล้ว ไก่ขันแล้ว...” จู่ๆก็มีเสียงเดิมของป้ากวนดังขึ้น
ในเมืองจี่หนานไม่มีใครเลี้ยงไก่แล้วแต่คำว่าฟ้าสว่างกับไก่ขันนั้นเป็สัญญาณเดียวกัน หมายถึงกลางคืนผ่านไปกลางวันมาถึงแล้ว ิญญาซึ่งสามารถปรากฏกายได้เฉพาะในเวลากลางคืนต้องจากไปแล้ว
“รออีกเดี๋ยว รออีกเดี๋ยวค่ะ...”ถังหว่านพูดเสียงเบา เธอก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว คว้าข้อมือป้ากวนไว้
“ฟ้าสว่างแล้วใครจะห้ามไม่ให้พระอาทิตย์ขึ้นได้ อย่าเสียเวลาเลยแม่หนู” ป้ากวนพูดอีก
แกไม่ได้ดึงมือออกจากมือถังหว่านที่จับอยู่แต่เสียงแกอ่อนสุดขีด ราวกับตระหนักถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งเกิดขึ้น
ห้านิ้วมือขวาของถังหว่านลูบแขนของป้ากวนไล่ไปข้างบนจนถึงหัวไหล่ หยุดนิ่งครู่หนึ่งแล้วปล่อยมือ
“เป็ไงบ้างครับ”ผมคาดเดาว่าสภาพการณ์คงไม่ดีนัก
“ฉันหาท่านไม่เจอแล้ว” ถังหว่านตอบ
“ป้ากวนครับ ิญญาทวดผมอยู่ที่ไหน”ผมฝากความหวังไว้ที่ป้ากวน
ป้ากวนขมวดคิ้วครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วหันไปทางเตียงผู้ป่วย
“อยู่นั่น ทำไมฉันถึงโง่นักนะ”ถังหว่านใจนหน้าซีด
ของทั้งหมดในถุงผ้าของป้ากวนทิ้งเกลื่อนอยู่บนเตียงแกหยิบหมอนเข็มที่ทำจากผ้ากำมะหยี่ขึ้นมา ดึงเข็มเย็บผ้าที่ขึ้นสนิมออกมาสามเล่ม
[1]เป็คำพูดที่คนจีนล้อเลียนธงชาติญี่ปุ่น