ตอนที่ 1 มูนี่ย์ (2)
แม้จะบอกว่ามื้อค่ำมื้อนี้คือการฉลองวันครบรอบ แต่ความจริงเป็เพียงการจัดฉากให้นักข่าวกับคนอื่นๆ ดูเท่านั้น ทำให้การแต่งงานของพวกเขาดูงดงามเพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเป็การคลุมถุงชน ตอนที่มูนี่ย์ก้มหน้าลง เผยให้เห็นรอยกัดตรงต้นคอที่ทั้งลึกทั้งเด่นชัด เอาไปเขียนข่าวได้เยอะเลยทีเดียว ต่างลือกันทั่วว่าฮอร์วิทซ์ใช้แรงเยอะขนาดนี้ คงจะชอบพอโอเมก้าคนนี้มากเลยทีเดียว
ข้างกายของพลเอกฮอร์วิทซ์ย่อมไม่ขาดแคลนคู่ควง แต่ชายหนุ่มรักษาวินัยต่อตนเองอย่างเคร่งครัดเสมอมา คู่ควงส่วนใหญ่จึงเป็เพียงความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืน ที่คิดจะสานต่อมากกว่านั้นแทบเป็ศูนย์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความรู้สึกผิดหรือเปิดโอกาสให้คนอื่นมาข่มขู่ (มีโอเมก้ามากมายที่หวังจะเข้าใกล้เขา ถึงขั้นใช้ยาหวังเปลี่ยนข้าวสารให้กลายเป็ข้าวสุก[1]) เขาจึงไม่เคยแตะต้องโอเมก้าคนไหนมาก่อน นอกจากสาเหตุที่ว่ามาแล้ว อีกเหตุผลหนึ่งก็คือปัจจัยทางร่างกายของเขาที่ต่อต้านฟีโรโมนของโอเมก้าได้ค่อนข้างสูงนั่นเอง
ความสัมพันธ์ก่อนแต่งงานที่เขายอมรับมีแค่สองครั้ง หนึ่งคือกับสหายร่วมรบ แฮนเซน หากแต่อัลฟ่าหญิงที่ทั้งงดงามเย้ายวนใจและดุดันคนนี้กลับจากไปโดยไม่ลังเลในตอนที่เมืองคาเรียบ้านเกิดของเธอเกิดข้อพิพาทกับเมืองหลวงจนทำให้ความสัมพันธ์จบลง อีกคนหนึ่งคือแม่หม้ายเบต้า สามีเก่าของเธอก็เป็ทหารเหมือนกัน เพียงแต่เสียชีวิตระหว่างปฏิบัติหน้าที่ไปแล้ว ทั้งสองคนรู้จักกันในงานเลี้ยงทหารผ่านศึกของกองทัพ แต่ความรักครั้งนี้ช่างแสนสั้นจนน่าอนาถ พลเอกฮอร์วิทซ์ในตอนนั้นที่ทั้งเยาว์วัยและไม่มีประสบการณ์ด้านความรักย่อมไม่ใช่คู่ต่อกรของเบล่าผู้ที่ผ่านสมรภูมิรักมาอย่างโชกโชน เพียงไม่นานเขาก็ถูกสตรีที่อายุมากกว่าตัวเอง 10 ปีทำให้หลงหัวปักหัวปำ หลังจากนั้นไม่ถึงสามเดือนก็ต้องตกตะลึงกับความหลายใจของอีกฝ่ายจนเลิกรากันอย่างรวดเร็ว
ภายหลังเบล่าแต่งงานใหม่กับเศรษฐีคนหนึ่ง ทุกวันนี้อาศัยบารมีของสามีเตร็ดเตร่อยู่ในแวดวงไฮโซของเมืองหลวง ทั้งยังชอบหยิบยกความรักในอดีตระหว่างเธอกับวีรบุรุษแห่งจักรวรรดิขึ้นมาคุยโว ใส่ทั้งสีตีทั้งไข่เพื่อให้ดูเหมือนว่าพวกเขาสองคนต้องแยกจากกันด้วยความจำใจ
ด้วยเหตุนี้ หลังจากท่านพลเอกผ่านประสบการณ์รักมาสองครั้งจนกระทั่งวันนี้อายุ 36 ปีแล้ว ก็ไม่เคยมีความรักอีกเลยมาตลอด 12 ปีที่ผ่านมา ราวกับทุ่มความสนใจทั้งหมดไปกับชีวิตในกองทัพ ล้างบางเผ่าเซิร์กนับไม่ถ้วน จากเด็กหนุ่มที่เปี่ยมด้วยชีวิตชีวา เติบใหญ่กลายเป็พลเอกแห่งจักรวรรดิผู้เงียบขรึมและเด็ดขาด
สุดท้ายก็ถูกคนอื่นตัดสินใจเื่ใหญ่ที่สุดในชีวิตให้
แน่นอนว่ามันส่งผลให้ค่ำคืนของการทำสัญลักษณ์ผ่านไปอย่างเลวร้ายที่สุด เพื่อให้ตัวเองมีอารมณ์ ฮอร์วิทซ์กินยาพร้อมกับเหล้าอีกนิดหน่อย มูนี่ย์เองก็ถูกบังคับให้ฮีตเช่นกัน ฮอร์วิทซ์ที่มีแต่ความคับข้องใจจึงกดร่างโอเมก้าลงบนเตียงอย่างรุนแรงโดยไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเ็ปหรือไม่ ใน่ที่กำลังจะปลดปล่อยก็กัดต่อมฟีโรโมนอย่างไม่ออมแรง เป็อันเสร็จสิ้นการทำสัญลักษณ์ ระหว่างการร่วมรักในครั้งนี้มูนี่ย์ที่สติไม่เต็มร้อยเองก็กัดฟันแน่นไม่ส่งเสียงใดๆ ถึงขั้นที่วันรุ่งขึ้นก็ได้แต่ถูไถเสื้อที่ฮอร์วิทซ์ทิ้งไว้ให้ดมกลิ่นด้วยความ ‘ใจดี’ โดยไม่มีถ้อยคำตัดพ้อใดๆ
แม้จะรู้ดีว่าโอเมก้าที่เพิ่งถูกทำสัญลักษณ์้าการปลอบโยนจากอัลฟ่าของตนมากแค่ไหน ถึงอย่างนั้นฮอร์วิทซ์ก็ไม่อยากจะอยู่ต่อ แต่สุดท้ายหลังจากต่อสู้กับศีลธรรมของตัวเองก็เลือกทิ้งเสื้อผ้าที่อวลไปด้วยกลิ่นเหล้าหอมจากเรือนกายเอาไว้ นี่ถือเป็ศีลธรรมสุดท้ายของเขาในฐานะอัลฟ่า
‘ติ๊ง’ เสียงดังกังวานจากมีดและส้อมโลหะกระทบจานกระเบื้องเรียกสติฮอร์วิทซ์ให้กลับสู่ความเป็จริง ในที่สุดชนชั้นสูงผู้สูงศักดิ์ก็ละเมียดกินสลัดชามเล็กๆ ของตนจนหมดเสียที วางมีดและส้อมลงเป็การบ่งบอกว่าอิ่มแล้ว ไปจากที่นี่ได้สักที
ฮอร์วิทซ์เลิกคิ้ว ชามนั่นมีผักอยู่ไม่กี่ใบ แป้งที่พอจะเป็พลังงานได้ก็มีแค่เศษขนมปังที่น้อยนิดจนน่าสงสาร ชนชั้นสูงเป็เทพเทวดากันหรือไง แต่มูนี่ย์กินอิ่มแล้วจริงๆ หรือว่าแค่แกล้งอิ่มนั้นก็เป็เื่ที่ฮอร์วิทซ์คร้านจะถาม พอได้ยินดังนั้นก็หยัดกายขึ้น หันออกนอกหน้าต่าง อาศัยจังหวะมุมกล้อง
‘แชะ’ หนังสือพิมพ์วันรุ่งขึ้นเผยภาพคนทั้งสองจูบกันดูดดื่มหลังมื้อค่ำ
กับการจัดฉากพวกนี้ ฮอร์วิทซ์ไม่เคยปรับตัวกับมันได้เสียที แต่เห็นชัดว่ามูนี่ย์ชินกับมันมาก ตอนพิธีแต่งงานอีกฝ่ายแสดงออกได้อย่างเหมาะสม จับมือฮอร์วิทซ์ พูดต่อหน้าคนทั้งงาน ยิ้มเต็มใบหน้าอย่างที่ฮอร์วิทซ์ไม่เคยเห็นตอนอยู่ด้วยกันตามลำพังมาก่อน ถ้าจะให้ฮอร์วิทซ์บรรยายมูนี่ย์เป็คำพูดก็คงเป็ชนชั้นสูง เป็กระเบื้องเคลือบที่ถูกปั้นแต่งจนสวยงามไร้ที่ติ แค่คิดก็รู้แล้วว่าทำไมจักรพรรดิถึงได้ยัดเยียดมาให้เขา
เพื่อจับตาดูไงละ
เบลีซเป็หนึ่งในตระกูลชนชั้นสูงที่เก่าแก่และรุ่งโรจน์ที่สุด หากตั้งใจมองไล่ย้อนไป ไม่ต้องสงสัยเลยว่าบนแผนผังต้นตระกูลอันใหญ่โตมโหฬารนั่นจะต้องมีสายเืของราชวงศ์อยู่ด้วย ปัจจุบันผู้ที่กุมอำนาจอยู่คือดยุคเบลีซกับภรรยา โดยเฉพาะดัชเชสเบลีซผู้เข้มงวด
จากข่าวลือ มูนี่ย์ไม่ใช่ลูกแท้ๆ ของดัชเชสเบลีซ แต่ด้วยความรักและความใจกว้างที่มีต่อสามีหลายใจของตน ดัชเชสเบลีซจึงเลี้ยงดูมูนี่ย์ด้วยตัวเอง ทั้งยังเติบโตขึ้นมา ‘โดดเด่น’ เป็อย่างมาก โดดเด่นถึงขั้นเตะตาจักรพรรดิและพระราชทานสมรสให้กับฮอร์วิทซ์ แต่ฮอร์วิทซ์รู้ดี แม้มูนี่ย์จะโดดเด่นจริงๆ แต่ที่ยัดเยียดให้เขานั้น นอกจากเพื่อจับตาดูแล้วยังมีอีกเหตุผลหนึ่งที่ใหญ่กว่า นั่นคือโอเมก้าคนนี้มีลูกไม่ได้
‘พวกเขาทำแบบนี้หมายความว่ายังไงกัน’ เมื่อกิลสัน รองหัวหน้าหน่วยของเขาเห็นข้อมูลที่ไปสืบมา ใบหน้าก็ถึงกับคล้ำเข้ม โมโหจนพูดอะไรไม่ออกอยู่พักใหญ่
มีลูกไม่ได้ก็เท่ากับฮอร์วิทซ์จะไม่มีทายาท จักรพรรดิหวาดระแวงเขาจนถึงขั้นนี้แล้ว
เชิงอรรถ
^ เรื่องราวเลยจุดที่จะเข้าไปแก้ไขหรือปรับเปลี่ยนได้อีก