จินหยางก้าวเดินไปตรวจสอบซากศพของอสูรกายที่เกลื่อนตามพื้น เขาค้นหาบางอย่างอยู่นานก็เกือบครึ่งเค่อก็พบบางอย่างเป็นก้อนกลมขนาดเล็กเท่าเม็ดสาคูหลายสิบก้อน เขานำมันขึ้นมาวางไว้บนฝ่ามือขวาพร้อมกับใช้พลังปราณเอกสุริยันเผาทำลายสิ่งสกปรกจนกลายเป็นสีใส เขาใช้มือซ้ายล้วงไปที่อกเสื้อนำขวดยาออกมาหนึ่งขวด เทเม็ดสาคูลงไปหลังจากนั้นก็ถีบเท้าพุ่งทะยานออกไปจากถ้ำ เขาเร่งฝีเท้ากลับไปที่เมืองซิวในจุดที่พวกจางหลงเคยอยู่ เมื่อมาถึงจินหยางถึงกับตื่นตกใจเพราะชาวเมืองที่พวกจางหลงช่วยเหลือตกตายจนหมดสิ้น สภาพโดยรอบมีการปะทะจากปราณกระบี่ จินหยางรีบแผ่ลมปราณตรวจสอบพบว่ายังมีคนผู้หนึ่งเหลือรอดแอบอยู่บริเวณตรอกทางขวามือ จินหยางรีบวิ่งเข้าไปตรวจสอบพบว่าเป็นเฉินจินนอนลมหายใจรวยริน จินหยางรีบจี้สกัดจุดห้ามเลือดพร้อมกับนำเม็ดยารักษาอาการบาดเจ็บป้อนให้แก่เฉินจิน
“น้องชายจินหยาง เจ้ากลับมาแล้ว”
“เกิดสิ่งใดขึ้นที่นี่ขอรับพี่ชายเฉินจิน?”
“หลังจากที่เจ้าออกไปได้ไม่นาน ได้มีกลุ่มคนจากสำนักกระบี่วิญญาณหลายสิบคนมาที่นี่ พวกเราถูกโจมตีโดยพวกเขา”
“แล้วพวกที่เหลือไปไหนกันหมดขอรับ”
“คนที่เหลือถูกจับกุมไปที่สำนักกระบี่วิญญาณ พวกนั้นอ้างว่าพวกเราเป็นพวกเดียวกับสำนักทลายฟ้า น่าเจ็บใจยิ่งนักที่ข้าช่วยหลืออะไรไม่ได้มาก”
“พี่ชายเฉินจินรู้ที่ตั้งสำนักกระบี่วิญญาณหรือไม่ขอรับ?”
“เจ้าคิดจะบุกไปที่นั่นอย่างนั้นรึ?”
“เป็นเช่นนั้นขอรับ”
“เช่นนั้นรอให้อาการข้าดีขึ้นได้หรือไม่ข้าจะนำทางเจ้าไป ขอบใจเข้ามากน้องชายที่คิดช่วยเหลือพวกข้าและท่านหัวหน้า”
จินหยางพยักหน้าตอบรับหลังจากนั้นเขาก็นั่งโครจลมปราณข้าง ๆ เฉินจิน เวลาค่อย ๆ ไหลผ่านเกือบชั่วยามเฉินจินอาการเริ่มดีขึ้น ทั้งสองจึงออกเดินทางไปยังที่ตั้งสำนักกระบี่วิญญาณ ทันทีที่มาถึงด้านหน้าของสำนักกระบี่วิญญาณ พวกจางหลงถูกจับแขวนเอาไว้บนแท่นไม้สูงด้านหน้าของสำนักกระบี่วิญญาณ เฉินจินกำหมัดทั้งสองแน่นด้วยความโกรธ จินหยางล้วงไปที่อกเสื้อนำขวดยาออกมาให้เฉินจินหนึ่งขวด
“ด้านในเป็นเม็ดยารักษาอาการบาดเจ็บ ข้าจะเข้าไปช่วยเหลือพวกเขา ทันทีที่พวกเขาลงมาด้านล่างข้าอยากให้พี่ชายเฉินจินพาพวกเขาหลบหนีออกไปก่อน”
“เจ้ามั่นใจรึว่าจะจัดการกับพวกเขาได้”
“เชื่อใจข้าเถอะ ท่านเพียงรอรับพวกเขาก็แล้วกัน”
สิ้นเสียงกล่าวจินหยางแผ่ลมปราณตรวจสอบทั่วบริเวณ ชั่วน้ำเดือดเขาก็ถีบเท้าพุ่งทะยานออกไปด้านหน้าสำนักกระบี่วิญญาณ จินหยางชักกระบี่ออกจากฝักฟาดฟันออกไป ปราณกระบี่พุ่งทะยานทำลายแท่นไม้เสียงดังสนั่น เปรี้ยง! ตูม! พวกจางหลงร่วงลงมาด้านล่างจินหยางรีบพุ่งเข้าหาจางหลงเป็นคนแรกใช้กระบี่ในมือตัดเชือกที่ผูกมัดมือทั้งสองเอาไว้หลังจากนั้นเขาก็พุ่งเข้าหาคนที่เหลือ เป็นจังหวะเดียวกับที่เฉินจินพุ่งเข้ามารับตัวจางหลงเอาไว้ เมื่อทุกคนลงมาถึงพื้นคนจากสำนักกระบี่วิญญาณก็ออกมาที่ด้านหน้าสำนักเกือบร้อยคน จินหยางหันไปมองเฉินจินพร้อมกับพยักหน้า หลังจากนั้นเขาก็ถีบเท้าพุ่งทะยานขึ้นบนท้องฟ้าฟาดฟันกระบี่ออกไป ปราณกระบี่นับสิบเล่มพุ่งเข้าโจมตีคนจากสำนักกระบี่วิญญาณที่กำลังออกมา จินหยางจึงตะโกนออกมาเสียงดังลั่น
“เป็นถึงสำนักใหญ่ในแผ่นดินกลับทำเรื่องชั่วช้า สังหารผู้คนในเมืองซิวเช่นผักปลาอีกทั้งยังจับกุมผู้บริสุทธิ์โดยกล่าวอ้างว่าเป็นคนจากสำนักทลายฟ้า วันนี้ข้าจะปลดป้ายสำนักกระบี่วิญญาณออกจากแคว้นฉงชิ่ง”
ทันใดนั้นเองจินหยางก็สัมผัสพลังปราณสามสายพวยพุ่งออกมาจากด้านในสำนักกระบี่วิญญาณ ชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งพุ่งทะยานออกมาชี้กระบี่ในมือขวาออกมาด้านหน้าจ้องมองจินหยางอย่างไม่วางตา ด้านหลังติดตามมาด้านชายชราอีกสองคน
“เจ้าเป็นใครกันไอ้หนู? บังอาจเอ่ยวาจาสามหาวคิดจะปลดป้ายสำนักข้าอย่างนั้นรึ”
จินหยางหาได้กล่าวสิ่งใดเขาเพียงย่อตัวลงกำชับกระบี่เตรียมพร้อมจ้องมองไปที่ชายฉกรรจ์
“ในเมื่อเจ้าไม่เอ่ยวาจาสิ่งใด เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าเล่าโง้วผู้นี้ไร้ความปรานี เป็นเจ้าเองที่รนหาที่ตาย”
เล่าโง้วหันไปมองชายชราทางด้านหลัง เขาถึงกับขมวดคิ้วที่อยู่ ๆ ชายชราผู้นั้นก็แสดงท่าทีแปลกใจ เมื่อเขาหันกลับไปมองชายหนุ่มก็พบว่าชายหนุ่มปรากฏตัวอยู่ที่ด้านหน้าของเขา กระบี่ในมือขวาถูกตวัดยกขึ้นมาสกัดกั้นกระบี่ที่แทงเข้ามา แต่ทว่ามันช้าเกินไปกระบี่ของจินหยางแทงเข้ามาที่หน้าอกบริเวณหัวใจอย่างรวดเร็ว เล่าโง้วทำได้เพียงก้มหน้ามองกระบี่แทงเข้ามาในร่างของตนพร้อมกับได้ยินเสียงตวาดดังลั่นมาจากทางหลัง
“เจ้าสำนัก”
จินหยางซัดฝ่ามือซ้ายไปที่หน้าอกของเล่าโง้วพร้อมกับชักกระบี่ออกมาจากร่างพุ่งเข้าหาชายชราอีกสองคนด้านหลัง เขาแสยะยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ใช้ทักษะย่างก้าวพยัคฆ์อย่างเต็มกำลังร่างกายหายไปมาวูบวาบปรากฏตัวด้านหน้าของชายชราทางขวามือตวัดกระบี่ในมือ ฉับ คมกระบี่วาดผ่านศีรษะกระเด็นร่วงลงพื้น ชายชราอีกคนถึงกับขาสั่นสะท้านด้วยความหวาดกลัว เขาไม่เคยพบเจอผู้ใดลงมือได้รวดเร็วและแม่นยำเช่นนี้มาก่อน เวลาไม่ถึงสองลมหายใจเจ้าสำนักและผู้อาวุโสตกตายเพียงการลงมือเพียงครั้งเดียว เช่นเดียวกับผู้คนที่เป็นศิษย์สำนักกระบี่วิญญาณมองเห็นการกระทำของชายหนุ่ม ครึ่งลมหายใจชายชราอีกคนก็รู้สึกเย็นวาบไปที่ลำคอภาพสุดท้ายที่เห็นคือเท้าทั้งสองของตัวเองและร่างกายกำลังร่วงลงไปนอนกับพื้น จางหลงที่หรี่ตามองการกระทำของจินหยางถึงกับกลืนน้ำลายคออย่างยากลำบาก เขารับรู้ว่าจินหยางเก่งกาจแต่ไม่คิดว่าจะมีฝีมือถึงกับสังหารเล่าโง้ว และสองผู้อาวุโสที่จับตัวพวกเขามาในเวลาไม่ถึงสามลมหายใจ หลังจากนั้นไม่ถึงสามลมหายใจต่อมาจินหยางก็ไล่ล่าสังหารคนที่เหลือของสำนักกระบี่วิญญาณทั้งหมด เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามสำนักกระบี่วิญญาณก็ถูกกวาดล้างจนหมดสิ้นไม่มีผู้ใดเหลือชีวิตรอดไปจากเงื้อมมือของจินหยางแม้แต่ผู้เดียว กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ หลังจากจัดการจนหมดสิ้นจินหยางสะบัดกระบี่ในมือเก็บกระบี่เข้าฝักด้านหลัง เขาเดินเข้ามาหาพวกของจางหลงที่นั่งรักษาอาการบาดเจ็บ
“ขอบใจน้องชายจินหยางมากที่ช่วยเหลือ”
“อย่าได้เอ่ยเช่นนั้นเลยขอรับ ตอนนี้ผู้คนในสำนักกระบี่วิญญาณถูกจัดการหมดแล้ว ข้าจะเข้าไปสำรวจด้านในพวกท่านจะเข้าไปกับข้าด้วยหรือไม่”
จางหลงที่เห็นใบหน้าของจินหยางถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า น้องชายจินหยางข้าชื่นชอบเจ้ายิ่งนัก รอสักครู่ได้หรือไม่ข้าเองก็อยากรู้เช่นกันว่าหนึ่งในสำนักใหญ่ทั้งแปดจะมีสมบัติใดซ่อนอยู่บ้าง”
เกือบสองเค่อทั้งหมดก็เดินเข้าไปสำรวจได้ในสำนักกระบี่วิญญาณ ขวดยาจำนวนมากถูกยัดอยู่ในห่อผ้าห่อใหญ่อยู่ด้านหลังของหม่าเวยและเย่หยาง คงอู๋ยกยิ้มอย่างดีใจที่ตอนนี้บนบ่าทั้งสองของเขามีหีบเหล็กสองใบที่เต็มไปด้วยก้อนทองคำ เฉินจินและต้าหมิงเองก็ไม่น้อยหน้าเขายกคัมภีร์ทักษะมากมายหลายสิบเล่มเอาไว้ในมือ ผิงผิงลูบคลำคันธนูสีแดงก่ำและแบกลูกธนูเต็มซองด้านหลัง จินหยางยกยิ้มมองมีดสั้นสองเล่มในมืออย่างไม่วางตา มีเพียงจางหลงเท่านั้นที่สีหน้าเศร้าเสียใจเพราะสมบัติมากมายที่พบเจอล้วนไม่มีสิ่งใดถูกใจเขาแม้แต่ชิ้นเดียว
“น้องชายจินหยางเจ้ามีสิ่งใดที่จะทำต่อหลังจากนี้”
“ข้าจะเดินทางไปหูเป่ย์ขอรับพี่ชายจางหลง ข้ามีนัดกับคุณชายหยวนจางเอาไว้”
“โอ้ เช่นนั้นเจ้าสนใจเดินทางไปพร้อมกับพวกข้าหรือไม่”
“โอ้ เช่นนั้นรบกวนพวกท่านแล้ว”
จินหยางหันไปมองต้าหมิง
“ต้าหมิงเจ้าสนใจจะเดินทางไปพร้อมกับพวกข้าหรือไม่”
“แน่นอน เพราะที่นี่หาได้มีสิ่งใดที่ข้าต้องทำอีกต่อไปแล้ว เดินทางพร้อมกับเจ้าก็สนุกไม่น้อยเช่นกัน”
จางหลงยกยิ้ม
“ดีเช่นนั้นพวกเจ้ารออยู่ที่นี่ ก่อนออกมาจากสำนักกระบี่วิญญาณข้าพบเจอรถม้าคันหนึ่ง เราสามารถใช้รถม้าคันนั้นเดินทางไปที่หูเป่ย์ได้ แต่ว่าเราต้องกลับไปที่เมืองหลวงฉงชิ่งเสียก่อนข้าต้องการจัดการเรื่องบางอย่างเสียก่อน”