เกมส์อาณาจักรเทพ: เริ่มต้นด้วยระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้า

    ตอนที่ 118 ไอเทมระดับกึ่งเทพเจ้า ผนึกปิดกั้นสวรรค์!

            ในคืนก่อนหน้าการแข่งขันชิงชนะเลิศ หยางเจินที่เพิ่งกลับมายังห้องพักของตน ได้พบกับชายผู้มีรอยแผลเป็นจากกิลด์สเปคเตอร์อีกครั้ง


            ชายวัยกลางคนที่แฝงตัวอยู่ในเงามืดนี้เป็นสมาชิกระดับสูงของกิลด์แห่งความมืด ซึ่งมีชื่อเสียงในด้านที่ชั่วร้าย และตัวของเขามาครานี้เพื่อเสนอแผนการและกลยุทธ์สำหรับหยางเจิน เพื่อให้เขาสามารถกำจัดอนาเธอร์ได้อย่างแน่นอน ไม่มีที่ว่างสำหรับความผิดพลาดแม้แต่น้อย


            ชายผู้นั้นสบตาหยางเจินด้วยความจริงจัง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงอันหนักแน่น


            "ฟังให้ดี ข้าได้เตรียมแผนการอันสมบูรณ์แบบสำหรับการกำจัดศัตรูของท่านแล้ว ไม่ว่าอย่างไร ท่านต้องปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด เพราะศึกครั้งนี้ไม่มีพื้นที่ให้กับความผิดพลาด!”


            หยางเจินรับฟังคำพูดนี้อย่างตั้งใจ แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและคาดหวัง


            “เมื่อไปถึงรอบสุดท้าย..”


            “ท่านจะต้องเข้าชิงชนะเลิศกับอนาเธอร์อย่างแน่นอน สิ่งนี้ไม่มีทางผิดพลาดเด็ดขาด”


            “และในตอนแรกจะต้องเผชิญหน้ากับอนาเธอร์อย่างเต็มกำลัง หลังจากที่ปลดปล่อยร่างจำแลงเทพเจ้ากันแล้ว ข้าแนะนำให้ท่านใช้พลังเทพเจ้าในการต่อสู้อย่างเต็มที่เพื่อทำให้ตัวของมันตายใจ และต้องสู้กันไปจนกระทั่งเหลือเวลาเพียง 1 นาทีสุดท้ายในการใช้ร่างจำแลงของเทพเจ้า”


            ชายผู้มีรอยแผลเป็นหยุดพูดและมองหยางเจินด้วยสายตาคมกริบ ราวกับจะย้ำให้หยางเจินจดจำทุกคำพูดที่ได้รับฟังมา


            “พอถึงเวลานั้น ท่านจงเปิดใช้ไอเทมระดับตำนาน ม่านอาณาเขตมนตรา ปล่อยให้มันครอบคลุมทั่วทั้งลานประลองทั้งหมด”


            “อาณาเขตนี้จะปิดกั้นไม่ให้ใครเข้าออก จากนั้นท่านจงใช้ไอเทมชิ้นที่สามนี้—”


            ขณะที่พูด เขาชี้ไปที่ผนึกสีดำบนโต๊ะ ซึ่งหยางเจินก็จ้องมองผนึกสีดำในมือของตนอย่างเงียบๆ ขณะที่ชายจากกิลด์สเปคเตอร์เอ่ยต่อ


            “เมื่อถึงตอนนั้น ทักษะจะเหลือเวลาเพียง 1 นาทีที่ตัวท่านยังคงอยู่ในร่างของเทพเจ้า! และด้วยพลังคุณสมบัติของไอเทมชิ้นที่สาม ท่านจะสามารถสังหารมันได้ในพริบตาเดียว!”


            พอรับฟังแผนการทั้งหมด แววตาของหยางเจินก็ส่องประกายด้วยความเยือกเย็นและรอยยิ้มเยาะเย้ยในมุมปาก แผนการนี้สมบูรณ์แบบ และเขาเชื่อมั่นว่าด้วยกลยุทธ์นี้ อนาเธอร์จะไม่มีทางรอดชีวิตจากการประลองครั้งนี้ไปได้


            “ยอดเยี่ยมมาก!”


            “ในศึกครั้งนี้ฉันจะทำให้มันได้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความยิ่งใหญ่ของเทพฟินิกซ์”


            หยางเจินเอ่ยขึ้นเบาๆ


            ขณะเก็บผนึกสีดำและม้วนกระดาษลงในคลังช่องว่างของผู้เล่นอย่างระมัดระวัง


            “หึหึ พวกข้าจะรอดูผลลัพธ์นั่น..”


            ชายผู้มีรอยแผลเป็นแสยะยิ้มพลางหัวเราะออกมา และค้อมหัวอยู่เล็กน้อย ก่อนจะค่อยๆหายไปในเงามืด ทิ้งให้หยางเจินยืนอยู่เพียงลำพังในห้อง ราวกับทุกสิ่งที่เพิ่งเกิดขึ้นเป็นเพียงภาพลวงตา


            หยางเจินยืนอยู่เงียบๆ มือของเขากำแน่นไปด้วยพลังและความเดือดดาล เขามั่นใจแล้วว่าในการประลองรอบสุดท้ายกับอนาเธอร์ เขาจะสามารถกำจัดอีกฝ่ายได้โดยไร้ซึ่งความเมตตา


            ตัดกลับมาที่ปัจจุบัน การต่อสู้อันดุเดือดบนเวทีประลองดำเนินต่อไป หยางเจินลอยตัวอยู่ในอากาศ ท่ามกลางเปลวเพลิงฟินิกซ์ที่โหมกระหน่ำอย่างเกรี้ยวกราด เขาแสยะยิ้มในใจอย่างเยือกเย็น เพราะรู้ว่าแผนการที่ชายผู้มีรอยแผลเป็นจากกิลด์สเปคเตอร์วางไว้นั้นกำลังจะเริ่มขึ้น


            หากเขาดำเนินตามแผนนี้อย่างรัดกุม อนาเธอร์จะต้องจบชีวิตลงโดยไร้ทางรอด ทุกอย่างจะจบลงอย่างสมบูรณ์แบบโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันตั้งตัว


            และเขากำลังนับถอยหลังเวลาคงสภาพร่างจำแลงของตนอยู่ในใจอย่างเงียบๆ


            “2 นาที...”


            หยางเจินแสร้งปล่อยพลังออกมาแบบไม่เต็มที่ เพื่อตบตาอนาเธอร์ เขาลดความรุนแรงของการโจมตีลง ทำราวกับจะยืดเยื้อเวลาให้ยาวนานที่สุด หวังเพียงว่าอนาเธอร์จะใช้พลังจนหมดสิ้น


            โดยที่ไม่รู้เลยว่าตนเองตกเป็นเป้าหมายของแผนการลอบสังหารจากกิลด์สเปคเตอร์


            “อยู่ดีๆพลังของมันก็อ่อนลง?”


            อนาเธอร์ที่อยู่ในร่างของซุนหงอคงเริ่มรู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ ขมวดคิ้วและเพ่งมองหยางเจินด้วยความสงสัย


            ตอนแรกอีกฝ่ายดูโหมกระหน่ำด้วยพลังทั้งหมดราวกับจะบดขยี้เขาในคราวเดียว แต่จู่ๆหยางเจินกลับเปลี่ยนท่าที พลังโจมตีที่อีกฝ่ายปล่อยออกมาดูเหมือนจะมีบางสิ่งซ่อนเร้นอยู่


            หรืออาจกำลังวางแผนอะไรบางอย่าง แม้ว่าเขาจะยังไม่แน่ใจว่าเป้าหมายของหยางเจินคืออะไร แต่ความรู้สึกไม่สบายใจเริ่มแผ่ซ่านในจิตใจของเขาอย่างชัดเจน


            ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบผู้สืบทอดแห่งพระเจ้าดังขึ้นในหัวของอนาเธอร์


            【โฮสต์ เราก็ไม่ทราบว่าเจ้าหยางเจินวางแผนอะไรอยู่ แต่การกระทำของมันดูมีเลศนัย อย่าได้ไว้วางใจมันเป็นอันขาด เราสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันตรายที่ล้อมรอบตัวเขาอยู่ ดูเหมือนว่าเขาจะมีไอเทมหรือแผนการบางอย่างที่จะใช้จัดการกับโฮสต์ในช่วงเวลาที่ต้องระวังมากที่สุด】


            คำเตือนจากระบบยิ่งทำให้อนาเธอร์มั่นใจว่ามีบางสิ่งที่ไม่ปกติ


            ท่ามกลางการต่อสู้ที่ดุเดือด เขาจึงเลือกจะใช้พลังอย่างระมัดระวังมากขึ้น และเตรียมพร้อมสำหรับการตอบโต้กับสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างรอบคอบ


            เขาจับพลองในมือแน่น ขณะที่ดวงตาสีทองที่ลุกโชนด้วยพลังแห่งซุนหงอคงเพ่งมองหยางเจินด้วยสายตาที่นิ่งสงบ ราวกับกำลังเตรียมพร้อมรับมือกับการโจมตีที่รอคอยอยู่


            “ฮ่าฮ่าฮ่า ได้เวลาแล้ว!”


            เมื่อแผนการของหยางเจินดำเนินมาถึงจุดสำคัญ เขาหยิบคริสตัลสีเงินที่แฝงไปด้วยพลังลึกลับออกมา พลางตะโกนก้องเสียงดัง


            “เปิดใช้ไอเทมระดับตำนาน”


            “ม่านอาณาเขตแห่งมนตรา!”


            ทันใดนั้นม่านอาณาเขตก็ถูกสร้างขึ้นรอบสนามประลอง ปกคลุมทั่วทั้งชั้นบรรยากาศ ราวกับการปิดกั้นทุกสิ่งจากโลกภายนอก


            “กะ..เกิดอะไรขึ้น นั่นคือไอเทมม่านพลังที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว?!!”


            “ทำไมหยางเจินถึงต้องกางม่านพลังที่แข็งแกร่งแบบนั้นขึ้นมาละ?”


            “แปลกๆ ดูเหมือนสถานการณ์จะไม่ค่อยดีแล้วนะ?”


            เสียงพึมพำด้วยความตกใจดังขึ้นจากผู้ชมรอบสนาม ทั้งผู้อำนวยการ ผู้เล่นอาวุโส และนักเรียนมากมายต่างมองดูม่านพลังนี้ด้วยความประหลาดใจ โดยเฉพาะเฟรย่าที่เบิกตากว้าง ขณะจ้องมองหยางเจินอย่างไม่เชื่อสายตา


            เพราะอาณาเขตมนตรานี้เป็นของหายากยิ่งและทรงพลัง ไม่ใช่สิ่งที่นักเรียนธรรมดาคนนึงจะครอบครองได้ง่ายๆเลยซักนิด


            ผู้อำนวยการที่รู้สึกถึงความอันตรายและรีบตะโกนถามหยางเจินด้วยความกังวล


            “เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะหยางเจิน? เจ้าใช้อาณาเขตมนตรานี้ไปเพื่อจุดประสงค์อะไร?”


            หยางเจินไม่ตอบ เพียงแสยะยิ้มเยาะเย้ยพลางเอ่ยอย่างเยือกเย็นและสะใจ


            “ฉันจะสังหารไอ้เวรอนาเธอร์ให้สิ้นซาก และจะไม่มีใครมาหยุดยั้งการสังหารนี้ได้!”


            เมื่อคำพูดนั้นดังขึ้น ทุกคนต่างนิ่งงันไปด้วยความตกใจ เสียงพูดคุยหายไปโดยพลัน ผู้ชมทุกคนแทบกลั้นหายใจ


            “หยุดนะ ไอ้เด็กสารเลว กล้าดียังไงมาสังหารเขาต่อหน้าพวกข้า!”


            เสียงของผู้อำนวยการดังสนั่นกึกก้อง ใบหน้าแดงก่ำไปด้วยความโกรธเกรี้ยว


            ขณะที่หยางเจินพลันหยิบไอเทมอีกชิ้นออกมา—ผนึกสีดำ ซึ่งเป็นไอเทมที่เต็มไปด้วยพลังแห่งการปิดผนึก รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของหยางเจิน ก่อนจะยกผนึกนั้นขึ้นสูงและตะโกนด้วยน้ำเสียงสะใจที่ดังก้องไปทั่วอาณาเขต


            “ผนึกปิดกั้นสวรรค์.. ฉันขอสั่งให้มันปิดผนึกอาชีพและทักษะทั้งหมดของอนาเธอร์ ผู้ยิ่งใหญ่เทียมฟ้า ซุนหงอคงซะ!”


            เมื่อคำสั่งนั้นประกาศออกมา ผนึกสีดำในมือหยางเจินเปล่งแสงสีดำมืดทมิฬ


            และทันใดนั้นเอง ร่างจำแลงของอนาเธอร์ก็ถูกห่อหุ้มด้วยเงามืดที่เกิดจากพลังของผนึก มันเริ่มแผ่ขยายไปทั่วร่างของเขา ดึงพลังและออร่าแห่งซุนหงอคงกลับคืนไปช้าๆ พลังอันแข็งแกร่งและแสงสีทองที่ห่อหุ้มอนาเธอร์ค่อยๆจางหายไป


            ทิ้งไว้เพียงร่างกายที่อ่อนล้า ผนึกทำให้ร่างจำแลงของซุนหงอคงแตกสลายลงในชั่วพริบตา


            “อะ..ไอเทมระดับกึ่งเทพเจ้า?!! นี่เป็นของต้องห้ามที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียว มันสามารถปิดกั้นพลังอาชีพของผู้เล่นได้เป็นเวลา 5 นาที”


            “อะไรนะ หมายความว่าตอนนี้ทักษะสกิลของอนาเธอร์ทั้งหมดก็ถูกปิดไปแล้วน่ะซิ ตัวเขาตอนนี้ไม่มีร่างจำแลงแล้วจะต้องตายแน่ๆ”


            เสียงของผู้ชมดังระงมด้วยความตกใจ ไม่มีใครคาดคิดว่าอนาเธอร์จะถูกปลดออกจากพลังของซุนหงอคงในเวลา และมันร้ายแรงมาก


            “นี่มัน..”


            อนาเธอร์ที่ยืนอยู่ตรงกลางลานประลอง รู้สึกถึงพลังอันล้ำค่าของตนที่กำลังถูกดึงออกไป


            ทิ้งไว้เพียงร่างกายที่อ่อนล้าและความรู้สึกหนาวเหน็บที่คืบคลานเข้ามาในใจ เขาพยายามรวบรวมพลังที่เหลืออยู่ แต่ไม่ว่าจะพยายามเพียงใด พลังแห่งซุนหงอคงก็ไม่ตอบสนองอีกต่อไป


            “เกิดอะไรขึ้นระบบ ผนึกปิดกั้นสวรรค์นั้นทำให้อวาตาร์แห่งซุนหงอคงหายไปเหรอ?”


            เขาเอ่ยถามขึ้นในใจ พลางขมวดคิ้วด้วยความสงสัยและตกตะลึง


            【ไอเทมระดับกึ่งเทพเจ้าเรอะ?】


            【ไอ้เวรนี่มีของดีเหมือนกันนะ】


            ระบบผู้สืบทอดบ่นพึมพำออกมอย่างเย้ยหยัน เหมือนกำลังจ้องมองไปยังหยางเจินด้วยความน่าสมเพช


            “เป็นไงล่ะอนาเธอร์?”


            ในตอนนั้นเสียงหัวเราะเย้ยหยันของหยางเจินได้ดังขึ้น เมื่อเห็นศัตรูของตนกำลังตกอยู่ใสภาพที่ไร้ทางสู้เช่นนี้


            “เมื่อไม่มีร่างจำแลงของซุนหงอคงแล้ว”


            “แกจะทำอะไรได้อีก? ฉันบอกแล้วไงว่าจะทำให้แกสิ้นซากด้วยมือฉันเอง!”


            หยางเจินเอ่ยขึ้นอย่างเยาะเย้ย สายตาของเขาเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่งที่ไม่มีใครสามารถกลบเกลื่อนได้ จากนั้นเขาก็ปลดปล่อยทักษะสกิลในร่างเทพเจ้าฟินิกซ์ออกมา


            เปลวเพลิงดั่งคลื่นมหาสมุทรได้ถาโถมลงไปยังเบื้องล่าง โดยที่เป้าหมายคืออนาเธอร์ที่ไม่เหลือพลังอะไรอยู่เลย


            “ตายไปซะ อนาเธอร์!”



            ..

            ห๊า คิดผิดคิดใหม่ไอ้น้อง