ในคืนก่อนหน้าการแข่งขันชิงชนะเลิศ หยางเจินที่เพิ่งกลับมายังห้องพักของตน ได้พบกับชายผู้มีรอยแผลเป็นจากกิลด์สเปคเตอร์อีกครั้ง
ชายวัยกลางคนที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดนี้เป็นสมาชิกระดับสูงของกิลด์แห่งความมืด ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านที่ชั่วร้าย และตัวของเขามาครานี้เพื่อเสนอแผนการและกลยุทธ์สำหรับหยางเจิน เพื่อให้เขาสามารถกำจัดอนาเธอร์ได้อย่างแน่นอน ไม่มีที่ว่างสำหรับความผิดพลาดแม้แต่น้อย
ชายผู้นั้นสบตาหยางเจินด้วยความจริงจัง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น
"ฟังให้ดี ข้าได้เตรียมแผนการอันสมบูรณ์แบบสำหรับการกำจัดศัตรูของท่านแล้ว ไม่ว่าอย่างไร ท่านต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะศึกครั้งนี้ไม่มีพื้นที่ให้กับความผิดพลาด!”
หยางเจินรับฟังคำพูดนี้อย่างตั้งใจ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและคาดหวัง
“เมื่อไปถึงรอบสุดท้าย..”
“ท่านจะต้องเข้าชิงชนะเลิศกับอนาเธอร์อย่างแน่นอน สิ่งนี้ไม่มีทางผิดพลาดเด็ดขาด”
“และในตอนแรกจะต้องเผชิญหน้ากับอนาเธอร์อย่างเต็มกำลัง หลังจากที่ปลดปล่อยร่างจำแลงเทพเจ้ากันแล้ว ข้าแนะนำให้ท่านใช้พลังเทพเจ้าในการต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อทำให้ตัวของมันตายใจ และต้องสู้กันไปจนกระทั่งเหลือเวลาเพียง 1 นาทีสุดท้ายในการใช้ร่างจำแลงของเทพเจ้า”
ชายผู้มีรอยแผลเป็นหยุดพูดและมองหยางเจินด้วยสายตาคมกริบ ราวกับจะย้ำให้หยางเจินจดจำทุกคำพูดที่ได้รับฟังมา
“พอถึงเวลานั้น ท่านจงเปิดใช้ไอเทมระดับตำนาน ม่านอาณาเขตมนตรา ปล่อยให้มันครอบคลุมทั่วทั้งลานประลองทั้งหมด”
“อาณาเขตนี้จะปิดกั้นไม่ให้ใครเข้าออก จากนั้นท่านจงใช้ไอเทมชิ้นที่สามนี้—”
ขณะที่พูด เขาชี้ไปที่ผนึกสีดำบนโต๊ะ ซึ่งหยางเจินก็จ้องมองผนึกสีดำในมือของตนอย่างเงียบๆ ขณะที่ชายจากกิลด์สเปคเตอร์เอ่ยต่อ
“เมื่อถึงตอนนั้น ทักษะจะเหลือเวลาเพียง 1 นาทีที่ตัวท่านยังคงอยู่ในร่างของเทพเจ้า! และด้วยพลังคุณสมบัติของไอเทมชิ้นที่สาม ท่านจะสามารถสังหารมันได้ในพริบตาเดียว!”
พอรับฟังแผนการทั้งหมด แววตาของหยางเจินก็ส่องประกายด้วยความเยือกเย็นและรอยยิ้มเยาะเย้ยในมุมปาก แผนการนี้สมบูรณ์แบบ และเขาเชื่อมั่นว่าด้วยกลยุทธ์นี้ อนาเธอร์จะไม่มีทางรอดชีวิตจากการประลองครั้งนี้ไปได้
“ยอดเยี่ยมมาก!”
“ในศึกครั้งนี้ฉันจะทำให้มันได้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยิ่งใหญ่ของเทพฟินิกซ์”
หยางเจินเอ่ยขึ้นเบาๆ
ขณะเก็บผนึกสีดำและม้วนกระดาษลงในคลังช่องว่างของผู้เล่นอย่างระมัดระวัง
“หึหึ พวกข้าจะรอดูผลลัพธ์นั่น..”
ชายผู้มีรอยแผลเป็นแสยะยิ้มพลางหัวเราะออกมา และค้อมหัวอยู่เล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆหายไปในเงามืด ทิ้งให้หยางเจินยืนอยู่เพียงลำพังในห้อง ราวกับทุกสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเพียงภาพลวงตา
หยางเจินยืนอยู่เงียบๆ มือของเขากำแน่นไปด้วยพลังและความเดือดดาล เขามั่นใจแล้วว่าในการประลองรอบสุดท้ายกับอนาเธอร์ เขาจะสามารถกำจัดอีกฝ่ายได้โดยไร้ซึ่งความเมตตา
ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน การต่อสู้อันดุเดือดบนเวทีประลองดำเนินต่อไป หยางเจินลอยตัวอยู่ในอากาศ ท่ามกลางเปลวเพลิงฟินิกซ์ที่โหมกระหน่ำอย่างเกรี้ยวกราด เขาแสยะยิ้มในใจอย่างเยือกเย็น เพราะรู้ว่าแผนการที่ชายผู้มีรอยแผลเป็นจากกิลด์สเปคเตอร์วางไว้นั้นกำลังจะเริ่มขึ้น
หากเขาดำเนินตามแผนนี้อย่างรัดกุม อนาเธอร์จะต้องจบชีวิตลงโดยไร้ทางรอด ทุกอย่างจะจบลงอย่างสมบูรณ์แบบโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว
และเขากำลังนับถอยหลังเวลาคงสภาพร่างจำแลงของตนอยู่ในใจอย่างเงียบๆ
“2 นาที...”
หยางเจินแสร้งปล่อยพลังออกมาแบบไม่เต็มที่ เพื่อตบตาอนาเธอร์ เขาลดความรุนแรงของการโจมตีลง ทำราวกับจะยืดเยื้อเวลาให้ยาวนานที่สุด หวังเพียงว่าอนาเธอร์จะใช้พลังจนหมดสิ้น
โดยที่ไม่รู้เลยว่าตนเองตกเป็นเป้าหมายของแผนการลอบสังหารจากกิลด์สเปคเตอร์
“อยู่ดีๆพลังของมันก็อ่อนลง?”
อนาเธอร์ที่อยู่ในร่างของซุนหงอคงเริ่มรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ ขมวดคิ้วและเพ่งมองหยางเจินด้วยความสงสัย
ตอนแรกอีกฝ่ายดูโหมกระหน่ำด้วยพลังทั้งหมดราวกับจะบดขยี้เขาในคราวเดียว แต่จู่ๆหยางเจินกลับเปลี่ยนท่าที พลังโจมตีที่อีกฝ่ายปล่อยออกมาดูเหมือนจะมีบางสิ่งซ่อนเร้นอยู่
หรืออาจกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง แม้ว่าเขาจะยังไม่แน่ใจว่าเป้าหมายของหยางเจินคืออะไร แต่ความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มแผ่ซ่านในจิตใจของเขาอย่างชัดเจน
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้าดังขึ้นในหัวของอนาเธอร์
【โฮสต์ เราก็ไม่ทราบว่าเจ้าหยางเจินวางแผนอะไรอยู่ แต่การกระทำของมันดูมีเลศนัย อย่าได้ไว้วางใจมันเป็นอันขาด เราสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่ล้อมรอบตัวเขาอยู่ ดูเหมือนว่าเขาจะมีไอเทมหรือแผนการบางอย่างที่จะใช้จัดการกับโฮสต์ในช่วงเวลาที่ต้องระวังมากที่สุด】
คำเตือนจากระบบยิ่งทำให้อนาเธอร์มั่นใจว่ามีบางสิ่งที่ไม่ปกติ
ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือด เขาจึงเลือกจะใช้พลังอย่างระมัดระวังมากขึ้น และเตรียมพร้อมสำหรับการตอบโต้กับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบ
เขาจับพลองในมือแน่น ขณะที่ดวงตาสีทองที่ลุกโชนด้วยพลังแห่งซุนหงอคงเพ่งมองหยางเจินด้วยสายตาที่นิ่งสงบ ราวกับกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีที่รอคอยอยู่
“ฮ่าฮ่าฮ่า ได้เวลาแล้ว!”
เมื่อแผนการของหยางเจินดำเนินมาถึงจุดสำคัญ เขาหยิบคริสตัลสีเงินที่แฝงไปด้วยพลังลึกลับออกมา พลางตะโกนก้องเสียงดัง
“เปิดใช้ไอเทมระดับตำนาน”
“ม่านอาณาเขตแห่งมนตรา!”
ทันใดนั้นม่านอาณาเขตก็ถูกสร้างขึ้นรอบสนามประลอง ปกคลุมทั่วทั้งชั้นบรรยากาศ ราวกับการปิดกั้นทุกสิ่งจากโลกภายนอก
“กะ..เกิดอะไรขึ้น นั่นคือไอเทมม่านพลังที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว?!!”
“ทำไมหยางเจินถึงต้องกางม่านพลังที่แข็งแกร่งแบบนั้นขึ้นมาละ?”
“แปลกๆ ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ค่อยดีแล้วนะ?”
เสียงพึมพำด้วยความตกใจดังขึ้นจากผู้ชมรอบสนาม ทั้งผู้อำนวยการ ผู้เล่นอาวุโส และนักเรียนมากมายต่างมองดูม่านพลังนี้ด้วยความประหลาดใจ โดยเฉพาะเฟรย่าที่เบิกตากว้าง ขณะจ้องมองหยางเจินอย่างไม่เชื่อสายตา
เพราะอาณาเขตมนตรานี้เป็นของหายากยิ่งและทรงพลัง ไม่ใช่สิ่งที่นักเรียนธรรมดาคนนึงจะครอบครองได้ง่ายๆเลยซักนิด
ผู้อำนวยการที่รู้สึกถึงความอันตรายและรีบตะโกนถามหยางเจินด้วยความกังวล
“เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะหยางเจิน? เจ้าใช้อาณาเขตมนตรานี้ไปเพื่อจุดประสงค์อะไร?”
หยางเจินไม่ตอบ เพียงแสยะยิ้มเยาะเย้ยพลางเอ่ยอย่างเยือกเย็นและสะใจ
“ฉันจะสังหารไอ้เวรอนาเธอร์ให้สิ้นซาก และจะไม่มีใครมาหยุดยั้งการสังหารนี้ได้!”
เมื่อคำพูดนั้นดังขึ้น ทุกคนต่างนิ่งงันไปด้วยความตกใจ เสียงพูดคุยหายไปโดยพลัน ผู้ชมทุกคนแทบกลั้นหายใจ
“หยุดนะ ไอ้เด็กสารเลว กล้าดียังไงมาสังหารเขาต่อหน้าพวกข้า!”
เสียงของผู้อำนวยการดังสนั่นกึกก้อง ใบหน้าแดงก่ำไปด้วยความโกรธเกรี้ยว
ขณะที่หยางเจินพลันหยิบไอเทมอีกชิ้นออกมา—ผนึกสีดำ ซึ่งเป็นไอเทมที่เต็มไปด้วยพลังแห่งการปิดผนึก รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหยางเจิน ก่อนจะยกผนึกนั้นขึ้นสูงและตะโกนด้วยน้ำเสียงสะใจที่ดังก้องไปทั่วอาณาเขต
“ผนึกปิดกั้นสวรรค์.. ฉันขอสั่งให้มันปิดผนึกอาชีพและทักษะทั้งหมดของอนาเธอร์ ผู้ยิ่งใหญ่เทียมฟ้า ซุนหงอคงซะ!”
เมื่อคำสั่งนั้นประกาศออกมา ผนึกสีดำในมือหยางเจินเปล่งแสงสีดำมืดทมิฬ
และทันใดนั้นเอง ร่างจำแลงของอนาเธอร์ก็ถูกห่อหุ้มด้วยเงามืดที่เกิดจากพลังของผนึก มันเริ่มแผ่ขยายไปทั่วร่างของเขา ดึงพลังและออร่าแห่งซุนหงอคงกลับคืนไปช้าๆ พลังอันแข็งแกร่งและแสงสีทองที่ห่อหุ้มอนาเธอร์ค่อยๆจางหายไป
ทิ้งไว้เพียงร่างกายที่อ่อนล้า ผนึกทำให้ร่างจำแลงของซุนหงอคงแตกสลายลงในชั่วพริบตา
“อะ..ไอเทมระดับกึ่งเทพเจ้า?!! นี่เป็นของต้องห้ามที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว มันสามารถปิดกั้นพลังอาชีพของผู้เล่นได้เป็นเวลา 5 นาที”
“อะไรนะ หมายความว่าตอนนี้ทักษะสกิลของอนาเธอร์ทั้งหมดก็ถูกปิดไปแล้วน่ะซิ ตัวเขาตอนนี้ไม่มีร่างจำแลงแล้วจะต้องตายแน่ๆ”
เสียงของผู้ชมดังระงมด้วยความตกใจ ไม่มีใครคาดคิดว่าอนาเธอร์จะถูกปลดออกจากพลังของซุนหงอคงในเวลา และมันร้ายแรงมาก
“นี่มัน..”
อนาเธอร์ที่ยืนอยู่ตรงกลางลานประลอง รู้สึกถึงพลังอันล้ำค่าของตนที่กำลังถูกดึงออกไป
ทิ้งไว้เพียงร่างกายที่อ่อนล้าและความรู้สึกหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามาในใจ เขาพยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ แต่ไม่ว่าจะพยายามเพียงใด พลังแห่งซุนหงอคงก็ไม่ตอบสนองอีกต่อไป
“เกิดอะไรขึ้นระบบ ผนึกปิดกั้นสวรรค์นั้นทำให้อวาตาร์แห่งซุนหงอคงหายไปเหรอ?”
เขาเอ่ยถามขึ้นในใจ พลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัยและตกตะลึง
【ไอเทมระดับกึ่งเทพเจ้าเรอะ?】
【ไอ้เวรนี่มีของดีเหมือนกันนะ】
ระบบผู้สืบทอดบ่นพึมพำออกมอย่างเย้ยหยัน เหมือนกำลังจ้องมองไปยังหยางเจินด้วยความน่าสมเพช
“เป็นไงล่ะอนาเธอร์?”
ในตอนนั้นเสียงหัวเราะเย้ยหยันของหยางเจินได้ดังขึ้น เมื่อเห็นศัตรูของตนกำลังตกอยู่ใสภาพที่ไร้ทางสู้เช่นนี้
“เมื่อไม่มีร่างจำแลงของซุนหงอคงแล้ว”
“แกจะทำอะไรได้อีก? ฉันบอกแล้วไงว่าจะทำให้แกสิ้นซากด้วยมือฉันเอง!”
หยางเจินเอ่ยขึ้นอย่างเยาะเย้ย สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งที่ไม่มีใครสามารถกลบเกลื่อนได้ จากนั้นเขาก็ปลดปล่อยทักษะสกิลในร่างเทพเจ้าฟินิกซ์ออกมา
เปลวเพลิงดั่งคลื่นมหาสมุทรได้ถาโถมลงไปยังเบื้องล่าง โดยที่เป้าหมายคืออนาเธอร์ที่ไม่เหลือพลังอะไรอยู่เลย
“ตายไปซะ อนาเธอร์!”
..
ห๊า คิดผิดคิดใหม่ไอ้น้อง