ได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย

    วันเกิดเด็กแฝด (2)

    วันเกิดเด็กแฝด(2)

               ตอนนี้แขกก็มากันจะครบทุกครบครัวที่พวกนางเชิญไปแล้วครอบครัวนางจึงช่วยกันยกอาหารออกมาวางไว้ตามโต๊ะต่างๆอาหารนั้นได้มารดานางรังสรรค์ขึ้นหลายอย่างทั้งหน้าตาและรสชาติไม่ด้อยกว่าตระกูลใหญ่แน่นอน  สายตาแขกในงานเริ่มสับสนตอนแรกพวกเขาไม่ได้สนใจบ้านที่พึ่งย้ายเข้ามานักเนื่องจากมันอยู่หลังสุดท้ายแล้วพวกเขาไม่มีทางจะเดินผ่านมาแน่นอนนี่จึงเป็นครั้งแรกที่ได้เข้ามาจึงนึกตกใจ กับบ้านหลังเล็กๆคล้ายเรือนพักบ่าวรับใช้นี้ ไหนจะที่พวกชิงเถาที่เดินทำนั่นนี่ในงานกันให้วุ่นนี่มันงานของบ่าวไม่ใช่หรือทำไมพวกนางถึงทำเองอย่างนี้ สรุปพวกชิงเถาเป็นเจ้าบ้านหรือเป็นบ่าวในบ้านนี้กันแน่

    “ขอบคุณทุกท่านที่มาร่วมงานวันนี้ขอรับเชิญรับประทานอาหารอย่างเอร็ดอร่อย” จิ้นสิงลุกขึ้นพูดกล่าวเปิดงานตอนนี้ครอบครัวเจี้ยนเฉิงนั่งอยู่โต๊ะที่หันหลังให้กับตังเรือนซึ่งพวกเขาถือเป็นโต๊ะของเจ้าของงานเมื่อเจ้าของงานเอ่ยเปิดพวกเขาที่พอรู้ทำเนียมจึงค่อยเริ่มลงมือทานอาหารอาหารพวกนี้บ้านพวกเขาก็มีทานกันอยู่แล้ว แต่นี่ทำไมถึงได้รสชาติดีอย่างนี้

    “โอ้นี่หรือเจ้าของวันเกิดดูดีใช้ได้เลยนะ” ฮูหยินผู้หนึ่งเอ่ยกับเพื่อนบ้านโต๊ะใกล้ๆตอนนี้แขกในงานเริ่มลงมือทานอาหารและพูดคุยเรื่องต่างๆ นาๆ กัน เสียงที่ทั้งมาจากผู้คนในงานพูดคุยให้ได้ยินกันมาตัดกับเสียงของเครื่องดนตรีที่ต้องเสียเงินไปหลายตำลึงจ้างมาให้งานดูไม่เงียบหรือว่างเปล่าจนเกินไปจริงๆ มันออกจะดังเกินไปด้วยซ้ำ ก็ชิงเถาสั่งให้เล่นดังๆ ให้บ้านหลังข้างๆรำคาญไปเลย

    “ท่านพ่อวันเกิดอะไรหรือขอรับ”หมิงลู่ถามออกมาหลังจากที่เริ่มได้ยินเสียงพูดกันตอนนี้เจ้าของวันเกิดยังไม่รู้ตัวใดๆ ทั้งสิ้น

    “นั่นสิขอรับมีคนเข้ามายินดีและอวยพรให้ข้าด้วย” หมิงเลี่ยนก็เริ่มจะสงสัยออกมาบ้างแล้ว

    “ก็วันนี้วันเกิดพวกเจ้าอย่างไรเล่า”นางลี่จูตอบลูกออกมายิ้มๆ กับความไร้เดียงสาของลูกชายทั้งสองของนาง

    “หาาาวันเกิดพวกข้า” สองเสียงร้องขึ้นด้วยความตกใจ จนแขกในงานที่กำลังพูดคุยจนตกเงียบเสียงตกใจกับเสียงหลายคนนึกสงสัยนี่มันงานวันเกิดตัวเองแท้ๆ ยังไม่รู้ตัวหลายคนก็นึกเอ็นดูที่ครอบครัวปิดบังพวกเขาแล้วจัดงานให้อย่างนี้

    “ใช่แล้วทุกท่านวันนี้เป็นวันเกิดของลูกชายทั้งสองของข้าเอง นามเจี้ยนเฉิงหมิงลู่และเจี้ยนเฉิงหมิงเลี่ยน”จิ้นสิงตอบลูกชายก่อนจะหันออกมาเอ่ยกับคนในงานแล้วจับลูกทั้งสองยืนแนะนำตัวกันอย่างใหญ่โต ก็เขาภูมิใจในตัวลูกๆ นี่นาแล้ววันนี้วันเกิดลูกเขาพวกเขาจะต้องเด่นๆ หน่อย

    “เดินไปขอบคุณแขกที่มาร่วมงานวันเกิดลูกสิ”นางลี่จูเอ่ยบอกให้ลูกๆ ไปขอบคุณแขกทุกคนพร้อมกับนาง

    “ขอรับ”ทั้งสองตอบพร้อมเดินตามมารดาไปขอบคุณและแนะนำกับเพื่อนที่มาเป็นแขกพวกเขาแต่ละโต๊ะพร้อมตอบคำถามต่างๆ ที่พวกเขาถามมาด้วย

    “โอ้ลูกท่านน่ารักยิ่งนัก เรียกข้าท่านป้าก็ได้ บ้านอยู่หลังหัวมุมนี้เอง”หญิงผู้หนึ่งเอ่ยออกมาอย่างยิ้มใจดี

    “นี่หมิงลู่หรือหมิงเลี่ยนนะ”และอีกหลายๆ คำถามจากแขกทุกคนที่ถามไถ่กันอย่างเป็นกันเองหรือตามมารยาทก็ว่ากันไป

    “ท่านพี่ไปเตรียมของเถอะเจ้าค่ะ”“ได้” ชิงเถาชวนพี่สาวไปถือเค้กออกมาเริ่มขั้นตอนต่อไป

    ชิงเถาเดินถือขนมชิ้นเล็กในถาดใบใหญ่ที่ได้ท่านป้าสะใภ้ร้านไก่กับลูกชายมาช่วยถือคนละถาดวางเรียงกันบนโต๊ะตรงกลางที่นางเตรียมไว้นางวางจัดไว้รอบโต๊ะข้างๆ กับของขวัญจากแขกที่เอาให้ก่อนตอนเข้ามาแล้วเมื่อมีสิ่งเพิ่มเข้ามาก็เรียกสายตาคนในงานได้ดีพวกเขานึกสงสัยในสิ่งที่นำมาจักเรียงลักษณะคล้ายขนมแต่พวกเขากลับไม่รู้ว่ามันคือขนมอะไรทำไมหน้าตาจึงน่ากินเพียงนี้ ถึงขนาดเด็กในงานหลายคนเห็นจึงจะเดินไปหยิบมากินแล้วดีที่พวกแม่ๆ ช่วยกันจับไว้ก่อน

    เมื่อเจ้าของงานพบปะแขกเรียบร้อยกลับมานั่งที่โต๊ะแล้วลี่ถิงจึงยกเค้กที่จุดเทียนเล่มเล็กไว้เทียนที่มีกระดาษรองน้ำตาเทียนโดยชิงเถาทำขึ้น ลี่ถิงนางถือตามออกมาก็เรียกสายตาสนใจผู้ทุกคนในงานเดินถือเค้กผ่านเข้าไปวางไว้บนเก้าอี้ตัวเตี้ยที่วางอยู่บนโต๊ะที่วางของขวัญและเค้กชิ้นเล็กอีกทีซึ่งเสริมให้มันดูโดดเด่นขึ้นไปอีกด้วยสีสันของมันเรียกให้เด็กที่ถูกจับวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆ กันหลายคน

    “พวกเจ้าไปเป่าเทียนเร็ว”ชิงเถาเอ่ยเรียกน้องชาย ก่อนจะพากันเดินไปตรงกลาง

    “โห สวยจังเลย”“กินได้จริงๆหรือขอรับ”  สองแฝดถามออกมา

    “ได้สิแต่ต้องขอพรแล้วก็เป่าเทียนกันก่อน” ชิงเถาตอบออกมายิ้มๆนางยิ้มจนจะหัวเราะออกมาเสียงดังทีเดียว เมื่อครู่นางบอกเพียงน้องชายทั้งสองแต่เด็กคนอื่นๆได้ยินก็เริ่มทำตามที่นางบอกแล้ว ไม่รู้ว่าแค่อยากทำตามหรืออยากจะกินขนมเร็วๆกันแน่

    “ขอพรเสร็จแล้วขอรับ”แฝดทั้งสองบอก

    “งั้นพวกเจ้าทั้งสองก็เป่าเทียนเลยแต่คนอื่นไม่ต้องเป่านะ นี่สำหรับเจ้าของวันเกิดจ๊ะ” ชิงเถาบอกออกไปยิ้มๆน้องทั้งสองของนางก็ก้มหน้าลงเป่าเทียน 7 เล่มที่เท่าอายุของเขาในปีนี้ ส่วนเด็กคนอื่นก็ทำหน้าสนใจหรือทั้งเสียใจที่ไม่ได้เป่าด้วยตอนนี้พวกเขาสนใจวิธีการจัดวันเกิดแบบนี้มากวันนี้พวกเขาจะให้บ่าวไปซื้อขนมมาปักเทียนเป่าแบบนี้ให้ได้

    “พ่อกับแม่ขอให้พวกเจ้ามีความสุขมากๆเป็นเด็กดีของพวกเราแบบนี่ต่อไปนะ” นางลี่จูที่ยืนอยู่ข้างๆ ลูกชายพูดขึ้น

    “ใช่พ่อก็จะทำให้พวกเจ้ามีความสุขมากขึ้นทุกปีเลย ดีไหม”จิ้นสิงที่ยืนข้างลูกอีกด้านกับภรรยากล่าวออกมา

    “ขอรับ”ทั้งสองตอบรับเสียงดังฟังชัด

    “เด็กๆขนมที่วางอยู่นี้กินได้เลยนะ ที่เป็นถ้วยเล็กๆ แบบเดียวกันกับที่น้องข้าเป่ารับรองอร่อยแน่นอน” ชิงเถาร้องบอกเด็กๆ ออกมา ก่อนที่พวกเขาจะโมโหหิวไปเสียก่อน

    “ขอรับ/เจ้าค่ะ” เด็กๆขานรับกันอย่างขันแข็งพร้อมยื่นมือมารับขนมที่พวกนางหยิบให้เช่นเดียวกับแขกผู้ใหญ่คนอื่นที่ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะพ่อแม่นางก็เดินแจกจ่ายให้ได้ชิมกันทั่วหน้า

    “ขนมรสชาติดีนักข้าขอเสียมารยาทถาม ไม่ทราบว่าฮูหยินเจี้ยนเฉิงซื้อมจากร้านไหนหรือ”หญิงกลางคนถามออกมา นางชอบกินขนมมาก ไปกินขนมในเมืองมาทุกหัวมุมยังไม่เคยกินขนมชนิดนี้มาก่อน

    “ลูกสาวข้าทำออกมาเองเจ้าค่ะ”นางลี่จูเอ่ยออกมาอย่างภูมิใจในตัวลูกสาว

    “อย่างนั้นหรือทำออกขายได้เลยนะเนี้ย ถ้ามีขายอย่างลืมข้านะ ข้าจะเป็นลูกค้าประจำเลย”หญิงนางนั้นเอ่ยออกมา

    “เจ้าค่ะขอบคุณที่ชอบ ถ้ามีขายถ้าจะทำไปให้ลองชิมก่อนแน่นอนเจ้าค่ะ”นางลี่จูเอ่ยออกมาอย่างแม่ค้ามืออาชีพที่พูดเอาใจลูกค้า

               

               หลังจากนั้นทุกคนก็พูดคุยกับทานข้าวทานขนมเรียบร้อยแล้วก็เริ่มแยกย้ายกันกับจวนเนื่องจากบ้านพวกเขาไม่ไกลกันทุกคนจึงเดินเท้ากันมา เมื่อยามเดินกลับก็เดินกลับทางบ้านตนพร้อมเพื่อนบ้านจึงเป็นกลุ่มมองดูแล้วเหมือนชาวบ้านในหมู่บ้านธรรมดาทั่วไปที่พอเพื่อนบ้านมีงานก็พากันเดินมาร่วมไม่ต้องนั่งรถม้าอวดเบ่งกันเหมือนงานผู้ดีสูงศักดิ์ในเมือง

               เมื่อจัดการงานเรียบร้อยครอบครัวลูกร้านขายไก่ก็ของตัวกลับนางลี่จูจัดทั้งอาหารคาวหวานให้ไปกินที่บ้านกันหลายชุดทีเดียว  ที่เหลือพวกนางก็ช่วยกันเก็บกวาดทั้งโต๊ะตั่งจานชาม โดยมีแรงงานชั้นเยี่ยมเป็นเด็กอายุ 7 หมาดๆช่วยอย่างเต็มแรง ก็งานนี้จัดให้พวกเขาหนิพวกเขาจะต้องช่วยเก็บเพื่อตอบแทนที่ทุกคนจัดงานให้อยู่แล้วทำงานอย่างไม่มีเหนื่อยทั้งรอยยิ้มที่มีอยู่บนหน้าแสดงความสุขออกมาของทั้งสองคน

    “เสียดาที่พวกอาจู้ไม่ได้มาฉลองด้วยกัน”“ใช่ ข้าคิดถึงพวกเขาจัง” สองแฝดเมื่อได้กินของดีๆ ก็อดคิดถึงเพื่อนๆที่ยังอยู่ในจวนตระกูลเทียนไม่ได้ ก็พวกเขาเติบโตมาด้วยกัน เล่นมาด้วยกันกินข้าวหม้อเดียวกันมาตั้งหลายปี

    “ไว้วันหลังเราไปเยี่ยมพวกเขากับเอาขนมไปฝากดีไหม” นางลี่จูบอกกับลูกชายออกหลังที่เห็นลูกนางทำสีหน้าเศร้าไปเมื่อคิดถึงเด็กๆคนอื่น จริงๆ นางก็คิดถึงเพื่อนในจวนเหมือนกันไม่รู้จะเป็นอย่างไรบ้าง นานๆ ทีไปหาบ้างคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

     


    คล้ายกับเรื่องได้เกิดใหม่ข้าจะไม่ขี้เกียจแล้วสาบานเลย ที่คุณอ่าน