ภาพสาวน้อยในอ่างน้ำที่เริ่มมีรูปร่างอรชรอ้อนแอ้น หน้าอกอวบเท่ากำมือทำให้อาหว่างเริ่มหนักใจ ตอนนี้อาเฟิ่งกำลังจะเข้าสิบสี่หนาวในอีกไม่กี่วันข้างหน้าการปลอมตัวของเด็กสาวจะตบตาผู้คนในสำนักศึกษานี้ได้นานเท่าไหร่กัน แม้ทุกครั้งที่เริ่มฝึกวรยุทธจะมีเ้าหยางหลงเป็คู่ฝึกให้แต่องครักษ์หญิงรู้ว่าฝ่ายพี่ชายฝาแฝดมักจะออมมือให้อาเฟิ่งอยู่เสมอเพราะรู้ว่าน้องของตนนั้นเป็เพียงสตรีตัวเล็ก เอวบาง และยามนี้อาหว่างยังมีความกังวลอีกเื่ที่ยังคงมิเคยบอกคนในอ่างน้ำนั่นคือ.......
“พี่อาหว่างเป็อันใดรึ?” อาเฟิ่งเคลื่อนตัวมาเกาะขอบอ่างน้ำ ใบหน้าหวานล้ำ ดวงตาฉ่ำน้ำบวกกับไฝชาดเม็ดเล็กตรงหางตาด้านขวาคล้ายกับสิ่งที่มีไว้ล่อลวงบุรุษ...อาหว่างลอบถอนใจ
“เรากลับลงจากเขากันก่อนดีหรือไม่ เพราะตอนนี้ก้อนอวบตรงหน้าอกเริ่มจะใช้ผ้ารัดมันเอาไว้ไม่ได้อีกแล้ว” นี่คือหนึ่งเื่ที่กังวล
“_” อาเฟิ่งไม่ว่ากล่าวสิ่งใดนอกจากก้มหน้าลงมองสองเต้า ‘เหตุใดข้ามิเป็บุรุษให้รู้แล้วรู้รอดไปเสียนะ’ “ข้าก็อยากจะทำเช่นนั้นนะพี่อาหว่างแต่ยามนี้ข้ากำลังฝึกวรยุทธขั้นสามตอนกลาง..รอข้าเข้าถึงขั้นสี่ตอนกลางได้หรือไม่เล่า”
อาหว่างส่ายหน้า ไม่ใช่ไม่ยินยอมแต่สภาพร่างกายของอาเฟิ่งมันหาได้รอได้..นางเติบโตขึ้นทุกวัน ร่างกายเปลี่ยนแปลงขึ้นทุกวันจะให้ทำอย่างไร “ข้ารู้ แต่ถ้าทุกอย่างมันจัดการไม่ได้แล้วเราก็ต้องลงเขาไปทันทีวันนี้ข้าจะไปขอตำราวิธีการฝึกโคจรกำลังภายในเลื่อนขั้นจากท่านอาจารย์อูปินเอาไว้ก่อนเพื่อมีเหตุการณ์ไม่คาดคิดจะได้ไม่ฉุกละหุก”
“ฉุกละหุกอันใดของพี่” ดีดน้ำอุ่นไปมา
“รอให้ถึงเวลานั้นเ้าจะรู้เองอาเฟิ่ง”
---++++-----+++++++++
เด็กหนุ่มหน้าบากทะยานตัวลอยขึ้นไปกลางอากาศติดตามหยางหลงไปไม่ห่าง วันนี้กลุ่มของศิษย์ที่มีพลังลำดับขั้นที่สามตอนกลางประมาณสิบห้าคนจะต้องเข้าไปในป่าชั้นนอกเพื่อล่าสัตว์มาเป็อาหารในตอนเย็นของวันนี้ อาวุธที่ทุกคนมีติดตัวคือกระบี่คนละหนึ่งเล่มคำสั่งของท่านอาจารย์คือทุกคนต้องช่วยกันไม่มีแบ่งแยกซึ่งนั่นถือว่าเป็เื่ที่ดีดังนั้นพวกเขาจึงจับกลุ่มตามกันไปเผื่อเจอกับสัตว์ร้ายจะได้ช่วยเหลือกันได้ทันท่วงที แน่นอนว่าวันนี้อาจารย์าุโหลายคนติดตามเฝ้ามองพวกเขาอยู่ทางด้านหลังไม่ห่าง
อาเฟิ่งใช้กระบี่ฟาดฟันใบหญ้ารกไปตามทางที่เดินผ่านเพื่อมองหากระต่ายป่าสักตัวสองตัวตามที่พวกเขาปรึกษากันไว้ ทุกย่างก้าวที่เดินความปวดตรงหน้าท้องที่เป็มาแล้วสามวันยังคงมีไม่จางหายตอนแรกคิดว่าจะไปหาอาจารย์หมอเพื่อขอยาแก้ปวดแต่แล้วความกังวลเื่สรีระทางร่างกายของตนกลับมีมากกว่า ‘โอยย’ ใบหน้าที่มีรอยบากนิ่วลงเรื่อยๆ อาเฟิ่งรู้ว่าวันนี้อาการปวดมันมากขึ้นกว่าเดิม มันเริ่มบิดมวนจนไม่อยากจะก้าวขา ในใจอยากจะะโเรียกหาพี่อาหว่างที่เดินนำหน้าไปสอง่ตัว...เื่นี้พี่อาหว่างก็ไม่สามารถจะวิเคราะห์ได้จึงให้อาเฟิ่งทานยาต้มแก้ปวดไปก่อน อีกทั้งเื่เข้าป่านั้นเป็การฝึกฝนจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ ‘โอยยย’ ตุ่บ!!! สองขาเล็กๆทรุดลงไปกับพื้นปากร้องะโลั่นด้วยแรงที่เหลืออยู่
“พี่อาหว่าง พี่หยางหลง!!!” เหงื่อไหลซึมออกมาตามไรผมใบหน้าเหยเก มือบางกุมหน้าท้องสีหน้าเ็ป “อึ่ก”
ฟุ่บ!!!! เสียงะโด้วยวิชาตัวเบาดังเข้ามาใกล้เมื่อคนปวดท้องเริ่มจะไม่ไหวแล้ว..อะไรบางอย่างกำลังไหลออกมาจากภายในและนางรู้สึก
“อาเฟิ่ง/อาเฟิ่ง”!!!!!! สองคนสองสีหน้าหวาดหวั่น เ้าหยางหลงรีบประคองหนุ่มหน้าบากตัวน้อยขึ้นแนบอกเสียงกระซิบแ่เบาริมใบหู
“พาข้ากลับกระท่อมด่วน พี่ใหญ่”
ใบหน้าเ้าหยางหลงเคร่งเครียดที่สุด เขาอุ้มคนตัวบางทะยานขึ้นยอดไม้ปากร้องะโออกมาเสียงดังลั่น “ท่านอาจารย์อาเฟิ่งไม่สบายหนักมากข้าขอกลับกระท่อมก่อนขอรับ!!!!” ไม่รอคำอนุญาต ฝีเท้าคนเป็พี่ะโหายไปในทันทีพร้อมอาหว่างติดตามอย่างใกล้ชิด
---++++-----+++++++++
กระท่อมไม้ไผ่
“เป็อย่างไรบ้างพี่อาหว่าง” คนอุ้มน้องสาวฝาแฝดมีสีหน้าร้อนรนเมื่อน้องสาวมิยอมให้เขาไปตามอาจารย์หมอมาตรวจดูอาการ
“นางมีระดู”
“หะ” หยางหลงมีสีหน้าโง่งม “อย่างไรนะ?”
“มีระดู...และข้าคิดว่าจะพาอาเฟิ่งลงจากเขาให้เร็วที่สุดเพราะอาการของนางแตกต่างจากข้านัก...ตัวข้ามิเคยมีอาการปวดท้องเช่นนี้แม้สักครั้ง”
“_” ??
“คงต้องให้พระชายาเป็ผู้ชี้แนะเพราะข้ารักษาอาการเช่นนี้ไม่เป็”
“_”
“หากเดินทางลงเขาท่านอุ้มนางลงไปส่งได้หรือไม่ ส่วนตัวข้าจะเดินทางลงไปเช่ารถม้ารอไว้ก่อนเพราะหากจะให้ข้าอุ้มไปตลอดหนึ่งชั่วยามจนถึงเมืองหลวงมันคงจะมิสบายตัวนัก”
“_”
“หยางหลง..ได้ยินหรือไม่?” อาหว่างมองแฝดผู้พี่ของคนที่กำลังนอนโอดโอยอยู่ด้านใน “หยางหลง”
“อึ..อือได้ยินๆ รอครึ่งเค่อข้าจะบอกกล่าวแก่ท่านอาจารย์ว่าอาเฟิ่งไม่สบายต้องกลับลงเขาโดยด่วน”
“อืม” อาหว่างครางรับและมองเ้าหยางหลงเดินโง่งมจากไป คาดว่าคงจะใที่น้องสาวฝาแฝดกำลังจะเติบโตเป็สาวงามจะว่าไป่อายุเช่นนี้ก็ถูกต้องแล้วที่สตรีวัยกำลังเติบโตจะมีระดู และนี่คือสิ่งที่นางกังวลมากอีกเื่หนึ่งที่ยังมิได้บอกแก่คุณหนูเพราะนางรอให้คุณหนูตัดสินใจด้วยตัวเองเมื่อมันมาถึง อีกทั้งอาการของคุณหนูนั้นหนักหนากว่านางมากนัก สองขาเรียวเดินกลับเข้าไปเก็บข้าวของเพื่อลงจากเขาจากคำสั่งงของคนไม่สบาย ‘คงจะปวดมาก’ เช่นนั้นคนใจสู้เหมือนอาเฟิ่งมิมีทางถอยเป็แน่
อาหว่างจัดข้าวของและตำราอีกสามเล่มที่ได้มาจากท่านอาจารย์อูปิน...หือ ตำราว่าด้วยกฎของการเป็ลูกศิษย์ในสำนักเขาไท่ซาน ‘ให้มาทำไม?’ แม้จะสงสัยแต่ก็ยังเก็บมันใส่ถุงผ้า
“อือ..โอยย” ใบหน้าหวานที่ไร้มลทินและผิวกายขาวสะอาดไร้ไฝฝ้าภายใต้ชุดแต่งกายสีดำสนิทเพราะต้องป้องกันการเลอะเปื้อนของชุดในระหว่างการเดินทาง ถึงแม้อาหว่างจะใช้ผ้าหนารองไว้อย่างดีแล้วก็ตาม
“คุณหนู” ไหนๆก็จะลงจากเขาแล้วคงมิต้องเสแสร้งว่าเป็พี่น้องกันแล้วกระมัง “ได้ยินหรือไม่เข้าคะ”
“อือ..พี่หว่าหวา ข้าจะกลับไปหาท่านแม่..อืออ” ใบหน้าขมวด
“บ่าวทราบเ้าค่ะ ยามนี้กำลังจัดเตรียมข้าวของรอเพียงหยางหลงกลับไปลาเ้าสำนักอีกครึ่งเค่อเราจะเดินทางทันที” หว่าหวายังมิได้แปลงโฉมอันใดเพราะต้องใช้วิชาตัวเบาล่วงหน้าไปหารถม้าก่อน “หากหยางหลงมาแล้วเราจะไปพบกันที่ตีนเขา คุณหนูเอาผ้าผืนนี้คลุมหน้าไว้ยามที่หยางหลงแบกคุณหนูนะเ้าคะ”
“อืม” นิ่วหน้าเป็ครั้งคราว
เพียงหนึ่งจิบชาเ้าหยางหลงก็เดินทางมาถึงพร้อมกับพยุงน้องสาวฝาแฝดขึ้นหลัง มีหว่าหวาหรืออาหว่างนำผ้ามาคลุมใบหน้าก่อนจะแบกห่อผ้าแล้วพริ้วกายหายไปอย่างรวดเร็วด้วยวิชาตัวเบาขั้นสี่ตอนปลาย
เ้าหยางหลงเดินออกไปจากกระท่อมไม้ไผ่เดินอย่างรวดเร็วไปจนถึงหน้าประตูทางออกพร้อมกับยื่นใบผ่านทางของเขากับอาเฟิ่งส่งให้ผู้คุมด้านหน้าดูและบอกว่า ‘อาเฟิ่งติดโรคต้องลงเขาไปรักษา..อย่าได้แตะต้องเขาเป็อันขาดนอกจากตัวของหยางหลงเองที่กินยาสกัดการของโรคนี้ไว้แล้วและจะกลับขึ้นมาในเวลาครึ่งชั่วยาม…ผู้คุมด้านหน้าจึงปล่อยลงไปเพราะกลัว
“พี่ใหญ่” เสียงอ่อนแรงของน้องสาวทำให้ผู้ถูกเรียกขานสงสารนางยิ่งนัก
“ว่าอย่างไร?” เริ่มเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นที่จริงตัวของเฟิ่งเอ๋อร์เบามาก เบาจนหยางหลงแทบจะไม่รู้สึก
“ข้าลงเขารอบนี้แล้วจะไม่ขึ้นมาอีก” นางรู้แล้วว่าตนเองมีระดูและมันคงจะลำบากหากยังอยู่ที่นี่ทั้งๆที่ปลอมตัว “แต่ข้าจะฝึกที่วังหลวงต่อ พี่ฝึกสำเร็จแล้วให้รีบกลับมาหาข้ารู้หรือไม่” น้ำเสียงนั้นมีแววออดอ้อน
“รู้”
“และพี่ต้องขอกลับไปร่วมวันเกิดกับข้าทุกปี” ซึ่งอีกเพียงสองวันจะถึงวันเกิดครบสิบสี่หนาวของพวกเขาทั้งคู่แล้ว ใบหน้าของผู้ที่แบกน้องสาวมืดครึ้ม “ได้หรือไม่”
“_”
“โอยย..ปวดท้อง โอยย” คนบนหลังแกร่งดิ้นขยุกขยิกไปมา